ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 22: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ขอความเห็นใจ 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 22: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ขอความเห็นใจ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2561 23:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 22: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] ขอความเห็นใจ 100%
แบบอักษร

​HATE LOVE 22: ขอความเห็นใจ

วันสุดท้ายของภาคเรียนที่หนึ่ง...


หลังจากสอบเสร็จแล้ว​อินทุกรและกันตาก็พากันเดินมายังหน้ามหาวิทยาลัยเพื่อที่จะเดินทางไปห้างสรรพสินค้า พวกเธอตั้งใจที่จะผ่อนคลายตัวเองหลังจากสอบเสร็จ ในระหว่างที่กำลังรอรถเมล์อยู่นั้นอินทุกรก็นั่งเล่นโทรศัพท์แล้วเลื่อนดูสตอรี่ในไอจีไปเรื่อยๆจนสะดุดกับไอจีของภัทธิรา ภาพที่ภาคย์นอนซมอยู่บนเตียงคนไข้ทำให้เธอรู้สึกเป็นห่วงขึ้นมา มิน่าล่ะ...เขาหายหน้าหายตาไปสองวันแล้วไม่ได้ไปที่บ้านเธอแบบที่เขาพยายามทำ


ภาคย์ขอโอกาสที่จะแก้ไขในสิ่งที่เคยทำผิดพลาดไป แต่เธอคนที่เคยรู้สึกผิดหวังซ้ำๆก็แค่กลัวว่ามันจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม หัวใจที่พอยกให้เขาไปแล้วแต่ถูกทำให้มันเจ็บสาหัส ถูกเขาขยี้จนพังแบบไม่เหลือชิ้นดี ไม่ใช่ว่าหมดรักแต่แค่อยากจะพักจากความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเธอเป็นฝ่ายพยายามอยู่ฝ่ายเดียว


"ไออุ่น!! เป็นอะไรหรอ ดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลย" กันตาสะกิดให้เพื่อนสาวตื่นจากภวังค์ "สอบเสร็จแล้วเลิกเครียดเถอะ"


"เปล่า อุ่นแค่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยๆ" อินทุกรยังคงมองรูปนั้นอยู่ด้วยอาการสองจิตสองใจ "กันย์จะรีบกลับเลยไหม วันนี้ต้องทำงานหรือเปล่า?"


"อื้ม ช่วงนี้ที่ร้านกำลังหาพนักงานขายชุดใหม่อยู่ เหลือกันย์แค่คนเดียวเลยไม่อยากทิ้งภาระให้คุณปวัน" กันตายิ้มแต่แล้วเธอก็ก้มหน้าลงราวกับพยายามปกปิดอะไรบางอย่าง


อินทุกรสังเกตเพื่อนของเธอแล้วหัวเราะเบาๆ "พูดถึงพี่ปวันทำไมหน้าต้องแดงขนาดด้วยล่ะ"


"มะ ไม่ใช่สักหน่อย เวลากันย์ตากแดดนานๆหน้าก็แดงแบบนี้อยู่แล้ว" กันตาตอบกลับโดยที่น้ำเสียงของเธอติดๆขดๆฟังไม่ราบรื่น ถ้าบอกเรื่องราวที่ผ่านมาเธอคงจะต้องอายมากกว่านี้แน่ๆ ไม่นานโชคก็ช่วยกันตารอดพ้นกับสถานการณ์นี้ไปได้ รถเมล์ที่พวกเธอกำลังรออยู่ได้มาถึงก่อนจะพากันออกเดินทางโดยที่ทิ้งทุกความคิดเอาไว้ ณ ตรงนี้ สองสาวใช้เวลาหลังจากสอบเสร็จอยู่ด้วยกันนานพอสมควรและได้ผ่อนคลายจากความตรึงเครียดที่สะสมมา


ตอนนี้รู้สึกโล่งไปได้ในขณะหนึ่ง...


เวลาผ่านไปจนล่วงเข้าเวลาเย็น...


อินทุกรเดินทางกลับมาถึงบ้านของเธอซึ่งทุกอย่างกำลังดำเนินไปราวกับว่ามีใครจัดวางให้เป็นแบบนั้น อัศนัยที่กำลังพูดคุยกับภิชญ์และนนท์ธวัชอยู่จึงเดินเข้าไปเงียบๆ ผู้ชายทั้งสามคงมีเรื่องสำคัญเพราะสีหน้าของพวกเขาดูที่จะเคร่งเครียดมากเสียเหลือเกิน


"กลับมาแล้วหรอลูก?" อัศนัยเอ่ยทักทายลูกสาวที่เพิ่งกลับมาถึง "พ่อกำลังจะไปธุระกับผู้กองนนท์อยู่พอดีแล้วว่าจะไปเยี่ยมภาคย์ด้วย อุ่นไปกับพ่อนะลูก"


"คือ...อุ่นอยู่บ้านดีกว่า คุณพ่อกับกับพี่นนท์และพี่ภิชญ์น่าจะสะดวกกว่า" อินทุกรลังเลที่จะตอบรับแต่ก็เลือกที่จะปฏิเสธ อัศนัยลุกขึ้นแล้วพาเธอมานั่งข้างๆเขา


"อุ่น อะไรที่ปล่อยไปได้ก็อาจจะดีขึ้นนะลูก" อัศนัยจับมือลูกสาวของตัวเองเอาไว้ "เชื่อพ่อนะ เรื่องผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไปเถอะ" 


อินทุกรชั่งใจอยู่นานสุดท้ายก็พยักหน้าตอบรับไป "ก็ได้ค่ะ อุ่นจะไปเยี่ยมเขาก็ได้"


ภิชญ์เห็นดังนั้นก็ยิ้มกว้างออกมา "อาไปทำธุระกับพี่นนท์ก่อนได้เลยครับ เดี๋ยวผมพาน้องไออุ่นไปที่โรงพยาบาลก่อนแล้วอาค่อยตามไปทีหลังได้ครับ"


"เอาแบบที่ไอ้ภิชญ์ว่าดีกว่าครับ เรารีบไปกันดีกว่าครับคุณอัศนัยจะได้ไม่ต้องกลับกันดึก" นนท์ธวัชเสนอความคิดเห็นโดยที่หลายๆคนในนั้นเห็นด้วยกับข้อเสนอของเขา หลังจากที่ตกลงกันได้ก็แยกย้ายกันในที


#######


โรงพยาบาล....


ภิชญ์และอินทุกรเดินมาจนถึงห้องพี่ภาคย์กำลังพักฟื้นอยู่ เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นว่าภัทธิรากำลังเก็บถาดยาที่ภาคย์เพิ่งจะทานไปเมื่อสักครู่นี้ สองพี่น้องฝาแฝดหันมาหาผู้ที่เข้ามาใหม่ก็นิ่งไปในทันทีโดยเฉพาะกับภาคย์ เขายังคงนิ่งมองอินทุกรด้วยความคาดหวังที่ก่อขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง


"ไออุ่น..." เสียงทุ้มเอ่ยชื่อของเธออย่างแผ่วเบา แววตาของภาคย์เปล่งประกายความดีใจขึ้นมาในทันที


"มาพอดีเลยภิชญ์ พี่ว่าจะชวนลงไปซื้อพวกผลไม้อยู่พอดีเลย" ภัทธิราพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริง "เข้ามาสิไออุ่น ไหนๆก็มาแล้วพี่ขอฝากเช็ดตัวให้ภาคย์หน่อยนะ เพิ่งทานยาไปแต่ตัวก็ยังร้อนอยู่เลย"


"ค่ะ เดี๋ยวอุ่นจัดการให้" อินทุกรเดินผ่านไปหยิบกะละมังใบเล็กพร้อมใผ้าขาวสะอาดที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้เข้าไปยังห้องน้ำเพื่อเตรียมน้ำสะอาดมาเช็ดตัวให้คนป่วย ซึ่งตอนนี้ดูเหมือนว่าเขาคงจะลืมตัวว่าป่วยเสียแล้ว


"แหม เป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะครับ" ภิชญ์คว่ำปากด้วยความหมั่นไส้ เขาเดินไปใกล้ๆพี่สาวแล้วกระซิบเบาๆ "เห็นใจผมหน่อยสิ ผมน่ะคนอกหักนะครับ"


"จ้า พี่ขอโทษ เราปล่อยให้เขาอยู่กันสองคนเถอะ" ภัทธิราไม่รอช้าที่จะดึงร่างน้องชายให้ออกจากห้องนี้ไปพร้อมกับเธอโดยที่ก่อนออกไปได้ฝากข้อความทิ้งท้ายไว้ว่า "พี่ฝากด้วยนะจ๊ะ ไออุ่น"


บรรยากาศในห้องกลับมาเงียบลงอีกครั้ง...


อินทุกรออกมาจากห้องน้ำแล้วมาหยุดอยู่ที่ข้างเตียงคนไข้ก่อนจะนำของในมือวางบนโต๊ะเล็กข้างๆ "พี่ภาคย์ถอดเสื้อก่อนนะคะ อุ่นจะเช็ดข้างหลังให้ก่อน" หมับ!! หญิงสาวถลึงตาด้วยความตกใจเมื่อเขาจับของเธอเอาไว้ "ปล่อยนะคะ ไม่งั้น...อุ่นจะกลับ"


"ไม่ปล่อย พี่ไม่ปล่อยอุ่นไปไหนอีกแล้ว" ภาคย์รั้งร่างเล็กกึ่งบังคับให้เธอขึ้นมาอยู่บนเตียงคนไข้โดยที่แขนใหญ่โอบรัดเธอเพื่อไม่ให้หนี "พี่รู้แล้วว่าอุ่นรู้สึกยังไง พี่ขอโทษ สัญญาว่าจะไม่ให้เป็นแบบนั้นอีก"


หญิงสาวน้ำตาคลอ เธอหันไปหาเขาด้วยในใจที่สั่นไหวและความรู้สึกอัดอั้นก็ปะทุออกมาพร้อมๆกัน "อุ่นแค่รู้สึกเหนื่อยกับการรอ อุ่นพยายามที่ไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้นแต่ทำไม่ได้ อึก อุ่นรักพี่ภาคย์...แต่พี่ภาคย์ก็ทำเหมือนอุ่นมีค่าแค่เวลาที่ต้องการระบายอารมณ์ อุ่นแค่อยากรู้ว่าจริงๆแล้วอุ่นเป็นใครสำหรับพี่ภาคย์กันแน่ เป็นของเล่นหรือว่าตัวแทนใครหรือเปล่า? ฮึก.."


ภาคย์ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยน้ำตาให้อินทุกรก่อนจะลงบนไหล่เล็ก เขาโอบกอดเธอด้วยความคิดถึง คิดถึงเธอมากที่สุดเพราะการที่ไม่ได้เจอกันมันทรมานเหลือเกิน "แค่กๆ อุ่นไม่ใช่ตัวแทนของใคร พี่ขอโทษที่ไม่ทำให้มันชัดเจนเสียทีจนเรื่องของเขามันต้องเป็นแบบนี้" เสียงสะอื้นของอินทุกรกำลังบาดลึกลงไปในใจของเขาเรื่อยๆ "พี่รักอุ่น..."


"....." อินทุกรนิ่งไปจนภาคย์เริ่มรู้สึกหวาดหวั่น เธอควรจะตอบรับกลับมาบ้างก็ยังดีที่ไม่ใช่เอาแต่เงียบแบบนี้


ภาคย์กระชับอ้อมแขของตัวเองให้แน่นขึ้น "ให้โอกาสผู้ชายโง่ๆคนนี้ได้ไหม? จะหายโกรธได้หรือเปล่า?"


"อุ่นยังไม่ได้พูดสักคำเลยค่ะว่าโกรธพี่ภาคย์ อุ่นก็แค่รู้สึกเหนื่อยกับการที่พยายามอยู่คนเดียว" อินทุกรแกะมือของเขาออกแล้วลงจากเตียงคนไข้ในทันที "แต่ตอนนี้พี่ภาคย์ให้อุ่นเช็ดตัวให้ก่อนนะคะ ตัวเริ่มร้อนขึ้นอีกแล้ว" พอเห็นเขาเอาแต่จ้องอยู่แบบนั้นเธอจึงตัดสินปลดกระดุมชุดคนไข้ของเขาออก "พี่ภาคย์รู้แล้วใช่ไหมคะว่าอุ่นรู้สึกยังไงกับการรอที่คอยให้ความหวังตัวเองทุกวัน ไม่ต้องคิดอะไรมากเลยค่ะเพราะตอนนี้การรอคอยของอุ่นมันสิ้นสุดแล้ว ออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่...อุ่นจะขอให้พี่ภาคย์ชดเชยความรู้สึกให้อุ่นบ้างได้ไหมคะ?"


ชายหนุ่มจับมือของหญิงสาวเอาไว้แล้วลูบเบาๆไปที่นิ้วนางข้างซ้ายของเธอที่ตอนนี้มันว่างเปล่า เขายิ้มพร้อมกับนำปอยผมยาวที่หลุดรุ่ยของเธอขึ้นทัดใบหูนิ่ม "ได้สิ อย่าว่าแต่ชดเชยอะไร ทุกอย่างของอุ่นที่ใครเขาเอาไปพี่จะไปเอาคืนมาให้ทั้งหมด"


อินทุกรสีหน้าดูเศร้าลง "ขอโทษนะคะพี่ภาคย์ทั้งเรื่องแหวนแล้วก็คอนโด ตอนนั้นอุ่นไม่มีทางเลือกมากแล้วอยากจะช่วยคุณพ่อ ยืดระยะเวลาออกไปได้สักนิดก็ยังดี"


ภาคย์ให้เธออีกอีกครั้ง ตอนนี้ความรู้สึกที่หนักอึ้งทั้งหมดของเขาได้หายไปแล้ว มีเพียงก็แต่ความเบิกบานที่กำลังแสดงออกมาจากข้างใน "ปล่อยให้ได้ใจไปก่อน แต่ไม่นานหรอก"


อินทุกรไม่ได้พูดอะไรต่ออีกนอกจากทำหน้าที่พยาบาลชั่วคราวให้แก่ภาคย์ บรรยากาศทุกอย่างคลี่คลายลงไปแล้ว เวลานับตั้งแต่นี้ต่อไปเขาจะไม่ทำให้มันพังลงไปอีก สิ่งที่เขาต้องเขาก็คือทำให้เธอพบเจอแต่สิ่งที่ดีหลังจากนี้ ส่วนในสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างกำลังแย่ลงนั้นเขาต้องกำจัดออกไปให้พ้นเสียทั้งหมด หลังจากที่เช็ดตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วภาคย์จึงคว้าตัวเธอเข้ามาไว้ในอ้อมกอดของเขาอีกครั้ง


"อย่าสิคะพี่ภาคย์ อุ่นบอกว่าไม่โกรธก็ไม่ได้หมายความว่าอุ่นจะคืนดีด้วยตอนนี้เสียหน่อย"


"ไม่รู้ล่ะ แค่กๆ อยู่กับพี่อีกหน่อยได้ไหม? จนกว่าพี่จะหลับก็ได้"


อินทุกรยิ้มแล้วใช้สองมือดันเขาออกจากตัว "อุ่นต้องอยูารอคุณพ่อค่ะ พี่ภาคย์พักผ่อนนะคะ ใกล้แบบนี้เดี๋ยวอุ่นก็ได้ติดไข้ไปด้วยพอดี" ภาคย์ยอมทำตามอย่างว่าง่ายก่อนที่เขาจะค่อยๆหลับลงด้วยฤทธิ์ยา หญิงสาวเดินนำสิ่งของไปทำความสะอาดแล้วจัดเก็บทุกอย่างให้เข้าที่เรียบร้อย มีเธอมาอยู่ด้วยแบบนี้ภาคย์รู้สึกมีกำลังใจที่อยากจะหายป่วยได้อยู่ทุกเมื่อ


เพราะตัวยาที่ดีที่สุดก็คือเธอ


###### 


หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป....


INFINITE CONDO.....


อัญชนาแต่งตัวด้วยชุดเดรสสีแดงสดตัวโปรดของเธอ ในขณะที่กำลังแต่งหน้าอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งอย่างสบายอารมณ์อยู่นั้นก็มีเสียงกริ่งดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง หญิงสาวเปลี่ยนสีหน้าเป็นรำคาญในทันที "แม่!! ดูหน่อยสิว่าใครมันมาตอนนี้เนี่ย คนกำลังจะออกไปช็อปปิ้งให้สบายใจสักหน่อย!"


สิรินได้ยินเสียงของลูกสาวก็ถอนหายใจเบื่อหน่ายออกมา "อ่าๆ เดี๋ยวนี้ใช้แม่เป็นขี้ข้าเลยนะ" แม้จะบ่นออกไปแบบนั้นแต่ก็ยอมเดินไปเปิดประตูในทันที "มีอะไรนักหนา ภะ...ภาคย์!!"


"ใครมาน่ะแม่...ภาคย์!! มาได้ยังไง!!" อัญชนาเดินตามออกมาก็ต้องตกใจไปอีกคนเมื่อเห็นภาคย์และคนของเขายืนอยู่ที่หน้าประตู เขาเดินเข้ามาทำให้สองแม่ลูกต้องถอยหนีไปอยู่ด้วยกัน "จะทำอะไร? แล้วเอาคนพวกนี้มาทำไม?"


"เธอสองคนต้องย้ายออกไปจากห้องนี้! ตอนนี้!!"ภาคย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น เขาหันไปทางธกฤตที่รอรับคำสั่งอยู่ด้านหลัง "แกให้คนไปขนของของสองแม่ลูกนี่ออกไปให้หมด พรุ่งนี้ถ้าไออุ่นมาถึงต้องไม่เห็นอะไรตกหล่นอยู่ที่นี่ให้มันเกะกะสายตาของไออุ่นเด็ดขาด"


"ครับคุณภาคย์" ธกฤตรับคำสั่งแล้วพาคนของพวกเขาเข้ามาในห้องนี้ทันที


อัญชนาถลังตาก้วยความโกรธจนถึงขีดสุดก่อนจะหยิบสิ่งของขว้างปาใส่คนที่กำลังลุกล้ำเข้ามา "ออกไปนะ!! นังไออุ่นยกที่นี่ให้ฉันกับแม่แล้ว พวกแกไม่มีสิทธิ์จะมาบุกรุกแบบนี้ ออกไป!!"


หมับ !!


ภาคย์จับใบหน้าของอัญชนาและบีบแน่นจนเธอร้องออกมาด้วยความเจ็บ สิรินเห็นลูกสาวถูกทำร้ายก็พยายามช่วยแต่ธกฤตก็มาจับตัวของเธอเออาไว้เสีย แววตาของภาคย์นั้นดูน่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ แรงบีบจากมือใหญ่เพิ่มมากยิ่งขึ้นเสียจนอัญชนาไม่กล้าที่จะสบตาเขา


"ฉันให้ไออุ่นอยู่ที่นี่ก็จริงแต่ชื่อเจ้าของก็คือฉัน เธอเอาทุกอย่างมาจากไออุ่นมากเกินไปแล้ว เธอต้องย้ายออกไปตอนนี้!! แล้วอย่ามายุ่งวุ่นวายกับไออุ่นอีกเป็นอันขาด" ชายหนุ่มกัดฟันพูดขู่คนตรงหน้าโดยที่หวังว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่อัญชนาจะระรานอินทุกร แต่เขาเชื่อว่าคนแบบนี้ไม่มีทางที่จะหยุดแน่ๆ ภาคย์เหวี่ยงร่างที่เขาแสนที่จะเกลียดล้มไปกองอยู่กับพื้นแล้วพยายามถอดแหวนหมั้นที่อินทุกรเคยสวมอยู่ออกจากนิ้วของเธอ


มีหรือที่อัญชนาจะยอม เธอยกเท้าถีบภาคย์จนกระเด็นแล้วจึงได้อิสระแล้วเธอจึงไปช่วยสิรินเช่นเดียวกัน "หึ! คิดจะมาเอาทุกอย่างคืนหรอ? ฝันไปเหอะ! นังไออุ่นมันคงไม่อยากกลับไปสวมแหวนวงนี้อีกแล้วล่ะเพราะฉันบอกมันว่าพี่ภาคย์ของมันเป็นคนสั่งให้เอามาให้ฉัน แล้วถ้าพวกแกแตะต้องของของฉันกับแม่แม้แต่ชิ้นเดียวล่ะก็ ฉันจะทำให้นังไออุ่นกับพ่อของมันไร้ที่ซุกหัวนอนเหมือนกัน"


ภาคย์พยุงร่างตัวเองขึ้นมาโดยมีธกฤตคอยช่วย เขาโกรธจนสั่นไปทั้งตัวแต่เพราะมีธกฤตคอยอยู่ช่วย เลขาหนุ่มรู้ดีว่าเวลาที่เจ้านายของเขาโกรธนั้นจะเป็นอย่างไร เขาจึงพยายามพูดให้ภาคย์ใจเย็นลงแล้วมันก็ได้ผลขึ้นมาบ้าง 


"เธอคิดว่าตัวเองฉลาดอยู่คนเดียวหรือยังไง คิดว่าฉันตามเธอไม่ทันอย่างนั้นน่ะหรอ? คิดจะลองดีฉันก็จะสนองให้ ถ้าเรื่องแหวน...ในเมื่อเธอไม่ยอมคืนฉันไม่เอาก็ได้ ดีเหมือนกันไออุ่นจะได้ไม่ต้องติดเชื้อโรคร้ายอะไร" ภาคย์ถอดแหวนที่ตัวเองสวมออกแล้ววางกระแทกลงกับโต๊ะเล็กข้างๆ "ในเมื่อถ้าเธอร้อนเงินฉันจะยกวงที่สวมอยู่ให้เพราะฉันไม่ต้องการสวมคู่กับเธอ สองวงนี้ขายรวมกันก็ได้เฉียดล้าน ส่วนเรื่องคอนโดห้องนี้ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันจะไม่ให้ไออุ่นกลับมาอยู่ที่นี่แต่ยังไงพวกเธอก็ต้องย้ายออก จะให้โอกาสอยู่จนกว่าฉันจะหาเจ้าของห้องคนใหม่ได้ก็แล้วกัน"


กรี๊ด !!!!


อัญชนาแผดเสียงออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวเต็มกำลัง ภาคย์มองแล้วแสยะยิ้มชอบใจก่อนจะสั่งคนของเขาให้หยุดทุกการกระทำแล้วพากันเดินออกไปโดยปล่อยให้สองแม่ลูกนั่นบ้างคลั่งกันตามลำพัง หญิงสาวอาละวาดพังทุกอย่างที่อยู่ในห้องตกแตกลงไปเสียมาก เธอกัดฟันดังกรอดๆก่อนจะหันมาพูดกับแม่ของตน "แม่ใช้วิธีไหนจัดการแม่ของนางไออุ่น!!"


สิรินมองตาลูกสาวแล้วครุ่งคิดอีกครั้ง "ก็แค่หาผัวให้มันเพิ่มก่อนตาย มีอะไรหรอ? เอม...."


หญิงสาวเริ่มมีความคิดบางอย่างเข้ามาในหัว ในเมื่อความอับอายที่ได้รับมาตอนนี้มันมากเกินไป การที่จะทำให้ภาคย์เจ็บปวดมากที่สุดก็คือการที่เขาจะต้องเห็นคนที่ทุกข์ทรมานมากที่สุด ในเมื่อจัดการภาคย์ตรงๆไม่ได้ก็ต้องลงกับคนที่ภาคย์พยายามปกป้องอยู่ในตอนนี้ คนที่จะแพ้ต้องเป็นภาคย์เท่านั้นไม่ใช่เธอ...


#######

อีกด้านหนึ่ง...


เวลาหนึ่งทุ่มตรง...


ห้องจัดประชุม ณ โรงแรม Voruntiana....


อัศนัยกลับเข้ามาบริหารงานโรงแรมอีกครั้ง โดยที่งานแรกที่เขาต้องเริ่มก็คือการจัดประมูลเครื่องเพชรของปวัน ซึ่งทุกอย่างราบรื่นไปได้ด้วยดีเพราะก่อนหน้านี้ภาคย์จัดการทุกอย่างเอาไว้ให้เพื่อที่อัศนัยจะได้ไม่ลำบากมากนัก ตอนนี้อินทุกรอยู่ในช่วงของปิดเทอมจึงมีเวลามาช่วยพ่อของเธอทำงานมากยิ่งขึ้น นับตั้งแต่เรื่องที่โรงพยาบาลความสัมพันธ์ระหว่างเธอและภาคย์ก็พัฒนาไปในทางที่ดี จะเรียกได้ว่าเขาทั้งเอาใจใส่และดูแล​เธอเป็นอย่างดีซึ่งแตกต่างกับเมื่อก่อนนี้มากมาย


แบบนี้คงเรียกได้ตรงๆว่าเขาและเธอคือคู่รักกัน...


"คุณพ่อครับ น้องไออุ่น" ปวันส่งเสียงทักทางสองพ่อลูกที่เพิ่งเข้ามาถึงในงาน "ขอบคุณสำหรับงานวันนี้นะครับ เดี๋ยวเชิญด้านในกันดีกว่า พ่อกับแม่ของผมท่านอยากเจอทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน"


"พี่ปวันอยู่นั่นค่ะคุณพ่อ" อินทุกรเกาะแขนของผู้เป็นพ่อเอาไว้ วันนี้เธอสวมชุดเดรสยาวสีขาวเพื่อมาร่วมงานในวันนี้ แต่งหน้าทำผมถึงแม้จะไม่เยอะแต่ก็ทำให้คนในงานหันมาสนใจเธอได้


อัศนัยยิ้มรับคำเชิญ "ถ้าจะขอบคุณจริงๆก็คงต้องขอบคุณภาคย์เขานั่นแหละ ผมแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย"


"อย่าทำทีห่างเหินแบบนั้นสิครับ ผมขออนุญาตเรียกคุณพ่อเหมือนเดิมนะครับ" ปวันไม่ได้คิดหรือติดใจในเรื่องอะไร ตอนนี้เขาเองก็ได้รับรู้เรื่องราวของอัญชนามาอยู่บ้างแต่สุดท้ายก็ปล่อยผ่านเพราะไม่ควรข้องเกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นอีก "เราไปกันดีกว่าครับ ป่านนี้คุณภาคย์ก็น่าจะมารออยู่แล้วเหมือนกัน"


ในระหว่างที่งานกำลังดำเนินไปเรื่อยๆนั้น ปวันที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงของงานนี้ได้พาทุกคนชื่นชมเครื่องประดับที่มาจากฝีมือการออกแบบของเขา นอกจากอินทุกร อัศนัยและภาคย์แล้วยังมีภัทธิราและแขกผู้ชายอีกคนหนึ่งซึ่งปวันเชิญมาที่งานนี้ด้วยเช่นกัน เขาชื่อคิริน...เป็นเจ้าพ่อคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดและถูกกฎหมายในประเทศไทยด้วยวัยเพียงยี่สิบเก้าปีเท่านั้น ท่าทางของเขาเดาไม่ถูกจริงๆว่าเป็นคนแบบไหนกันแน่


"ทานน้ำไหมคะพี่ภาคย์เดี๋ยวอุ่นไปเอามาให้" อินทุกรเห็นสีหน้าของเขาดูเคร่งครียดจึงรู้สึกเป็นกังวล สองหนุ่มสาวเดินควงคู่ดูเครื่องประดับที่ถูกจัดแสดงอยู่ในงานทำเอานักข่าวสำนักต่างๆนั้นพากันสนใจอยู่ที่จุดเดียว "พี่ภาคย์คงจะเหนื่อยมากใช่ไหมคะ? จริงๆแล้วอุ่นกับคุณพ่อช่วยกันดูแลได้ค่ะจะได้พักผ่อน"


"เปล่าหรอก พี่แค่รู้สึกแย่ที่ทุกอย่างอนู่ตรงหน้าแล้ว แต่เอาอะไรกลับคืนมาให้อุ่นไม่ได้เลย" ภาคย์ถอนหายใจ ทั้งๆที่เขาสัญญากับเธอเอาไว้แล้วแท้แต่กลับทำไม่ได้ อยากจะชกหน้าตัวเองแรงๆสักที


อินทุกรยิ้มตอบแล้วจับมือของเขาเพื่อให้กำลังใจ "ช่างมันเถอะค่ะอะไรที่เป็นของเราสักวันมันต้องกลับมา อุ่นเสียดายก็ตรงนั่นเป็นแหวนหมั้นของเรา แต่ถ้ามันจะช่วยให้เขายังไม่ทำเรื่องให้คุณพ่อตอนนี้อุ่นก็ยินดีค่ะ แล้วก็...ขอแค่พี่ภาคย์ไม่ใจร้ายกับอุ่นอีกก็พอแล้ว"


ภาคย์ใช้นิ้วเขี่ยปอยผมที่หล่นมาติดใบหน้าของเธอออกแล้วยิ้ม นี่เป็นครั้งแรกที่อินทุกรรู้สึกถึงความอบอุ่นที่สื่อผ่านออกมาจากตัวเขา หัวใจของเธอตอนนี้ได้ถูกเติมจนเต็มหมดแล้ว "ถ้าของเก่าเอาคืนมาไม่ได้พี่ก็หาของใหม่ให้ดีกว่า พี่ไม่ไว้ใจสองแม่ลูกนั่น อุ่นยังไม่ปลอดภัยเพราะพี่รู้ว่าพี่คงอยู่กับอุ่นไม่ได้ตลอด" แววตาของเขาดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด "ตอนนี้อุ่นต้องอยู่กับป้าจิตรตามลำพังไม่ใช่เรื่องดีแน่ พี่จะลองให้พ่อคุยกับอาอ้นว่าจะขอให้อุ่นกับป้าจิตรย้ายมาอยู่บ้านพี่ก่อน อย่างน้อยๆได้เห็นกันทุกวันก็ยังดี"


หญิงสาวมีท่าทีเขินอายยิ่งประโยคสุดท้ายของเขา สำหรับเธอภาคย์เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ "แล้วแต่พี่ภาคย์เลยค่ะ สำหรับอุ่นยังไงก็ได้"


จังหวะเดียวกันที่ภัทธิราเดินเข้ามา ภาคย์และอินทุกรยังคงยืนจับมือกันอยู่แบบนั้นไม่มีทางปล่อย ภัทธิราได้เห็นก็อดที่จะยินดีกับพี่ชายฝาแฝดไปด้วยไม่ได้ "ภัทรว่าจะกลับก่อน พอดียังมีงานค้างๆอยู่ว่าจะรีบทำให้เสร็จวันนี้"


"กลับด้วยกันสิภัทร อีกสักพักงานก็เลิกแล้ว" ภาคย์มองน้องสาวฝาแฝดเหมือนเธอมีอะไรปิดบังเขาอยู่


"นั่นสิคะ วันนี้อุ่นกลับกับคุณพ่อค่ะพี่ภาคย์ไม่ได้ไปส่ง"


แฝดน้องยิ้มแล้วส่ายหัว "ไม่เป็นไร คุณคิรินเขาอาสาจะไปส่ง ภาคย์ไม่ต้องกังวลนะเพราะเขาไม่ทำอะไรภัทรหรอก" ประโยคนี้ยิ่งทำให้ภาคย์เป็นกังวล ไม่นานนักร่างของเจ้าพ่อคาสิโนหนุ่มก็เดินเข้ามายืนซ้อนภัทธิราเอาไว้ ภาคย์มองกลับอย่างพิจารณาว่าสองคนนี้ไปรู้จักได้อย่างไรแล้วทำไมน้องสาวเขาขฃถึงได้พยายามฝืนยิ้มทั้งๆที่แววตานั้นแสดงออกมาสวนทางกัน "คุณคิรินคะ นี่ภาคย์พี่ชายของฉันแล้วก็น้องไออุ่นเป็น...."


"คู่หมั้นพี่ชายคุณผมรู้อยู่แล้วล่ะ" คิรินส่งยิ้มที่ดูแสนจะเยือกย็นเพื่อทักทาย อินทุกรรู้สึกหวาดหวั่นเลยเขยิบไปอยู่ด้านหลังของภาคย์ "ไม่ต้องห่วงนะครับคุณภาคย์ ผมไปส่งน้องสาวคุณจนถึงหน้าบ้านอย่างปลอดภัยแน่นอน"


ภาคย์พิจารณามองคนตรงหน้า "ผมไม่สนว่าคุณจะคิดอะไร อีกหนึ่งชั่วโมงน้องสาวผมต้องถึงบ้าน" ความจริงจังของเขาสื่อผ่านออกจากทางแววตา คิรินพยักหน้ารับคำก่อนจะผายมือเชิญภัทธิราเดินไปพร้อมกับเขา ช่วงนี้คงจะเป็นช่วงพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกของภาคย์ล่ะมั้งถึงมีเรื่องมาให้รบกวนจิตใจอยู่ตลอด ห่วงอินทุกรมากแถมตอนนี้ก็ยังเป็นห่วงภัทธิรามากเช่นกัน แต่ผู้ชายคนนั้นก็ดูเป็นคนที่พูดจริงทำจริงอยู่ไม่น้อย


"เขาน่ากลัวจังเลยค่ะพี่ภาคย์ตามเขาไปเถอะ อุ่นอยู่กับคุณพ่อได้" อินทุกรรู้ความในใจของเขาจึงไม่อยากให้จะรั้งเขาเอาไว้นาน


ภาคย์หันมายิ้มให้เธออีกครั้ง "เขาไม่ทำอะไรหรอก พี่ดูออก" มือใหญ่โอบเอวบางเอาไว้แล้วดึงเธอเข้ามาแนบกาย "เรากลับไปนั่งพักกันดีกว่า พี่มีเรื่องแม่ของอุ่นต้องคุยกับพ่อของอุ่นด้วยพอดี"


แววตากลมหวานเปล่งประกายขึ้นมาด้วยความอยากรู้เช่นกัน "ข่าวดีหรือเปล่าคะ? มีเบาะแสของคุณแม่ใช่ไหมคะ?"


"ไม่เชิงแบบนั้นหรอก" พอได้ยินเช่นนั้นอินทุกรก็มีสีหน้าหม่นลงในทันที ภาคย์กระชับเอวเธอไว้แน่นๆ "ถึงไม่มีเบาะแสมากแต่ทางตำรวจก็ได้ความคืบหน้ามาบ้าง เอาไว้พี่จะเล่าให้ฟังอีกทีนึงก็แล้วกัน"


อินทุกรไม่ได้ซักไซ้อะไรเขาอีก เธอและภาคย์เดินกลับไปยังที่พักรับรองแขกของงานอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังคึกคักไปด้วยการดีราคาประมูลเครื่องเพชร แม้ว่าภาคย์ตั้งใจจะพูดคุยกับอัศนัยแต่ก็ไม่มีสมาธิมากนักเพราะเสียงที่ดังอึกทึกไปทั่วพื้นที่ 


ซึ่งงานนี้ได้ผลตอบรับดีเกินคาดสำหรับปวันแถมยังได้กำไรมาตั้งแต่ชิ้นแรกที่นำออกประมูล งานนี้ถือว่าเป็นการกู้สถานการณ์ของปวันได้เป็นอย่างดีแม้ว่าท้ายที่สุดแล้วผลงานที่เขาตั้งใจถ่ายถอดออกมานั้นจะมีโอกาสได้แสดงโชว์แค่ที่นี่ที่เดียวแต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปโดยที่ไม่คิดทำอะไรเลย กันตาที่แอบมองอยู่ด้านหลังเวทีในฐานะพนักงานที่ต้องมาทำงานล่วงเวลาได้แอบเปิดผ้าม่านออกมาด้วยความอยากเห็น ทว่า...สายตาของปวันที่อยู่บนเวทีได้หันมาสบตาเธอเข้าพอดีก็นิ่งเสียจนคล้ายกับว่าถูกสาปให้เป็นหินเสียอย่างนั้น


เขาจงใจที่จะทำแบบกับเธอหรือแค่ความบังเอิญนั้นไม่มีใครสามารถให้คำตอบเธอได้...


______________________________ 100% _____________________________________________


ไรท์มาแล้วฮับ...

มีอะไรจะบอกนะว่า พี่ภาคย์จะมีดราม่าไปอีกนิดๆแต่ไม่ใช่ดราม่า งอนๆเลิกๆหรอกนะจ๊ะ (แอบสปอย)

ไปเรื่อยๆจ้าแล้วจะเริ่มปูทางเรื่องน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์ด้วยนะ

รีดเดอร์อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ เดี๋ยวไรท์จะพาออกทะเลให้เขาไปสวีทกันอีกสอง - สามตอน

แล้วเดี๋ยวไรท์จะวนกลับเข้าพล็อตหลักให้จบทีเดียวเลยเด้อ เรื่องแม่ของไออุ่นมาลุ้นๆกันนะว่าจะมีอะไรหักมุมไหม?


คิดถึงทุกท่าน เจอกันตอนหน้าค่ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}