หอหมื่นอักษร

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 18 การค้นคว้า

ชื่อตอน : บทที่ 18 การค้นคว้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 532

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2561 15:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 18 การค้นคว้า
แบบอักษร

​การเอาชนะมือสมัครเล่น ไม่ได้ทำให้อ้ายฮุยมีอารมณ์ตื่นเต้นใดๆ แต่ทว่าเขาก็สัมผัสได้จากการต่อสู้ในเวลาสั้นๆ นี้ถึงความก้าวหน้าของตน พลังธาตุที่เพิ่มขึ้นนั้นส่งผลต่อความแข็งแกร่งของเขาโดยตรง จากการได้ดูดซับพลังธาตุทองของเจดีย์เสวียนจิน เทียบกับพลังธาตุทั่วไปแล้วถือว่าบริสุทธิ์กว่ามาก พลังธาตุในร่างของเขายังคงนับได้ว่าอ่อนแออยู่ แต่ว่าการเพิ่มขึ้นถึงสามเท่า สำหรับอ้ายฮุยแล้ว ก็หมายความว่าเขาจะมีช่องว่างให้พัฒนาความสามารถเพิ่มขึ้น

อ้ายฮุยเดินไปถึงหน้าประตูของเจดีย์เสวียนจิน ครั้งนี้เขาไม่ได้บุ่มบ่ามเข้าไปอย่างหุนหันพลันแล่น บทเรียนจากครั้งที่แล้วนั้นยังคงสลักอยู่ในใจ

เสียงสายลมอันบ้าคลั่งจากในเจดีย์ ยังคงทำให้จิตใจสั่นไหว

อ้ายฮุยหยิบเชือกที่เพิ่งซื้อออกมาเมื่อครู่ ด้านหนึ่งผูกเข้ากับก้อนหินขนาดประมาณตะกร้าไม้ไผ่ อีกด้านผูกไว้กับเอวของตน เขายกก้อนหินขึ้นมาและโยนเข้าไปด้านในของเจดีย์

เชือกถูกรั้งจนตึงในทันที มีแรงมหาศาลถ่ายเทมา อ้ายฮุยได้เตรียมตัวมาตั้งแต่แรก แต่ก็ยังคงถูกดึงจนตัวเซ

ลมทองคำในเจดีย์ช่างบ้าคลั่งเสียจริง ก้อนหินนั้นถูกพัดจนชนนู่นชนนี่ไปทั่ว เสียงกระแทกแต่ละครั้งดังสนั่น แรงดึงที่ถ่ายทอดผ่านเชือกมาเหนือกว่าที่อ้ายฮุยคาดไว้นัก เขาพยายามที่จะประคองตัวเองให้มั่น แต่ก็ยังถูกดึงให้เข้าใกล้ประตูเจดีย์ทีละนิดทีละนิด

ในใจของอ้ายฮุยเกิดความกลัวขึ้นมา คราวที่แล้วที่ตนรอดมาได้ ถือว่าโชคยังดีอยู่ไม่น้อย

ทันใดนั้นเชือกก็หย่อนลง พร้อมกับแรงดึงที่หายไป อ้ายฮุยที่ออกแรงล่าถอยอยู่ ไม่ได้เตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงอันกะทันหันนี้ เขาจึงหงายหลังล้มลงเอามือดันพื้นไว้ แล้วลุกขึ้นยืนใหม่อย่างมั่นคง

อ้ายฮุยดึงส่วนที่ขาดมาดู พบว่าส่วนนั้นพบรูเล็กๆ มากมาย ราวกับรูเข็มก็ไม่ปาน

อ้ายฮุยส่ายหัวไปมา เชือกฟางคงไม่ไหว ส่วนปลายที่เป็นรูเล็กๆ มากมายนั้นเกิดจากพลังธาตุทองเข็มเงินจากลมทองคำสร้างขึ้น คาดว่าก้อนหินเองก็คงทนอยู่ได้ไม่นาน อย่างที่คิด เพียงไม่นาน เสียงกระแทกไปมาในเจดีย์ก็เงียบลง เสียงแตกนั้น คงจะเป็นเสียงก้อนหินถูกบดจนละเอียด

ลมทองคำช่างร้ายกาจจริงเชียว!

มิน่าเล่าถึงต้องเปิดคลังชีวิตให้ได้ก่อนจึงจะมาฝึกฝนที่นี่ได้

ยังดีที่อ้ายฮุยได้ทำการเตรียมพร้อมอย่างอื่นมาด้วย เขาหยิบโซ่เหล็กออกมาเส้นหนึ่ง โซ่เหล็กมีความหนาประมาณข้อมือ กว่าจะแบกมาถึงเจดีย์เสวียนจินได้ทำเอาอ้ายฮุยเหนื่อยแทบตายอยู่เหมือนกัน เขาโยนโซ่เหล็กเข้าไปด้านในเจดีย์ สักพักผ่านไปจึงดึงออกมา โซ่เหล็กนั้นไร้ซึ่งริ้วรอย คราวก่อนที่อ้ายฮุยเห็นตาข่ายเหล็กในเจดีย์ เขาก็เลยคิดว่าโซ่เหล็กน่าจะทนลมทองคำได้

อ้ายฮุยใช้แรงอย่างมหาศาล แถมยังใช้เวลาถึงหนึ่งชั่วโมงเต็ม เพื่อลากก้อนหินขนาดสูงกว่าตัวเขามาจากที่ที่ห่างไกล ช่วยไม่ได้ ก้อนหินที่ใหญ่หน่อยในบริเวณนี้ ล้วนถูกเขาชนจนแหลกไปหมดแล้วในครั้งก่อน

เขาเอาปลายโซ่เหล็กด้านหนึ่งผูกกับก้อนหิน ส่วนปลายอีกด้านผูกไว้กับเอวของตน

เมื่อแน่ใจว่าผูกแน่นแล้ว อ้ายฮุยหายใจเข้าลึกๆ จากนั้นก็ทะยานร่างเข้าไปในเจดีย์เสวียนจิน

เมื่อเข้าไปในเจดีย์เสวียนจินแล้ว อ้ายฮุยก็ถูกลมทองคำอันบ้าคลั่งพัดใส่ ลอยเคว้งคว้างไปมา มีแรงมหาศาลที่สะเอว เกือบจะทำให้เอวเขาถูกดึงจนขาด โซ่เหล็กที่ยึดเอวไว้ถูกรั้งจนเป็นเส้นตรง เห็นว่าวิธีการของตนได้ผล อ้ายฮุยอดจึงถอนหายใจโล่งอกออกมา แต่ทว่าเขาก็ดีใจอยู่ได้เพียงไม่นาน แผ่นหลังของเขาก็ชนเข้ากับผนังอย่างแรง เขารีบเอาแขนสองข้างป้องศีรษะเอาไว้ ม้วนตัวเป็นก้อน ทำให้ตนเป็นเหมือนลูกบอลที่กลิ้งชนไปมา

เวลาที่อ้ายฮุยอยู่ในเจดีย์ครั้งนี้เทียบแล้วถือว่าสั้นกว่าครั้งก่อน เขาไม่รอให้เกือบถึงขีดจำกัดของตนจึงจะออกมา แต่เป็นพอเริ่มรู้สึกบวม เขาก็ใช้โซ่เหล็กดึงตนเองออกมา

อ้ายฮุยที่ดึงโซ่เหล็กออกมา พ่นลมหายใจออกยาวๆ ด้านนอกกับด้านในของเจดีย์ราวกับเป็นโลกที่แตกต่างกันสองใบ อ้ายฮุยควบคุมเวลาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ครั้งนี้สติของเขายังแจ่มชัด และก็ยังมีแรงเหลือด้วย

เขาเริ่มที่จะตุบตีร่างงกายของตน

หลังจากการฝึกในคราวก่อน เขาก็ได้ขบคิดพิจารณาว่าจะทำเช่นไรในการดูดซับพลังธาตุทอง ความปรารถนาที่จะไล่ตามพลังของอ้ายฮุยนั้นไม่ต้องสงสัย แต่ทว่าต่อให้เป็นเช่นนี้ เขาก็ไม่ต้องการให้ตนถูกอัดทุกวันจนถึงตีห้าเช้า นั่นไม่ใช่ประสบการณ์ที่สวยงามอะไร เขาไม่อยากที่จะเจออีกเป็นครั้งที่สอง

ดังนั้นเขาจึงคิดวิธีเมื่อครู่นี้ออกมา

หากอยากจะดูดซึมพลังธาตุทอง ก้าวแรกที่เขาต้องทำก็คือทำให้หลังธาตุทองเข็มเงินที่ซึมเขามาในร่างกระจายตัว ถ้าหากพลังธาตุทองเข็มเงินที่ซึมเข้าร่างมาในครั้งหนึ่งๆ ไม่ได้มากนัก ตนก็ยังพอจะจัดการได้อยู่

เป็นการตุบตีเช่นกัน ตัวเองอัดตัวเอง กับตนถูกคนอื่นอัด ความรู้สึกมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

อ้ายฮุยทุบตีร่างกายของตนอย่างไม่มีการออมแรง ในเวลาเดียวกันก็ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายอย่างละเอียด แรงที่ใช้มากเพียงใด กระบวนท่าอะไรที่ใช้ จึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทุกอย่างต้องให้เขาค่อยๆ ค้นคว้า

รากฐานของตนแสนแย่ เช่นเดียวกับสถานะทางการเงินของเขา ดังนั้นแล้วจึงต้องใช้ความพยายามให้มาก

เขาค่อยๆ สัมผัสได้ถึงเคล็ดลับความสำเร็จ แต่ในไม่นานเขาก็พบปัญหาข้อหนึ่งขึ้นมา พลังธาตุทองที่อยู่ในกล้ามเนื้อบริเวณแผ่นหลัง เขาตีไม่ถึง พอลองครุ่นคิดดู สายตาของเขาก็ไปหยุดอยู่ที่เจดีย์เสวียนจิน

ถูกลมทองคำพัดมานานแรมปีถึงเพียงนี้ ตัวเจดีย์น่าจะมั่นคงอยู่ อ้ายฮุยจึงถือโอกาสเอาหลังจนเข้ากับผนังเจดีย์ ไม่มีอุปกรณ์ใดจะเหมาะสมไปมากกว่านี้อีกแล้ว เพียงไม่นานเขาก็พบว่าคงคิดมากเกินไป ผนังเจดีย์แข็งแกร่งราวเหล็ก เขาชนไปสองสามที กระดูกทั่วร่างแทบที่จะหลุดหมดแล้ว

พลังธาตุทองเข็มเงินที่อยู่ในกล้ามเนื้อบริเวณแผ่นหลังยังเหลืออีกมากที่ยังไม่กระจายตัว อ้ายฮุยอยู่ๆ ก็นึกไปถึงการต่อสู้ที่สู้กับผู้ชายมือสมัครเล่นที่ตัวบวมช้ำเมื่อคราวก่อน ตนนั้นใช้แผ่นหลังกระแทกบริเวณปอดของอีกฝ่ายด้วยกระบวนท่า “มัจฉาสะบัดกาย”

กระบวนท่า “มัจฉาสะบัดกาย” นี้ ที่ทำให้อ้ายฮุยจดจำได้มากที่สุดยังคงเป็นการปิดตาต่อสู้ในคราวนั้น ตนเองพันธนาการคู่ต่อสู้ไว้ กระบวนท่าที่คู่ต่อสู้ใช้ดิ้นหนีก็คือ “มัจฉาสะบัดกาย” ในตอนนั้นกำลังของคู่ต่อสู้มหาศาล จนเขาเกือบจะหลุดมือ ทำให้เขาตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะว่าหลายปีที่ทำงานซึ่งต้องใช้แรงอย่างมาก เขาเชื่อมั่นในกำลังอันป่าเถื่อนของตนพอสมควรเลยทีเดียว

เขาสามารถสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีพลังธาตุที่แข็งแกร่งอะไรมาก กำลังของร่างกายก็ไม่ได้มาก แต่กลับสามารถใช้ “มัจฉาสะบัดกาย” ระเบิดพลังออกมาได้อย่างมหาศาลเช่นนี้ ดูท่าจะมีความรู้ที่ลึกซึ้ง

อ้ายฮุยสนใจใน “มัจฉาสะบัดกาย” อยู่ไม่น้อย กระบวนท่านี้เขาเองก็ใช้ได้ ในแดนร้างสามปี เขาเรียนพวกวิชาที่ไม่เป็นระบบที่เหมือนกับ “มัจฉาสะบัดกาย” สำเร็จมาไม่น้อย มันปลีกย่อยเป็นอย่างมาก แต่กลับเป็นกระบวนท่าที่ใช้ได้จริง

แต่ทว่าเขาหยิบท่านี้มาใช้น้อยมาก จากความแข็งแกร่งของเขา หากถูกศัตรูจับพันธนาการไว้ได้ เช่นนั้นก็คงเหลือเพียงทางตายอย่างเดียว ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ใช้กระบวนท่านี้

วันนี้พลันนึกขึ้นได้ ใช้ “มัจฉาสะบัดกาย” จัดการเจ้าหนุ่มตัวบวมมือสมัครเล่นจนบินลอยไป ทำให้เขาเห็นว่ากระบวนท่านี้ยังสามารถใช้ในทางอื่นได้อีก

เขาเริ่มที่จะใช้ “มัจฉาสะบัดกาย” กับผนังของเจดีย์

เพียงไม่นาน เขาก็พบจุดที่ยอดเยี่ยม ในตอนที่อยู่ในเจดีย์เขาม้วนตัวเป็นก้อน จุดที่พลังธาตุทองเข็มเงินซึมเข้ามามากที่สุดก็คือแผ่นหลัง  “มัจฉาสะบัดกาย” ไม่เพียงจะระเบิดพลังอันน่าตกใจ ยังมีผลจากการสะเทือนอีกด้วย

มิน่าตอนที่ปิดตาต่อสู้แขนของตนถึงได้ชาไป ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้

วิธีคิดของตนได้ผลลัพธ์ที่เยี่ยมยอดเป็นอย่างมากได้ปลุกเร้าให้อ้ายฮุยฮึกเหิม เขาเพิ่มความจริงจังและความพยายามให้มากขึ้น

ตอนที่พลังธาตุทองเข็มเงินในร่างล้วนกระจายตัว อ้ายฮุยเริ่มนั่งขัดสมาธิเพื่อเข้าสมาธิ ดูดซึมพลังธาตุทองอิสระ

หนึ่งชั่วโมงให้หลัง อ้ายฮุยลืมตาขึ้น ก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังธาตุของตนที่เพิ่มขึ้น ถึงแม้จะมีพัฒนาการน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับเมื่อคืนวาน นึกไปถึงน้ำแกงบำรุงพลังธาตุชามนั้น อ้ายฮุยก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง ความก้าวหน้าของเมื่อคืนวานแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน แต่ทว่าค่าใช้จ่ายก็สูงไปด้วย วันนี้ถึงจะก้าวหน้าเพียงเล็กน้อย แต่ทว่าเหมือนจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไร

ถึงแม้ว่าวิธีการฝึกฝนเช่นนี้จะยากลำบากและยาวนาน แต่สำหรับอ้ายฮุยแล้ว ขอเพียงสามารถเห็นถึงความหวัง เขานั้นไม่สนใจสักนิด

ท่ามกลางความมืดมิดและความยากลำบาก แต่เขากลับไม่ยินยอมที่จะจมดิ่งลงไป ด้วยว่าความลำบากนั้นไม่เป็นปัญหาต่อตัวขา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น