Lazysheep

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 3 กินเด็กเขาว่าเป็นอมตะ

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 กินเด็กเขาว่าเป็นอมตะ

คำค้น : วิน ทีม เชือกป่าน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 171.4k

ความคิดเห็น : 216

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ธ.ค. 2561 12:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 900
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 กินเด็กเขาว่าเป็นอมตะ
แบบอักษร

เซอร์ไพรส์ 5555 //กราบขออภัยที่หายไปนาน แนะนำให้กลับไปอ่านใหม่อีกรอบ และขอย้ำตรงนี้ว่าเฮียวินของเราชื่อ ภวินท์ค่ะ (เผื่อลืม)

​----------------------

ณ หอพักทานตะวัน เวลาเกือบเจ็ดโมงเช้า สมาชิกหอพักต่างเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อเริ่มกิจกรรมในวันใหม่ บางคนเพิ่งตื่น บางคนกำลังออกจากห้องและบางคน..

 "เก้าสิบเจ็ด"

"เก้าสิบแปด"

"เก้าสิบเก้า"

"หนึ่งร้อย!!" 

เสียงนับเลขขาดลงพร้อมเสียงหอบหายใจแทนที่ จากนั้นก็ตามด้วยเสียงนาฬิกาปลุกเตือนให้เข้าของห้อง919อาบน้ำแต่งตัวไปมหาวิทยาลัยได้แล้ว

ทีรายุ สิริโยธิน หรือทีมวัย18ปี ลุกขึ้นคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ วันนี้เขาไม่ได้ไปซ้อมเช้าที่ชมรม แต่ก็ไม่ละเลยที่จะออกกำลังที่ห้องแทน เขาลูบหน้าท้องตัวเองที่ตอนนี้แพ็คเริ่มชัดขึ้นหลังจากทิ้งช่วงขี้เกียจมานาน จะว่าไปตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยกล้ามเนื้อเขาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งหลังกลับจากไปเข้าค่ายกับชมรมเมื่อหลายเดือนก่อนยิ่งฟิตมาก

ร่างสูงในชุดนักศึกษาถูกระเบียบสมเป็นนักเรียนปีหนึ่งกำลังผูกเนคไทด้วยอาการหงุดหงิด ทีมได้แต่เฝ้ารอวันที่ไม่ต้องใส่เนคไทเพราะเขาผูกไม่เคยได้แม้ว่าจะพยายามหัดหลายครั้งแล้วก็ตาม  สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ยอมแพ้หันไปหยิบกุญแจรถและไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปบอกเพื่อนซี้ให้ทำแซนวิชอโวคาโดอกไก่ให้ด้วย

แปดโมงเช้าหน้าคณะเต็มไปด้วยนักศึกษาผู้ง่วงงุน ทีมทิ้งตัวลงนั่งที่โต๊ะม้าหินยิ้มแป้นกับแซนวิชท่าทางน่ากินในกล่องทัพเปอร์แวร์

“หูย อะไรบ้างเนี่ย” ทั้งอกไก่ที่เขาขอ ทูน่า แฮมชีส 

“อันนี้ของทีม” ภามเพื่อนใหม่ที่รู้จักกันครั้งแรกตอนปฐมนิเทศและตอนนี้กลายเป็นเพื่อนสนิทของเขาอย่างรวดเร็ว เจ้านี่ทำอาหารอร่อยเวอร์สมกับที่บ้านเคยทำร้านอาหารมาก่อน

“อันนี้ของใครอ่ะ” เขาชี้อีกกล่องที่เหลือ จะบอกว่าของมะนาวคุณนายก็นั่งเคี้ยวส่วนของตัวเองตุ้ยๆ ไม่รอใครอยู่เนี่ย

“จะของใครล่ะ” มะนาวกลืนชิ้นสุดท้ายเข้าปากทำหน้าฟิน “ของคนนั้นไง คนนั้น”

ทีมเลิกคิ้วก่อนจะหรี่ตาซุกซน “อ้อ”

“อ้ออะไรเล่า!” ภามโวยหน้าแดงเถือก

“แนะ แนะ ร้อนตัว เกรี้ยวกราด” ทีมโบกนิ้วไปมา “เอามานี่ เดี๋ยวกูจะเอาชุดไปเก็บล็อคเกอร์ที่ชมรม จะเอาไปถวายพี่เขาให้” หยิบกล่องของกินใส่กระเป๋าเป้ ไม่สนใจท่าทางอ้าปากค้างของภามสักนิด

“เดี๋ยวๆ” ภามคว้าเพื่อนเอาไว้สุดตัว แล้วลากให้ทีมกลับมายืนตรงหน้า เจ้าตัวทำหน้าเซ็งพลางขยับผูกเนคไทให้ “ไม่แต่งตัวให้เรียบร้อยยังคิดจะเดินไปเดินมา เดี๋ยวโดนสั่งลงโทษเอาหรอก” 

“เออว่ะ แต๊งๆ” ทีมลูบหัวทุยของเพื่อน 

แชะ

“มะนาว” ภามกลอกตามองบน “จะถ่ายไปลงเว็บไหนอีก” 

มะนาวยิ้มแหยพลางลดมือถือในมือเก็บเข้ากระเป๋า ก็แหม ดูกระหนุงกระหนิงเห็นแล้วคันไม้คันมือ 

“อย่ามาว่าแต่เราเลย โน่นๆ เห็นโต๊ะโน้นไหม กรีดร้องกันรัวๆ เราว่าน่าจะถ่ายได้หลายช็อตอยู่”

ทีมเหลือบตามองตามและมันก็จริงอย่างที่ว่า สาวๆ หวีดกันชัดเจนท่าทางจะเป็นกลุ่มสาววาย เด็กหนุ่มยักไหล่ ไม่ได้เดือดร้อนอะไรที่เป็นข่าวคู่จิ้นกับเพื่อนสนิท เดี๋ยวนี้โลกเปิดกว้างแค่พวกเขาเข้าปีหนึ่งก็โดนจับคู่กันให้เพียบ มีหมดทั้งคู่หนุ่มสาว หนุ่มหนุ่ม หรือสาวสาว 

“เอาน่าๆ พี่ดีนไม่เข้าใจผิดหรอก” ทีมแกล้งแซวก่อนจะรีบวิ่งหนีเมื่อโดนเจ้าภามถลึงตาใส่ แซวมากไม่ได้เดี๋ยวอดตาย

ชมรมว่ายน้ำตอนนี้มีคนบางตาเพราะซ้อมเช้าจบไปแล้วและหลายคนกำลังเตรียมไปเรียนคาบแรก ทีมยัดกระเป๋าเสื้อผ้าใส่ตู้ล็อคเกอร์ จากนั้นก็มองหาประธานชมรมคนดังที่ไม่รู้ตอนนี้อยู่ไหน

ประธานชมรมว่ายน้ำของมหาวิทยาลัย T คือพี่ดีน ปีสามคณะบริหาร เป็นคนเงียบๆ จริงจังแต่หน้าตาดี น่าจะเรียกได้ว่าหล่อสุดในชมรมแล้ว เห็นว่ามีเชื้อสายลูกเสี้ยวชาวตะวันออกกลางเลยมีดวงตาที่สวยสุดๆ ที่สำคัญกำลังกุ๊กกิ๊กกับไอ้ภามเพื่อนของเขาเอง

คิวปิด อย่างทีมต้องทำงานอย่างหนักหน่วงเพื่อไม่ให้เพื่อนนกเด็ดขาด

“พี่ดีน” ทีมโบกมือหยอยๆ เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของประธานชมรมกำลังยืนคุยงานอยู่ “อ่ะ ภามฝากมาให้” ยื่นกล่องแซนวิชฝีมือเพื่อนส่งให้ถึงมือ

ดวงตาสีเทาอมเขียวของประธานชมรมละมุนลงจนให้ได้ชัด ทำเอาทีมยิ่งฮึกเฮิม ไอ้ภามเอ้ย ไม่นกแน่ๆ

“ของกูล่ะ”

ทีมสะดุ้งโหยง ไม่ทันมองอีกคนที่ยืนกอดอกอยู่ใกล้ๆ อยากจะร้องว่าฉิบหายเอ้ย เหลือเกิน

“เฮียใช้พี่ดีนป่ะล่ะ ภามมันทำให้พิเศษเฉพาะพี่ดีนเท่านั้นแหละ” พูดพลางแงะส่วนของตัวเองออกจากกล่องบ้าง แต่ยังไม่ทันเข้าปากแซนวิชอกไก่ก็หายเข้าปากรองประธานชมรมว่ายน้ำที่ไม่ได้รับเชิญ

“เฮีย ได้ไงวะ นั่นข้าวเช้าผม!”

“หนวกหูน่า” วินเคี้ยวไม่กี่คำก็หมดชิ้น “มึงมีเรียนกี่โมง”

ทีมพ่นลมหายใจเซ็งๆ หยิบส่วนที่เหลือของตัวเองกินต่อ “เก้าโมง”

“ดี งั้นไปกินข้าวเช้ากับกู” ไม่ถามความสมัครใจใดๆ รองประธานหัวทองก็คว้าแขนรุ่นน้องลากออกไปจากชมรมหน้าชื่นตาบาน

โรงอาหารกลางมีคนประปราย วินวางก๋วยเตี๋ยวน้ำชามโตพิเศษลงบนโต๊ะ คนเฝ้าโต๊ะรีบวางมือถือทำตาระยิบระยับ อยู่ๆก็มีคนเลี้ยงข้าวใครจะไม่ดีใจกัน

“เฮียไม่ค่อยปรุงอะไรเลย” ทีมชะเง้อหน้ามองชามก๋วยเตี๋ยวของอีกฝ่าย น้ำใสแจ๋วเหมือนก๋วยเตี๋ยวเด็ก

“เช้าๆ กินปรุงมากเสาะท้องตายห่า มึงก็นะใส่น้ำส้มเยอะเกิน กูลดจากสี่ช้อนเหลือสอง”

ทีมเบะปากแต่ไม่ได้บ่นอะไรเพิ่มเติม เขาจัดการซัดมื้อเช้าอย่างอารมณ์ดี ตอนแรกก็คิดอยู่เหมือนกันว่าแซนวิชไอ้ภามน่าจะไม่อยู่ท้องถึงเที่ยงแน่ๆ

“อ้าว ไอ้วินกินข้าวเช้ากับเขาเป็นด้วย”

“เออ ปกติเห็นกินแต่กาแฟกับขนมปังก้อนเดียว”

ผู้ชายตัวสูงใหญ่สองสามคนหยุดแวะทักทาย ทีมเหลือบตามองก่อนจะยกมือไหว้เพราะเดาเอาว่าน่าจะเป็นรุ่นพี่ปีสาม ทั้งสามคนจ้องมองเขาด้วยท่าทางสนใจ

“พอดีพาน้องมากินข้าว”

น้อง!!

ทีมขนลุกซู่ โอ้ยยย เรียกแบบนี้ไม่แขยงปากบ้างเหรอวะ

“ไอ้เชี่ย ฮ่าๆ มึงดูหน้าน้องมันดิ” พี่คนหนึ่งชี้เด็กปีหนึ่งที่กำลังลูบแขนขนลุกรัวๆ

วินเตะหน้าแข้งไอ้เด็กเปรตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยความหมั่นไส้

“นี่ไอ้ทีม น้องในชมรมอยู่ปีหนึ่ง”

“อ๋อ คนที่มึงเล่าให้ฟังป่ะ ที่ว่ายน้ำเก่งๆ”

“ดีๆ พยายามเข้าไอ้น้อง จะได้มาเป็นทายาทอสูรไอ้วินมัน หายากนะที่มันจะถูกใจใครแบบนี้” ตบไหล่รุ่นน้องจนหน้าแทบจมชามก๋วยเตี๋ยว ทีมได้แต่ส่งยิ้มแหยตอบกลับ สงบปากสงบคำก้มหน้ากินของในชามต่อจนหมด

วินคุยกับเพื่อนต่อเล็กน้อยก่อนจะนัดแนะกันเจอในห้องเรียน พอเพื่อนๆ เดินห่างออกไปเขาก็เอื้อมมือมาเชยคางอีกฝ่ายงัดหน้ามันขึ้นมา

“เป็นไร”

“เปล่า” ทีมปัดมือรุ่นพี่ออก เขายกมือไหว้ขอบคุณเมื่อกินอิ่มหมดชาม “เฮียมีเรียนกี่โมง”

“เก้าโมงเหมือนมึง นี่ยังไม่แปดครึ่งเลยนั่งคุยกันก่อน” ไม่พูดเปล่าแต่เทน้ำใส่แก้วส่งให้รุ่นน้องอีกด้วย

ทีมรับน้ำเปล่ามาดูดฟืด ขมวดคิ้วมองหน้าอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

“ทำไมเฮียดูแลคนเก่งจังวะ”

วินดูดน้ำในแก้วตัวเองบ้าง นานๆ ได้นั่งกินข้าวที่โรงอาหารตอนเช้าก็สบายดีเหมือนกัน

“คงเพราะกูเป็นลูกคนกลางมั้ง”

“ลูกคนกลาง?”

วินพยักหน้า “กูมีพี่ชายคนหนึ่ง น้องชายคนหนึ่ง งี่เง่าทั้งคู่เลยติดนิสัยชอบดูแล ยิ่งน้องชายเป็นลูกหลงเพิ่งอยู่ม.สี่เอง ขี้อ้อนเป็นเด็กเล็กๆ แล้วมึงล่ะ”

ทีมชะงัก “ผมทำไม”

“มีพี่น้องไหม”

“….ถ้าสายเลือดเดียวกัน ไม่มี”

คราวนี้คนชะงักกลับเป็นรองประธานชมรมว่ายน้ำ ดวงตาของทีมฉายแววสับสนอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เขาเก็บคำถามที่อยากรู้ไว้ในใจเหมือนเดิม

“จะเล่าอะไรให้ฟัง”

“หือ”

“ที่กูย้อมผมทองแล้วก็สักลายเนี่ย เพราะเรียกร้องความสนใจ”

พรวดดดดด ทีมสำลักน้ำ เขาเบิกตากว้างชี้หน้าเฮีย อยากจะหัวเราะให้ฟันหลุด

“เชี่ย เฮียเป็นเด็กอนุบาลเหรอ โอ้ย!” พอโดนตบหัวไปทีเลยรีบสงบเสงี่ยมไม่ขำต่อ

“ตอนนั้นกูยังเด็กโว้ย เข้าใจไหมวัยต่อต้านอ่ะ พ่อกับแม่สนใจแต่พี่กับน้องไง ตอนม.สามก็โดดเรียนไปตัดอันเดอร์คัทโดนเรียกเข้าห้องปกครอง พอม.ปลายก็ย้อมผมเจาะหูแล้วก็เริ่มสัก” คนเล่ายักไหล่ “เผอิญว่าเกรดสวยครูจะด่าก็ไม่เต็มปาก แถมไม่เคยสร้างปัญหาให้โรงเรียน ไปแข่งวิชาการได้เหรียญทอง แข่งบาสก็ได้ เทนนิสก็ไหว”

ทีมกลอกตา “ไม่ต้องอวยตัวเอง ขอร้อง”

ภวินท์หัวเราะหึหึ “กูพูดเรื่องจริง แต่ดูเหมือนพ่อจะไหวตัวทันว่าลูกเริ่มมีปัญหาเลยเรียกไปจับเข่าคุยกัน เคลียร์ง่าย สบ๊ายกลายเป็นลูกรัก”

“เคลียร์แล้วทำไมเฮียยังสภาพจิ๊กโก๋แบบนี้ล่ะ”

“จุ๊ๆ เขาเรียกว่าเท่โว้ย พอทำแบบนี้แล้วติดใจเลยไม่ย้อมกลับ รู้ตัวอีกทีก็สักเพิ่มทุกปี” ถลกแขนเสื้อให้ดู โชว์ลายโซ่และลวดหนามพันรอบแขนให้เห็นชัดๆ “ลายที่หน้าท้องก็มี…มึงน่าจะเคยเห็นแล้ว”

ทีมจิ๊ปาก ร้อนวูบขึ้นมากะทันหัน “เห็นเชี่ยอะไรเล่า” คืนนั้นโคตรมึนๆงงๆ ห้องก็มืดๆ

ป้าบ

“โอ้ย!ตบเหม่งทำไม” เด็กหนุ่มทำตาขวางลูบหน้าผากป้อยๆ

“ทำไมมึงจะไม่เห็น กูกับมึงอยู่ชมรมว่ายน้ำ อย่าลืม”

“เออว่ะ” เห็นเฮียมันใส่แต่กางเกงว่ายน้ำอยู่เกือบทุกวัน แต่เขาไม่ทันสังเกตว่าบนตัวเฮียมีลวดลายอะไรบ้าง รู้แต่ว่าสวยแล้วก็เท่ดี

รองประธานชมรมว่ายน้ำขยับรอยยิ้มมุมปาก ดวงตาคมหรี่ลงเหมือนเจอเรื่องสนุก ร่างสูงใหญ่เอนกายเข้าหารุ่นน้อง เอ่ยเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“แต่รอยสักใต้กางเกงว่ายน้ำคงมีแต่มึงที่รู้”

“สัส!!”

คนหน้าแดงยากวันนี้ผิวหน้าขึ้นสีจางทันที ทีมยกเท้าเตรียมถีบหน้าแข้งไอ้รุ่นพี่เฮงซวยแต่อีกฝ่ายก็รู้แกวหลบทันสบายๆ เขาเลยได้แต่ฟึดฟัดลุกจากโต๊ะ

“ไปเรียนแล้ว!” หยิบชามก๋วยเตี๋ยวไปเก็บแต่ก็ไม่ลืมหยิบของอีกฝ่ายไปด้วย

ภวินท์ส่ายหัว ถึงปากไอ้เด็กนี่จะโวยวายแต่มันก็ยังเป็นเด็กดี เหมือนเคยได้ยินน้องชายพูดถึง เอ นิสัยแบบนี้มันเรียกว่าอะไรนะ ปากแข็ง โวยวาย แต่ก็ขี้เป็นห่วง สงสัยกลับบ้านไปต้องลองไปถามมันดู

วิชาเรียนของปีสามเอกวิชาธุรกิจต่างประเทศวันนี้ค่อนข้างวุ่นวาย เพราะอาจารย์ให้แบ่งกลุ่มกันหาหัวข้อรายงานเพื่อนำเสนอในต้นเดือนหน้า แถมยังเป็นส่วนหนึ่งของคะแนนสอบกลางภาคถึงสิบเปอร์เซ็นต์  ทำให้ตอนนี้ในห้องเรียนเลยมีนักศึกษาจับกลุ่มกันหน้าดำคร่ำเครียด

 “ข้าวเช้าอร่อยไหม” ดีนเอ่ยถามหากมือยังคงจดลิสต์หัวข้อที่แต่ละคนเสนอขึ้นมา

“ก็ดี”

“กูเห็นมันยิ้มหน้าระรื่น” เพื่อนคนหนึ่งที่เป็นคนเอ่ยทักทายที่โรงอาหารเบ้ปาก “ก่อนกูเดินเข้าไปหาเห็นมันกินไปมองน้องไปด้วย สายตาโคตรไม่น่าไว้วางใจ”

“สายตาแบบไหนวะ” เพื่อนอีกคนถึงกับละสมาธิหันมาถาม

“แบบจะแดกเข้าไปทั้งตัว”

“อูยยยย” คนอื่นๆ ในกลุ่มส่งเสียงอุทาน “น่ารักป่ะ ปีไหนวะ”

คนเล่าหัวเราะก๊ากน้ำหูน้ำตาไหล

“ปีหนึ่ง แต่ไม่น่ารัก” เสียงพูดกระท่อนกระแท่นกลั้นขำ ยิ่งนึกหน้าไอ้เด็กเมื่อเช้ายิ่งขำ

“อ้าว แล้วยังไง”

“หน้าตาดี..อีกสักปีสองปีจัดว่าหล่อ”

“ผู้ชาย??” แทบทั้งกลุ่มหยุดคุยงาน หันมามองเจ้าของเรื่อง วินทำเพียงแค่เลิกคิ้วแทนคำตอบ

“เออ ตัวเบ้อเริ่ม สูงกว่าพวกมึงบางคนด้วย”

จากจับกลุ่มกันทำงานตอนนี้หัวข้อปรับเปลี่ยนเป็นเด็กปีหนึ่งที่เพื่อนสนใจ ภวินท์ส่ายหัวเขาชะเง้อหน้ามองกระดาษในมือไอ้ดีน เอาปากกาวงกลมหัวข้อที่คิดว่าน่าจะใช้ได้

“วิน”

“หืม” เลิกคิ้วมองสบดวงตาสีเทาอมเขียวที่กำลังจ้องเขม็ง

“มึงอย่าลืมว่านั่นคือเด็กในชมรม”

“กูรู้”

ดีนวางปากกาลงบนโต๊ะ เปลี่ยนเป็นสบตาเพื่อนสนิทอย่างจริงจัง วินถอนใจเฮือกลากเอากระดาษรายงานมาเป็นฝ่ายเขียนเอง

“กูรู้ไอ้ดีน กูรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร”

“ฮัดเช้ย ฮัดเช้ย ฮัดเช้ย”

 “อี๊” มะนาวทำหน้าขยะแขยง หญิงสาวรีบหยิบทิชชู่จากกระเป๋าส่งให้ “ซกมก!”

  “ฟืดดด อยู่ๆก็จามอะไรวะ” เอาทิชชู่มาสั่งน้ำมูกจนจมูกแดง

 “Bless you เขาว่าจามสามทีมีคนคิดถึงนะ” ภามหัวเราะเบาๆ แต่ก็โดนทีมล็อคคอเข้ามาฟัดๆ ด้วยความมันเขี้ยว

 “มึงจะต่างชาติหรือจะไทยเลือกเอาสักอย่าง” ขยี้ผมนุ่มๆ ของเพื่อนจนมันกระจุยกระจาย ภามบ่นอุบมือก็สางผมตัวเองให้เข้าที่

 เสียงของสาวๆ รอบตัวยังคงกรี้ดกร้าดชอบอกชอบใจกับท่าทางใกล้ชิดสนิทสนมของพวกเขา และคงไม่ต้องเดาว่าภาพเมื่อกี้คงมีคนถ่ายและเอาไปลงที่เพจไหนสักเพจแน่ๆ

   คิวท์บอยม.T

                น้องปีหนึ่งปีนี้ยังคงชุ่มชื่นหัวใจเหมือนเดิม ดู๊ดู น่าเอ็นดู น้องทีมกับน้องภามเศรษฐศาสตร์ปีหนึ่งค่ะ

                #ทีมภาม #หมาน้อย

                *ลงรูปทีมกอดฟัดขยี้หัวภามจนยุ่ง*

                Comment แล้วแอดไปได้ภาพเด็กปีหนึ่งมาจากไหน

                Comment สรุปแอดอยู่ปีไหนวะ

                Comment น้องๆ น่ารัก

                Comment คู่นี้น่าเอ็นดูนะ อยู่ด้วยกันตลอด

                Comment เคยไปดูที่ชมรมว่ายน้ำ น้องทีมหุ่นซ่อนรูปมากกกก

                Comment น้องทีมเพิ่งสิบแปดเมื่อเดือนที่แล้วเอง เห็นว่าเข้าเรียนเร็ว

                Comment ยังโตได้อีกลูกแม่

                Comment น้องภามก็น่ารักกกก

                “คนนี้ไง”

                เสียงใครบางคนในกลุ่มเรียกความสนใจทุกคนที่กำลังก้มหน้าทำรายงานในส่วนรับผิดชอบของตัวเองอีกครั้ง

                “คนนี้คืออะไร”

                “คนที่ไอ้วินมันพาไปกินขาวเมื่อเช้า” หยิบไอแพดออกมาเปิดหน้าเพจคิวท์บอยที่เพิ่งลงรูปเมื่อกี้ให้ดู

                “คนนี้เหรอ น่ารักดีออก” เพื่อนคนหนึ่งชี้ไปที่เจ้าของผมหยักศกเล็กน้อยรอยยิ้มระบายเต็มหน้า

                “น้องภามป่ะ เคยเห็นรูปเดี่ยวเหมือนกัน เออ จะว่าหล่อก็ได้นะ หล่อแบบอปป้าเกาหลี”

                “ไม่ใช่!” ยังไม่ทันที่วินจะได้ปฏิเสธ อีกคนที่นั่งฟังมานานก็เสียงแข็งขึ้นมาทันที

                “เอ๊ะ”

                “เอ๊ะ”

                “เอ๊ะ”

                “ทำงานอย่านอกเรื่อง” ดีนทำหน้ายุ่งแต่ไม่พ้นเพื่อนๆ ที่อยากกินเผือกกันเต็มที่

                “ไม่ใช่แบบไหนวะ ไม่คือน้องคนนี้ไม่ใช่น้องภาม หรือน้องคนนี้ไม่ใช่คนที่ไปกินข้าวกับไอ้วินมัน”

                ก่อนที่ประธานชมรมว่ายน้ำจะองค์ลงจนเสียการเสียงาน วินก็แทรกเข้ามาตอบแทนด้วยความขบขัน

                “คนนี้ต่างหากที่กูไปกินข้าวด้วย” ชี้นิ้วไปที่เด็กหนุ่มอีกคน

                กริบ

                คนทั้งกลุ่มเงียบกริบจ้องมองภาพในจอ แถมเพื่อนบางคนมีการใช้นิ้วขยายหน้าจอให้ชัดๆ

                “เหี้ย เสียดายน้อง” หญิงสาวที่อยู่ในกลุ่มถึงกับอุทาน

                “เอ้า” วินขำก๊าก อยากจะบอกว่าเสียดายไม่ทันแล้วพวกมึง

                “หลอกเด็กฉิบหาย ดูคอมเมนท์ดิ บอกว่าน้องมันเพิ่งสิบแปดเมื่อเดือนที่แล้วเอง” เลื่อนคอมเมนท์ส่งให้ดู

                วินเบิกตาโพลง ถึงจะเคยเห็นประวัติไอ้ทีมแต่เขาก็ไม่ได้สนใจถึงวันเดือนปีเกิดของมันเลย

                “เอาน่า อย่างน้อยก็สิบแปดแล้ว” ตบไหล่วินดังพลั่ก แต่คุณภวินท์รองประธานชมรมว่ายน้ำถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก  ในหัวที่บรรจุมันสมองอันน่าภูมิใจของเจ้าตัวกำลังคำนวณหมุนติ้ว

                “เราไปรับน้องที่ทะเลเมื่อสามเดือนก่อน” ดีนเอ่ยขึ้นลอยๆ พลางหมุนปากกาในมือเล่น

                ไอ้ฉิบหาย เขากินไอ้ทีมตอนมันอายุแค่สิบเจ็ดปี!!

ความคิดเห็น