กนกรส มาศอุไร กัมพู

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

(รีไรท์)Ep1 : ปล้นสวาท (จบบท) Nc+

ชื่อตอน : (รีไรท์)Ep1 : ปล้นสวาท (จบบท) Nc+

คำค้น : เดวิส มายาวี มาเฟีย

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2562 19:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
(รีไรท์)Ep1 : ปล้นสวาท (จบบท) Nc+
แบบอักษร

 

​l 

 

​เปิดเรื่อง... 

ปล้นสวาท 

หญิงสาวใบหน้าเรียวรูปไข่สวมเสื้อสเวตเตอร์ตัวหนา ใบหน้าสวยนั้นแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนบาง เลยทำให้เธอผู้นั้นแลดูมีผิวหน้าเด็กลงว่าอายุจริงอยู่มากโข หญิงสาวยืนเกาะรถเข็นกระเป๋าเดินทางซึ่งมีหลายใบด้วยกัน ก่อนชะเง้อคอยืดยาวกวาดตามองหาญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียว

“เฮ้อ!...เมมารอนานแล้วนะคะคุณลุงขา เมื่อไหร่จะมารับเมเสียทีล่ะคะ จะให้รออีกนานสักแค่ไหนกัน...”

มายาวีอดบ่นในใจไม่ได้ พลางระบายลมหายใจหนักหน่วงออกมานับครั้งไม่ถ้วน ตัดสินใจเดินลากทั้งขาอ่อนเปลี้ยพร้อมด้วยรถเข็นบรรจุกระเป๋าเดินทางแสนหนักอึ้ง ออกมานั่งพักขายังเก้าอี้ทรงกลมด้านนอกของห้องผู้โดยสาร ชะเง้อคอยาวมองทางเดินตลอดเวลา หากยังไม่ปรากฏญาติผู้ใหญ่ที่รับปากว่าจะมารับสักที

เมื่อปลายสายที่เธอเพียรพยายามโทรหามาราวครึ่งชั่วโมง กดโทรหาเท่าไหร่ฝั่งนั้นกลับไม่ยอมเปิดตัวเครื่อง ยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกใจคอไม่ค่อยดี จนสีหน้านั้นชักเริ่มเปลี่ยนสี

“เอ...ทำไมคุณลุงถึงไม่ยอมเปิดเครื่องล่ะ นี่ก็เลยเวลานัดมาตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง”

 มายาวียกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นดูเวลา ใบหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยแพขนตางอนงามอยู่เหนือดวงตากลมโตวาวใส ปลายจมูกเล็กรั้นโด่งพอดีรองกับเรียวปากอิ่มรูปกระจับ ทุกองค์ประกอบบนหน้าของหญิงสาว ล้วนช่วยส่งเสริมให้มายาวีกลายเป็นผู้หญิงสวยหวานอย่างหาตัวจับยากคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

หญิงสาวเม้มกลีบปากเข้าหากัน ใจคอเริ่มนึกเป็นห่วงคุณลุงขึ้นมาตงิด ท่านไม่น่าจะลืมนัด หรือว่าคุณลุงจะเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นหรือเปล่า?นะ

ทั้งที่ความจริง ตามเวลานัดหมาย คุณลุงบวรต้องมารับเธอที่สนามบินเดอรัมแห่งนี้ได้นานแล้วนี่นา หรือว่าท่านเกิดติดธุระไปที่อื่นก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมารับเธอ แต่ท่านก็ไม่น่าจะปิดมือถือนี่นา ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุฉุกเฉิน ตัวคุณลุงก็สมควรส่งข้อความมาบอกเธอเอาไว้ก่อนก็ยังดี  

มายาวีลุกยืนเดินกระสับกระส่าย รู้สึกไม่ค่อยสู้ดีกับสถานการณ์เช่นนี้สักเท่าไหร่ เพราะนี่ถือเป็นครั้งแรกของการเดินทางไกล ชนิดข้ามน้ำข้ามทวีป มาต่างถิ่นต่างแดนคนเดียวก็ว่าได้

ประเทศอังกฤษ...

เป็นประเทศที่เธอเคยใฝ่ฝันไว้ตั้งแต่เป็นเด็ก เธออยากลองมาใช้ชีวิตด้วยตัวเองเพียงสักครั้ง เธอหลงใหลในความงดงาม ความละลานตาของธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ รวมทั้ง ศิลปะ วัฒนธรรมของประชากรที่นี่ และที่สำคัญ มีคนไทยจำนวนไม่น้อย นิยมส่งบุตรหลานให้มาศึกษาต่อยังมหาลัยชื่อดัง ภายในประเทศที่ได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองแห่งสายหมอกก็มากมายเช่นเดียวกันด้วย

นับว่าถือเป็นใบเบิกทางชิ้นสำคัญ เพื่อก้าวสู่ความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของชีวิต ตัวเธอเองก็เช่นเดียวกัน ใจนั้นอยากลองหาประสบการณ์ความแปลกใหม่ สวนอีกใจนะเหรอ มายาวีมีสีหน้าสลดลง เธอต้องการวิ่งหนีความจริงบางประการที่มันคอยสร้างแต่ความเจ็บปวดต่อหัวใจเธอมากกว่านะสิ

  แม้ในตอนแรกคุณประพรตบิดาของเธอ ท่านนั้นไม่ได้ให้การสนับสนุน ท่านต้องการให้เธอเรียนที่ประเทศไทย ถึงขั้นออกปากสั่งห้ามเด็ดขาด ทว่าตัวเธอหาได้สนใจไม่ ถึงอย่างไรเธอยังยืนยันกับท่านเสียงหนักแน่น เธอต้องการเดินทางมาเรียนต่อยังประเทศอังกฤษเท่านั้น และจะไม่ขอใช้เงินของท่านแม้สักสตางค์แดงเดียว เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว

เธอมีเงินส่วนตัวในบัญชีธนาคาร เป็นเงินของมารดาที่ท่านทำพินัยกรรมแยกไว้ให้เธอต่างหาก ไม่มีใครสามารถแตะต้องเงินจำนวนนี้ได้ แม้กระทั่งบิดาของเธอเอง

โดยเดิมทีหญิงสาววางแผนเอาไว้ในใจเสร็จสรรพ หลังจากตนเองเรียนจบปริญญาโท แล้วเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยเมื่อไหร่ เธอจะขอพี่รบิลเข้าทำงานที่บริษัทเดียวกันกับเขา จะไม่ขอรับตำแหน่งงานใดๆในเครือของโรงแรมที่มีบิดานั่งเก้าอี้ผู้บริหารอยู่ โดยเธอจะให้เหตุผลกับท่าน ขอลองหาประสบการณ์จากการทำงานให้กับบริษัทอื่นดูก่อนแล้วค่อยว่ากันถึงเรื่องอนาคตอีกที ถึงวันนั้นเธอยังจะอยากนั่งเก้าอี้เป็นหนึ่งในผู้บริหารของโรงแรมอีกหรือไม่...

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าพอถึงตอนนั้น ชายหนุ่มที่เธอมอบหัวใจรักทั้งหมดให้เขาจะได้แต่งงานกับน้องสาวต่างมารดาของเธอแล้วหรือยัง พอนึกถึงเรื่องนี้...

พลอยทำให้นัยน์ตาเจิดจรัสนั้นดูหม่นมัวลงทันที...

ความจริงที่เธอกำลังวิ่งหนีมัน เป็นความเจ็บปวดเดียวที่เธอไม่สามารถกำจัดมันทิ้งได้

ความจริงที่ว่านั้น คือ... พี่รบิลไม่ได้รักเธอ แต่เขารักโมนา น้องสาวต่างมารดาของเธอหมดทั้งหัวใจต่างหาก...

มายาวีปล่อยความคิดให้ล่องลอยกับความเศร้าหมอง ก่อนหญิงสาวจะรีบดึงมันกลับมาแล้วรวบรวมตั้งสติใหม่ เธอเห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียว ซึ่งเขาเป็นคนไทยเหมือนกัน ชายหนุ่มคนนั้นกำลังเดินตรงมาทางนี้ที่เธอนั่งอยู่ น่าจะเป็นคนของคุณลุงส่งมารับเธอ

มายาวีรีบผุดลุกขึ้นยืน แล้วเปิดเผยรอยยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกโล่งใจ

“เอ่อ!...” แต่ทว่ารอยยิ้มนั้นมีอันต้องเจือนลงในเวลาต่อมา เมื่อชายหนุ่มคนดังกล่าว เขากลับเดินเลยจุดที่เธอนั่งไปหาสาวฝรั่ง เจ้าหล่อนกำลังนั่งตรงม้านั่งถัดห่างจากเธอไปไม่ถึงสองเมตร ทั้งคู่สวมกอดกันกลมดิก

เขาไม่ใช่คนของคุณลุงบวร...เฮ้อ!แล้วเมื่อไหร่ท่านจะมา หญิงสาวยกมือขึ้นยันศอกก่อนประกบกันแล้วลองใต้คาง เอียงใบหน้ามุ่ยด้วยความรู้สึกเซ็งสุดชีวิต

หากมายาวีนั่งเหงาอยู่เพียงไม่นาน เสียงเรียกด้วยสำเนียงภาษาอังกฤษชัดแจ๋ว ทักทายเธอมาจากเบื้องหน้า

“คุณครับ...”

“คะ? ...”

มายาวีขานรับเสียงฉงน ก่อนร่างกลมกลึงจะสะดุ้งตกใจตอนเธอเงยหน้าขึ้น แล้วพบเข้ากับชายหนุ่มต่างชาติรูปร่างสูงใหญ่มากคนหนึ่งเข้า เขาสูงชนิดที่เรียกได้ว่าถ้าหากยืนเทียบกัน ตัวเธอคงเล็กเหลือเพียงช่วงอกเขาเท่านั้น

หญิงสาวย่นใบหน้างาม กดหัวคิ้วโก่งมองชายหนุ่มต่างชาติหน้าตาหล่อเหลาเอาการ แล้วเม้มกลีบปากเข้าหากัน เขาน่าจะสูงเกินสองเมตรขึ้นไป เลยพลอยทำให้เธอต้องแหงนใบหน้าขึ้นสูง เพื่อสนทนากับเขา

มายาวีเลื่อนสายตาสงสัยผ่านหน้าอกผึ่งผายของเขา มาจนถึงสันคางบึกบึน ริมฝีปากหยักได้รูปสีเข้มจัด บ่งบอกว่าเขาเป็นคนสูบบุหรี่ ปลายจมูกโด่งจนเห็นเป็นสันคมยาวรับกับดวงตาสีควันบุหรี่ที่มองมายังเธอแววตาเป็นประกาย ทำเอาหญิงสาวรีบถอยเท้าออกห่างจากร่างสูงอย่างอัตโนมัติ

“คุณคือ คุณมายาวี วิจิตรนานุเคราะห์...” เขาใช้ภาษาอังกฤษได้ดี อาจเพราะเขาเป็นคนที่นี่

“เอ่อค่ะ...ฉันมายาวี แล้วคุณล่ะคะ เป็นใคร...” มายาวีย้อนถามเขากลับ คิ้วเรียวสวยคลายตัวเป็นเส้นตรง เพราะคิดว่าเขาอาจเป็นคนของลุงบวรส่งให้มารับตนเอง ในเมื่อเขาเองก็รู้จักชื่อของเธอดี

เดวิสไม่ได้แนะนำตัวเอง เขาเพียงแจ้งจุดประสงค์

“ผมมารับคุณแทนคุณบวร...” เขาเฉลยในสิ่งที่หญิงสาวคิดเอาไว้อยู่ก่อน มายาวีจึงพยักหน้า ไม่ได้เอะใจถึงอันตราย

“และนี่เป็นจดหมาย เขาฝากผมมาให้กับคุณ”

“ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวกล่าวขอบคุณ พร้อมยื่นมือรับแผ่นกระดาษสี่เหลี่ยมมาเปิดอ่านถึงรายละเอียดด้านในรวดเดียวจนจบ

ใจความสำคัญนั้น คือตอนนี้ลุงบวรได้บินไปทำงานยังประเทศฝรั่งเศส ยังไม่รู้จะกลับมาถึงประเทศอังกฤษวันไหน เพราะงานที่นั่นยังสะสางไม่เสร็จเรียบร้อย เจอปัญหาสำคัญต้องรีบแก้ไขเป็นการเร่งด่วน ให้เธอเดินทางกลับมาพร้อมกับคนที่มารับได้เลย ส่วนที่พักให้มาค้างยังคอนโดส่วนตัวของท่านไปพลางๆก่อน  เอาไว้ท่านกลับมาจากฝรั่งเศสเมื่อไหร่ ท่านจะพามาหาบ้านเช่า ซึ่งอยู่แถวมหาวิทยาลัยตามที่เธอแจ้งความต้องการกับท่านก่อนจะบินมาถึง

และผู้ชายตัวโตคนนี้ เขาเป็นคนของท่านเอง ให้เธอไว้ใจชายหนุ่มคนนี้ได้เลย เขาจะเป็นคนพาเธอไปยังที่พัก ซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินแห่งนี้พอสมควร และจะช่วยเธอจัดการเกี่ยวกับทุกเรื่องตอนท่านไม่อยู่

มายาวีผ่อนลมหายใจตอนพับจดหมายเก็บใส่กระเป๋าสะพาย จิตใจมันรู้สึกว้าวุ่นแปลกๆ และพอเธอเงยหน้าขึ้นมาอีกที เธอจึงเห็นเจ้าของร่างสูงกว่าสองเมตรกว่า เขาคว้าเอารถเข็นกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากของเธอเข็นมารอเธอด้านหน้า ดวงตาเรียวยาวคล้ายสายตาของเหยี่ยว จับตามองมาทางเธอเขม็ง ก่อนเขาเอียงคอเป็นการส่งสัญญาณ

“ไปกันได้แล้วครับ รถของผมจอดอยู่ตรงนู้น”

“อ้อ...ค่ะ...”

หญิงสาวสะดุ้งตอนเผลอเงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับดวงตาเรียวใหญ่คล้ายเม็ดผลอัลมอนด์ เลยต้องทำทีรีบพยักหน้าเพื่อกลบเกลื่อนอาการเงอะงะของตัวเอง แล้วก้าวเท้าตามร่างสูงที่เดินลากรถเข็นนำหน้าเธอไปอย่างเงียบเชียบ ความรู้สึกบางอย่างมันบอกว่าเขาดูไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา และเธอสมควรอยู่ให้ห่างจากเขาเอาไว้เป็นดีที่สุด...

           

“อืม...”  

มายาวีครางเสียงกระเส่าตอนเริ่มรู้สึกตัว เธอรู้สึกเหมือนร่างกายถูกใครสักคนจับเหวี่ยงลอยขึ้นสูง ก่อนตกลงสู่พื้นพรมแสนนุ่ม รองรับด้วยกลีบกุหลาบสีขาวหอมฟุ้งกระจาย บังเกิดเป็นความสุขอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นความสุขในรูปแบบใหม่ หรือมันคือความฝัน เป็นฝันที่มายาวีคิดว่ามันวาบหวิวที่สุดเท่าที่เธอเคยฝันมา ใจหนึ่งแอบหวังไว้ว่า เธออยากตกอยู่ในความฝันเช่นนี้ไปนานแสนนาน ถ้ามันจะทำให้เธอพบความสุขใจกับเขาได้บ้าง...

“เม...” ในฝันเธอได้ยินเสียงเรียก

“เมจ๋า...ช่างดีเหลือเกิน” และดูเหมือนเสียงเรียกนั้นมันดังอยู่ไม่ไกล  

เสียงใครกันนะ? เธอไม่คุ้นหูเอาเสียเลย หากพอขยับปากหมายขานรับเสียงเรียกนั้น เธอกลับได้ยินเป็นเพียงเสียงครางผะแผ่วน่าอาย ทำเอาเธอรู้สึกตกใจ

พยายามลืมตาขึ้น ทว่าเปลือกตามันรู้สึกหนักอึ้งเหลือเกิน อยากจะลืมก็ลืมไม่ขึ้น หญิงสาวทำได้เพียงขยุกขยิก และไอ้อาการเหมือนตนเองกำลังถูกเหวี่ยงขึ้นที่สูง มันได้วิ่งวนกลับมาคุกคามอีกครั้ง ครานี้มายาวีพยายามลืมตา ก่อนต้องเกิดอาการช็อกแบบสุดขีด ร่างกายที่คล้ายเหมือนถูกจับเหวี่ยงในความฝัน เย็นเฉียบลงในพริบตา ดวงตาหวานเบิกโต ความรู้สึกบางอย่างตีวนอยู่ตรงช่วยท้องน้อย ก่อนเจ้าตัวจะส่งเสียงกรีดร้องลั่นห้องคล้ายดั่งคนเสียสติ

กรี๊ด! กรี๊ด!

 มายาวีทั้งตกใจและหวาดกลัว สติเพิ่งหวนคืนนั้นแตกกระเจิงเป็นริ้ว

 หญิงสาวพยายามหนีบขาตัวเองเข้าหากัน เมื่อตอนนี้เธอถูกหนุ่มฝรั่งตัวโตที่มีดวงตาน่ากลัวคนนั้น เขากำลังตั้งหน้าตั้งตาซบซุกใบหน้าหล่อเหลาลงตรงกึ่งกลางลำตัวของเธอ

เธอกำลังนอนเปลือยเปล่า บนเตียงกว้างกับ...คนของคุณลุง!

นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

“โอ้ว!...ไม่...หยุดนะ”

มายาวีทำได้เพียงส่งเสียงสะอื้นอยู่ในลำคอ ตอนนี้ความเป็นเธอกำลังถูกชายหนุ่มตัวโตกัดกินด้วยความเอร็ดอร่อย เธอยังได้ยินเสียงหอบหายใจของเขาถี่กระชั้น และด้วยอารามตกใจ มายาวีจึงรีบหุบขาลงฉับ หมายปิดกั้นไม่ให้ถูกล่วงเกินไปมากกว่านี้...

และพอเธอหนีบขาเข้า นั่นก็เท่ากับเธอหนีบศีรษะที่มีกลุ่มผมดกหนาสีดำสนิทเข้าไปด้วย เธอได้ยินเสียงเขาสบถคำหยาบด้วยอารมณ์หงุดหงิด ก่อนฝ่ามือหนากระชากเรียวขาเธอออกกว้าง ช้อนสะโพกอวบอัดของเธอลอยเหนือพื้นเตียง แล้วก้มหน้าลงมาหาใหม่ เขาตวัดปลายลิ้นยาวน่ากลัวในความรู้สึกเลียริมฝีปากมันเยิ้ม ซึ่งมันเลอะด้วยน้ำเมือกขุ่นเกาะติดโดยรอบปากหยัก

“ไม่...นั่นแกจะทำอะไร!ไอ้คนสารเลว ” มายาวีแผดเสียงด่าทอเป็นภาษาอังกฤษลั่น พยายามตวัดเรียวขาถีบไปยังร่างใหญ่โต

เธอไม่ยอม

“ช่วยหุบปากน่าจูบของเธอเสียแม่สินค้าเนื้อหวาน เธอนี่มันหอมหวานสมคำเยินยอปอปั้น ของไอ้แก่ผีพนัน มันสาธยายเอาไว้ไม่มีผิด”

เดวิสรำพันเสียงแหบแห้ง ดวงตายาวรีสีควันบุหรี่พราวระยับ เขารู้สึกถูกใจกับแม่ดอกเบี้ยเงินกู้รายนี้อย่างบอกไม่ถูก

จะบอกว่าถูกใจตั้งแต่ได้เห็นเพียงรูปภาพจากไอ้บวรนั่นก็ไม่ผิดนัก...

“สินค้าอะไรของแก ไอ้บ้า ปล่อยฉันนะ อย่าได้คิดว่าจะรังแกกันได้ง่ายๆ ฉันไม่ยอมเด็ดขาด...” มายาวีดันร่างเปลือยเปล่าของตัวเองลุกขึ้นนั่ง สองเรียวแขนยันพื้นเตียงนอนเอาไว้ พร้อมกับพยายามสะบัดตัวเพื่อลุกหนี ทว่ามันไม่ง่ายเลย เมื่อเรียวขาของเธอนั้นถูกตรึงไว้ด้วยมือหยาบทั้งสองข้าง

“จุ...จุ..ไม่เอาน่าคนสวย พูดจาให้ไพเราะหูกับผัวตัวเองหน่อยสิจ๊ะ..ฉันกำลังจะพาเธอขึ้นสวรรค์เชียวนะ...”

เดวิสจุปากปรามแม่สาวเนื้อหวาน ส่งนัยน์ตากระหายหิว ก่อนกระชากร่างอวบอัดอิ่มเอิบไม่แพ้ใครอย่างไม่ออมแรง จนเจ้าตัวหงายหลังลงบนเตียงกว้าง ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ

“ว้าย! ไอ้คนสารเลว...”

 มายาวีแหวเสียงดุ แต่ด้วยไม่ทันตั้งตัว พอถูกเขากระชากเธอเลยถลาทั้งร่างลงไปนอนหงายเหมือนเดิม รู้สึกจุกจนน้ำตาริน ก่อนถูกความร้อนจากกลีบปากร้ายกาจ ซึ่งมันแผล็บไปด้วยน้ำรักนั้นกระโจนเข้าหาอย่างดิบเถื่อน เขากัดกินเนื้ออ่อนภายในซอกหลืบจนมันชอกช้ำ ตวัดปลายลิ้นระรัว กระหน่ำลงกับตุ่มไตไวต่อจุดสัมผัสรัวเร็ว มายาวีซึ่งไม่เคยพานพบประสบการณ์ร่วมรักมาก่อน ได้แต่นอนร้องไห้เสียงกระเส่า บิดกายด้วยถูกความเสียวทรมานเร่าๆ

“อือ...ปล่อยนะ...อ๊าห์...ซี้ด...โอ้ยยยย...อย่าทำตรงนั้น...”

ไม่เพียงแต่ถูกปลายลิ้นใหญ่ของฝรั่งตัวโตร่วมรักในช่องสวาทอย่างไร้ความปรานีเท่านั้น เพียงอึดใจต่อมา ร่างอรชรขาวโพลนถึงกับปวดร้าวไปทั้งสรรพางค์ เหมือนมีของแหลมคมกำลังทิ่มแทงเข้าไปในร่างกาย เมื่อเดวิสส่งนิ้วมือเรียวยาวของตนเข้าไปในสำรวจภายในถ้ำเร้นลับ กวาดต้อนน้ำหวานตามผนังด้านในชักเข้าชักออกจนมันไหลเอ่อล้นปากถ้ำ พร้อมให้เขาซดดื่มดับกระหายอย่างตะกละตะกลาม เสียงดัง จ๊วบ จ๊าบ

 “อร่อย...หวาน รสชาติกำลังดีทีเดียว...” เดวิสสาธยายเหมือนตนเองกำลังชิมรสชาติของอาหารมื้อพิเศษอยู่สักจาน

ทำอย่างไรได้ ก็เจ้าหล่อนคนนี้เป็นสาวไทยคนแรกที่เขาเคยได้ลิ้มลอง ถึงตัวจะเล็กสำหรับเขาไปนิด ทว่าอะไรๆในตัวของเจ้าหล่อน มันไม่เล็กตามตัวเลยนี่นา  

คนไร้ประสบการณ์เอาแต่ส่งเสียงครวญคราง มันทั้งแสบทั้งเสียวสะท้าน เธอหลับตาปี๋ ไม่อาจฝืนทนดูสภาพตัวเองตอนนี้ได้ ปฏิกิริยาร่างกายตอบรับตามธรรมชาติ เมื่อมายาวีร่อนเอวส่ายก่อนกระแทกกลีบอวบของเธออัดใส่ริมฝีปากร้อน เธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรให้หายจากความทรมานนี้ไปได้เสียทีนอกจากบิดเร้าร่างกายไปมา

“อะ...อะ...อ่าห์...อย่าทำนะ อย่า...” ปากส่งเสียงร้องห้ามแต่ร่างกายกับตรงกันข้ามสิ้นเชิง เธอตอบสนองความเร่าร้อนด้วยท่าทางเงอะงะ แต่มันกลับทำให้เจ้าพ่อมาเฟียถึงกับฮึมฮำในลำคอ ด้วยความรู้สึกพึงพอใจสุดแสน

“หวาน หอม รสชาติอร่อยลิ้นฉันเสียจริง แม่ดอกเบี้ยคนงาม”

เดวิสรำพันขยับปากติดกับกลีบสวยด้วยความพึงพอใจ ไม่คิดว่าดอกเบี้ยสาวของลูกหนี้รายสำคัญ เล่นเอาความเป็นเขาปวดร้าวทั่วทั้งแก่นกาย ก่อเกิดเป็นความกระสันอยาก เขาไม่เคยรู้สึกร้อนแรงจนเตียงแทบเผาไหม้เป็นจุณแบบนี้มาก่อน กับสาวคู่ขาคนไหนๆ ของเขา ที่ไม่ว่าจะเก่งกาจหรือเชี่ยวชาญเรื่องบนเตียงขนาดไหน ก็ไม่เคยมีใครทำเอาเขาหัวหมุนมือไม้สั่นไปหมดได้แบบสาวไทยคนนี้เลยสักราย และแม้แต่ดุ้นเอ็นของเขามันยังลำพองตัวขยายใหญ่โต จนเขาเกือบปลดซิปกางเกงยีนออกไม่ทัน เพียงแค่เขาได้เห็นเรือนร่างงดงามเปลือยเปล่า ไอ้ลูกชายตัวดีของเขามันก็เต้นดุกดิกผงกหัวดีใจ กระดี๊กระด๊าอยากมุดหัวเข้าไปสัมผัสกับโพรงเนื้อนุ่มภายในนั่นแทบขาดใจเสียแล้วตอนนี้

เดวิสระรัวทั้งนิ้วและปลายลิ้นเข้าใส่กลีบสวาทที่ปิดสนิทอวบสวยไม่ยั้งแรง เมื่อความต้องการของเขามันแล่นลิ่วขึ้นมากระจุกตัวอยู่ตรงปลายแท่งร้อนหัวเห็ด น้ำใสหยดแหมะ เดวิสจำต้องกำรูดดุ้นร้ายเอาไว้ด้วยมือเดียวที่ว่างจากการปรนเปรอให้หญิงสาว

“ร่องรักของเธอนี่มันช่างร้ายนัก เล่นตอดปลายลิ้นกับนิ้วฉันเสียจนเสียวไปหมด”

หนุ่มฝรั่งคลั่งสวาทยังคงเอ่ยปากชมไม่หยุดหย่อน ไม่เคยคิดมาก่อนในสมอง สาวไทยตัวเล็กๆ จะมีอะไรดี คงมีเพียงหนังหุ้มกระดูกเสียมากกว่า แต่พอได้มาสัมผัสใกล้ชิด ทุกสิ่งบนเรือนร่างอวบอิ่มของสาวคนนี้ ทำเอาฝรั่งหนุ่มตาน้ำข้าว ผู้เคยผ่านมรสุมบนเตียงนอนมาอย่างโชกโชน ถึงกับตะลึงตะลานหัวหมุนเลยทีเดียว

ก่อนเขาจะเร่งจังวะสุดท้าย ส่งร่างน้อยที่เผยอปากกรีดร้องขึ้นสุดเสียง เอื้อมมือคว้าเอาเส้นชัยมากำไว้ได้ในที่สุด และดุ้นยักษ์มันส่ายตัวอยู่ในอุ้งมือ เฝ้ารอเวลาออกศึกคึกคะนอง...

“อร๊ายยยย...อืมมมม” มายาวีแผดเสียงร้องโหยหวน ร่างน้อยสั่นไหวก่อนจะนอนหอบหมดเรี่ยวแรง

“เสร็จแล้วสินะแม่ยอดยาหยีของฉัน โอ้ว...ดูนี่สิ น้ำรักของเธอสีสวยเป็นบ้า” เดวิสดึงนิ้วมือออกมาจากร่องสาว แสดงสีหน้าล้อเลียน ตอนเขายกนิ้วมือขึ้นโชว์

 มายาวีหลบสายตาเจ้าชู้วูบ ไม่อาจทนมองภาพแสลงใจ น่าอายเหลือเกิน

เรียวนิ้วชายหนุ่มมันเยิ้มด้วยน้ำรักสีขาวขุ่น เขายื่นส่งเข้าปากอิ่มของคนไร้ประสบการณ์ ตอนนี้หญิงสาวนอนหายใจหอบถี่ ใบหน้าแดงก่ำร้อนซู่ ด้วยทั้งโกรธ ทั้งอาย

ถึงอย่างนั้นมายาวีจำต้องอ้าปากรับน้ำของตนเองไว้ เพราะถูกบีบปลายคางจนเจ็บ เธอไม่มีแรงสู้รบกับผู้ชายร่างสูงไม่ต่างจากยักษ์ รสชาติมันฝืดเฝื่อนจนเธอสะบัดหน้าหนี เดวิสมองภาพนั้นด้วยความหลงใหล เขาโน้มกายหนาทาบทับร่างสาว ประกบปากมอบจูบร้อนแรง ทำเอาคนไม่เคยเอาแต่ร้องเสียงอู้อี้ ฝืนต่อต้านได้เพียงเล็กน้อย ก่อนสมยอมโอนอ่อน เผยอกลีบปากอิ่มบวมช้ำต้อนรับลิ้นซุกซนเข้ามาหยอกล้อเล่นกับลิ้นเล็กของตนเองไปโดยปริยาย

เดวิสมัวเมากับความหอมหวานในโพรงปาก ก่อนเลื่อนใบหน้าลงมาซุกซบกับซอกคอขาวหอมกลิ่นอ่อนบริสุทธิ์ เขาไม่ลืมกดปากย้ำจนเกิดรอยแดง มายาวีเจ็บจี๊ดเมื่อถูกเขากัดตรงซอกผิวอ่อน

 

“อะ! จ็บนะ...”  

คนถูกตีตราจองประท้วงเสียงแห้ง เดวิสไม่คิดสนใจ เขาอยากทำอะไรกับร่างกายเจ้าหล่อนก็ได้ ในเมื่อเจ้าหล่อนคือสินค้า คือดอกเบี้ยราคาสูงของเขา เลยไม่จำเป็นอะไรที่เขาต้องปรนเปรอทำให้เจ้าหล่อนพึงพอใจ ตามเจ้าตัวร้องขอ

ชายหนุ่มส่งสายตาคุโชนด้วยไฟราคะ ขยับปากครูดซี่ฟันขาวสะอาดลงบนเนื้อขาวอ่อน มายาวีผลักไสทุบตี เดวิสกลับยิ่งเพิ่มแรงกดลงบนเนื้อนุ่ม ก่อนลากกลีบปากชื้นเข้าใกล้ปานสีน้ำตาลอ่อน ตรงนั้นเขาเล็งเม็ดไตที่ชูหัวยั่วน้ำลาย เขาอ้าปากออกกว้างพร้อมกับครอบมันเข้าหาตุ่มไตสีชมพูสดที่เขาหมายตา ดูดเลียมันเข้าไว้เต็มอุ้งปาก ส่วนอีกด้านนั้นเขายกฝ่ามือเคล้นคลึง บี้เม็ดไตชูช่อแล้วดึงขึ้นจนนวลเนื้อขาวโย้มาด้านหน้า สร้างความเจ็บระบมแก่เจ้าของร่างสาว

“โอ๊ย!...เจ็บ...ฉันเจ็บนะ อย่าทำฉันแรงนักสิคนใจร้าย”

ด้วยความเจ็บ มายาวีจึงดิ้นหนีทุรนทุราย ดันศีรษะได้รูปออกห่างจากเต้างาม ทุกอย่างยังคงไร้ผล เดวิสยามนี้ชายหนุ่มตกอยู่ในหลุมลึกของราคะตัณหา ยากเกินป่ายปีนขึ้นมา เขาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาตักตวงความหอมหวานจากปทุมถันคู่งาม กัดกินเนื้อหวานสองเต้าอะร้าอร่าม ยิ่งเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้เจ็บปวดโหยหวนจากสาวไทยใต้ร่างหนา มันเท่ากับยิ่งปลุกเร้าความกระสันอยากรุนแรงในของตัวเขาเพิ่มขึ้นทวีคูณ

“อืมมมม...ใครจะใจร้ายกับคนสวยๆได้ลงคอ...” เดวิสค้านเสียงแหบพร่า ยอมตัดใจผละห่างจากสองปทุมงาม มองภาพหญิงสาวนอนหายใจรวยรินอย่างสาแกใจ ฝ่ามือหนาลากไล้ความงดงามทั่วเรือนร่างนุ่มนิ่ม พออกพอใจกับทรวดทรงองเอวของแม่ดอกเบี้ยสาวชาวไทย ไม่ว่าเขาจะลากฝ่ามือผ่านตรงจุดไหน มันช่างเรียบลื่น นุ่มมือเขาดีแท้

นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าสินค้าเกรดเอ...

มายาวีอยากจะเถียงกลับ... ก็แกไง ไอ้ผู้ชายสารเลว

ทว่าเจ้าพ่อมาเฟียตีหน้ามึน พลางส่ายหัวดิก...มันก็แค่เรื่องสนุก เขาไม่ได้ตั้งใจ

 มายาวีนึกแค้นเคือง หัวใจเธอเดือดปุด โมโหตัวเองที่ดันเกิดมาเป็นคนตัวเล็ก เลยลุกขึ้นมาตอบโต้อะไรชายหนุ่มกลับไม่ได้เลยสักอย่าง แม้กระทั่งคิดปัดป้องกายงามด้วยการปัดมือหยาบออกจากร่างพัลวัน เขายังไม่ยอมหยุดการกระทำชั่วช้า สายตาคมดุ จ้องจะงาบเธอเข้าท้องมันลูกเดียว

เดวิสไม่คิดใส่ใจ ดวงตาสีควันบุหรี่จับจ้องสินค้าอย่างหื่นกระหาย ร่องรอยบนเนื้อขาวขึ้นเขียวจ้ำ ยิ่งทำให้เดวิสมีความสุขขึ้นอีกเป็นเท่าตัว...

“ฉันอยากขอร้องนาย จะให้ฉันกราบก็ยอม กรุณาปล่อยฉันไปเถอะนะ ฉันไม่รู้จริงๆ ฉันเคยทำให้นายเจ็บช้ำน้ำใจด้วยเรื่องใดมาก่อน ...ำให้คุณเจ้บิตใจโสมม หญิงสาว” มายาวีร้องขอบหัวตาร้อนผ่าว ด้วยเพราะต้องฝืนใจตัวเอง พูดจาขอร้องไอ้ฝรั่งโรคจิต

“ฉันปล่อยแน่ที่รัก แต่ต้องเป็นตอนที่ฉันเอาเธอจนอิ่มท้องเสียก่อนนะ ฉันถึงยอมปล่อยเธอไป แต่ตอนนี้เธอมาให้ความสุขฉันก่อนดีกว่า...ไม่อยากทำร้ายน้ำใจของบวรเขา อุตส่าห์จับเธอใส่พานมาตั้งไกล คะยั้นคะยอให้ฉันยอมรับเธอให้ได้ แทนต้องเสียดอกเบี้ย หลายล้านปอนด์เชียวล่ะ...” พูดจบเดวิสโหย่งกายหนาขึ้นด้านบน ทำให้ใบหน้าทั้งสองตรงกัน ชายหนุ่มยิ้มใส่ตาดอกเบี้ยสาว โอ้อวดความร่ำรวยน่าภาคภูมิใจของตนเอง

“คุณลุงบวร...”

มายาวีครางเรียกชื่อญาติผู้ใหญ่ทางฝั่งมามารดา นึกถึงใบหน้าอูมที่มักหัวเราะเสียงดังเป็นนิจ ยามถูกใจเรื่องใดสักเรื่องหนึ่ง ท่านเป็นญาติทางฝั่งมารดา ซึ่งตัวเธอนั้นคุ้นเคยกับท่านมากพอสมควร มายาวีให้ความไว้เนื้อเชื่อใจท่านทุกเรื่อง เธอจึงไม่เชื่อหรอกคุณลุงผู้แสนใจดีจะกล้าทำร้ายหลานคนนี้ได้ลงคอ ไอ้สารเลวมันนิสัยเป็นคนปลิ้นปล้อน พูดจาตลบตะแลง มาใส่ความคุณลุงของเธอเสียมากกว่า

หญิงสาวสั่นศีรษะจนผมยาวเหยียดกระจายเต็มพื้นเตียง ตวัดสายตาฉุนเฉียวขึ้นมองใบหน้าคมคาย

 ไม่จริง...มันต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิด อีกอย่าง คุณลุงบวรท่านร่ำรวยออกปานนั้น จะมาติดหนี้ไอ้ฝรั่งโรคจิตจอมลวงโลกคนนี้ได้ยังไง มันต้องกำลังหลอกลวงเธออยู่แน่ๆ

“ใช่...ญาติของเธอคนนั้น เขาติดหนี้ฉันตั้งหลายบาท...” ดูเหมือนตัวเดวิสเองจะแปลไอ้สายตาวับวาวของหญิงสาวได้ออก

“เขาขอฉันจ่ายเพียงดอกเบี้ยก่อน และนั่นก็คือตัวเธอ...ส่วนเงินต้นเขาค่อยทยอยหามาให้คราวหลัง...” เดวิสไล้ฝ่ามือลงบนแก้มนุ่มขยายความหมาย ริมฝีปากสีสดแสยะยิ้มลำพอง

“ไม่จริง...นายโกหก ไอ้คนลวงโลก...อย่ามาเที่ยวพูดจาใส่ร้ายคนดีๆเสียให้ยาก เพราะคนอย่างฉันจะไม่มีวันเชื่อคำพูดของผู้ชายหน้าตัวเมีย ทำร้ายได้แม้กระทั่งผู้หญิงไม่มีทางสู้เด็ดขาด”

 มายาวีตวาดเสียงแว๊ด เล่นเอาแก้วหูเจ้าพ่อมาเฟียสะเทือนลั่นเปี๊ยะ มือที่กำลังหยอกเอินผิวแก้มน่าสัมผัสหยุดชะงัก ดวงตาดำสีควันบุหรี่ทอประกายเรืองรอง  

“ก็แล้วแต่เธอสิ...ตอนนี้คงไม่ใช่เวลาต้องมานั่งจับเข่าทำความเข้าใจ หรือพูดอธิบายเพื่อทำให้เธอเชื่อหรือไม่เชื่อในคำพูดของฉันซะเมื่อไหร่”

หากมันมีเรื่องสำคัญให้ทำกว่านั้นตั้งเยอะ เดวิสไหวไหล่พร้อมขยับกายหนา ยืดกายกำยำที่อุดมด้วยมัดกล้ามอย่างคนรักการออกกำลังกายขึ้นนั่งคุกเข่า หมายจัดการท่วงท่าของตนให้ถนัดถนี่เข้าที่เข้าทาง มายาวีรีบเบือนใบหน้าหนีความน่าขยะแขยง ตอนนี้มันกำลังตั้งลำผงกหัวแดงก่ำ งึกงักชี้หน้าของเธออย่างไร้ยางอาย ใจนึกอยากได้มีดสักเล่ม สาบานได้ มันต้องขาดกระเด็นเพียงพริบตาเดียวเท่านั้น

 “ฉันว่าเธอพร้อมแล้วสำหรับค่ำคืนของเราสองคน”

 “นายจะทำอะไร?” หญิงสาวตะเกียกตะกายร่างหนี พอรู้ชะตากรรมของตัวเอง กำลังเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ หากเพียงกระถดร่างหนีได้เพียงเล็กน้อย คนไวถายาดก็จัดการกระตุกช่วงเอวคอดของเธอ ร่างกลมกลึงทั้งร่างมีอันล้มตรึง กลับสู่สภาพเดิม

เธอนอนหงาย และเขาคร่อมทับ...

“โอ้ยยยย...ฮือ...อย่า...”

มายาวีตาเหลือก เมื่อความเป็นเธอถูกจู่โจมด้วยปลายนิ้วเรียวในทันที โดยไม่ทันตั้งตัว

 “ซี้ดดดด...ร่องเธอนี่มันเยิ้มอีกแล้วนะที่รัก ตอดนิ้วฉันเจ็บได้ใจจริงๆ ”

“ไม่...อย่าเอาเข้าไป...อย่า...” มายาวีพยายามหุบเรียวขาเพรียวตาลีตาเหลือก เมื่อร่องสวาทของเธอถูกเขาลุกลานโดยการแยงนิ้วชักเข้าชักออกหลายครั้งติดต่อกัน

ส่วนอีกมือ เดวิสกำไว้รอบแท่งร้อนของตนเอง ชักหนังสีน้ำตาลอ่อนเพื่อเป็นการอุ่นเครื่อง เขาขอระบายออกก่อนสักน้ำ เอาไว้ค่อยจัดหนัก จัดเต็มกับร่างอร่อยลิ้นอีกสักหลายๆ รอบก็ยังไม่สาย

ในเมื่อไอ้ลุงหน้าโง่ของเจ้าหล่อน มันอยากยัดเยียดให้เขารับเจ้าหล่อนไว้เป็นตัวขัดดอกเองนี่นา มันก็ช่วยไม่ได้ เขาจำเป็นต้องใช้ดอกเบี้ยแสนสวยนี้ให้คุ้มค่ากับเงินหลายล้านปอนด์ที่เสียให้ไอ้ลุงนักพนันของเจ้าหล่อน

ไอ้เขามันก็ดันเป็นเจ้าหนี้หน้าเลือดเสียด้วยสิ คืนนี้สาวน้อยคงต้องรองรับกำหนัดมากมายของเขาหน่อยก็ก็แล้วกันนะ...

ชายหนุ่มวางดุ้นเอ็นลงบนหน้าท้องแบนราบ ถูไถ เสียดสีไปตามผิวพรรณเรียบลื่น มายาวีมองความใหญ่โตของแท่งร้อน ซึ่งมันกำลังผงกหัวบานที่มีน้ำเมือกไหลปริ่มด้วยสายตาตื่นตกใจ

“ไม่นะ... อย่าเอามันเข้ามาในตัวขอฉัน...ฉันกลัวแล้ว มันใหญ่โตมาก มันเข้าไปไม่ได้หรอก ฉันต้องขาดใจตายแน่ๆ ถ้านายดึงดันจะทำ” มายาวีส่ายหน้าพร้อมพูดเสียงสั่นเครือ

“ทำไมจะเข้าไปไม่ได้ล่ะที่รัก ของแบบนี้มันต้องลอง เจ็บแค่เดียวเดี๋ยว หลังจากนั้นเธอจะได้รับความสุขจากมัน”

“ไม่...ฉันไม่เอานะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” และด้วยความกลัว มายาวีจึงดิ้นรนขัดขืนไม่ยอมให้ไอ้แท่งทุเรศนั่นเข้าไปในตัวเธอได้เด็ดขาด หญิงสาวทั้งแตะทั้งถีบสู้จนขาดใจ

 

เดวิสเริ่มโมโหหงุดหงิดจนอารมณ์ฉุนขาด จากการถูกแรงถีบของคนร่างเล็กกว่าจนเซ ล้มก้นจ้ำเบ้าไม่เป็นท่า อารมณ์เจ้าพ่อมาเฟียถึงกับเดือดปุด ก่อนส่งเสียงคำราม แล้วกระโจนเข้าหาด้วยอาการหน้ามืด...

“ดื้อด้านนักใช่ไหม...”

เขาตบใบหน้างดงามก่อนจะชกเข้าที่หน้าท้องแบนราบ มายาวีเสียหลักล้มลงบนเตียงนอน ด้วยความเจ็บและจุก เธองอตัวยกมือกุมท้อง เดวิสบิดปากสะใจ กระชากร่างบอบช้ำเข้าหา ก่อนขึ้นคร่อมร่างขาว กักกันไว้ด้วยกายหนา กระโจนแท่งร้อนเข้าใส่ร่องหลืบปิดสนิทพรวดเดียวหมดทั้งดุ้นลำ

“กรี๊ด!!! ”

มายาวีส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดสุดเสียง ยกมืออ่อนแรงดันหน้าท้องที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเป็นลูกสวยงาม เมื่อถูกกระแทกเข้าใส่ไม่ออมแรง ร่างกายเธอเหมือนถูกจับแยกฉีกขาดเป็นหลายท่อน เนื้อกลีบสวาทปลิ้นเข้าปลิ้นออก เลือดสีแดงสดไหลเยิ้มติดออกมาพร้อมปลายแท่งอาวุธร้ายกาจ

คนกำลังหน้ามืดซูดปาก แหงนเงยใบหน้าชื้นเหงื่อหลับตาพริ้ม เร่งจังหวะเข้าออกถี่กระชั้นขึ้น ไม่ใช่เพียงแต่มายาวีที่เจ็บปวด เขาเองก็ไม่ต่างจากเจ้าหล่อนเท่าไหร่นัก เมื่อภายในโพรงคับแคบของหญิงสาวทั้งใหม่ทั้งสด สอดทะลวงเข้าออกกี่ทีมันก็ทั้งบีบทั้งรัดเอ็นเขาแน่น เส้นเลือดบนแท่งร้อนปูดโปน รู้สึกอิ่มเอมใจจนอยากจะยกหนี้ก้อนโตให้ไอ้ลุงหน้าโง่ของสาวงามผู้นี้ไปเสียเลย

แล้วเปลี่ยนเป็นกักกันสาวเจ้าไว้บนเตียงตลอดกาล เป็นนางบำเรอชั้นเยี่ยม...

“อ๊าห์...ซี้ด...เสียว...เสียวเหลือเกินแม่คุณเอ่ย ทั้งสด ทั้งใหม่ คืนนี้คงต้องหลายยกสักหน่อยนะ เธอทนหน่อยก็แล้วกันแม่สาวงามร่างกระจิดของฉัน”

มายาวีส่ายหน้าอย่างคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต ดวงตาเหม่อลอย น้ำตามันเหือดแห้ง เหมือนกับหัวใจของเธอที่ตอนนี้มันแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี

เดวิสเงยใบหน้าหล่อเหล่าคำรามลั่นห้องด้วยความสุขสม อิ่มเอมใจ เขากัดฟันพูดงึมงำพร้อมกับการเร่งอัดสะโพกหนั่นแน่นเข้าใส่ร่องสาว มันขยันตอด ขยันรัดดุ้นเอ็นเขาจนร้อนเป็นไฟ ชายหนุ่มขยับโยกตอกตึงจนร่างงามสั่นคลอน เปลี่ยนจากความเจ็บแสบแทบขาดใจ เป็นเสียวสะท้านพร้อมกับร่อนเอวขึ้นสวน ฝ่ามือร้อนหยาบกระด้างไม่ลืมยื่นไปเคล้นคลึงอกอวบอิ่มพร้อมๆ กับส่งแรงกระแทกกระทั้นบั้นท้ายทรงพลัง

ชายหนุ่มจัดการเปลี่ยนท่า ด้วยการรวบเรียวขายาวไว้บนหัวไหล่ แล้วกระแทกตัวเข้าใส่ลึกและรวดเร็วติดๆกันหลายที มายาวีครวญครางเสียงกระเส่าอย่างห้ามไม่อยู่ เซ็กส์ดิบเถื่อนทารุณเธอไม่ต่างจากการสมสู่ของสัตว์เดรัจฉาน กว่าจะยุติลงได้ ปาเข้าสู่เช้าของวันใหม่ ร่างงดงามอ่อนเปลี้ยไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงใด ได้แต่นอนไข้ขึ้นสูงในเวลาต่อมา...

หลังจากผ่านค่ำคืนอันแสนโหดร้ายมาได้อย่างทุกข์ทรมาน มายาวีได้แต่นอนร้องไห้อย่างคนหมดอาลัยตายอยากในชีวิต เรือนร่างที่เคยบริสุทธิ์ผุดผ่อง หวังเก็บเอาสิ่งนี้ไว้รอคนที่เธอรัก และเขาก็รักเธอได้เฉยชม ทว่ามาบัดนี้ มันกลับถูกซาตานผู้โหดเหี้ยม สะบั้นความภูมิใจเหล่านั้นจนเหลือเพียงซากปรักหักพัง

ทั่วเรือนร่างของเธอเต็มไปด้วยรอยราคีแสนสกปรก ผู้ชายใจสัตว์มันกระทำกับเธอทิ้งเอาไว้ให้ต้องช้ำใจ พอนึกถึงคนที่เธอรัก ภาพของรบิลจึงผุดเข้ามาในทันที เลยทำให้มายาวีร้องไห้ด้วยความเศร้าเสียใจหนักขึ้นกว่าเดิม เธอไม่เหลืออะไรให้พี่รบิลได้ภูมิใจอีกแล้ว

แผ่นหลังเปลือยเปล่าสั่นสะท้านจากแรงสะอื้นไห้ ร่างเล็กงองุ้มด้วยรู้สึกยังเจ็บตรงแถวกึ่งกลางลำตัว ขยับแต่ละทีทำเอาเธอทรมานจนต้องกัดริมฝีปากไม่ให้ตนเองหลุดเสียงร้อง ลำแขนเรียวกอดกระชับร่างอันหนาวเหน็บหวังให้อุ่นขึ้น ระบายความอัดอั้นคั่งแค้นออกมาเป็นสายน้ำตา

เธอรู้สึกเกลียดไอ้ซาตานตนนี้จนเข้ากระดูกดำ มันรังแกผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้ได้ลงคอ เธอไม่รู้หรอกว่าลุงบวรกับผู้ชายใจทรามคนนี้มีอะไรต่อกัน แต่ทำไมต้องดึงเอาเธอที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่มายุ่งเกี่ยวด้วยเล่า มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด

ยิ่งคิดมายาวีให้ยิ่งเสียใจ โลกนี้ทำไมช่างโหดร้ายกับเธอนัก...

“มันก็แค่เสียตัวให้ฉัน ทำไมเธอต้องเสียใจขนาดนั้นด้วยเล่า ไม่เอาน่า...ฉันรู้ เธอเองก็มีความสุขเหมือนกัน”

 ร่างสูงสง่าดันบานเลื่อนกระจกเดินเข้ามาภายในห้อง หลังจากเจ้าตัวเดินออกไปจุดบุหรี่สูบ ชายหนุ่มเอ่ยถามเสียงห้วนจัด ตวัดสายตาคมกริบมองคนบนเตียง ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหา แล้วหยุดกวาดตามองร่างขาวตรงหน้าเงียบๆ

 เจ้าหล่อนเอาแต่นอนร้องไห้เป็นวักเป็นเวน นึกขัดใจกับอาการรังเกียจเขาเสียเต็มประดาอยู่เหมือนกัน แต่ก็เอาเถอะเขาจะไม่โกรธ...ถือเสียว่าเขาเป็นคนแรก ที่ได้ครอบครองความบริสุทธิ์ผุดผ่องของเจ้าหล่อนก็แล้วกัน

เดวิสเหยียดริมฝีปากหยักยิ้มพอใจ พร้อมด้วยการเลื่อนสายตามองร่างหวานภายใต้ผ้าห่มสีขาวสะอาด

“มันก็แค่เรื่องสนุกบนเตียง ครั้งสองครั้งเดี๋ยวเธอก็ชินไปเองนั่นแหละ...”

มาเฟียหน้าหล่อพึงพอใจในรสรักที่เขาได้จากหญิงสาวชาวไทย ความขาวแทนความบริสุทธิ์หอมหวาน มันทำให้เขารู้สึกวิเศษจนอยากเกินอธิบาย สายตาของเดวิสอ่อนแสงลง ยามนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ

เขาไม่คาดคิดว่าเจ้าหล่อนจะยังคงความบริสุทธิ์ผุดผ่องตามที่ไอ้แก่นั่นมันบรรยายสรรพคุณไว้เลิศเลอ ดอกเบี้ยที่ไอ้ลุงผีพนันมันยื่นข้อเสนอแก่เขา ขอจ่ายแทนเงินสดหลักหลานปอนด์ มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม

ราคาค่าความสาวมันเทียบกันไม่ได้กับเงินก้อนโตที่เขาเสียให้ไอ้แก่นั่นไป และพรุ่งนี้เขาจะส่งเงินอีกสักก้อนให้มัน เพื่อเป็นการสมนาคุณให้สาสมกับความสุขที่เขาได้รับจากเรือนร่างแสนหวานของหลานสาวมันคนนี้

“ฉันชอบตอนได้ยินเสียงเธอร้อง...”

“คนเลว คนชั่ว แกทำกับฉันอย่างนี้ทำไม” พอได้ยินคำพูดทำร้ายจิตใจ คนเสียใจจึงตวัดสายตาเขียวปั๊ด กระชากถามเสียงขาดห้วง ใบหน้าหวานนั้นเปียกชื้นด้วยหยาดน้ำตา มันรินไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย

ความเจ็บร้าวระบมตามร่างกาย มันยังสู้ความเจ็บตรงหัวใจไม่ได้เลยสักนิดเดียว...

“ไอ้ที่ถามนี่ เพราะอยากรู้คำตอบจริงหรือเปล่าล่ะ”

คนย้อนถามบิดปาก แล้วจัดการถอดเสื้อคลุมบนร่างกำยำขว้างทิ้ง เปิดเผยมัดกล้ามไร้ไขมันต่อหน้าคนนอนร้องไห้บนเตียง มายาวีเบือนหน้าหนี เอาแต่นึกสาปแช่งผู้ชายตรงหน้าในใจ ขอให้เขาไม่ตายดี

เดวิสทันเห็นสายตารังเกียจของมายาวี นี่ถ้าหากเป็นหญิงสาวคนอื่นมาเห็นเขายืนเปลือย คงได้รับเสียงชื่นชมพร้อมกับกระโจนเข้าหา คงไม่มานอนร้องไห้แสดงสีหน้ารังเกียจเขาเสียเต็มประดาอย่างนี้แน่นอน...

และด้วยความขุ่นใจ เดวิสเลยโน้มกายมองดอกเบี้ยสาวด้วยสายตาเข้มจัด หญิงสาวกระถดร่างหนี ขยับปากสาปส่งด้วยภาษาไทย แน่นอนเดวิสฟังไม่รู้เรื่อง แต่ขอเดาคงเป็นคำไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก สังเกตได้จากดวงตาวาวๆ เดวิสเลยจัดการกระชากร่างใต้ผ้าห่มสีขาวจนลอยหวือมายังริมเตียง ใจหนึ่งนึกหมั่นไส้กับท่าทางเจ้าหล่อน อีกใจมันเรียกร้องต้องการ เลือดในกายเขาแล่นพล่าน เพียงได้เห็นแค่ใบหน้าสวยหวานนี้เท่านั้น 

มายาวีกรีดเสียงร้องลั่น เธอทั้งเจ็บ ทั้งตกใจ...

“แกจะทำอะไร ไอ้ชาติชั่ว” ตื่นตระหนกตะโกนใส่หน้า พยายามดันร่างลุกขึ้นนั่ง ตวัดสายตาเกลียดชังมองคนใจทราม เขาข่มขืนเธอไม่พอยังคิดทำร้ายร่างกายกันอีก

คนถูกถามบิดริมปาก ตะปบมือหยาบเข้าหาข้อเท้าเล็ก ออกแรงดึงด้วยความรวดเร็ว จนกายสาวที่บอบช้ำก่อนหน้าหงายหลังนอนลงกับพื้นเตียงอย่างสิ้นท่า

“ว้าย! ”

“ก็จะเอาเธอไง ถามได้”

“ไม่...ได้โปรด ฉันยังเจ็บตามตัวไม่หาย นายอย่าทำอะไรฉันอีกเลยนะ ให้ฉันไหว้ก็ได้...” มายาวีตัวสั่น ยอมพูดจาเสียงอ่อนหวาน เพียงหวังให้เขาเห็นใจ

และเพียงแวบเดียวเท่านั้น เดวิสหลุบเปลือกตาคล้ายเห็นใจหญิงสาว ทว่าเพียงไม่นานแววตานั้นกลับพราวระยับ บ่งบอกถึงความต้องการที่ไม่คิดเปลี่ยนแปลง ต่อให้พื้นจะถล่มดินจะทลายไปต่อหน้าเขา เขาก็จะเอาผู้หญิงตรงหน้านี้ให้ได้

สองมือหยาบจึงกระชากร่างเน่งน้อยมาใกล้ ดันเรียวขาเสลาออกห่าง ก่อนจะป้ายน้ำจากกลีบฉ่ำ แล้วยกมันขึ้นโชว์

“ปากเอาแต่ร้องห้าม แต่ทำไมร่างกายเธอมันถึงตรงกันข้ามนักล่ะหึ...ดูนี่สิ น้ำเธอออกเยอะมากขนาดนี้ แล้วจะยังมาห้ามฉันอีกทำไม ในเมื่อเธอเองก็ต้องการ ไม่ต่างจากฉันเหมือนกัน” เดวิสเอ่ยถามพร้อมแสดงสีหน้าเยาะหยัน

“นายก็ได้ในสิ่งที่ต้องการไปหมดแล้ว เมื่อไหร่นายจะยอมปล่อยฉันไปเสียทีล่ะ”

มายาวีไม่อาจปฏิเสธสิ่งน่าอับอาย ทุกอย่างเธอไม่สามารถควบคุมมันได้ ล้วนเป็นปฏิกิริยาทางร่างกายหลั่งออกมาตามธรรมชาติ เธอฝืนมันไว้ไม่ไหวจริงๆ

ทว่าใจเธอไม่ได้ต้องการอย่างที่เขากล่าวหา เธอเกลียดเขา เกลียดพอๆ กับครอบครัวใหม่ของบิดา แม่เลี้ยงกับน้องสาวทั้งคู่ที่คอยจ้องแต่จะทำร้ายเธอเสมอมาจนสุดท้ายเธอต้องระเห็จหนีมาใช้ชีวิตลำพังที่นี่ ก่อนมาพบเจอเข้ากับซาตานร้าย พวกคนใจดำ ใจยักษ์ ใจมาร ไม่รู้ว่าชาติที่แล้ว เธอได้สร้างเวรกรรมอะไรไว้กับคนพวกนี้นักหนา ชาตินี้ถึงได้ตามรังควานไม่ลดละ เจอแต่คนใจทรามทำร้ายจิตใจกันทุกหนแห่ง...

“คงกินเธออิ่มละมั้ง...”

“แต่ฉันไม่ได้ต้องการ อย่าทำอะไรฉันอีกเลยนะ...ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวฉันก็เหลือเพียงแค่ลมหายใจแค่นั้น หรือคุณต้องการ ฉันจะยกมันให้คุณ”

มายาวีพรั่งพรูคำพูดออกมาทั้งหมดด้วยความรู้สึกคั่งแค้นหัวใจ เธอตวัดสายตาถือดี เชิดใบหน้านองด้วยน้ำตาขึ้นจ้องชายหนุ่ม

เพียงแค่เขาบอกว่าต้องการ เธอจะยกมันให้เขาอย่างไม่คิดลังเล...

ในเมื่อตอนนี้ในชีวิตขอบเธอ มันแทบไม่เหลือใครข้างกายอีกแล้ว ญาติทางฝั่งมารดาที่เหลือเพียงคนเดียว ท่านยังกล้าส่งเธอให้กับไอ้คนสารเลวมันทำร้ายได้ลงคอ แล้วต่อจากนี้ เธอจะเหลือใครที่พอเป็นที่พึ่งในชีวิตได้อีกบ้าง คงไม่มีอีกแล้วสินะ ส่วนบิดานะเหรอ ตั้งแต่ท่านแต่งงานใหม่ จนเกิดน้องสาวที่ชื่อโมนา ท่านก็เปลี่ยนไปราวเป็นคนละคน ท่านทั้งรักทั้งหลงแม่ลูกคู่นั้นจนละเลยลูกคนนี้ของท่านไปโดยปริยาย อะไรท่านก็มีแต่ยกให้โมนา แม้กระทั่งคนรักอย่างพี่รบิล ท่านยังจัดแจงยกเขาให้กับน้องสาวของเธอ

 ทั้งที่เธอรักและเจอพี่รบิลก่อนที่โมนาจะเจอด้วยซ้ำ...

“ว่าอย่างไร เมื่อไหร่คุณจะยอมปล่อยฉันไปจากขุมนรกบ้าๆ นี่สักที”

เจ้าพ่อมาเฟียปล่อยข้อเท้าเล็กให้เป็นอิสระ แล้วยกมือกอดอก ทำเป็นยืนนิ่งคิด

“นั่นสินะ...เมื่อไหร่ดี?”

เขายังหาคำไม่ได้ ด้วยไม่คิดว่าจะมาเจอของถูกใจจนยากเกิดขว้างทิ้ง เขาไม่อาจกำหนดระยะตายตัว เมื่อคิดว่าคงอีกนานทีเดียวกว่าเขาจะเบื่อเจ้าหล่อน ส่วนเงินที่ไอ้แก่ลุงของมายาวีค้างเขาอยู่ เขาคิดจะยกให้มันทั้งหมด

 แลกกับการมีนางบำเรอถูกใจเอาไว้เคียงกาย...

“เอาไว้ค่อยคุยกันทีหลัง ตอนนี้เราสองคนมาทำอย่างอื่นกันก่อนดีกว่า” คนให้คำตอบไม่ได้เดาะลิ้น หรี่ตามองดอกเบี้ยสาวตาพราว

“ไม่...ฉันไม่ยอม...” คนไม่ยอมพลิกตัวหวังคลานหนี แต่ก็ยังช้ากว่ามือหยาบ

ชายหนุ่มพลิกร่างบางขึ้นนอนหงาย สายตาจับจ้องความอุดมของวัยสาว สองผลส้มนั้นโดดเด่นน่าลิ้มลอง เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากแห้งผากแล้วโถมทับกายเปลือยทาบทับร่างเล็กกว่า ต้องการสัมผัสเรือนร่างแสนบริสุทธิ์นี้ให้มากกว่าเดิม

มายาวีอายจนตัวแดง อยากยกมือขึ้นปิดบังสายตาพญามาร ทว่าเขากับทาบทับบดเบียดกายแกร่งกับเรือนร่างขาวลออของเธอจนแนบสนิททุกตารางนิ้ว

“อย่า...อืออออ” หญิงสาวร้องครางอู้ ตอนถูกนิ้วร้อนสอดใส่อย่างไม่รู้ตัว

เขาถูไถแท่งนิ้วร้ายอยู่สักพักให้คนด้อยประสบการณ์ทรมานเล่น ก่อนจะชักมันออกมา มายาวีแอ่นผวาตามเมื่อเธอกำลังแตะถึงความสุข

“ฉันจะทำเธอเบาๆ แค่เธออย่าพยศกับฉัน ตกลงไหมเม...” เขาว่าแล้วยกนิ้วที่เคลือบด้วยน้ำเมือกเข้าปาก จับจ้องดอกเบี้ยสาวด้วยสายตาหื่นกระหาย

“หวาน อร่อย จะลองชิมดูบ้างไหม” มายาวีส่ายหน้า หอปากเมื่อร่องสวาทถูกดุ้นเนื้ออวบดันเข้าแทนที่นิ้วมืออย่างไม่รู้ตัว

“ซี้ดดดด...อร้ายยยย” หญิงสาวซีดปากพร้อมหลับตาปี๋ ความอึดอัดที่ปนมากับความเจ็บแสบทำเอาเธอสั่นสะท้าน จึงยกมือขึ้นดันร่างหนาให้ลุกออกจากกายเธอ

“เจ็บเหรอ...”

ความใหญ่โตเคลื่อนผ่านความคับแคบ แน่นและบีบรัดจนก่อเกิดความเสียวขั้นสุดยอด เดวิสกัดฟันกรอด เขาไม่เคยเจอความสุขที่มันล้นอกอย่างนี้มาก่อน

“เจ็บ...คุณพอก่อนได้ไหม ฉันรับคุณไม่ไหวแล้วจริงๆ” มายาวีร้องไห้ดิ้นรนเพื่อให้ตัวเองคล้ายความเจ็บตรงจุดเชื่อม มันบวมช้ำ เพราะของเธอยังใหม่และเดวิสกระทำกับเธอรุนแรงในตอนแรก

จะเรียกการกระทำนั้น เป็นการข่มขืนเธอเลยก็ว่าได้กับการเสียตัวครั้งแรกให้กับเขา...

“อืมมมม...ซี้ดดด...ทนหน่อย ฉันจะเร่งทำให้ก็แล้วกัน แล้วฉันจะพอแค่รอบนี้”

พอสิ้นสุดคำต่อรอง เดวิสจึงยันกายหนาลุกขึ้นคร่อมร่างอิ่มเอมไว้ หรี่ตามองหญิงสาวด้วยสายตาอ่านไม่ออก พร้อมกดกระแทกความเป็นเขาหลังจากแช่นิ่งมานาน ใส่ร่างอ่อนปวกเปียกที่นอนร้องไห้กระซิก

“โอ้ว...ดีเหลือเกิน แม่คุณเอ่ย...” เจ้าพ่อมาเฟียรั้งร่างเล็กเข้ามากอดรัด จูบปากอิ่มอย่างบ้าคลั่ง แล้วตอกย้ำดุ้นร้ายเข้าใส่เสียงดัง

มายาวีกรีดร้องอย่างเจ็บปวดทุกครั้งยามเขาตอกบั้นเอวลงมาที่เธอ มันเจ็บปวดแต่ก็ต้องกัดฟันทนเพื่อให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปให้เร็วที่สุด

เดวิสกัดฟันเร่งส่งบั้นท้ายเข้าหา เพื่อต้องการพาตนเองเยือนความสุขสมหวังได้เร็วขึ้น เสียงเนินเนื้อกระทบกันถี่ระรัว ก่อนชายหนุ่มจะส่งเสียคำรามราวสัตว์ป่า เกร็งร่างสั่นสะทาน เมื่อความซ่านสยิวที่มาพร้อมกับการปลดปล่อยสายพันธ์เข้าสู่แอ่งธรรมชาติหอมหวานจนหยดสุดท้าย...

“อร้าย! ...”

สิ้นเสียงคำราม เดวิสทรุดกายแข็งแรงนอนแผ่ลงด้านข้าง ไม่กล้าทับร่างบาง แค่นี้เธอคงเจ็บปวดมากพอดู ก่อนรั้งเอาร่างสาวอ่อนแรง ที่กำลังนอนร้องไห้เข้ามากกกอดไว้ในอ้อมแขนอย่างแสนสุขสมหวัง...

----------------------------------- 

 

 

 

ความคิดเห็น