facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 112 : environmental impact assessment report

ชื่อตอน : ตอนที่ 112 : environmental impact assessment report

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.6k

ความคิดเห็น : 79

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ธ.ค. 2561 17:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 112 : environmental impact assessment report
แบบอักษร

ตอนที่ 112 : environmental impact assessment report


“ผมชื่ออิทธิกรมาตามนัดเข้าพบคุณมนตรีกับคุณกุศยา เวลา 10.00 น. ครับ”

อิฐยืนแจ้งความประสงค์ด้วยสีหน้าที่พยายามปรับให้เรียบสงบที่สุด ชายหนุ่มกำลังยืนอยู่หน้าห้องของคุณ “มนตรี วงศ์วรเวช” และคุณ “กุศยา วงศ์วรเวช” ผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลที่ใช้ชื่อเดียวกับนามสกุล ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ถือครองทรัพย์สินในนามหุ้นของโรงพยาบาลมากกว่า 2,000 ล้านบาท และที่สำคัญ คนทั้งสองคือพ่อแม่ของไป๋ หรือ “ปัณฑูร วงศ์วรเวช” ที่ก็ใช้คำอธิบายได้ยากว่าสถานะตอนนี้จะเป็นคนรักหรืออดีตคนรักของอิทธิกรดี

“รบกวนขอบัตรประชาชนเพื่อตรวจสอบและยืนยันการเข้าพบด้วยค่ะ”

เลขานุการหน้าห้องตอบกลับมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ก็แสดงออกถึงกฎระเบียบอันเคร่งครัด อิฐก้มลงหยิบกระเป๋าเงินและหยิบบัตรประชาชนส่งให้หญิงสาวพร้อมรอยยิ้ม

“นี่ครับ”

“ขอบคุณค่ะ คุณอิทธิกร นพณราดล ตัวแทนจากบริษัท กูลกิจก่อสร้าง จำกัด (มหาชน) ผู้รับเหมาก่อสร้างที่กำลังก่อสร้างตึกกุมารเวชส่วนต่อขยายของบริษัท วันนี้มาเข้าพบเพื่อคุยรายละเอียดงานส่วนต่อขยายของอาคาร รวมถึงการทำ Environmental Impact Assessment Report เพิ่มเติม คอนเฟิร์มจุดประสงค์การเข้าพบตามนัดหมายนะคะ” เลขานุการกล่าวทวนความตามกำหนดนัดหมาย

“ใช่ครับ”

“ยินดีค่ะ”

“ปรกติท่านทั้งสองเข้าพบยากไหมครับ” อิฐตอบ พลางพูดถามอย่างชวนคุย

“ยากค่ะ ท่านเป็นผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีข้อกำหนดเรื่องการเข้าถึงและการพูดคุยเยอะค่ะ เพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลเชิงลึกไปอย่างผิดกฎหมาย ส่วนใหญ่ท่านไม่ค่อยพบใครหรอกค่ะ ส่วนใหญ่จะให้ทาง COO คุยมากกว่า โชคดีนะคะที่คุณอิทธิกรนัดท่านมาวันนี้ นี่เป็นวันเดียวในรอบเดือนเลยค่ะที่ท่านรับนัดคุยกับผู้ติดต่อนอกบริษัท ถ้ามาวันอื่น คุณคงได้คุยกับผู้บริหารท่านอื่น” หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้ม

“โอ้ ผมโชคดีมากเลยครับ” อิฐตอบไปด้วยท่าทีตกใจเล็กน้อย

“เดี๋ยวนั่งรอที่ห้องรับรองได้เลยนะคะ หากมีเอกสารใดที่ท่านต้องใช้ดูประกอบการประชุมด้วย ส่งเข้ามาที่เมลเดิมที่ใช้คอนเฟิร์มการนัดได้เลยค่ะ เดี๋ยวดิฉันปริ๊นให้ ถึงเวลานัดเดี๋ยวดิฉันไปเรียกนะคะ รบกวนอย่าคุยเกินเวลานะคะ เพราะเดี๋ยวผู้เข้าพบท่านต่อไปจะมีเวลาน้อยลง”

อีกฝ่ายพูดออกมายาวเหยียด พร้อมกับส่งกระดาษใบเล็กที่เป็นรายละเอียดอธิบายเงื่อนไข ขั้นตอน และข้อกำหนดในการเข้าพบผู้บริหารให้ อิฐรับมาดูคร่าวๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะโค้งให้เล็กน้อย และเดินไปรอที่ห้องรับรองที่อยู่ไม่ห่างออกไป


อิทธิกรนั่งเงียบอย่างควบคุมสติอารมณ์อยู่ในห้องรับรอง

การที่อิฐมานั่งอยู่ตรงนี้เวลานี้ไม่ใช่ความบังเอิญแม้แต่นิดเดียว อาจจะเรียกได้ว่าเป็นความตั้งใจ และเป็นความตั้งใจเป็นอย่างมากเสียด้วย อิฐได้รับความช่วยเหลืออย่างมากจากทั้งว่าน เพียว โฟค และเฟี๊ยต ซึ่งถ้าหากขาดแม้แต่ใครไปเพียงคนเดียว อิฐก็คงจะไม่สามารถมานั่งอยู่ตรงที่นี้

อิฐนั่งทบทวนบทที่ตนเองต้องพูดซ้ำแล้วซ้ำอีก ชายหนุ่มซ้อมพูดหลายต่อหลายครั้งจนจำขึ้นใจแทบจะทุกบททุกคำทุกตัวอักษร อิฐตั้งใจยิ่งกว่างานประชุมประจำปีของบริษัทเสาเข็มแอนดิโก้ที่ตนเองทำงานอยู่เสียอีก โอกาสครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง หากวันนี้พลาด มันอาจจะหมายถึงโอกาสได้ไป๋คืนมาที่อาจจะหลุดลอยตลอดไป

“คุณอิทธิกรคะ เชิญค่ะ”

เสียงจากเลขานุการคนเดียวดังขึ้นปลุกชายหนุ่มขึ้นมาจากภวังค์ อิฐรีบกุลีกุจอลุกขึ้น ก่อนจะเดินตามหญิงสาวตามทางเดินไป ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ งานนี้ห้ามพลาด งานนี้คือเรื่องที่พลาดไม่ได้เลย




“สวัสดีครับ”

อิทธิกรยกมือขึ้นไหว้ชายวัยกลางคนกับหญิงวัยกลางคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มอดที่จะมีอาการประหม่าไม่ได้เลย ตลอดระยะเวลาความสัมพันธ์ระหว่าง 10 ปีของอิฐกับไป๋ ไป๋ไม่เคยพาคนรักมาพบกับพ่อแม่แม้แต่ครั้งเดียว เรียกว่าแทบจะไม่เคยพูดถึงเลยก็ว่าได้ นี่จึงเป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างอิฐกับบุคคลทั้งสองที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นคนที่จะกำหนดชีวิตที่เหลือทั้งชีวิตของพวกเขา และที่สำคัญ มันเป็นการพบกันโดยปราศจากคนที่ควรจะเป็นคนกลางของบทสนทนาด้วย

“เชิญนั่งตามสบายเลยค่ะ คุณอิทธิกร”

หญิงสาววัยกลางคนพูดพร้อมผายมือไปทางเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของโต๊ะประธานบริษัทตัวใหญ่ที่มีพ่อของไป๋นั่งอยู่เป็นหลัก ในขณะที่แม่ของไป๋ดูเหมือนจะเป็นเก้าอี้ที่ถูกเสริมเข้ามาภายหลัง

“เห็นคุณแจ้งเรื่องมาว่าตึกใหม่ต้องทำ EIA เพิ่ม คุณอธิบายมาได้เลย ผมยินดีทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามกฎหมาย” พ่อของไป๋พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในขณะที่ที่ก้มมองเอกสารขอทำนัดในมือของตนไปพลาง

“ท่านทั้งสองครับ ผมขอโทษครับ แต่ผมขอให้ท่านทั้งสองช่วยรับฟังผมด้วยนะครับ” อิฐพูดพร้อมมือที่พนมขึ้นไหว้

“คุณไม่ต้องขอโทษ กฎหมายก็เป็นกฎหมาย ผมยินดี” ประธานบริษัทยังคงพูดต่อไปแบบไม่ได้ระแคะระคายอะไร

“ผมขอโทษครับ แต่วันนี้ผมไม่ได้มาพบท่านเรื่องตึกที่กำลังสร้าง ผมมาด้วยเรื่องส่วนตัวของผมที่ผมอยากขอร้องให้ท่านทั้งสองช่วยรับฟัง ผมขอโอกาสได้ไหมครับ นี่คือเรื่องสำคัญมากในชีวิตผม” อิทธิกรโค้งหัวคำนับเป็นเชิงขอร้อง ในขณะที่ผู้ใหญ่อีกสองคนของโต๊ะมองหน้ากันไปมาแบบไม่เข้าใจ

“คุณลองพูดมาก่อนดีกว่าค่ะ เราก็ไม่รู้ว่าเราจะช่วยอะไรคุณได้หรือเปล่า” คุณกุศยาตอบออกมาอย่างแบ่งรับแบ่งสู้




“ผมชื่ออิฐครับ อิทธิกร นพณราดล ตอนนี้ทำงานเป็นรอง COO อยู่ที่บริษัท เสาเข็มแอนดิโก้ จำกัด (มหาชน) จบปริญญาตรีจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนววิวัฒน์” อิฐเกริ่นเริ่ม

“...” สายตาของผู้ใหญ่ทั้งสองที่ทอดมายังเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

“และผมเป็นแฟนกับลูกชายของพวกท่านทั้งสอง ใช่ครับ ท่านฟังไม่ผิด ผมและไป๋ เราเป็นแฟนกันมาตั้งแต่มหาวิทยาลัยปี 1 นับรวมจนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลา 10 ปี เราคบกันมาจนกระทั่งผมถูกไป๋บอกเลิกเมื่อ 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา” ชายหนุ่มพูดออกไป พร้อมกับความมั่นใจที่เหมือนจะถูกสูบหายไปจนหมด

“หือ”

คิ้วของชายวัยกลางคนขมวดเป็นปมจนลำคอของอิฐแห้งผากไปหมด มือของหญิงวัยกลางคนที่อยู่เคียงข้างยกขึ้นมาลูบไปที่แขนของสามี ราวกับจะสื่อว่าปล่อยให้อิฐพูดให้จบก่อน

“ผมรักไป๋มากครับ รักแบบที่ผู้ชายคนหนึ่งจะรักคนรักของเค้าได้ วันนี้ผมมาเพื่อขอร้องความเห็นใจจากท่าน ผมอยากขอร้องให้ท่านฟังผมให้จบ เรื่องนี้คือเรื่องที่ผมตั้งใจและทบทวนมาเป็นอย่างดี”

อิฐพูดพร้อมกลืนน้ำลายลงในลำคอก้อนใหญ่ ชายหนุ่มไม่กล้าจะหวังแม้แต่ให้อีกฝ่ายยอมรับข้อเสนอ แค่พ่อแม่ไป๋ยอมฟังตนจนจบ อิฐก็ถือว่าเป็นเรื่องเหนือคาดมากแล้ว

“...” คุณมนตรีไม่พูดแต่ทอดสายตามาอย่างนิ่งสงบ

“คุณคะ” หญิงวัยกลางคนพูดพร้อมเอื้อมมือไปแตะแขนของสามีเบาๆ อีกครั้ง

“ตกลง ผมยินดีจะฟังจนจบ”

เจ้าของโรงพยาบาลพูดด้วยสีหน้านิ่งเฉย พร้อมกับทิ้งตัวลงกับเก้าอี้ใหญ่อย่างเป็นสัญลักษณ์ว่าพร้อมจะรับฟังสิ่งที่คนแปลกหน้าจะนำเสนอต่อไปแล้ว

“ขอบคุณท่านทั้งสองมากครับ” อิฐพูดพร้อมก้มหัวลงเล็กน้อย




“ไป๋บอกเลิกผมเพราะไป๋บอกว่าไป๋ไม่สามารถยอมให้โรงพยาบาลวงศ์วรเวชตายไปพร้อมกับตนเองได้” อิทธิกรโยงเข้าประเด็นอย่างตรงไปตรงมา

“หืม” ประธานบริษัทพูดในลำคอออกมาเบาๆ พร้อมรอยขมวดคิ้ว

“ไป๋ต้องการทายาทที่จะมาสืบทอดโรงพยาบาลของตระกูลนี้ต่อไป และไป๋เป็นลูกคนสุดท้ายของวงศ์วรเวช ไป๋จึงจำเป็นต้องแต่งงานและมีทายาทเพื่อสืบทอดที่นี่ ไป๋คิดแบบนี้ตั้งแต่วันแรกที่พวกเราคบกัน จวบจนวันสุดท้าย ไป๋จึงไม่เคยบอกพวกท่านทั้งสองของการมีอยู่ของผมเลย เพราะไป๋รู้ว่ายังไงวันหนึ่งเค้าก็จะบอกเลิกผมอยู่ดี” อิทธิกรเริ่มต้นพูดต่อ

“...”

หญิงวัยกลางคนทอดสายตามาที่อิฐอย่างนิ่งสงบ ท่าทีของคุณกุศยาดูจะเปิดใจรับฟังและดูเป็นมิตรต่อชายหนุ่มมากกว่า แต่ก็ไม่มากนัก

“เรื่องที่ไป๋พูดและเผชิญอยู่คือความจริงที่ผมปฎิเสธไม่ได้ สำหรับไป๋แล้ว พวกท่านทั้งสองมีความสำคัญมากกว่าชีวิตรักของตัวเองมาก ไป๋ยินดีที่จะมีลูกกับคนที่ตนไม่ได้รักเพื่อที่จะสืบทอดวงศ์วรเวชต่อไป ผมสำนึกในความจริงข้อนี้ดีว่าไม่ว่าผมจะรักไป๋มากมายถึงเพียงไหน แต่ผมก็ไม่อาจเปลี่ยนกฎธรรมชาติได้ ผมกับไป๋ไม่อาจมีทายาทร่วมกันทางสายเลือดได้ ไม่ว่าผมจะเจ็บปวดกับความเป็นจริงข้อนี้มากขนาดไหนก็ตาม” อิฐพูดต่อ

“...”

“ผมรักไป๋มาก และผมก็เชื่อมั่นว่าไป๋ก็รักผมมากเช่นกัน แต่ด้วยข้อกำหนดของชีวิต ผมเข้าใจเป็นอย่างยิ่งว่าความรักเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบของชีวิตคู่ ความเป็นจริงมากมายที่อาจจะกำหนดไม่ให้เราได้อยู่ร่วมกัน” อิทธิกรพูดพร้อมน้ำตาที่ซึมออกมาแบบควบคุมไม่ได้

“คุณกำลังจะพูดอะไร” คุณมนตรีถามขึ้นพร้อมรอยขมวดคิ้ว

“ผมแค่อยากจะมาขอโอกาสสุดท้าย โอกาสที่ผมจะมาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาของความรักของผม และการสืบทอดวงศ์วรเวชให้ดำรงอยู่ต่อไป ทั้งนี้ก็เพราะผมอยากจะพยายามให้กับคนที่มีค่าที่สุดในชีวิตผม จนถึงวินาทีสุดท้าย”




อิทธิกรโค้งตัวลงต่ำเป็นเชิงขอร้องผสมขออนุญาต

การเดิมพันครั้งนี้เป็นการเดิมพันที่สำคัญมาก ไม่ใช่เพียงแต่อิฐ แต่หมายถึงคนเบื้องหลังอีก 4 คน อันได้แค่ โฟค เพียว เฟี๊ยต และว่านด้วย

โฟค ใช้โอกาสที่เป็นคนเดียวในกลุ่มที่เคยเจอพ่อแม่ไป๋และเคยพูดคุยกับเลขานุการหน้าห้อง โฟคหลอกถามหาตารางวันว่างของประธานบริษัทมาจากหน้าห้อง เพื่อจะหาจังหวะที่จะให้อิฐได้เข้าถึงตัวผู้บริหารระดับสูงทั้งสองคนที่เข้าพบได้ยากยิ่ง โดยปราศจากการรู้เห็นของลูกชาย

เพียว ใช้ความสัมพันธ์กับเพื่อนที่ทำงานอยู่ในบริษัทก่อสร้างที่รับเหมาสร้างตึกให้กับโรงพยาบาลวงศ์วรเวช เพียวขอร้องเพื่อนคนนั้นที่จะยืมใช้เมลของบริษัทในการนัดหมายให้อิฐ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอย่างมาก เพราะถ้าถูกร้องเรียนในตอนท้าย ปัญหานี้จะกลายเป็นเรื่องร้ายแรง

เฟี๊ยต ใช้ความพยายามในมากมายในการแก้ไขปัญหา ทั้งปรึกษานักกฎหมาย นักบัญชี และนักบริหารธุรกิจ เพื่อค้นหาทางออกที่ดีที่สุดเท่าที่พอจะทำได้ ในขณะที่ทุกคนติดอยู่ในภาวะที่มืดมน เฟี๊ยตทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อจะแก้ปัญหาที่ไป๋ใช้เวลามากกว่า 10 ปีก็ไม่อาจแก้ตก

ว่าน ใช้ชื่อตัวเองเข้ามาในการเดิมพันครั้งนี้มากที่สุด อาจจะมากพอๆ กับอิฐด้วยซ้ำ หากผู้ใหญ่ตรงหน้าทั้งสองไม่เห็นด้วย ว่านอาจจะกลายเป็นผู้ร้าย อาจจะต้องระเห็จออกจากตำแหน่งแพทย์ในโรงพยาบาลนี้ และอาจจะหมายถึงรอยร้าวสำคัญระหว่างมิตรภาพที่ยาวนานระหว่างว่านกับไป๋

อิฐจะพลาดไม่ได้เลย

ชายหนุ่มบอกกับตัวเองเสมอว่าการคว้าโอกาสครั้งนี้เสี่ยงมาก หากคนตรงหน้าเขาทั้งสองปฏิเสธด้วยความโมโห อาจจะหมายถึงทุกอย่างที่จะพังพินาศไปจนหมด อิฐมีเพียงโอกาสเดียว และชายหนุ่มก็ได้แต่หวังว่าปาฏิหาริย์จะบังเกิดขึ้นกับตัวเองเพียงสักครั้ง




“ไหนคุณลองว่ามาซิ คุณจะสืบทอดวงศ์วรเวชของผมได้อย่างไร ในเมื่อมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าคุณกับลูกชายผมไม่สามารถมีทายาทได้ด้วยกัน”

เสียงเรียบนิ่งส่งผ่านมาราวกับจะให้ความหวัง และก็ปิดประตูตายความสัมพันธ์ไปในเวลาเดียวกัน อิฐมองไปเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่ ชายหนุ่มรู้ว่าความหวังที่มีนั้นริบหรี่มาก แต่แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวธุลีเดียว อิฐก็ต้องพยายาม ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ก่อนจะเริ่มต้นพูดอธิบาย






*****ประกาศสำคัญมาก อ่านเถอะ พลีส >/<*****

1. ตอนที่ 108 : 5 ปีแห่งความว่างเปล่า ผมแก้ไขจากตอนเก่าที่ประกาศเรื่องนิยาย ในแอปจะไม่ประกาศแจ้งเตือนว่ามีการแก้ไข หลายคนอาจจะอ่านข้ามไปเลยเพราะไม่เห็น ใครยังไม่อ่าน รบกวนกลับไปอ่านหน่อยน้า

2. ตอนนี้ผมเปิดนิยายเรื่องใหม่แล้ว ชื่อว่า "ใครคือ... อองชองเต" เพื่อนๆ สามารถกดค้นหานิยายเรื่องนี้ในแอปนี้และกดเข้าชั้นหนังสือไว้ได้เลย ผมจะเริ่มอัปต่อเนื่องตั้งแต่ 1 มกราเป็นต้นไป ฝากหน่อยน้า อย่าทิ้งให้หนูเหงา เรื่องนี้ใกล้จบแล้ว มาอ่านเรื่องใหม่กันเนอะ ไปลองอ่านก่อนก็ได้ ไม่ชอบค่อยว่ากัน แง๊ 555555

3. รักนะ จุ๊บจุ๊บ แต่รักมากกว่าถ้าเมนต์ให้ด้วย อิอิ


นายพินต้า

ฝากเฟส ทวีต และติดตามในแอปนี้ด้วยเด้อ เสิจเลย นายพินต้า ninepinta

ความคิดเห็น