YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

[ตอนพิเศษ : ผู้ชายคนนี้ใครก็แตะต้องไม่ได้]

ชื่อตอน : [ตอนพิเศษ : ผู้ชายคนนี้ใครก็แตะต้องไม่ได้]

คำค้น : คนโปรด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 101

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ธ.ค. 2561 04:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ตอนพิเศษ : ผู้ชายคนนี้ใครก็แตะต้องไม่ได้]
แบบอักษร

ตอนพิเศษ : ผู้ชายคนนี้ใครก็แตะต้องไม่ได้

หลังจากที่ลูคัส ฮาล์น ฟื้นจากความตาย ช่วงเวลา2-3 ปีให้หลัง ชายหนุ่มชาวรัสเซียเสี้ยวอังกฤษก็กลับมาผงาดในวงการธุรกิจอีกครั้ง เคยมีคนตั้งฉายาให้ลูคัสว่าเขาคือพระเจ้าแห่งวงการธุรกิจ แต่หลังจากที่เขากลับมาหลังจากที่เงียบหายไปหลายปี ตอนนี้เขาได้ถูกยกย่องว่าเป็นพระเจ้าของพระเจ้าแห่งวงการธุรกิจไปแล้ว ชายหนุ่มอยู่ในยุคเฟื่องฟูจนถึงขีดสุด ในวงการธุรกิจโลกไม่มีใครไม่รู้จักเขา มีหลายคนสงสัยว่า5-6ปีที่เขาหายไป เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเทพเจ้าคนนี้ บ้างก็ว่าเขาเบื่อหน่ายกับการทำงาน บ้างก็เชื่อว่าเขาตายไปแล้ว...แต่ข่าววงในสุดๆที่ทุกคนรู้กันเพียงแต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงออกมาตรงๆ คือเขาอกหักจากผู้ชายคนหนึ่ง...

ผู้ชายที่กล้าทำให้Godเป็นได้ขนาดนั้น เป็นใครกันนะ...

“ลุค พรุ่งนี้ผมจะบินไปรัสเซียรอพี่ก่อนนะ” สมิธเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังเป่าผมยาวสีทองให้กับคนรัก ชายที่กำลังถูกปรนนิบัติขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันเล็กๆอย่างไม่ชอบใจ

“ทำไมไม่รอไปพร้อมพี่?”

“ผมอยากพาไอเดนไปเที่ยวรอพี่ก่อนไง ลูกใกล้จะเปิดเทอมแล้วยังไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหนเลย” สมิธเอ่ยบอกอีกคนด้วยใบหน้ายิ้มๆ ขัดกับลูคัสที่หน้าบึ้งลงไปถนัดตา

“ไอเดนอีกแล้ว”

“แหนะ!ไม่หึงลูกสิ”ฟอด!สมิธก้มลงหอมแก้มคนหน้าบึ้งปลอบใจฟอดใหญ่ อีกคนจึงค่อยคลายคิ้วที่ขมวดออกไป

“ช่วงนี้มิทตี้ติดไอเดนเกินไป ไม่ค่อยมีเวลาให้พี่เลย” คนแก่กว่าเริ่มจะงอน

“ก็ไอเดนปิดเทอมนานๆทีลูกจะได้กลับบ้านมาหาผมก็ต้องให้เวลาเขาหน่อย พอเขาเปิดเทอมก็ต้องกลับไปอยู่โรงเรียนประจำ เวลาของผมก็จะกลายเป็นของพี่คนเดียวอยู่แล้ว”

“พี่เหงา”ลูคัสหันกลับไปกอดเอวคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง แล้วซุกหน้าเข้ากับท้องแบนเรียบพลางเอ่ยอ้อนๆ สมิธยิ้มเล็กๆกับท่าทางแบบนั้นของคนรักก่อนจะก้มลงจูบกลุ่มผมสีทองสวยลูคัสหนักๆอย่างให้กำลังใจ

“อดทนนะครับ”

“เฮ้อ!เห็นทีพี่ต้องหาน้องให้ไอเดนจริงๆจังๆสักที”

“ก็ดีนะ ไอเดนจะได้ไม่เหงา”สมิธตอบกลับอีกคนไปด้วยความใสซื่อ หารู้ไม่ว่าลูคัสกำลังคิดจะกันไอเดนออกจากเขาต่างหาก

“อืม แต่ก่อนอื่นเราก็ต้องมาเริ่มปั๊มน้องให้ไอเดนก่อนแล้วกัน” ลูคัสแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ ลุกขึ้นรวบคนรักเข้ามาไว้ในอ้อมกอด

“อื้อ ไม่เอา อ๊ะ!ลุค!พรุ่งนี้จะเดินทาง”สมิธพยายามเบี่ยงตัวหนีจากริมฝีปากและมือปลาหมึกของอีกคน

“พี่ยังไม่อนุญาตว่าให้ไปสักหน่อย แต่ถ้าพรุ่งนี้ลุกไหวก็จะให้ไป”

“พี่อ่ะ!ขี้โกงที่สุด!เอ๊ะ!”สมิธบ่นพร้อมๆกับที่อีกคนอุ้มเขามาถึงเตียงแล้ว

“ถอนตัวไม่ทันแล้วครับที่รัก หึๆ”เอ่ยจบลูคัสก็ประกบริมฝีปากจูบคนใต้ร่างที่ไร้การขัดขืนทันที

+++++++++++++++++

“สมิธไหวรึเปล่า?นอนพักก่อนไหมเดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยไปเที่ยวกันก็ได้”เด็กชายวัย 8 ขวบ ที่สูงถึงเอวสมิธเดินมาจับมือเขาเขย่าเบาๆด้วยความเป็นห่วงที่เห็นคุณอาสุดที่รักหน้าซีดๆตั้งแต่เดินทางจากอังกฤษมาจนถึงรัสเซีย

“ไม่เป็นไรครับ อาไหว”สมิธฝืนยิ้มบอกเด็กน้อยไปทั้งๆที่ตัวเขาเองปวดเมื่อยตามร่างกายสุดๆ ลุคนะลุค!

“ถ้าการที่เราไปเที่ยวแล้วทำให้สมิธลำบาก เรายอมนอนอยู่ที่ห้องเฉยๆยังดีกว่า”เด็กชายไอเดนเอ่ยบอกสมิธด้วยสีหน้าจริงจัง สมิธหลุดยิ้มด้วยความใจอ่อนระทวยในความน่ารักฉบับเด็กชายไอเดน

“ไอเดนเป็นห่วงอาเหรอ?”สมิธเอ่ยถามเด็กยิ้มๆ

“ถ้าเราไม่รักเราจะไม่พูด”ฟอด!สมิธทนไม่ไหวกับความน่ารักนี้แล้วจริงๆจึงได้ก้มลงหอมแก้มเด็กชายตัวน้อยทั้งสองข้างด้วยความหมั่นเขี้ยว

“น่ารักจริงๆเชียวเด็กคนนี้ อาพักก่อนก็ได้ไว้ตอนเย็นเราค่อยไปหาอะไรอร่อยๆกินกันเนอะ”

“อืม”ไอเดนพยักหน้าตกลง

ช่วงเย็นหลังจากที่สมิธได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่เขาก็พาไอเดนและบอดี้การ์ดที่ลูคัสส่งมา(เฝ้า)ดูแลอีกสี่คนไปทานอาหารที่นอกโรงแรม สมิธเคยตามลูคัสมาทำธุรกิจที่เมืองนี้ของรัสเซียบ่อยๆ เขาจึงคุ้นเคยกับที่นี่เป็นอย่างดี

“อร่อยไหม?”สมิธถามไอเดนที่นั่งตรงข้ามตัวเอง หลังจากเด็กชายทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ

“ใช้ได้ แต่ไม่เท่าที่คุณวิลทำ” คำตอบของไอเดนทำให้สมิธยิ้มแห้งๆ ก็แน่สิ คุณวิลหรือ วิลเลี่ยม คูเปอร์ เป็นเชฟระดับโลกที่ลูคัสจ้างมาไว้ที่ห้องครัวประจำบ้านที่อังกฤษ ไอเดนจึงกลายเป็นเด็กลิ้นทองไปโดยปริยาย ถ้าทำอร่อยไม่ถึงลิ้นเขาอย่าหวังเลยว่าเขาจะกลืนลงคอ นี่ยอมกินอาหารพวกนี้ได้หลายคำก็บุญเขาแล้วล่ะ

“โอเค เดี๋ยวเราทานเสร็จแล้วอาจะพาไอเดนไปเดินเล่นก่อนกลับโรงแรม”

“ครับ”

++++++++++++++++++

เช้าวันต่อมา

“สมิธ วันนี้เราจะไปเที่ยวไหนกันครับ?”

“วันนี้อาจะพาไปเล่นไอซ์สเก็ต”

“สมิธเล่นเป็นหรอ?ครั้งที่แล้วก็ล้มบ่อยจนป๊ะป๋าต้องพาเล่น”สมิธหน้าชาไปนิดกับความไม่เอาไหนของตัวเอง

“เป็นสิ และตอนนี้อาก็พอเล่นเก่งขึ้นแล้ว”

“ไปเล่นอย่างอื่นไหม เกิดสมิธล้มขึ้นมาอีกเราพยุงไม่ไหว ยิ่งถ้าเป็นแผลป๊ะป๋าโกรธเราแน่”

“ไม่โกรธหรอก”

“โกรธ ป๊ะป๋าหวงสมิธที่สุดแค่เราหอมแก้มสมิธคืนยังมองเหมือนจะโกรธเราเลย”สมิธหน้าแดง แม้แต่ลูกก็ยังรู้เลยหรอเนี่ย แต่ลูคัสจะทำกับไอเดนน่าสงสารไปแล้ว เห็นทีคงต้องคุยเรื่องหึงเขากับลูกอย่างจริงจังสักที

“เอ่อ...แต่ป๊ะป๋าก็รักไอเดนมากๆเลยนะ”

“อืมเรารู้ เราถึงไม่น้อยใจป๊ะป๋าไง”

“ดีแล้วเด็กดี”สมิธลูบหัวให้กำลังใจเด็กชายตัวน้อย ก่อนจะพาออกเดินทางไปยังลานไอซ์สเก็ตประจำเมือง ครั้งนี้เขาเล่นได้ดีกว่าครั้งที่แล้วอย่างที่โม้กับไอเดนไว้ แต่ก็ต้องคอยเล่นอย่างช้าๆระมัดระวัง ผิดกับไอเดนที่เล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติแม้แต่หมุนตัวเร็วๆก็ไม่มีล้ม เล่นกันไปประมาณสองชั่วโมงนิดๆก็เริ่มเหนื่อย ไอเดนที่เห็นสมิธเริ่มไม่ไหวก็ยอมเอ่ยปากขอหยุดเล่นเอง

สมิธพาไอเดนไปทานอาหารพื้นเมืองร้านดังประจำเมือง ไอเดนทานได้เยอะกว่าเมื่อวาน อาจจะรู้สึกชอบหรือหิวมากเพราะเหนื่อยเขาก็ไม่แน่ใจ จากนั้นเขาก็พาไอเดนไปชมพิพิธภัณฑ์ทางด้านศิลปะ และโบสถ์ที่มีชื่อเสียงของเมือง

ไอเดนมาที่รัสเซียเป็นครั้งแรก เขาสนใจทุกที่ที่สมิธพาไปในแบบของเขาคือการมองดูทุกอย่างเงียบๆอย่างตั้งใจ สมิธเมื่อเห็นว่าถึงเวลาอาหารเย็นแล้วจึงพาไปทานร้านอาหารสไตล์อังกฤษที่ไอเดนคุ้นเคย เด็กชายทานได้ไม่มากเหมือนมื้อกลางวันหลังจากนั้นสมิธจึงพาไอเดนไปต่อแถวซื้อไอศกรีมร้านอร่อย

เมื่อได้ชิมไอศกรีมรสชาติดี ไอเดนก็ก้มหน้าก้มตากินตามประสาเด็กทั่วไป สมิธจึงเดินจูงมือเด็กชายจะข้ามถนนไปหาเหล่าบอดี้การ์ดที่เขาสั่งให้ยืนรออยู่อีกฝั่ง

แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นเมื่อมีชายกลุ่มใหญ่เดินมาจากอีกด้านและกำลังจะชนเข้ากับไอเดนที่ทานไอศกรีมอยู่ สมิธที่เห็นอย่างนั้นจึงรีบอุ้มเด็กชายหลบได้ทันท่วงที แต่ไอศกรีมในมือเด็กชายก็กระเด็นไปโดนเสื้อของชายที่น่าจะเป็น...หัวหน้ากลุ่ม

“เวรเอ้ย!ทำบ้าอะไรของพวกแกวะ!!!”ชายที่เสื้อเปื้อนเพียงเล็กน้อยตะคอกขึ้นอย่างโมโหพร้อมจ้องสมิธและไอเดนอย่างเอาเรื่อง

“เอ่อ ขอโทษด้วยครับ พวกเราไม่ได้ตั้งใจ”สมิธยอมเอ่ยขอโทษไปเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

“ขอโทษแต่ปากแล้วเสื้อฉันมันจะหาเปื้อนไหมวะ!”ชายคนนั้นยังมีท่าทีจะเอาเรื่องอยู่เช่นเดิม

“งั้นผมจะชดใช้ค่าเสียหายให้นะครับ”

“แกคิดว่าเสื้อตัวนี้มันราคาถูกอย่างที่พวกแกใส่หรือไง”หนึ่งในลูกน้องของชายคนนั้นมองไอเดนและสมิธอย่างเหยียดหยาม ลูกพี่เขามีเสื้อผ้าแบรนด์ดังทั่วโลกทุกยี่ห้อ แต่เสื้อผ้าดีไซน์ที่สมิธและไอเดนใส่เขาไม่เคยเห็นมีวางขายมาก่อน

“เท่าไหร่”เสียงเรียบเย็นเอ่ยถามนิ่งๆเพียงแต่ไม่ใช่เสียงของสมิธแต่เป็นเสียงของไอเดนต่างหาก

“เด็กอย่างแกจะมีปัญญาจ่ายหรือไง?”ลูกสมุนอีกคนเอ่ยเหยียดใส่บ้าง

“ก็บอกมาสิว่าเท่าไหร่”ไอเดนยังเอ่ยถามเสียงเรียบอย่างไม่เกรงกลัว

“10000ดอลล่า มีปัญญาจ่ายไหม?”ชายที่เป็นหัวหน้าเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะ

“ก็ถูกๆเองนี่ ยังไม่พอถุงเท้าข้างหนึ่งของเราด้วยซ้ำ ใช่ไหมสมิธ”ไอเดนเหยียดยิ้มกลับไปพร้อมหันหน้ากลับไปถามสมิธที่อุ้มเขาไว้อยู่ สมิธพยักหน้าช้าๆตามที่ไอเดนพูด ถุงเท้าไอ้เดนน่าจะคู่ละสามหมื่นได้

“เหอะ!นี่โกหกเก่งตั้งแต่เด็กเลยนะไอ้เด็กเวรนี่”ชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มสบถด่าไอเดนและทำท่าจะใช้นิ้วจิ้มหัวเล็กของเด็กน้อย แต่สมิธก็รีบปัดมือนั้นออกอย่างแรง

เพี๊ยะ!

“นี่แกกล้าทำฉันหรอ!”ชายที่ถูกปัดมือโกรธขึ้น เขาผลักไหล่สมิธจนเซไปหลายก้าว ก่อนจะขยับตามไปจะเขาเรื่องต่อ แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไรก็มีกำแพงยักษ์สี่คนมากันตัวสมิธกับไอเดนไว้

“คิดจะทำอะไร” ไมเคิลหัวหน้าบอดี้การ์ดเอ่ยถามชายกลุ่มนั้นเสียงเข้ม

“นี่พวกแกเป็นใคร ถ้าไม่อยากมีปัญหากับฉันก็ถอยไป!”ชายคนนั้นเอ่ยอย่างวางมาด ผู้คนที่เดินไปมาแถวนั้นก็รีบเดินเลี่ยงไปห่างๆเพราะรู้จักคนที่พูดเป็นอย่างดี เซท คาราปาส ลูกชายคนเดียว คาซัส คาราปาส เจ้าพ่อในคราบนักธุรกิจ คนดังของเมืองนี้

“เราเป็นใครไม่สำคัญ แต่ถ้าคุณไม่เอ่ยขอโทษเขา คุณจะได้มีปัญหาจริงๆแน่”ไมเคิลเอ่ยเสียงเรียบอย่างไม่เกรงกลัวท่าทางวางอำนาจจากเซท

“ถ้าฉันไม่พูดแล้วจะทำไม พวกแกต่างหากที่ต้องมาขอโทษแทบเท้าฉัน ถ้าไม่อยากหายไปจากโลกนี้”เซทเหยียดยิ้มอย่างเหนือกว่าพลางสาวเท้าเข้ามาใกล้อย่างไม่เกรงกลัว แต่ก่อนที่เขาจะได้ขยับเข้ามาใกล้มากว่านี้ เซทก็ล้มลงนอนกับพื้นในชั่วพริบตาจากฝีมือไมเคิล

“โอ้ย!แกกล้ามากนะ พวกแกไปจัดการมันสิวะ!”เซทสั่งลูกน้องหกคนให้เข้าจัดการกับกลุ่มไมเคิล ภายในเวลาไม่กี่นาทีลูกน้องของเซทก็ถูกเหล่าบอดี้การ์ดของสมิธจัดการจนต้องทรุดตัวลงกับพื้นทุกคน โดยที่สมิธได้แต่ปิดตาไอเดนมองดูเหตุการณ์เงียบๆ

ทั้งที่มีการทะเลาะวิวาทกันกลางเมืองแท้ๆแต่กลับไม่มีตำรวจเข้ามาดูแลสักนาย แสดงว่าคนพวกนี้คงมีอำนาจในเมืองนี้มากพอสมควร

“พวกแกกล้าทำกับฉันอย่างนี้ ได้มีปัญหากับพ่อฉันแน่!”เซทกล่าวคาดโทษ

“ถ้าอย่างนั้นก็บอกชื่อพ่อคุณมา ผมจะไปเคลียร์กับเขาเอง”สมิธก้าวมายืนตรงเซทพร้อมเอ่ยนิ่งๆ

“คาซัส คาราปาส”

“โอเค ผมชื่อ สมิธ เกรย์เยอร์ ค่าเสียหายผมจะจัดการให้ทีหลัง ส่วนเรื่องที่คุณถูกทำวันนี้ผมถือว่าสมควรแล้ว คุณคิดจะทำร้ายไอเดน ซึ่งผมยอมไม่ได้”

“แก!”

“กลับ”สมิธเอ่ยสั่งเหล่าบอดี้การ์ดแล้วอุ้มไอเดนเดินไปอีกทาง

++++++++++++++++

“ไมค์ เดี๋ยวช่วยหาเบอร์ของคาซัส คาราปาสให้ผมทีนะครับ”สมิธเอ่ยบอกไมเคิลหลังจากที่ส่งไอเดนเข้านอนเรียบร้อยแล้ว

“ให้นายจัดการน่าจะดีกว่านะครับสมิธ”

“ผมไม่อยากรบกวนเขา เรื่องแค่นี้เอง”

“เขา ‘กล้า’ผลักสมิธเลยนะครับ ถึงยังไงผมก็ต้องรายงานนาย”

“ค่อยบอกวันพรุ่งนี้หลังจากที่ผมลองคุยกับคุณคาซัสก่อนก็แล้วกัน”

“ได้ครับ”ไมเคิลรับคำอย่างเชื่อฟัง เพราะสมิธก็ถือเป็นนายเหนือหัวอีกคนของเขา

เช้าวันต่อมา

วันนี้อยู่ๆฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้สมิธไม่สามารถพาไอเดนออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกได้ เขาจึงให้ไอเดนเล่นอยู่ที่ห้องภายในโรงแรม สายๆสมิธจึงโทรสายตรงไปหาคาซัส คาราปาส นานจนสายเกือบจะตัดไปปลายสายถึงได้กดรับ

(คาซัสพูด)การเอ่ยรับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงสั้นห้วนไม่ได้ทำให้สมิธอารมณ์เสียแต่อย่างใด

“สวัสดีครับ คุณคาซัส”

(คุณเป็นใคร ทำไมถึงมีเบอร์ส่วนตัวของผม)

“ผมคือคนที่ถูกลูกชายของคุณกับพวกล่วงเกินเมื่อวาน”

(อ้อ แกนี่เองที่ทำให้ลูกชายฉันมีสภาพแบบนั้น)

“ผมไม่ได้ทำ”

(ถ้าแกไม่ได้ทำแล้วลูกฉันจะสะบักสะบอมขนาดนี้ได้ยังไงกัน!)

“ผมไม่ได้ทำแต่บอดี้การ์ดผมทำน่ะครับ”

(หึ!ที่โทรมาหาฉันนี่เตรียมตัวตายไว้แล้วใช่ไหม)

“ทำไมผมต้องตายด้วย”

(เพราะแกทำให้ลูกของฉันเจ็บ)

“อ้อ ผมก็รู้สึกเจ็บไหล่นิดๆเหมือนกันนะครับ”

(แกเจ็บแล้วจะทำไม)

“แฟนผม...อาจจะโกรธ”

(แล้วยังไง?)

“ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอย่างไรเหมือนกัน เอาเป็นว่าปัญหาระหว่างผมกับลูกชายคุณขอให้จบกันที่ตรงนี้ ค่าเสียหายผมจะให้คนจัดการให้ก็แล้วกันนะครับ”

(แกคิดว่าแกอยากจะจบก็จะจบได้หรือไง ฉันจะให้โอกาสแกมาหาฉันที่ตรอก cc ภายในวันนี้หรือจะให้ฉันส่งคนไปลากคอแกก็เลือกเอา)

“ถ้าอย่างนั้นเราก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกันอีก ลาก่อนครับ” สมิธถอนหายใจเบาๆแล้วกดวางสาย

“เขาไม่ฟังสินะครับ”ไมเคิลที่ยืนอยู่ข้างๆสมิธเอ่ยขึ้นหลังจากที่สมิธจบบทสนทนากับคาซัส

“อืม เดี๋ยวเรื่องนี้ผมจะบอกลุคเองก็แล้วกัน”สมิธพูดก้วยน้ำเสียงเนือยๆ ถ้าเขาบอกเองลูคัสอาจจะพอฟังบ้าง ไม่ทำอะไรที่เป็นเรื่องใหญ่ล่ะนะ

“ไม่ทันแล้วครับ นายรู้เรื่องตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ตอนนี้คงกำลังใกล้จะลงเครื่องมาที่นี่แล้ว”

“คุณบอกเขา?”

“ผมไม่ได้บอกครับ แต่คุณคิดว่าลูกน้องนายที่เฝ้าดูคุณจะมีแค่พวกผมสี่คนเหรอครับ”

“นั่นสินะ...เอาเถอะเดี๋ยวผมจะเข้าไปนอนพักสักหน่อย ฝนตกแล้วรู้สึกง่วงๆชอบกล ฝากดูไอเดนด้วยนะครับ”

“ได้ครับ”

+++++++++++++++

ลูคัสเดินทางมาถึงโรมแรมที่สมิธและไอเดนพักหลังจากที่สมิธเข้าไปนอนพักได้ราวๆยี่สินาที ชายหนุ่มตวัดสายตามองไมค์นิ่งๆแต่ไม่ได้ต่อว่าอะไรนอกจากนั้น เขาถามหาสมิธและไอเดน เมื่อรู้ว่เมียหลับอยู่จึงเข้าไปหาลูกชายที่ดูการ์ตูนอยู่อีกห้อง

“ป๊ะป๋า!”ไอเดนวิ่งเข้าไปกอดพ่ออ้อนๆ

“ว่าไง?สนุกไหม?”ลูคัสอุ้มไอเดนขึ้นพลางเอ่ยถาม

“สนุก แต่เมื่อวานเจอคนนิสัยไม่ดี”

“พ่อรู้แล้ว”

“เขาจะทำร้ายไอเดน แต่สมิธปกป้องไอเดนไว้ เขาผลักสมิธด้วยนะๆ”เด็กชายได้ทีก็รีบเอ่ยฟ้องคนเป็นพ่อ

“มันทำแรงรึเปล่า?”ลูคัสถามเสียงเข้มขึ้นถึงแม้เขาจะรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วก็ตาม เขาอยากได้ยินจากปากคนที่อยู่ในเหตุการณ์มากกว่า

“แรง!สมิธเซไปตั้งหลายก้าว”

“อืม...ลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”ลูคัสมองสำรวจลูกชายด้วยความเป็นห่วง ไอเดนส่ายหน้าให้พ่อ

“ไม่ครับ แต่ไอเดนเสียใจที่ปกป้องสมิธไม่ได้”เด็กน้อยทำหน้าเศร้า

“ไม่เป็นไรเด็กดี หน้าที่นั้นเป็นของพ่ออยู่แล้ว”ลูคัสลูบหัวลูกชายอย่างปลอบโยนก่อนจะวางเด็กน้อยลงให้กลับไปดูการ์ตูนตามเดิม ส่วนเขาก็ออกจากห้องของลูกตรงไปยังห้องหนึ่งที่สมิธหลับพักผ่อนอยู่

ชายหนุ่มวัย 42 ปีมองภรรยาที่เขาทั้งรักและถนุถนอมนอนหลับอยู่ด้วยสายตารักใคร่ไม่เปลี่ยนแปลง เขาก้มลงจูบหน้าผากสมิธที่กำลังหลับอยู่ ก่อนจะไล้ลงจูบที่ข้างแก้มหอมวนเวียนซ้ำๆแล้วจึงรุกรานริมฝีปากอิ่มของอีกคนอย่างคิดถึง

"อื้อ!" สมิธขยับตัวตื่นเพราะรู้สึกว่ามีคนกำลังรบกวนการหลับของเขา แต่ก็ไม่ได้ตกใจนักเพราะคุ้นเคยกับสัมผัสแบบนี้อยู่บ่อยๆ

"หลับต่อเถอะ"ลูคัสจูบหน้าผากคนรักหนักๆพร้อมเอ่ยบอก สมิธปรือตาขึ้นมองพร้อมเอ่ยกับอีกคนเสียงยานคาง

"นอนด้วยกันนะครับ"

"ชวนแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่ได้นอนเฉยๆหรอก"ลูคัสลูบผมคนขี้เซายิ้มๆ ก่อนจะถอดเสื้อโค๊ทแล้วแทรกตัวลงนอนผ้าห่มตัวเดียวกันกับสมิธ ลูคัสสอดแขนรองใต้คอสมิธก่อนจะจับหัวทุยคนรักให้มานอนซบอกตัวเอง สมิธขยับหัวสองสามครั้งให้ได้ท่าที่ถนัดแล้วกอดเอวลูคัสก่อนจะหลับไปอีกรอบ

สมิธตื่นขึ้นมาอีกครั้งตอนบ่ายๆ หรี่ตามองคนข้างๆที่กำลังหลับอยู่แล้วจึงหลุดยิ้มออกมา เขาก้มลงจูบมุมปากลูคัสเบาๆแต่อีกคนกลับลืมตาตื่นขึ้นทันทีพร้อมตอบสนองกลับอย่างเร่าร้อน ลูคัสขบดูดริมฝีปากสมิธแรงๆด้วยความหมั่นเขี้ยวก่อนจะสอดลิ้นแทรกเข้าไปในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้มชิมความหวานจากอีกคนไม่รู้เบื่อ

เนิ่นนานกว่าที่พวกเขาจะถอนจูบออกจากกัน แต่ถึงกระนั้นลูคัสก็ยังใช้ริมฝีปาดคลอเคลียแถวซอกคอหอมๆของสมิธอยู่

"ลุคพอก่อน เดี๋ยวไอเดนเข้ามาเห็น"สมิธพยายามห้ามปรามคนรักที่จูบตรงนั้นตรงนี้บนร่างกายเขาไม่เลิกรา เกิดไอเดนเข้ามาเห็นเหมือนครั้งที่แล้วที่พวกเขากำลังสวีทกันอยู่ มิหวังต้องคิดหาคำแก้ตัวอีก

"พี่ล็อคประตูน่า"

“ล็อคประตูก็ไม่ได้ครับ ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาทำ”สมิธเอ่ยห้ามก่อนจะหอมแก้มคนรักปลอบใจ

“พี่คิดถึงมิทตี้จะแย่”ลูคัสซบหน้าลงกับไหล่สมิธ

“พี่มาเร็วกว่ากำหนดอีกนี่”

“มีคนกล้ารังแกลูกกับเมียพี่ พี่จะไม่รีบมาได้ยังไง”ลูคัสเงยหน้าขึ้นจากไหล่สมิธพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนสมิธแอบรู้สึกกลัวขึ้นมาไม่ได้

“ก็...ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”

“งั้นเหรอ?”ลูคัสเลิกคิ้วหรี่ตามองสมิธนิดๆ

“ไม่เอาน่าลุค ช่างเขาเถอะ ผมเป็นฝ่ายผิดก่อนด้วย”

“สำหรับพี่มิทตี้ไม่เคยผิด”ลูคัสกดจูบข้างขมับสมิธหนักๆยืนยันคำพูดตัวเอง

“ฮื่ออ พูดจาน่ารักอีกแล้ว”สมิธเขินหนักจนข้างแก้มแดง

“แล้วรักไหม?”

“ที่สุด”คนตอบยิ้มจนตาหยี ลูคัสทนดาเมจนี้ไม่ไหวจึงจับอีกคนฟัดจูบอีกหลายนาที

“เรื่องสวะพวกนั้นพี่จะจัดการเอง มิทตี้ไม่ต้องกลัว”ลูคัสเอ่ยบอกคนน้องหลังจากที่จับจูบจนพอใจแล้ว

“ไม่ได้กลัวสักหน่อย แค่ไม่อยากให้พี่ไปเกลือกกลั้วด้วยต่างหาก” สมิธยักไหล่นิดๆประกอบคำพูดตนเอง คนพวกนั้นไม่ได้มีค่าพอให้เขาเป็นห่วงขนาดนั้น

“ปากร้ายนะเรา”ลูคัสแซวสมิธยิ้มๆอย่างถูกใจ สมิธได้แต่หัวเราะให้กับความร้ายกาจของตัวเอง

“ฮิๆ เอาเป็นว่าปล่อยๆเขาไปเถอะ”

“อืม”ลูคัสรับคำ เขาปล่อยแน่ แต่คงหลังจากที่เขาสั่งสอนพวกมันก่อนก็แล้วกันนะ

+++++++++++++++

วันต่อมา

เพล้ง!

“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!? ทำไมพวกตำรวจมันถึงได้บุกจับสินค้าของเราได้!”คาซัสโยนแก้วลงพื้นด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดถึงขีดสุด สินค้าผิดกฎหมายที่รอจำหน่ายมูลค่าเป็นร้อยล้านของเขาถูกพวกตำรวจบุกจับเมื่อคืนนี้ ทั้งๆที่เขาก็รู้จักสนิทสนมกับพวกตำรวจและจ่ายให้ไปไม่น้อย แต่ตอนนี้ราวกับว่ามีคนกำลังเล่นตลกกับเขา ธุรกิจที่เขาทำบังหน้าก็ถูกทางการตรวจค้นและสั่งปิดในตอนเช้าตรู่ แย่ไปกว่านั้นคือตำรวจออกหมายจับเขาในหลายข้อหาหนัก...อาจถึงขั้นต้องโทษประหารชีวิต ทุกอย่างที่เลวร้ายสำหรับเขาเกิดขึ้นติดๆกันภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงราวกับเรื่องโกหก

“พ่อ!!นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมโกดังสินค้าเราถึงถูกตรวจ ร้านก็ถูกสั่งปิดแล้วบัตรเครดิตผมก็รูดไม่ได้ ที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือพ่อกับผมก็ยังโดนหมายจับอีก!!!”เซทพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงานคาซัสด้วยสีหน้าตื่นตกใจ คาซัสตวัดสายตามองลูกชายที่ไม่ได้เรื่องนักก่อนจะตะคอกตอบกลับไปอย่างอารมณ์เสีย

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” เซทที่เห็นท่าทีของบิดาอย่างนั้นก็สงบปากไม่กล้าพูดอะไรต่อ

คาซัสในวัย 57 ปี หยิบโทรศัพท์มากดโทรออกหาบุคคลที่คอยหนุนหลังเขาอยู่ด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น โทรติดต่อไปหลายสายอีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับ จนสายที่สามสิบฝ่ายนั้นจึงตัดสินใจรับโทรศัพท์จากคาซัส

(มีอะไร)

“ท่าน!นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมท่านถึงให้คนไปบุกจับสินค้าผม”

(ฉันทำตามหน้าที่)

“ท่านพูดอย่างนี้กับผมได้ยังไง เราตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ!”

(ตกลงได้ก็ยกเลิกได้คาซัส)

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ท่านช่วยผมหน่อยเถอะครั้งนี้มันเลวร้ายถึงชีวิตผมกับลูกเลยนะ”

(ครั้งนี้ฉันช่วยไม่ได้จริงๆคาซัส คนที่ใหญ่กว่าฉันมากๆท่านลงมาเองถ้าฉันสอดมือเข้าไปยุ่ง ฉันก็จะเดือดร้อนไปกับนายด้วย) คาซัสเข่าอ่อนจนทรุดลงไปกับพื้น ถ้าคนๆนี้ช่วยเขาไม่ได้คนอื่นก็อย่าได้คิด...ชีวิตเขาก็สิ้นหวังแล้ว

“เพราะอะไร!ท่านบอกผมมาว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้!”คาซัสตะคอกอย่างไม่เข้าใจ เขายืนหยัดในวงการนี้มาเกือบ30ปี เพียงแค่คืนเดียวทุกอย่างกลับพังพินาศลงไปชั่วพริบตา

(นายไปทำอะไรให้เขาคนนั้นโกรธ)

“ท่านหมายถึงใคร!?”

(ในวงการของนาย นายกลัวใครมากที่สุดก็คนนั้นนั่นแหละ)

“…”คาซัสอึ้งและนิ่งคิดไป อย่าบอกนะว่าเป็นชายคนนั้น

(เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าเพราะอะไร)

“ผมไม่เข้าใจ!...ช่วงที่ผ่านมาผมไม่ได้เจอกับ ลูคัส ฮาล์น ด้วยซ้ำ”

(...อย่าบอกนะว่านายมีปัญหากับคนที่ไม่ควรแตะต้องน่ะ!)ปลายสายตอบกลับมาอย่างตื่นตระหนก คาซัสนิ่งอึ้งไปยิ่งกว่าเดิม ได้ยินว่าคนๆนั้นชอบมาเที่ยวรัสเซียโดยที่ไม่มีลูคัสอยู่บ่อยๆ

“…”คาซัสสูดหายใจหนักราวกับคนจมน้ำ

(สถานการณ์นายแย่มากๆ หนีไปกลบดานที่ไหนสักแห่งซะ แต่นายต้องทำใจที่จะลำบากไปตลอดชีวิตสักหน่อยนะ เพราะถ้ามีปัญหากับเขาตรงๆก็ยังพอมีทางต่อรองได้ แต่ถ้ามีปัญหากับคนของเขา ฉันไม่เคยได้ยินว่าเขาอภัยให้ใครสักราย...แล้วไม่ต้องโทรหาฉันอีก ลาก่อน) ติ๊ด!

ปลายสายวางไปนานแล้ว แต่คาซัสยังนิ่งอึ้งอยู่หลายนาที เซทที่เห็นว่าพ่อตัวเองนิ่งไปก็ขยับตัวไปสะกิดคาซัส แต่สิ่งที่คนเป็นพ่อตอบกลับให้คือหมัดหนักปะทะใส่หน้าเซทจนสันจมูกหัก แรงปะทะทำให้เขาถึงกับล้มลงไปกองที่พื้น

“โอ๊ย!พ่อต่อยผมทำไมเนี่ย!”

“กูต่อยมึงแค่นี้มันยังน้อยไปกับสิ่งที่มึงทำระยำไว้!!!”

“ผมทำอะไรวะ!”เซทตะโกนถามอย่างไม่เข้าใจ แต่คาซัสกลับตรงเข้าไปต่อยที่หน้าลูกชายแรงๆอีกทีทำเอาเซทถึงกับมึงตาลายไปชั่วขณะ

“เมื่อวานนี้มึงไปมีเรื่องกับใคร!!”คาซัสกระชากคอเสื้อตะคอกถามลูกชายราวกับเสียสติ เซทสะบัดหัวนิดๆก่อนจะเอ่ยตอบ

“ก็แค่ไอ้กระจอกคนหนึ่งกับไอ้เด็กเปรตอีกคน”

พลั่ว! คาซัสต่อไปที่ท้องลูกชายอีกหมัด

“มึงไม่น่าเกิดมาเป็นลูกกูเลย มึงบอกกูมาชัดๆซิว่าคนที่มึงไปหาเรื่องเขาชื่ออะไร”

“สมิธ...สมิธ เกรย์เยอร์” พลั่ว!พลั่ว! เซทโดนพ่อแท้ๆต่อยอีกไม่ยั้งจนฟันร่วงออกมาเกือบสิบซี่

“เวรเอ้ย!!!ทำไมแกไม่บอกชื่อจริงเขากับฉันให้เร็วกว่านี้ ไอ้ลูกชั่ว!”

“อึ่ก! พ่อจะอะไรนักหนากับอีแค่คนๆเดียว”

“ก็ไอ้แค่คนๆเดียวของแกคนนั้นคือคนที่ทำให้แกกับฉันกำลังจะไม่มีที่ซุกหัวนอน แม้แต่ลมหายใจแกก็กำลังจะไม่มี!!!”คาซัสเตะระบายอารมณ์ใส่ลูกชายจนเซทบอบช้ำไปทั้งร่าง

“มะ...มันเป็น คะ ใคร”

“มันที่แกว่าคือ สมิธ เกรย์เยอร์ ผู้ชายคนนี้ใครก็ห้ามแตะต้องให้ระเคืองเด็ดขาด! ไม่อย่างนั้นพญามัจจุราชในวงการเราอย่าง ลูคัส ฮาล์น จะตื่นมาลากคอแกไปลงนรก จำใส่สมองกลวงๆของแกไว้ซะไอ้ลูกโง่!”

“ละแล้วเราจะทำ แค่กๆยังไงกันต่อไปดีพ่อ” เซทเอ่ยถามพ่อด้วยสีหน้าหวาดหวั่น ลูคัส ฮาล์น เป็นคนที่เหล่ามาเฟียในรัสเซียรู้จักกันเป็นอย่างดี แม้ว่าเขาจะเป็นเทพเจ้าแห่งวงการธุรกิจ แต่ในวงการมาเฟียเขาเป็นดั่งพญามัจจุราช ไม่มีใครกล้าลองดีเป็นศัตรูกับเขาถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ ตอนนี้แม้ว่าเขาจะรามือไปแล้ว เบื้องหลังของเขาก็ยังน่ากลัวอยู่เสมอ

“ฉัน...ก็ไม่รู้เหมือนกัน”คาซัสเอ่ยอย่างสิ้นหวัง

++++++++++++++++++

เมื่อวานหลังจากที่ฝนตกทั้งวัน ทำให้ลูคัสไม่ได้พาสมิธและไอเดนออกไปเที่ยวที่ไหน วันนี้อากาศแจ่มใสเขาจึงจะพาลูกและเมียออกไปเที่ยวเล่นที่เมืองข้างๆ

“ไหนว่ามาทำงานทำไมมีเวลาว่างพามาเที่ยว?”สมิธเอ่ยถามขณะที่เขาและลูคัสกำลังทานอาหารเช้ากันอยู่ ปกติเขาจะไม่พูดกันบนโต๊ะอาหารถ้ายังทานไม่เสร็จ แต่เมื่อตอนนี้ไอเดนอิ่มและลุกออกไปกับไมเคิลแล้ว เขาจึงละทิ้งมารยาทนั้นลงทันที

“งานทำเมื่อไหร่ก็ได้ คนพวกนั้นไม่ได้สำคัญกับพี่เท่ามิทตี้กับไอเดนหรอก”

“หืมม ปากหวานอีกแล้ว”สมิธเม้มปากกลั้นยิ้มจากคำหยอดของอีกคน

“รู้ได้ไงว่าหวาน ชิมดูแล้วหรอ?”ลูคัสแกล้งแซวสมิธต่อ แต่ก็ไม่คิดว่าคนน้องจะยอมรับหน้าตาย

“อืม ก็ชิมอยู่เกือบทุกวัน”

“เล่นมากๆเดี๋ยวพี่ก็ทนไม่ไหวลากกลับห้อง”ลูคัสแกล้งปรามเสียงขรึม ทั้งที่ในใจเขาเริ่มจะอยากทำอย่างที่ปากพูดจริงๆ สมิธเบ้ปากให้นิดๆ

“ก็พี่เริ่มก่อนเอง ทนไม่ไหวก็ต้องทน!”

“เก่งกับผัวตลอด”ลูคัสยื่นมือไปบีบจมูกสมิธอย่างหมั่นเขี้ยว

“ไม่เก่งกับผัวแล้วจะให้ไปเก่งกับใคร?”สมิธเอียงคอถามยิ้มๆ

“หึๆ”ลูคัสหัวเราะในลำคอไม่ปฏิเสธ ทำไงได้ในเมื่อเขายอมเอง

“แล้วเรื่องสองพ่อลูกนั่นพี่ไม่ได้ไปทำอะไรเขาเพิ่มใช่ไหม?”สมิธเอ่ยถามเพราะเมื่อเช้าเขาเห็นข่าวจากในโทรทัศน์ เขารู้ทันทีว่าความฉิบหายชั่วข้ามคืนที่เกิดกัยสองพ่อลูกนั่นเกิดจากฝีมือลูคัสแน่ๆ

“มิทตี้อยากให้พี่ทำอีกไหมล่ะ?”

“ไม่เอาพอแล้ว แค่นี้เขาก็แย่พอแล้ว”สมิธส่ายหัวปฎิเสธแล้วบอกลูคัส รู้สึกว่าคนรักทำเกินไปนิดหน่อย

“จริงๆพี่โกรธมากนะที่มันกล้าทำกับมิทตี้และก็ไอเดนขนาดนี้ ไม่ใช่แค่การกระทำแต่รวมถึงคำพูดของพวกมันด้วย”ลูคัสเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ถ้าไม่ติดว่าสมิธขอไว้ พวกมันไม่มีโอกาสได้หายใจจนถึงตอนนี้หรอก

“อืม ปล่อยเขาเถอะน่าๆ”สมิธยื่นมือไปลูบหลังมือคนรักให้ใจเย็นลง แถมเขาฉีกยิ้มกว้างส่งให้ลูคัสด้วย ลูคัสที่เห็นสมิธยิ้มให้ก็ใจเย็นลงไปกว่าครึ่ง เพราะเป็นแบบนี้ไงเขาถึงลดความหวงอีกคนลงไม่ได้เลย

ลูคัสพยักหน้าให้สมิธทานอาหารต่อ ขณะนั้นนัยน์ตาสีเขียวคมกล้าก็ตวัดไปเห็นชายคนหนึ่งที่เอาแต่จ้องมองสมิธอย่างสนใจจนออกนอกหน้า ลูคัสขมวดคิ้วด้วยความไม่ชอบ อยากจะกำจัดไอ้คนๆนั้นไปให้พ้นๆหน้าแต่ก็กลัวสมิธจะโกรธว่าทำเกินไป จึงได้แต่ใช่วิธีแสดงความเป็นเจ้าของบอกให้รู้แทน

“มิทตี้ ลุกมาหาพี่หน่อยครับ”ลูคัสเอ่ยเรียกสมิธที่นั่งทานอาหารตรงข้ามให้มาหาตนเอง

“อะไรหรอ?”สมิธถามอย่างไม่เข้าใจ

“ปากเปื้อน”

“ตรงไหนอ่ะ?”สมิธหยิบทิชชู่จะเช็ดปากให้ตัวเอง

“พี่จะเช็ดให้ ลุกมานี่”สมิธขมวดคิ้วนิดๆแต่ก็ยอมลุกไปหาลูคัสตามที่อีกคนต้องการ

“เหวอ!พี่ทำอะไรเนี่ย”สมิธอุทานเสียงดังเมื่อลูคัสฉุดมือเขาให้นั่งลงบนตักพร้อมกับกอดเอวไว้แน่น

“ก้มหน้ามาพี่จะเช็ดปากให้”ลูคัสเอ่ยบอกและจ้องมองสมิธอย่างสื่อความหมาย สมิธมองแวบเดียวก็ดูออกว่าอีกคนเป็นอะไร

“เฮ้อ!เกลียดความหน้าตาดีของตัวเอง ทำผัวหึงอีกแล้ว”สมิธยกแขนขึ้นคล้องคอลูคัสพร้อมกับเอ่ยทีเล่นทีจริงหยอกเย้าคนที่กำลังหึงเขาได้ที่

“หึๆรีบมาให้ผัวเช็ดปากให้ก่อนที่ผัวจะหึงโหด”ลูคัสเองก็ยอมเล่นตบมุขไปกับสมิธ

“ง่า น้องกลัวแล้วๆ”สมิธเอ่ยยิ้มๆพร้อมกับก้มลงประทับริมฝีปากกับลูคัส อีกคนที่รออยู่แล้วก็ขยับริมฝีปากบดเบียดเข้าหากันอย่างดูดดื่ม

ชายคนที่มองสมิธอยู่แต่แรกรีบหันหน้าหนีภาพจูบเร่าร้อนนั้นทันที ลูคัสส่งเสียงพอใจในลำคอก่อนจะเลื่อนริมฝีปากไปจูบตามลำคอขาวเนียนจนขึ้นรอยแดง แสดงให้รู้ว่าผู้ชายคนนี้มีเจ้าของแล้ว

ใครก็แตะต้องไม่ได้ นอกจากเขาคนนี้!

+++++++++++++++++++++

อิอิ อาจจะไม่หวานมาก แต่หวงและหลงเมียมากเว่อร์><

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น