ไม้พาย

เรื่องนี้ไรท์ติดเหรียญวันที่ 25 ไม่ได้เปิดอ่านฟรี 1 ชั่วโมง เหมือนเรื่องอื่นๆนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ

ชื่อตอน : 12---งอน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.5k

ความคิดเห็น : 124

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ธ.ค. 2561 22:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
12---งอน
แบบอักษร

ยูที่ยืนมองอยู่หลังฉากก้าวขาทำท่าจะเดินออกไป ทว่าอาจารย์ที่ยืนอยู่บริเวณนั้นคว้ามือเขาไว้พลางส่ายหน้า

"ครูคิดว่าพวกนั้นน่าจะแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้" ยูจำต้องถอยหลังเดินกลับมาสแตนด์บายที่เดิม

​เนตรดาวได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วทั้งโพรงปาก ใบหน้าซีกซ้ายชาวาบไปทั้งแถบ ไม่นานความรู้สึกเจ็บก็เข้ามาแแทนที่

มือเล็กที่กุมแก้มอยู่ค่อยๆลดลง เนตรดาวหันกลับไปมองหน้าข้าวฟ่าง มุมปากของเธอค่อยๆยกสูงขึ้น

"เสด็จแม่...." เนตรดาวแสยะยิ้ม เธอเริ่มสาวเท้าเข้าไปใกล้ ข้าวฟ่างเองก็เริ่มลนลานเพราะไม่คิดว่าเนตรดาวจะเล่นละครต่อ เธอเพียงแค่อยากให้อิเด็กคนนี้ทำอะไรไม่ถูก อยากให้มันอับอายต่อหน้าผู้คน

แต่ไม่ใช่แบบนี้.....

เนตรดาวหยุดฝีเท้าของเธอ เบือนหน้าไปมองไมตรีและบาสที่อยู่ด้านหลัง เธอส่งสายตาให้เพื่อนร่วมชั้นเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาสนทนากับผู้เป็นแม่

"เสด็จแม่ท่านเลอะเลือนไปแล้วหรือไร เสด็จพ่อเป็นถึงเจ้าเมืองตรัสแล้วไม่อาจคืนคำได้ เมื่อจรกามาสู่ขอลูก พวกเราตอบตกลงก็เหมาะสมแล้วนี่เจ้าคะ เอ .....หรือเสด็จอาจไม่สบายเลอะเลือนไปแล้วจริงๆ" ว่าแล้วเนตรดาวก็ยกมือขึ้นไปอังหน้าผากของข้าวฟ่าง รุ่นพี่ปัดมือเธอออกอย่างรังเกียจ เนตรดาวแสดงทีท่าตกใจยกมือขึ้นทาบอก จากนั้นก็เดินโซซัดโซเซไปหาไมตรี

"เสด็จพ่อ....เสด็จแม่เขากริ้วลูกแล้วเพคะ" เนตรดาวเดินมาเกาะแขนไมตรีเขย่าไปมา 

ร่างสูงมองไปยังข้าวฟ่าง สีหน้าแสดงถึงความโกรธออกมาอย่างชัดเจน ไมตรีหลับตาลงพลางถอนหายใจ ยังไงก็ต้องรีบจบๆฉากนี้ไปซะ

เนตรดาวมองมือไมตรีที่ยกขึ้นมาโอบไหล่เธอไว้ และนั่นทำให้ข้าวฟ่างกำหมัดแน่นอีกครั้ง

"บุษบาแม่เจ้าเพียงแค่รู้สึกไม่สบายอาจทำอะไรเลอะเลือนไปบ้าง เจ้าก็อย่างถือโทษโกรธนางเลย ที่นางทำไปก็เพราะรักเจ้า" เนตรดาวเบะปากให้กับคำพูดนี้ 

"เพคะ เสด็จพ่อ" ดวงหน้าหวานหันไปขยิบตาให้บาสที่สวมบทจรกา

จรกาที่ทาตัวด้วยเขม่าดำจากก้นหม้อดวงตาสว่างวาบก่อนจะสาวเท้าตรงไปยังข้าวฟ่าง

"แม่ยายท่านไม่สบายหรือ มาๆลูกเขยคนนี้จะพาท่านไปพักผ่อน" บาสใช้มืออังหน้าผาก ทั้งยังลูบไล้ไปทั่วใบหน้าของแม่ยาย จนเขม่าสีดำนั้นเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปทั่วใบหน้าของข้าวฟ่างซึ่งฉากนี้เรียกเสียงหัวเราะดังลั่นหอประชุม จรกาลากว่าที่แม่ยายเข้าไปหลังฉากได้สำเร็จ 

ข้าวฟ่างเสียวสันหลังวาบเมื่อหันไปเห็นอาจารย์ยืนกอดอกมองเธออยู่

เนตรดาวถอนหายใจออกมาทำท่าจะเดินกลับเข้าไปหลังฉาก เพียงแต่กลับรู้สึกแน่นตรงบริเวณเอวอย่างน่าประหลาด

เป็นไมตรีคว้าตัวเธอไว้.....

"บุษบา..." เนตรดาวกลอกตามองบน พลางคิดไปว่า นี่ยังจะเล่นต่ออีกเหรอ ตอนนี้เธออยากจะไปแบทเทิลกับเสด็จแม่หลังฉากจะแย่แล้ว

ทว่าในขณะเดียวกันนั้นไมตรีกลับรั้งเธอมาไว้ในอ้อมกอด เขากอดเธอแน่นราวกับจะให้ร่างเล็กจมหายเข้าไปในร่างของเขาอย่างไรอย่างนั้น

หัวใจของเนตรดาวเต้นโครมครามอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แผ่นอกที่แสนจะอบอุ่น ไหนจะอ้อมกอดที่เหมือนป้อมปราการซึ่งพร้อมจะปกป้องเธอจากทุกสิ่ง

มันเป็นเพียงการแสดงใช่มั้ย........

เนตรดาวตัวแข็งทื่อไปในทันที

"เจ็บหรือไม่ เป็นความผิดของพ่อเอง.....ขอโทษ" ประโยคสุดท้ายไมตรีพูดเสียงแผ่วซึ่งได้ยินกันแค่สองคนเท่านั้น

"กรี๊ด!!!!  อยากมีพ่อแบบนี้บ้าง"

"อร๊าย!!! พ่อขาลูกที่พลัดพลากมาสิบห้าปี อยู่นี่ กอดหนูด้วย"

"กรี๊ด!!!"

นักเรียนหญิงในหอประชุมที่เห็นฉากนี้แทบจะลงไปดิ้นตายเพราะอิจฉาเนตรดาว

เนตรดาวที่เพิ่งได้สติก็ผลักไมตรีออก หันไปมองอะตอม

"ถ่ายยังๆ เมื่อกี้ได้ถ่ายไว้มั้ย" เนตรดาวขยับปากถาม อะตอมยกมือส่งสัญญาณบอกว่าเรียบร้อยแล้ว

เนตรดาวยิ้มกว้างทำท่าจะโผเข้าไปให้ไมตรีกอดอีกรอบ ทว่าคราวนี้ไมตรีกลับจูงเธอเดินเข้าหลังม่านไปหน้าตาเฉย ส่วนยูและนักแสดงที่ต้องเข้าฉากต่อไปก็รีบออกมาแสดงต่อทันทีทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ทันทีที่เข้ามาหลังฉากฝีเท้าของเนตรดาวค่อยๆเพิ่มความเร็ว เร็วขึ้นและเร็วขึ้น....

ไมตรีและบาสที่จับสังเกตได้เดินตามไปติดๆ

ไมตรีหรี่ตาลงก่อนจะคว้าตัวเนตรดาวเอาไว้ ทว่าเขาช้าเกินไป

"เพี๊ยะ!!"

เนตรดาวฟาดฝ่ามือลงไปบนใบหน้าของข้าวฟ่างอย่างเต็มแรงชนิดที่ว่ามีแรงเท่าไหร่เธอก็ใส่ลงไปหมด

"อีเนตร!!!"

ตอนนี้เบื้องหลังชุลมุนวุ่นวาย ทั้งอาจารย์และนักเรียนที่อยู่บริเวณต่างวิ่งเข้ามาห้ามและช่วยกันจับมือของทั้งสองคนไว้ ในส่วนของไมตรีจับมือของเนตรดาวไว้แน่นไม่ยอมปล่อย 

ส่วนบาสเพื่อนร่วมชั้นพยายามดึงมือของไมตรีที่กำลังจับมือเล็กๆของเนตรไว้แน่นให้คลายออก ทั้งยังพูดออกมาเสียงดัง

"ปล่อยสิวะ!! ตบเลยเนตรเอาให้เห็นเลือดอย่าไปยอม เป็นรุ่นพี่แล้วไง  ปล่อยสิ!! นี่เข้าข้างเด็กห้องเดียวกันใช่มั้ยพี่ไม ปล่อยเนตรมันดิ ไปเลยเนตรถีบยอดหน้าแม่งเลย เราเชียร์แก" ไมตรีถลึงตาใส่บาสอย่างเหลืออด

"หยุด!!" อาจารย์ตวาดเสียงดัง ก่อนจะหันไปมองเนตรดาวและข้าวฟ่างจนตาแทบจะถลนออกมา

"ทันทีที่จบการแสดง ข้าวฟ่าง เนตรดาวไปพบครูที่ห้องปกครอง ถ้าไม่อยากให้เชิญผู้ปกครองก็อย่าก่อเรื่อง ข้าวฟ่างเธอไปเปลี่ยนชุดซะ เธอไม่ต้องขึ้นไปบนเวทีแล้ว ส่วนเนตรดาวนั่งอยู่ตรงนี้ห้ามไปไหน ไมตรีเฝ้าไว้ให้ดีล่ะ!!"

"ครับ"

เนตรดาวขบปากตัวเองจนซีด มือไม้ของเธอสั่นไปหมดเพราะความโกรธ ในอกยังคงคุกรุ่นไปด้วยความเกรี้ยวกราด ความไม่เข้าใจ เธอไปทำอะไรให้ถึงได้มาทำแบบนี้กับเธอ

เนตรดาวโมโหจนถึงขีดสุด ที่เธอตบไปเมื่อครู่มันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด เนื่องจากเนตรดาวตัวเล็กแรงจึงน้อยกว่าฝ่ามือของข้าวฟ่างกว่าเท่าตัว ใบหน้าของรุ่นพี่ไม่รอยมือปรากฏแต่บนหน้าเนตรดาวนั้นกลับไม่ใช่

เนตรดาวตวััดหน้าหันไปมองค้อนไมตรี เธอมองมือที่ชายหนุ่มจับไว้ก่อนจะสะบัดออก

"ทำไม กลัวเนตรจะไปตบหน้าสวยๆของเพื่อนพี่รึไง...ห่วงกันจริงๆเลยนะ แตะไม่ได้เลยใช่มั้ย" คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที เขาอ้าปากอยากจะอธิบาย เพียงแต่บาสเดินเข้ามาจูงมือร่างเล็กไปนั่งสงบสติอารมณ์ ไมตรีหยิบน้ำเย็นส่งให้ แต่เธอไม่รับ เนตรดาวเลือกที่จะรับน้ำไม่เย็นจากบาสมาดื่มแทน

ไมตรีมองแก้มของเนตรดาวที่เริ่มปรากฎรอยแดงเป็นรูปฝ่ามืออย่างไม่สบายใจนัก ไหนจะรอยเลือดตรงมุมปากที่ซึมออกมาอีก

ละครเวทีฉากหน้านั้นจบไปด้วยดี ทว่าฉากหลังกลับไม่ใช่

"ฟ่าง!! แกนอกบทไปตบน้องเขาทำไมวะ" ยูเดินตรงไปถามเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวทันทีที่การแสดงจบลง ข้าวฟ่างไม่ตอบ เธอสะบัดหน้าเดินเข้าห้องปกครองไปไม่สนใจใคร

ไม่นานเนตรดาวและเพื่อนๆก็เดินมาถึงหน้าห้องปกครอง 

"นักเรียนที่ไม่เกี่ยวข้องกลับไปให้หมด อย่ามาออกันอยู่แถวนนี้" อาจารย์ฝ่ายปกครองเดินออกมาไล่นักเรียนจำนวนหนึ่งที่มารอเพื่อนๆของตนให้กลับบ้านเพราะตอนนี้เป็นเวลาสี่โมงเย็น

ภายในห้องปกครองแอร์เย็นฉ่ำ อาจารย์ฝ่ายปกครองและอาจารย์ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างยืนกอดอกมองเด็กทั้งสองสลับกันไปมา

"เหตุผลของเธอฟังไม่ขึ้นเลยนะข้าวฟ่าง" เด็กสาวยังคงนั่งนิ่ง เพราะไม่อยากพูดอะไรออกไปอีก เธอให้เหตุผลกับอาจารย์ไปว่าบทที่เธอเล่นนั้นสมควรที่จะได้อยู่ในบทละคร

"เธอเป็นถึงคฑากรของโรงเรียนประพฤติตัวดีมาตลอด เป็นทั้งรุ่นพี่ เรียนก็เก่ง ครูไม่รู้นะว่าเธอมีปัญหาอะไรกับเนตรดาว ในเมื่อเธอไม่ยอมรับครูก็ต้องลงโทษตามสมควร ตัดคะแนนความประพฤติ20 คะแนน และมาล้างพื้นหอประชุมในวันเสาร์ให้สะอาด ส่วนเธอเนตรดาว ถ้าวันนี้เธอไม่บันดาลโทสะตบหน้าข้าวฟ่างกลับหลังเวที เธอจะไม่ได้มานั่งอยู่ในห้องนี้และจะไม่โดนหักคะแนนความประพฤติ5คะแนน  วันเสาร์มาล้างหอพระให้สะอาดด้วยล่ะ ถ้าคราวหน้าพวกเธอสองคนมีเรื่องกันอีก ครูคงต้องเชิญผู้ปกครอง" อาจารย์พูดจบก็ปล่อยให้ทั้งสองคนกลับบ้าน เนตรดาวแค่นเสียงเฮอะออกมาในจังหวะที่ทั้งสองคนเดินออกจากโรงเรียน

ข้างฟ่างหันมามองเนตรดาวอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันก่อนจะสะบัดหน้าเดินขึ้นรถแท็กซี่ไป

เนตรดาวเองก็ขึ้นรถแท็กซี่ออกไปเช่นกัน เธอหยิบกระจกพกออกจากกระเป๋านักเรียน ใบหน้าขาวใสหลังจากล้างเอาเครื่องสำอางออกไป รอยฝ่ามือบนใบหน้ากลับยิ่งเด่นชัด

เฮ้อ.....

มันไม่ยุติธรรมกับเธอเลยสักนิด

เด็กสาวเก็บกระจกใส่กระเป๋าไว้ดังเดิม เธอหันไปบอกแท็กซี่เพื่อที่จะไปที่หมายใหม่

หากกลับบ้านไปตอนนี้ไม่ดีแน่ๆ

"พี่คะ เปลี่ยนเป็น ไปห้างXXXนะคะ" แท็กซี่ตอบตกลง พาเนตรดาวไปยังห้างสรรพสินค้าที่เธอบอกไว้ 

เนตรดาวเดินขึ้นไปชั้นบนสุดซึ่งเป็นโรงหนัง เธอยืนมองรอบของหนังที่จะฉายอยู่พักใหญ่

เธอซื้อตั๋วหนังรอบหนึ่งทุ่มมาใบหนึ่ง  อันที่จริงเนตรดาวไม่ได้อยากดูหนังเลยสักนิด แต่เธอเลือกที่จะตัดปัญหาเพราะไม่อยากให้แม่เห็นรอยฝ่ามือบนใบหน้า

แม่เธอเป็นสายฉะแหลก สายบู๊ล้างผลาญ ประมาณว่าลูกสาวข้าใครหน้าไหนก็อย่าได้มาแตะ ข้าแตะ ข้าถีบได้คนเดียวประมาณนั้น

เนตรดาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความออกไปบอกแม่ว่ามาดูหนังกับเพื่อน อาจเข้าบ้านค่ำหน่อย ไม่ต้องรอนอนได้เลย เมื่อได้ข้อความตอบกลับจากแม่ 

เมื่อถึงเวลาเธอก็เดินเข้าไปในโรงหนัง

เนตรดาวไม่ได้สนใจอะไรมากนักเมื่ออยู่ในโรงหนัง มีคนนั่งลงตรงที่นั่งข้างๆ เธอก็ไม่ได้นึกหันไปมองสักนิด

จนกระทั่งมีขวดน้ำที่คุ้นตายื่นมาตรงหน้า เนตรดาวหันไปมองคนที่นั่งข้างๆ

เธอชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะชักสายตากลับ หันไปมองจอหนังอย่างเดิม

ไมตรียังคงยื่นขวดน้ำค้างไว้ เธอไม่รับ เขาก็ไม่ยอมลดมือลง

เนตรดาวถลึงตาใส่ก่อนจะตัดสินใจรับขวดน้ำขวดนั้นมาเปิดดื่ม ทั้งสองนั่งดูหนังกันไปเงียบๆจนหนังจบ เธอไม่ได้ถามไมตรีด้วยซ้ำว่ามาที่นี่ได้อย่างไร

เด็กสาวเดินออกจากโรงหนังทันทีเมื่อหนังจบ ไมตรีได้แต่เดินตามหลังเธอไปเงียบๆจนกระทั่งถึงหน้าห้าง เนตรดาวเดินไปยังจุดเรียกแท๊กซี่ 

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม แท็กซี่จึงค่อนข้างหายาก ไมตรีที่นั่งรอแท็กซี่เป็นเพื่อนรุ่นน้องข้างบ้าน เขาก้มมองนาฬิกา ก่อนจะดีดตัวขึ้นคว้าแขนเล็กให้เดินไปพร้อมกัน

เนตรดาวเองก็เดินตามไปเหมือนคนโดนป้ายยา....

"ดึกแล้ว นั่งแท็กซี่เข้าบ้านมันอันตราย เดี๋ยวไปส่ง" ไมตรีหยิบหมวกกันน็อกมาใส่ให้  เนตรดาวขึ้นไปนั่งซ้อนท้ายรวบเอวไมตรีไว้หลวมๆต่างจากที่เคยเป็น 

คิ้วหนาของไมตรีมุ่นเข้ากัน เอียงคอหันไปมอง

"กอดให้มันแน่นๆหน่อย หล่นลงไปใครจะเก็บ" เนตรดาวถลึงตาใส่แต่มือกลับกอดเอวของชายหนุ่มแน่นเหมือนครั้งก่อนๆ เธอได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะหึๆอยู่ในลำคอ

นี่เธอหูฝาดไปใช่มั้ย

พี่ไมหัวเราะ.....

ทั้งสองนั่งเงียบมาตลอดทาง คราวนี้ไมตรีขับรถไม่เร็วนัก กินลมชมวิวมมาตลอดทาง เมื่อรถแล่นมาถึงหน้าปากซอย บริเวณนี้ยังคงมีร้านค้าต่างๆและร้านสะดวกซื้อมากมายที่ยังไม่ปิด

"แวะร้านขายยาให้หน่อยค่ะ" ไมตรีจอดรถหน้าร้านขายยา เนตรดาวถอดหมวกเดินตรงเข้าไปในร้านโดยที่มีไมตรีเดินตามเข้ามาติดๆ

ในร้านขายยามีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งกำลังนั่งดูทีวีอยู่ตรงเคาน์เตอร์ เจ้าของร้านหันไปมองลูกค้าทั้งสองที่เดินเข้ามาอย่างพินิจพิเคราะห์ ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม เด็กสาวในวัยแรกรุ่นเดินเข้ามาทั้งยังใส่ชุดนักเรียนม.ปลายของโรงเรียนดัง ส่วนฝ่ายชายเองก็เช่นกัน 

ปากที่ฉาบไว้ด้วยสีชมพูบานเย็นอมแดงแบะออก เธอล่ะเอือมระอาเด็กสมัยนี้จริงๆ พ่อแม่ทำงานงกๆๆหาเงินมาให้ลูกไปโรงเรียน ส่วนเด็กพวกนั้นน่ะเหรอ....

หญิงวัยกลางคนหันไปมองหน้าไมตรี ก่อนจะหันมามองที่เนตรดาว

"เอาอะไรล่ะ ยาคุมฉุกเฉิน หรือว่าถุงยางอนามัย" ใบหน้าของไมตรีและเนตรดาวเดี๋ยวแดง เดี๋ยวดำ เดี๋ยวซีดสลับกันไปมา ทั้งคู่หันไปสบตากัน จากนั้นเนตรดาวก็ตอบออกไปว่า

"ถ ถะ ถุงยาง เอ๊ย!! ไม่ใช่ค่ะ เอาแผ่นแปะแก้ปวดฟันค่ะ ขอแผ่นใหญ่ๆนะคะ" เธอเลือกที่จะซื้อแผ่นกอเอี๊ยะมาติดปกปิดร่องรอยบนแก้ม เนื่องจากมันไม่มีทีท่าว่าจะจางลงเลยสักนิด

"อ่อๆ แป้ปนึงนะจ๊ะหนู" เจ้าของร้านขายยายิ้มแห้งๆให้เนตรดาว จากนั้นก็เดินไปเอาแผ่นแปะแก้ปวดฟันมาให้

...............................................................

แอบมอง.....

ทุกวันนี้ป้ามองหน้าไม มากกว่ามองหน้าผัวอีกลูกเอ๊ย😘💕

วันนี้ใครที่รออัญญา นกนะจ๊ะ ขอโทษด้วยไรท์ปั่นไม่ทัน ไว้ลงพรุ่งนี้นะ อ่านนุ้งไม่ยาวๆไปก่อน🙏🙏🙏🙏

หากเจอคำผิดแจ้งไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่า🙏




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}