ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เชื่อใจ 100%

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.8k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 15:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เชื่อใจ 100%
แบบอักษร

“เรื่องในคืนนั้น” สมองพลันคิดถึงในวันที่พายุเข้าแล้วเขาและเราล่องลอยอยู่ท่ามกลางทะเลที่แสนน่ากลัวในยามค่ำคืน เธอรู้สึกกลัวขึ้นมาก็คงจะเป็นเพราะว่าต้องนั่งเรือกลับฝั่งในวันนี้เป็นแน่แท้

“ไม่ต้องกลัวนะ ไม่ต้องกลัว”

 “ฉันจะไม่มีทางให้เรื่องในคืนนั้นเกิดขึ้นอีกแน่นอน เชื่อใจฉันนะ” เข้ารู้ว่าเขมมิกานั้นเสียขวัญกับเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นมากแค่ไหน เขาสัญญาว่าจะไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นอีกแน่นอน

 “.....” ไม่มีสียงใดของขมมิกาโต้ตอบกลับมาแต่สิ่งที่เธอกระทำแทนคำพูดคือแรงกอดรัดของเธอที่มันเพิ่มขึ้นราวกับว่าเธอนั้นยังกลัวแสนกลัว

 หัวใจของอัศวินมันรับรู้ความรู้สึกของเขมมิกาได้อย่างชัดเจนว่าเธอนั้นยังคงกลัวไม่จางหาย แม้ว่าจะมีเสียงของเขาคอยปลอมประโลมแล้วก็ตาม ท่าทีที่เธอแสดงมันก็ยังเด่นชัดว่าเธอกำลังกลัวอยู่

สุดท้ายแล้วสมองหนาก็ต้องคิดไตร่ตรองในการกลับเสียใหม่เพราะว่าหากยังคงฝืนที่จะไปในยามนี้แล้วมีหวังว่าเขมมิกาคงจะได้สติแตกกระเจิงเป็นแน่แท้ เขาทั้งห่วงทั้งหวงเธอกลัวว่าจะเป็นอะไรไป ครั้งที่เธอตื่นมาพบกับความอดสูเมื่อคราวนั้นมันยังคงตราตรึงอยู่ในจิตใจของเขาไม่จางหาย

 “ไม่ต้องคิดมากนะ เราจะยังไม่กลับกันในวันนี้”

 เขมมิกาเหลียวหน้าออกจากที่พักผิงที่หัวไหล่ของเขาแล้วจ้องมองด้วยสายตาที่ตั้งคำถามอย่างใคร่รู้

 “ทะ...ทำไม” แม้ว่าเธอจะกลัวแต่อีกใจก็อยากจะกลับ

 “พักให้จิตใจเธอดีขึ้นกว่านี้แล้วเราค่อยกลับกัน ไม่ต้องห่วงหรือกลัวอะไรทั้งนั้น”

 รู้สาเหตุของเขา เธอก็พยักหน้ารับน้อยๆอย่างเข้าใจในสิ่งที่เข้ากำลังทำในยามนี้

 “ไปอาบน้ำซะเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปหาอะไรมาให้กิน” เพราะวันนี้ป้าวันมีธุระพอดีจึงไม่อาจจะมีใครมาทำอาหารในยามเช้าหรือเวลาไหนๆได้ เขาจึงต้องเป็นคนลงมือเอง

 ว่าแล้วอัศวินก็อุ้มร่างของเขมมิกาเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำ ค่อยๆวางเธอลงในอ่างอาบน้ำเบาๆมือหนาหมายที่จะดึงรั้งชุดที่อยู่ในกายของหญิงสาวออกแต่ทว่ากลับมีเสียงใสดังขึ้นมาค้านการกระทำของเขาเสียก่อน

 “ว๊าย!”

 “มะ...ไม่เป็นไร ฉันทำเองได้” นึกตกใจที่อยู่ดีๆเขาก็อุ้มเธอเข้ามาในห้องน้ำอย่างไม่บอกไม่กล่าวแถมยังจะถอดชุดนอนที่เธอสวมใส่ไว้อีก

 “ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปเตรียมอาหารไว้แล้วกัน” ครั้งนี้เขาดูแปลกไป ยอมถอยออกห่างกายสาวแม้ว่ามันจะตรงข้ามความรู้สึกที่อยากจะอยู่ในนี้กับเธอยิ่งนัก

 เขมมิกาพยักหน้ารับกับคำพูดของเขา อัศวินทำให้เธอสับสนไปเสียหมดบ้างก็ดีบ้างก็ร้ายไม่รู้ว่าในแต่ละครั้งจะมาอารมณ์ไหนบ้างเธอเลือกเดาทางเขาไม่ถูกจริงๆ สายตามองคนร่างหนาที่ยอมเดินออกไปจากห้องน้ำแต่โดยดี เมื่อพ้นร่างของเขาไปแล้วเธอก็จัดการชำระล้างร่างกายของตนเอง

 ลูบไล้เอาน้ำใสชโลมให้เปียกชุ่มจนทั่วตัว มือของเธอเผลอไปลูบคลำเข้าที่หน้าท้องอย่างลืมตัว ทำมันอย่างไม่ตั้งใจราวกับว่ามีแรงดึงดูดให้เธอสัมผัสมันอย่างอ่อนโยน

 “หนูจะมาจริงๆหรือลูก” น้ำเสียงพร่ำถามสิ่งที่มันกำลังจะเกิดขึ้นอยู่ในท้อง แม้ว่าเธอไม่ได้ไปตรวจให้มันแน่ชัดแต่ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าอาการของคนที่แพ้ท้องตั้งครรภ์มันจะเป็นอย่างไร แต่เพียงแค่เธอไม่อาจจะแน่ใจได้เต็มร้อยก็เท่านั้น

 แม้ว่ามันจะไม่มีคำตอบใดๆส่งมาให้เธอได้ยินแต่เธอก็เฝ้ารู้อยู่เต็มอกว่าภายในท้องนี้ของเธอมันกำลังมีร่างน้อยๆของเด็กคนหนึ่งกำลังนอนหัวใจเต้นตุ้บ! ตุ้บ! อยู่ในกายเธอ

 “ไม่ว่าทุกอย่างมันจะเป็นยังไง แม่จะดูแลหนูให้ดีที่สุดนะลูก”

 “ต่อให้แม่จะเจอในสิ่งที่มันเลวร้ายกว่านี้แม่ก็จะอดทนเพื่อหนู” ส่งยิ้มเจื่อนๆแม้ว่ามันจะเศร้าแต่เธอก็ตั้งใจส่งยิ้มนี้ให้กับตัวน้อยในท้อง เธอสัญญาว่าเธอจะข้ามผ่านอุปสรรคนี้ไปให้ได้เธอและลูกจะต้องได้พบกับความสุขเสียที เขมมิกาชโลมน้ำให้ร่างกายได้ชุ่มช่ำเสียนานกว่าจะพาร่างตัวเองออกมาจากห้องน้ำได้

 เขมมิกาเดินออกมาหลังจากที่แต่งตัวแต่งกายได้เสร็จเรียบร้อยแล้ว เดินเหลียวตัวเข้าไปดูในห้องครัวก็ไม่พบกับคนร่างสูงจึงเลือกเดินไปในห้องอาหารแทน ซึ่งในตอนนี้เขาได้นั่งรออยู่ที่หัวโต๊ะเรียบร้อยแล้วพร้อมทั้งตรงหน้ามันยังมีข้าวต้มหมูร้อนๆ


 “นั่งสิ”


 “ค่ะ” เธอทำตามที่เขาพูดแต่โดยดีโดยไม่มีคำคัดค้านใดเพราะในยามนี้เธอก็ท้องร้องพอสมควรแล้ว


 “รีบกินเถอะเดี๋ยวอาหารมันจะเย็นซะก่อน” เห็นเธอนั่งก็บอกให้รีบกินข้าวต้มหมูที่มันวางอยู่ตรงหน้าเสียเดี๋ยวมันจะเย็นลงเสียก่อน


 เขมมิกาพยักหน้ารับจากนั้นก็ลงมือกินข้าวต้มร้อนๆที่อยู่ในชามใบใหญ่ คำแรกที่ตักเข้าปากเธอไม่คิดเลยว่าคนอย่างอัศวินจะมีฝีมือด้านการทำอาหารพอสมควรเพราะข้าวต้มของเขาถูกปรุงรสออกมาด้วยรสชาติที่ดีพอดี ถือว่ามันใช้ได้เลยทีเดียว แม้ว่าปากนั้นจะยังเคี้ยวอยู่ตุ่ยๆ แต่สายตาของเธอก็ไม่วายที่จะมองปฏิกิริยาของเขา อัศวินใช้สายตาเหลียวมองปฏิกิริยาของเขมมิกาเช่นกันเขาคาดหวังว่าเธอคงจะพอใจกับรสชาติของอาหารเช้ามื้อนี้ไม่มากก็น้อยบ้าง


 เธอมองเห็นผ้าพันแผลที่มันพันอยู่ที่มือของอัศวินอย่างชัดเจน นึกสงสัยว่ามันโดนอะไรมาตอนไหนเเต่ทว่าพอเธอเห็นเข้าตักข้าวต้มเข้าปากก็นึกอ้อ! ทันที เธอหยุดชะงักการกินอาหารเช้าลงจนทำให้อัศวินที่กำลังนั่งกินอยู่ด้วยกันเอ่ยถาม


 “ไม่อร่อยหรอ?”


 “......” เขมมิกาไม่ตอบแต่เธอกลับยื่นมือของตนเองไปจับที่มือข้างที่เขานั้นเจ็บมีผ้าพันแผลพันล้อมรอบอยู่ แต่ทว่าเขากลับรั้งมือของตัวเองไว้ไม่ปล่อยให้เธอทำได้ดั่งใจ


 “จะทำอะไร”


 “ส่งมือคุณมา” ไม่ตอบคำถามเขาแถมยังออกเสียงสั่งเสียด้วยซ้ำ


 “ทำไม”


 “ไม่ต้องถามหรอก คุณจะปล่อยให้มันบวมพองหรืออย่างไร”


 ครั้งนี้เธอบังคับเขาแถมยังดึงมือของอัศวินเข้ามาหาตัวเอง ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงท่านั่งให้มันถูกที่ถูกทางให้ถนัดในการดูแผลของคนตรงหน้า เขมมิกาค่อยๆปลดเปลื้องผ้าพันแผลที่มันพันอยู่รอบมือของอัศวินอย่าลวกๆ ออกจนมันเปิดเผยให้เห็นมือหนาที่กำลังแดงบวมเบ่งจากการถูกน้ำร้อนลวก


 “ทำไมไม่ทำแผลค่ะ”


 “มันไม่ได้เป็นอะไรมาก” โดนเขมมิกาจับได้ก็นึกเสียท่านิดๆจนต้องใช้เหตุผลที่ว่ามันไม่ได้เป็นอะไรมากมากลบเกลื้อนความเป็นจริงที่แท้จริงแล้วมันทั้งแสบและร้อนไปทั่วเสียหมดทั้งมือ


 “อย่ามาโกหก ฉันรู้ดีว่ามันโดนไม่ใช่น้อยๆ” เพราะมันทั้งแดงทั้งบวมได้ขนาดนี้มันคงจะไม่ได้โดนน้อยๆแน่นอน เขายังจะมาโกหกคนอย่างเธออีก แค่ดูด้วยตาเปล่าแบบไม่ต้องมานั่งวิเคราะห์ก็รู้ว่ามันทั้งแสบทั้งร้อน


 “......” เขาแทบจะพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองตามการกระทำของเขมมิกา


 “กล่องทำแผลอยู่ตรงไหนค่ะ”


 “ในห้องครัว” ต้องตอบกลับแต่โดยดี


 เขมมิกาเดินไปที่ห้องครัวค้นหาเอากล่องทำแผลมารักษาแผลให้กับอัศวินที่กำลังนั่งรออยู่ที่เดิมมิได้ลุกหายไปไหน

 “ยื่นมือคุณมา” เขมมิกานั่งลงตรงที่ของตนก็สั่งให้ขายื่นมือของตัวเองออกมาให้ได้ทำแผลเสีย


 แต่ทว่าอัศวินกลับอิดออดไม่ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เขารั้งมือของตนเองไว้ไม่ยอมทำตามในสิ่งที่เขมมิกาพร่ำบอกให้ทำ ดั่งนั้นในเมื่อไม่ยอมทำตามแล้วเธอจึงต้องดึงรั้งข้อมือของเขามาเสียเอง


 “อยู่นิ่งๆไม่อย่างนั้นฉันจะทำแรงกว่านี้”


 อัศวินเหลียวมองใบหน้าของเขมมิกาแล้วก็ต้องนั่งเงียบทำตามที่เธอบอก หญิงสาวค่อยๆลงมือทำแผลบวมแดงที่เกิดจากการโดนน้ำร้อนลวกอย่างแผ่วเบา พินิจพิลัยอย่างเบามือ สายตาคมของอัศวินจ้องมองมาที่หญิงสาวอย่างไม่วางตา เขาจ้องราวกับจะกลืนกินร่างนี้ลงไปในท้องอย่างไงอย่างนั้น เขาในยามนี้มองเขมมิกาต่างไปจากเดิมอย่างไม่รู้ตัวเองเลยว่าสายตาที่ใช่มองเธอนั้นมันแปรเปลี่ยนผันไปอย่างเห็นได้ชัด


 “เรียบร้อย”


 “ขอบใจ”


 “ไม่มีอะไรแล้ว อย่างนั้นฉันขอตัวนะคะ” เขมมิกาพูดเสร็จก็หมายจะลุกออกไปจากตรงนี้ทันทีแต่ทว่ามือหนาของอัศวินกลับเหนี่ยวรั้งข้อมือบางไว้เสียก่อน


 “เธอยังกินข้าวต้มไม่หมด” คำถามคล้ายว่ามันจะเป็นแกมบังคับให้เธอกินอาหารที่อยู่ในชามตรงหน้านี้ให้หมดเสีย


 “ฉันอิ่มแล้วค่ะ” เธอบอกด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย


 “กรุณาปล่อยมือฉันค่ะ ฉันจะออกไปข้างนอก”


 “ไม่กลัวหรอ”


 “ตอนนี้มันไม่มีพายุสักหน่อย”


 “งั้นเดี๋ยวฉันไปด้วย”


 “ไม่....”


 “ห้ามปฏิเสธ”


 “ก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ เพราะยังไงฉันพูดอะไรไปคุณก็คงไม่ฟังกันอยู่ดี” จบเท่านั้นเธอก็เดินออกไปด้านนอกทันที โดยที่ก็มีร่างสูงของอัศวินค่อยเดินประกบหลังอยู่ห่างๆ แม้ว่าจะอึดอัดอยู่บ้างแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะต่อให้พูดเขาก็ไม่ฟัง

 เขมมิกาเดินกินลมชมวิวทะเลอยู่ริมชายหาดปล่อยผ่านให้สายลมพัดปลิวไสวผ่านร่างไปอย่างเอื่อยๆ สายลมพัดพาให้เสื้อผ้าของเธอก็ไหวไปตามแรงลมเช่นเดียวกัน สายตาของอัศวินที่เดินทิ้งห่างอยู่ด้านหลังก็จับจ้องไปที่ผู้หญิงที่เดินอยู่เบื้องหน้าในมือของเขาก็กำลังพันเกลียวเถาวัลย์เล็กๆอยู่แม้ว่ามือนั้นจะพยายามทำอย่างหนักหน่วงแต่สายตาของเขาก็ยังเฝ้ามองผู้หญิงคนนั้นเรื่อยไป เขมมิกาทั้งก้มเงยเก็บเศษหอยน้อยใหญ่ขึ้นมาดูเล่นอย่างเพลิดเพลิน เธอปล่อยกายปล่อยใจให้หลุดลอยออกไปตามสายน้ำและสายลมที่กำลังแผดเสียงเบาๆแห่งธรรมชาติแข่งกันอยู่

 “เขมมิกา” อัศวินเดนมาถึงด้านหลังของเขมมิกาที่ยืนนิ่งหันหลังอยู่กับที่

 “คะ...?” เธอเหลียวมามองตามเสียงเรียกของคนที่ขึ้นชื่อว่าสามีในยามนี้

 แต่เธอหาได้คำตอบเป็นคำพูด เขากลับกระทำมันกลับคือการกระทำแทน ในมือหนาของอัศวินนั้นมีมงกุฎดอกไม้อยู่ ซึ่งมันถูกทำขึ้นจากดอกพวงชมพูมากมายหลากหลายทั้งชมพูและสีขาวสลับทับซ้อนด้วยดอกไม้ใบหญ้าสีเขียว เขาวางมันลงที่ศีรษะของเขมมิกาจับขยับซ้ายขวาพอให้มันเข้าที่ก็ถอยตัวออกมายืนดูผลงานของตนเอง

 หญิงสาวเองก็มึนงงกับการกระทำของเขาอยู่ดีๆก็คึกทำมงกุฎดอกไม้มาให้เธอ ในตอนนี้เธอสมควรดีใจหรือเสียใจกันเล่า ผู้ชายที่พร่ำบอกแก่เธอว่าเกลียดเธออย่างนั้นอย่างนี้แต่ในยามนี้ดูการกระทำของเขาสิ?

 “อะไรคะ?”

 “ฉันเห็นมันขึ้นอยู่ระหว่างทางที่มาก็เลยเอามาทำ” เขาหาได้แสดงความจริงใจที่จะทำสิ่งนี้ขึ้นมาให้กับเขมมิกา ทั้งๆที่ใจจริงนั้นมันเป็นเช่นนั้นแท้ๆ สิ่งที่เขาพูดและแสดงออกไปให้เขมมิกาเห็นมันมีเพียงแต่ความเรียบนิ่ง

 “ค่ะ” เธอตอบเขาแค่นั้นก็เบี่ยงตัวเดินไปข้างหน้าต่อ

 “ไม่คิดจะขอบใจกันสักหน่อยหรือ”

 “ก็ฉันไม่ได้ขอนี่ค่ะ” เหลียวมามองเขาด้วยใบหน้าที่สดใสคลายความหม่นหมองไปได้บ้างแล้ว

 “ใจร้าย”

 “ใครกันแน่ที่ใจร้าย” ถ้อยคำนี้แม้ว่ามันจะไม่ได้เสียบลงไปในใจของใครเสียเท่าไร แต่อย่างไรแล้วเขาก็รับรู้ดีว่าส่งที่เธอพูดมาหมายถึงอะไร

 จากนั้นเธอก็เดินต่อหาได้รอฟังคำพูดจากปากเรียวหนาของอัศวิน เธอเดินเอื่อยๆบนผืนทรายละเอียดที่ถูกเหยียบย่ำด้วยเท้าเปล่า มือข้างหนึ่งก็ถือหิ้วรองเท้าไว้ แต่ทว่าเพราะสายตาที่เฝ้ามองเพียงแค่ธรรมชาติเบื้องหน้าหาได้สนใจสิ่งที่มันอยู่ตอนล่างเท้า...

 “โอ๊ย!” เสียงร้องเจ็บดังลั่นก็เรียกให้อัศวินรีบวิ่งเข้ามาดูเขมมิกาทันทีที่ในยามนี้เธอล้มกองลงไปที่พื้นเสียแล้ว ที่เท้านั้นก็มีเลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อยเหตุจากการที่เธอเดินไปดูทางเลยทำให้ไม่ทันระวังเห็นหินก้อนใหญ่ที่มันวางขวางทางอยู่

 “เป็นอะไร”

 “ไม่ได้เป็นอะไร”

 “จะไม่เป็นอะไรได้ยังไงเลือดมันออกขนาดนี้”

 “ก็มันไม่ได้มากอะไร” มันไม่ได้เยอะดั่งที่เขาว่าสักนิดจะมีก็เพียงรอยแผลที่ปากแผลนั้นกว้างไม่ถึงสามเซนติเมตร ท่าทางเขาบางทีมันก็ดูทำอะไรเว่อร์เกินเหตุไป

 “ไม่ต้องลุก” เขมมิกาหมายที่จะลุกขึ้นแต่ทว่าอัศวินกลับสั่งเสียงห้วนไม่ให้เธอได้ลุกเดินดั่งที่ใจหวังแล้วเขาก็จับช้อนเธอเข้าในอ้อมแขนจนนึกตกใจ

 “ว๊าย!”

 “ปล่อย!”

 “อย่าพูดอย่าดิ้นไม่อย่างนั้นแผลเธอมันจะได้ใหญ่กว่าเดิมแน่”

 สุดท้ายก็ต้องเก็บคำพูดเก็บแรงของเธอไว้แล้วปล่อยให้เขาพากลับบ้านแต่โดยดี ระหว่างทางสายตาของเขมมิกาที่จับจ้องคนที่กำลังอุ้มเธออยู่ ความรู้สึกของเธอเกิดความสับสนหลากหลายบางทีเขาก็เป็นคนดีจนไม่สามารถที่จะคาดเดาได้ถึง แต่ทว่าในบางทีเขาก็ร้ายจนเธอนึกปวดใจนัก

 พอมาถึงที่พักก็ได้เดินไปวางเธอลงที่โซฟาในห้องรับแขกส่วนตนเองนั้นก็รีบกุลีกุจอไปควานหากล่องปฐมพยาบาลมาทำแผลให้กับสาวเจ้าทันที ครั้นจะเริ่มทำแผลก็ถามไถ่ครั้งแล้วครั้งเล่าว่า

 “เจ็บหรือเปล่า…?”

 “ไม่ค่ะ”

  เมื่อเขาได้คำตอบที่ต้องการก็ประณีตบรรจงทำแผลนั้นอย่างเบามือที่สุดเท่าทีจะทำได้ แต่ทว่าผ่านไปได้เพียงสักพักเขมมิกาก็เริ่มที่จะทรงตัวไม่อยู่เสียแล้วแถมดวงตาที่เคยเปิดโผก็ใกล้ที่จะปิดลงเต็มที เธอค่อยๆเอนกายลงที่โซฟาลงไปอย่างลืมตัวว่าในตอนนี้กำลังมีคนร่างหนานั่งทำแผลให้อยู่

 อัศวินทำแผลให้เธอเสร็จก็เงยหน้าขึ้นดูว่าสาวเจ้าจะเป็นเช่นไรบ้างแต่ทว่าสิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้ผู้ชายคนนี้มีรอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้า เพราะเขมมิกากำลังนอนหลับอุตุลมหายใจผ่อนเข้าออกสม่ำเสมอ เขาจัดท่าทางการนอนของหญิงสาวให้เข้าที่เข้าทางจากนั้นก็หายไปหยิบผ้าห่มผืนหนึ่งมาคุมกายให้กับสาวเจ้า อัศวินเฝ้าร่างนี้อยู่นานมิได้หนีหายหรือจากเธอไปไหน

  ณ เวลานี้แล้วเขายังจะยอมรับความรู้สึกของตัวเองได้หรือไม่ ว่าในยามนี้ความรู้สึกที่เขามีต่อเขมมิกามันเริ่มที่จะแปรเปลี่ยนไปแล้ว ความเกลียดชังที่เคยมีให้กันก็คล้ายกับว่ามันจะเริ่มลดแรงอนุภาคลงไปมาก ในตอนนี้เขากำลังจ้องเธออย่างที่เห็นว่าเธอคือผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาสามารถจะเทใจหรือเปิดใจให้รักเธอได้หาใช่หญิงสาวที่เป็นต้นเหตุให้คนรักของเขาต้องจากไป แต่เพียงแค่ในยามนี้เขาจะรู้หัวใจตัวเองหรือไม่ก็เท่านั้น

 “พร้อมหรือยัง” อัศวินหันไปถามแก่เขมิกาที่กำลังยืนตัวสั่นอยู่ตั้งยามเช้าที่เธอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

 “......” เธอไม่ตอบเพราะสถานการณ์นี้มันยากลำบากนักสำหรับเธอ  

“ดื่มนี่ซะ มันจะช่วยให้เธอผ่อนคลาย”


มาเเล้วนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น