ไอลดา ลีลาวดี

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สมภารกินไก่วัด (25%)

ชื่อตอน : สมภารกินไก่วัด (25%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2561 08:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สมภารกินไก่วัด (25%)
แบบอักษร

เมียตามสั่ง

ตอนที่ 1

“มิ้นเก็บของเร็วๆ สิ ไปกินข้าวกัน”

มินตรา...สวยสวยนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ปากรูปกระจับสีชมพูระเรื่อ พวงแก้มปลั่งมีสีเลือดฝาด ผมยาวดำขลับสยายเต็มแผ่นหลังพลิ้วไหวชวนมอง หญิงสาวละสายตาจากกองเอกสาร แล้วส่งยิ้มให้กับ*ธนัช**...*เพื่อนรักตั้งแต่สมัยเรียน ชายหนุ่มมีฐานะเป็นถึงน้องชายของประธานบริษัทส่งออกและนำเข้าอัญมณี รายใหญ่ของเอเชียและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งก็คือเจ้านายของหญิงสาวนั่นเอง มินตราเก็บเอกสารสำคัญใส่ในลิ้นชักปิดกุญแจเรียบร้อย ทุกอิริยาบทของเธอธนัชเก็บทุกรายละเอียด ชายหนุ่มหลงรักเพื่อนคนนี้มาตั้งแต่เรียนปีหนึ่ง แต่มินตราไม่เคยมองเขาในฐานะอื่นใดนอกเหนือไปจาก 'เพื่อนสนิท'

“มิ้นยังมีงานเหลืออีกเพียบเลยแม็กซ์ ถ้ามิ้นเบี้ยวนี่แม็กซ์จะงอนมิ้นไหม”

มินตราแกล้งลองเชิง ธนัชยิ้มตอบแม้จะไม่สดใส แต่เขาก็ไม่อยากให้มินตราลำบากใจ หญิงสาวหลุดยิ้ม พร้อมกับหยิบกระเป๋าสะพายที่ไหล่ ชายหนุ่มจึงถึงบางอ้อว่าเขาโดนอำเสียแล้ว

“นานๆ ทีมิ้นจะมีเศรษฐีเป็นเจ้ามือสักครั้งหนึ่งจะยอมพลาดได้เหรอ”

“อย่าเลยมิ้น แม็กซ์น่ะเป็นเจ้ามือให้มิ้นได้ทุกวันนะ แต่มิ้นน่ะปฏิเสธมาตลอด”

มินตราไม่อยากให้ธนัชคิดว่าเธอให้ความหวัง หญิงสาวจึงพยายามไม่ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยๆ และที่สำคัญ...เธอไม่ใข่คนโสดที่จะทำตัวสนิทสนมไปไหนมาไหนกับผู้ชายสองต่อสอง

หญิงสาวเดินเคียงคู่ไปกับชายหนุ่ม  ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมงานที่มองมาอย่างชื่นชมและคิดว่าคู่นี้คงไม่แคล้วกัน แต่ก็มีอีกหลายตาไม่น้อยที่มองแล้วเบะปากอิจฉาริษยา เพราะมินตรานั้นเกิดมาวาสนาดี นอกจากธนัชแล้ว พี่ชายของชายหนุ่มก็สนใจในตัวหญิงสาวไม่เบา

“วันนี้ไปกินอะไรกันดี”

มินตราเอ่ยถาม หลังจากทั้งคู่เข้ามานั่งบนรถ วันนี้เธอไม่ได้ขับรถมาเพราะธนัชได้บอกล่วงหน้าไว้หลายวันแล้วว่าเขาจะมารับ มินตราคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จก็หันมองหน้าเพื่อนรอคำตอบ แต่ชายหนุ่มกลับเล่นตัวขออุบไว้ก่อน กว่าทั้งคู่ฝ่าฟันรถราที่ติดหนักพอสมควรจนถึงบ้านของธนัชก็เกือบสองทุ่ม

“เอ่อ ทำไมไม่บอกก่อนล่ะว่าจะมากินข้าวที่บ้านแม็กซ์”

“บอกแล้วมิ้นจะมาเหรอ คุณแม่ท่านบ่นคิดถึงน่ะ”

“มาสิ มิ้นจะได้แต่งตัวให้เรียบร้อยกว่านี้”

มินตราก้มมองดูชุดที่เธอสวมใส่ เดรสสีดำรัดรูปเห็นสัดส่วนและองค์เอว แม้จะมีเสื้อคลุมตัวจ้อยอีกตัว แต่มันก็ดูไม่งามในสายตาผู้ใหญ่

“นี่ก็เรียบร้อย เรียบร้อยแบบเซ็กซี่ แม็กซ์ชอบ”

ธนัชพูดจบก็เปิดประตูลงจากรถ แล้วเดินอ้อมมาเปิดประตูให้กับมินตรา หญิงสาวเดินลงจากรถ ก่อนจะดึงกระโปรงลงอีกนิด ขาดความมั่นใจไปเลยทีเดียว แม้จะไม่ใช่คนเรียบร้อยมากมายแต่ก็รู้จักกาลเทศะ ธนัชพยักหน้าให้เพื่อนพร้อมกับยื่นแขนออกไปให้เธอควงเดินไปด้วยกัน มินตราได้แต่ตีเพี๊ยะก่อนจะเดินนำหน้าเขาไป ธนัชได้แต่ยืนส่ายศีรษะแล้วเดินตามเธอเข้าไปอีกคน

ครอบครัวอิทธิตระกูลเป็นครอบครัวใหญ่ บ้านเครือญาติปลูกรวมอยู่ในเขตรั้วเดียวกัน บ้านหลังใหญ่สุดและเป็นจุดศูนย์รวมคือคฤหาสน์ตรงหน้า มินตราหยุดยืนมองก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างลืมตัว มินตราหันมายิ้มแล้วตีที่ต้นแขนเพื่อน ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านของเขาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากคฤหาสน์หลังโตด้วยความคุ้นชิน เพราะเมื่อก่อนเธอเคยมาที่นี่บ่อยๆ

“สวัสดีค่ะคุณแม่”

มินตราพนมมือไหว้มารดาของเขาอย่างอ่อนหวาน นางกรองแก้วเดินเข้ามาหาแล้วสวมกอดด้วยความคิดถึง ธนัชเห็นดังนั้นก็เข้าไปกอดหญิงสาวกับมารดาด้วย แต่ก็โดนมารดาตีเข้าให้

“คุณแม่ลำเอียง ทำไมคุณแม่กอดมิ้นได้ล่ะ แม็กซ์ไม่ยอมนะครับ” สองสาวต่างรุ่นหัวเราะให้กัน

“ไม่มาหาแม่เลยนะหนูมิ้น แม่ละเงียบเหงาและคิดถึงหนูมาก เห็นแม็กซ์เล่าให้ฟังว่าหนูงานยุ่งตลอด ที่บริษัทงานยุ่งเหรอลูก หรือตาอิทใช้งานหนูหนักไป”

“นิดหน่อยค่ะคุณแม่ ช่วงนี้ท่านประธานไปต่างประเทศบ่อยๆ ค่ะ งานที่เมืองไทยเลยวุ่นเล็กน้อย เพราะมิ้นต้องติดต่อประสานงานกับท่านตลอดเวลาค่ะ”

“โห นี่มิ้นกลัวพี่อิทขนาดกลับมาบ้านแล้วก็ยังเรียกท่านประธานติดปากเลยเหรอ พี่อิทดุไหมมิ้นถามจริงๆ เถอะ”

มินตราได้แต่ยิ้ม มือบางช่วยมารดาของเขาตั้งโต๊ะอาหาร ส่วนธนัชนั้นได้แต่หยิบนั่นนี่กิน ถึงจะโดนตีมือไปบ้างแต่ก็ไม่ยอมหยุด

“คุณพ่อล่ะครับ”

“ออกรอบที่เขาใหญ่น่ะวันนี้”

“ไดร์ฟกอล์ฟจริงเหรอครับคุณแม่ หรือไปทำอะไรหนอ”

ธนัชแซวมารดา มินตราไม่รู้ว่าเขาพูดเล่นหรือจริง หญิงสาวเลือกที่จะหันไปทำอย่างอื่นแทน เธอบรรจงตกแต่งจานผลไม้จนเสร็จแล้วให้เด็กช่วยยกออกมา โดยเธอก็เดินตามมาด้วยปล่อยให้สองแม่ลูกเขาคุยกัน มองภาพถ่ายในบ้านไม่มีส่วนไหนเปลี่ยนไป หญิงสาวเดินเข้าไปหยิบกรอบรูปอันหนึ่งขึ้นมาดูใกล้ๆ เด็กชายที่กำลังร้องไห้อยู่นั้นคงเป็นธนัช อีกคนหนึ่งที่ยิ้มอวดฟันขาวหล่อนั้น คงจะเป็นใครไปไม่ได้หากไม่ใช่*อิทธิกุล อิทธิตระกูล**...*ท่านประธานของเธอ หญิงสาวปรายมองอีกหลายภาพที่ ยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าเขาหล่อตั้งแต่เด็ก มินตรายืนอมยิ้มมองไล่ทุกรูปพลางเลื่อนิ้วลูบไล้เบาๆ บนภาพเหล่านั้น

“แอบแต๊ะอั๋งเขาเหรอมิ้น”

ธนัชเดินมาทางด้านหลัง ชะโงกหน้ามองและเอ่ยถาม ทำให้มินตราตกใจเกือบทำภาพหล่นดีที่เขาคว้าไว้ทัน  นางกรองแก้วเดินออกมาพอดีแต่นัยน์ตาท่านแดงก่ำ แค่นี้มินตราก็รู้ได้ว่าครอบครัวของธนัชคงมีปัญหาบางอย่าง แต่หญิงสาวเลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แทน

“บ้าจริงแม็กซ์ มาเงียบๆ มิ้นก็ตกใจหมดสิ เดี๋ยวจะฟ้องคุณแม่ว่าแม็กซ์แกล้งมิ้น”

นางกรองแก้วมองสองหนุ่มสาวแล้วพลอยยิ้ม อย่างน้อยก็ทำให้ใจนางสดชื่นขึ้นมาบ้างที่เห็นรอยยิ้มของบุตรชาย เพราะธนัชนั้นก็เครียดเรื่องบิดาไม่แพ้นาง เครียดจนแทบบ้ากับบรรดาอีหนูที่ประมุขของบ้านเลี้ยงไว้เต็มบ้านเต็มเมือง

นางกรองแก้วเชื้อเชิญให้ชายหนุ่มและหญิงสาวให้นั่งที่โต๊ะอาหารเมื่อได้เวลาอาหารค่ำ มองดูธนัชแล้วเขาคงมีความสุขที่สุดก็ตอนที่มินตรามากินข้าวด้วยกันที่บ้าน ร้อยวันพันปีก็ไม่เคยจะฉีกยิ้มได้กว้างอย่างวันนี้ มินตราเป็นผู้หญิงที่โชคดีหากหญิงสาวต้อนรับไมตรีจิตนี้จากบุตรชาย ดูแล้วธนัชคงไม่มีวันเจ้าชู้เหมือนบิดาเป็นแน่ แต่ในสายตาของนางมินตราก็ดูรักศักดิ์ศรีซึ่งนางชอบผู้หญิงแบบนี้ วันที่บุตรชายเพียงคนเดียวเดินเข้ามาปรึกษาเรื่องมินตราไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม โดยบอกไปแล้วว่าให้ยืมก่อนแล้วค่อยมาจ่ายทีหลัง แต่มินตราก็ไม่ยอมจะดร็อปเรียนแล้วไปทำงานท่าเดียว ดีที่นางและสามีให้คำปรึกษา และฝากฝังให้ไปฝึกงานที่บริษัทของครอบครัวโดยมีอิทธิกุลเป็นผู้ดูแล จนวันนี้มินตราได้ตำแหน่งเป็นเลขาฯ ส่วนตัวของอิทธิกุลไปแล้ว

“คุณกรองแก้วคะ คุณผู้หญิงมาเชิญไปทานอาหารที่บ้านใหญ่ค่ะ”

นางกรองแก้วกำลังจะตักอาหารเข้าปากพอดี นางหันมองหน้าธนัชเพื่อขอความความเห็น เมื่อชายหนุ่มพยักหน้านางก็จำเป็นต้องไป เพราะอย่างน้อยๆ นางนภาวดีก็เป็นคู่สะใภ้กับนาง และทั้งคู่ก็พูดคุยถูกคอปรึกษาหารือกันได้เป็นอย่างดี

มินตรารู้สึกอึดอัด แต่หญิงสาวไม่อาจปฎิเสธได้ จำต้องลุกเดินตามสองแม่ลูกไปยังบ้านหลังใหญ่ที่สุด ที่เธอเพิ่งหยุดยืนมองเมื่อสักครู่ก่อนหน้า มินตรารู้สึกหายใจติดขัด ธนัชเดินมาแตะข้อศอกให้เดินไปด้วยกัน เขาคิดว่าหญิงสาวคงกลัวเจ้านาย แต่ธนัชไม่รู้สึกนิดว่าเรื่องบางเรื่องมันซับซ้อนกว่าที่เขาเข้าใจ

“ต้องขอโทษด้วยค่ะคุณพี่ที่ให้รอนาน นี่หนูมิ้นเพื่อนของแม็กซ์เขาน่ะค่ะ”

มินตราพนมมือไหว้ นางนภาวดีรับไหว้แล้วยิ้มละมุน และเชื้อเชิญให้ทุกคนนั่ง มินตราจำหน้ามารดาของท่านประธานได้ แม้ว่านางจะไปที่บริษัทไม่กี่ครั้งก็ตาม ส่วนนางนภาวดีนั้นจำมินตราได้ดีทีเดียว

“หน้าคุ้นๆ เหมือนเราเคยเจอกันหรือเปล่า” นั่นคือคำกล่าวทักทายตามมารยาทและเพื่อหยั่งเชิง

“หนูมิ้นเป็นเลขาฯ ของตาอิทยังไงล่ะคะคุณพี่” นางกรองแก้วรีบตอบแทนเสียเอง

 “อ้อ ก็ว่าอยู่ทำไมหน้าตาคุ้นๆ ชื่อหนูมิ้นเหรอจ๊ะ”

“ค่ะ” มินตราตอบรับสั้นๆอย่างประหม่า

“ชื่อเพราะดี มิ้น มินตรา”

มินตราพนมมือไหว้ขอบคุณ นางนภาวดีลอบสังเกตสายตาของหลานชาย ที่มองดูหญิงสาวอย่างชื่นชมและชื่นชอบแล้วรู้สึกหนักอกหนักใจ สายตาของน้องสะใภ้ก็เช่นกันคงถูกใจหญิงสาวเข้าให้แล้ว

“แล้วนี่ตาอิทยังไม่กลับอีกเหรอคะ”

“ใกล้แล้วละ เห็นว่าอยู่หน้าปากซอยแล้ว”

คนฟังใจเต้นแรง วันนี้เธอไม่ได้โทร.บอกเขาว่าจะไปที่ไหนต่อ มือที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อถูไปมายุกยิกจนธนัชยื่นมือไปจับแล้วกำลังจะล้อเลียน แต่สีหน้าและแววตาที่จริงจังของมินตรา ทำให้เขาต้องเปลี่ยนความคิดเป็นนิ่งเงียบ เข้าใจว่าเพื่อนคงกลัวเจ้านายจริงๆ เขายื่นมือเข้าไปบีบกระชับฝ่ามือบางเบาๆ พร้อมกับพยักหน้า มินตราอยากจะหายไปจากตรงนี้เสียจริงๆ เธอรู้ว่าเขาต้องโกรธ เสียงรถแล่นเข้ามาจอดด้วยความเร็วสูง คนเป็นแม่ได้แต่ส่ายหน้าไปมา แต่ธนัชกลับคิดว่ามันคือความโก้หรู พี่ชายเขาทำอะไรก็ดูดีไปหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นหน้าตาท่าทาง บุคลิกภาพ และนิสัย ที่สาวๆที่ไหนเห็นก็ต้องกรี๊ดสลบ ตอนแรกก็กลัวมินตราจะติดใจในความหล่อเหล่าของพี่ชาย แต่ก็ไม่พบความผิดปกติเวลาที่ทั้งคู่เจอกันครั้งแรก จึงมั่นใจว่าสเป็กของมินตราคงไม่ใช่อิทธิกุล และอิทธิกุลก็คงไม่เป็นสำภารกินไก่วัด

ความคิดเห็น