ST 76

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 26) Mahouka Koukou no Rettousei

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2561 20:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
26) Mahouka Koukou no Rettousei
แบบอักษร

เอาไปอีก3ตอน 




ย้อนกลับไปช่วงเย็นของวันนั้น


ณ โรงงานร้างนอกเมือง


แฮ่กๆ แฮ่กๆ


ก็ได้มีเด็กหนุ่มคนนึงยืนหอบอย่างหนักอยู่หน้าบานประตูเหล็กขนาดใหญ่พอสำหรับรถสองคัน


“เหมือนจะใกล้แต่วิ่งมาเองแบบนี้ก็เหนื่อยแทบตายเลยแฮะ แฮ่กๆ” อากิบ่นออกมา หลังจากจัดการสึคาสะคนน้องเสร็จเขาได้ออกวิ่งมาทางโรงงานแห่งนี้ทันที


“เรามาคนเดียวซะด้วยสิ.... ไม่มีคนมาคอยเฝ้าทางออก... ช่างเถอะ เข้าไปทั้งอย่างนี้แหละ ใครรอดก็โชคดีไป” ว่าแล้วอากิก็พยายามสบัดความเหนื่อยทิ้งก่อนจะรวบรวมไซออนไปที่นิ้วก้อยขวา


“พอแล้วมั้ง....” อากิปลดปล่อยเวทมนตร์ออกมาเป็นลักษณะดาบดำๆสีใสและเดินเข้าไปหาประตูนั้น


ชิ้ง! ชึบ…! ชึบ…!


เขาตวัดนิ้วก้อยไปมาเป็นทรงประตูและถีบมันลงไป


ตึง..!


จากนั้นอากิก็ออกเดินเข้าไปภายในโรงงานนั้น


.


.


.


ฟิ้ววว~


อากิเดินอย่างสบายใจไปเรื่อยๆตามทางเดิน แถมผิวปากไปอีกต่างหาก ถ้าจะให้สบายกว่านี้ก็คงนอนรอศัตรูมาแล้วล่ะ....


“ฮ้าว~ ถึงแล้วหรอ~” อากิเดินออกมาพ้นทางเดินจนถึงโถงขนาดใหญ่ที่มีผู้ก่อการร้ายติดปืนอยู่หลายสิบคนและชายผมม่วงใส่แว่นที่ยืนอยู่ตรงกลาง


“ยินดีที่ได้พบ... ฟูจิวาระ อากิโอะคุง” เจ้าแว่นนั่นพูดออกมาพร้อมกับผายมือ


“ฮึบ... นายคงเป็นหัวหน้าสินะ?” อากิเหยียดแขนบิดขี้เกียจพร้อมกับถามไปแบบสบายๆ


“ถูกต้อง ผมคือหัวหน้าของบลองช์สาขาญี่ปุ่น สึคาสะ ฮาจิเมะ”


“งั้นหรอๆ~ นอกจากกำลังพลในนี้นายมีอีกเท่าไหรล่ะ? รีบเรียกมาให้หมดเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาฉัน” อากิเพียงยักไหล่อย่างไม่สนใจ


“หืมมม... จะบอกว่าความมั่นใจหรือความหยิ่งผยองดีล่ะ? ผมสงสัยจริงๆว่าคุณไปเอามาจากไหน...” เจ้าแว่นชูมือขึ้นมาเป็นสัญญาณให้ลูกน้อง


ฟึบ..!! เหล่าผู้ก่อการร้ายชูปืนขึ้นมาในท่าพร้อมยิง


“ฟูจิวาระคุง ทำไมเธอไม่มาเข้าร่วมกับเราล่ะ?” เจ้าแว่นผายมือออกมา


“ถึงแม้ว่าสถานะของคุณจะขัดต่อเป้าหมายของพวกเรา แต่ในฐานะที่คุณทำให้งานที่เราลงแรงไปมากเสียเปล่า ถ้าได้ตัวคุณมาก็ถือว่าคุ้มค่า” มันพยายามยิ้มอย่างเชิญชวน


“ไร้สาระน่า... จะทำอะไรก็ทำ” อากิโบกมือไปมาราวกับไม่สนใจมันแม้แต่น้อย


“ว๊าาา... แย่จริงๆเลยนะครับ.. ถ้าอย่างลั้น่ะก็...” ฮาจิเมะนำมือขวาไปจับที่แว่นของตน


ฟึบ! มันโยนแว่นตาออกไป


“ฟูจิวาระ อากิโอะ!!” ฮาจิเมะนำมือขวาปาดผมออกจนเห็นดวงตาทั้งสองข้าง


“จงมาเป็นพันธมิตรของพวกเราซะ!! Evil Eye!!!” ฮาจิเมะตะโกนออกมาพร้อมกับคลื่นสีม่วงบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขา


อากิก้มกน้าลงราวกับสติหลุดไป


“ฮ่าๆ ฮ่าๆ ทำเป็นอวดดีนัก!! สุดท้ายแกก็ต้องตกอยู่ใต้ดวงตานี้! ฮ่าๆ ฮ่าๆ” มันหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งไปเรื่อยๆพร้อมกับอีกเสียงหัวเราะหนึ่งที่แทรกเข้ามา


ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฮ่าๆ


อากิเงยหน้าเสยผมขึ้นมาเผยให้เห็นดวงตาสีแดงเลือด


“ฮ่าๆ แค่แกล้งยอมเข้าหน่อยแกก็เหลิงซะแล้ว ฮ่าๆ” อากิหัวเราะออกมาขณะที่ฮาจิเมะเริ่มหน้าซีด


“ไอ้ละครลิงไร้สาระของแกมันก็เวทย์บทนึงไม่ใช่รึไง ทำมาเป้นดวงตาพิเศษอะไร ไร้สาระ... มันก็แค่เวทย์ที่ส่งเวทมนตร์จำพวกคลื่นแสงเข้าไปยังสมองเพื่อควบคุมจิตใต้สำนึกอีกฝ่ายเหมือนกับการสะกดจิตไม่ใช่รึไง” อากิเริ่มแฉมัน


“กะ...แก ทำได้ยังไง! ทำไมดวงตาของฉันถึงไม่ทำงาน!” ฮาจิเมะปฏิเสธที่จะยอมรับความจริง


“แกมีแคสแจมมิ่งหรอ? ไม่สิ! ต้องเป็นดวงตานั่นแน่ๆ ไอ้ดวงตาที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดนั่น แกเองก็มีดวงตาพิเศษเหมือนกันสินะถึงป้องกันได้!” อากิไม่เข้าใจสิ่งที่มันพูดสักนิดเดียว เขาแค่ใช้Anti-Psionเคลือบตัวไว้บางๆจนคลื่นของมันเข้ามาไม่ถึงตัวเท่านั้นเอง ตาแดงอะไรกัน? ตาของเขาก็สีดำไม่ใช่รึไง? แต่สงสัยเพียงไม่นานความกระหายเลือดของอากิก็เริ่มเข้ามาแทน


“พูดไร้สาระอะไรของแก? เวทย์ของแกมันกากเองไม่ใช่รึไง?” อากิยิ้มเยาะมัน


“ยะ... ยิงมันเลย!!” ฮาจิเมะชี้นิ้วสั่งลูกน้องก่อนจะวิ่งหนีไป


ปังๆ ปังๆๆๆ


เหล่าคนร้ายทั้งสิบกว่าคนต่างระดมยิงปืนทั้งหนักและเบามาทางเขาจนเกิดฝุ่นควัดตลบไปหมด


ฟิ้ว....


เมื่อควันเริ่มจางออกไปพวกมันก็เห็นว่าอากิกำลังยืนอยู่อย่างปลอดภัยพร้อมกับมีบาเรียสีดำคลุมตัวด้วยเวทย์จากฝ่ามือซ้าย


“ถ้าแค่ใช้ป้องกันกระสุนปืนธรรมดา บาเรียของฉันน่ะ ใช้ไม่ถึงสามร้อยมิลลิวิด้วยซ้ำ” อากิเริ่มยิ้มและยื่นนิ้วกลางออกไปตรงๆข้างหน้าในท่าชี้ไม่ใช่ด่า


ซุมม


วงจรเวทย์สีดำและอักขระเริ่มปรากฏออกมาพร้อมกับอณูสีดำบางอย่างที่มาเกาะอยู่ตรงปลายนิ้ว


“ตาย!!!” เขาลากตวัดนิ้วที่มีลำแสงสีดำออกมาเป็นแนวนอนในขณะที่เหล่าผู้ก่อการร้ายยังไม่ทันตั้งตัว


ครืด...


ทั้งหมดยังมีสีหน้าแตกตื่นพร้อมกับตัวช่วงบนที่ค่อยๆไหลลงมาสู่พื้นเบื้องล่าง


ฉูดดดด....


เลือดมากมายเริ่มไหลออกมาจากช่วงตัวทั้งสองของคนทั้ง17คนนออกมานองบนพื้นจนเกิดเป็นแอ่งเลือด


“ฮะๆ สติหลุดจนฆ่าไปหมดเลยแฮะ” อากิเกาหัวตัวเองเล็กน้อย


“ค่อยไปไว้ชีวิตพวกต่อไปก็แล้วกัน...” ว่าแล้วเขาก็พุ่งตัวตามไปในเส้นทางที่ฮาจิเมะหนีออกไป


.


.


.


ฟึบ


อากิหลบที่มุมประตูก่อนเพื่อตั้งตัวและใช้เวทย์จากนิ้วโป้งข้างขวาเคาะไปที่พนังเบาๆเพื่อส่งคลื่นเสียงออกไปค้นหาตำแหน่งของคนที่อยู่ภายในห้องราวกับโซน่า


‘มีคนอยู่11 ถือปืน10 พวกนั้นคงเป็นลูกน้องสินะ ต้องจัดการมันก่อนที่จะโดนใช้แคสแจมมิ่ง ต่อให้ร่างกายเราเหนือมนุษย์แต่โดนยิงเข้าก็คงไม่สนุกเท่าไหร’ อากิหลับตาลงวางแผนก่อนจะเริ่มใช้เวทย์กระสุนนิ้วขวาและเข้าไปในห้องนั้นทันที


ปิ้วๆๆๆๆๆ


เขายิงกระสุนเวทย์ออกไปในเวลาสั้นถึงสิบครั้งเข้าที่หัวของพวกถือปืนทั้งสิบอย่างแผ่วเบาและแม่นยำไม่ให้พวกมันตายก่อน


“บะ...บ้าน่า!!” ฮาจิเมะถึงกับตกตะลึง เพียงชั่วพริบตาที่อากิเข้ามาเหล่าลูกน้องของเขาทั้งสิบคนก็โดนยิงร่วงไปหมดแล้ว ทำไมมันถึงใช้เวทย์ได้เร็วขนาดนี้!


ซึมมม...


ฮาจิเมะรีบใช้แคสแจมมิ่งออกมาจากแหวน


“เป็นไงบ้างล่ะคุณจอมเวทย์! นี่ล่ะคือพลังของการรบกวนเวทมนตร์!!” มันเริ่มยิ้มออกมาจากผู้ชนะ


ชิ้ง..


ฮาจิเมะชักมีดออกมา


“นักเวทย์ที่ใช้เวทย์ไม่ได้น่ะ ไม่ต่างจากเด็กอมมือหรอก!!” มันวิ่งแทงมีดเข้ามาราวกับมือสมัครเล่น


ย๊ากกกกก!!!!


ด้านอากิก็เพียงแค่ส่ายหัวให้กับท่าทีแบบนั้น


ปึก!


อากิสับมือลงมาที่ข้อศอกของมือข้างที่ถือมีด


กร๊อบ!!


อ๊ากกกกก!!!


ฮาจิเมะทรุดตัวลงไปจับแขนข้างที่บิดเบี้ยวผิดรูป


“แก!!!” มันเงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างเคียดแค้น


กร๊อบ!!


อากิเหยียบลงไปที่ขาข้างหนึ่งของมันสุดแรง


ฮาจิเมะพยายามจะร้องแต่เสียงก็ไม่ออกมา มันคือความเจ็บที่มากเกินจะบรรยายจนน้ำตาเริ่มไหลออกมา


อากิกระชากหัวของมันขึ้นมามองหน้าตน


“แกรู้มั้ย...” อากิพูดขึ้นมา ด้านฮาจิเมะก็พยายามลืมตาจากน้ำตาที่คลออยู่ทำให้มองไม่ชัด


“เคยมีคนบอกไว้ว่า...” มันเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆ


“ถ้าได้เห็นใบหน้านี้ก็จะถือว่าเป็นฝันร้ายที่สุดในชีวิต...” ฮาจิเมะเริ่มมองเห็นดวงตาสีเลือดและรอยยิ้มที่แสยะกว้างราวกับปีศาจร้าย


“เพื่อพิสูจน์คำพูดนั้น... แกลองเก็บใบหน้านี้ไว้ก่อนจะมองไม่เห็นอีกต่อไปก็แล้วกันนะ!” ฮาจิเมะพยายามจะร้องออกมาแต่เพียงไม่นานความดำมืดก็เริ่มคืบคลานเข้ามาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ทำให้มันสลบไป ถ้าไม่สามารถหาภาพอื่นมาลบรอยยิ้มนั้นออกไปมันคงไม่มีวันนอนหลับได้แน่...


.


.


.


ด้านอากิที่พึ่งควักดวงตาทั้งคู่ของมันออกมาก็ขยี้มันทิ้ง


โพละ!


“สลบไปแล้ว... ไม่สนุกเลยแฮะ” อากิเพียงแค่เช็คว่ามันยังไม่ตายก็โยนร่างของฮาจิเมะไปกองกับคนร้ายคนอื่นๆ


“เหลือผู้รอดชีวิตเท่านี้ก็พอแล้วมั้ง... แปลว่าที่เหลือฆ่าได้!” เขาเริ่มยิ้มออกมาอีกครั้งก่อนจะเริ่มออกวิ่งไปไล่ฆ่าพวกที่เหลือจนมาถึงช่วงปัจจุบัน


.


.


.


 อากิที่กำลังเอาร่างของคนร้ายสามคนมาซ้อนกันและนั่งเป็นเก้าอี้พูดใส่เครื่องมือสื่อสารไป


“อ๋อ พอดีก็ว่าจะเข้ามาสั่งสอนพวกมัน แต่ดันเผลอฆ่าไปเยอะเลย แหะๆ” เขาตอบไปแห้งๆ


เฮ้ย!!!!


เสียงอุทานดังออกมาจนอากิต้องหันหน้าหนี


“ก็ตามนั้นแหละนะ จะส่งตำรวจหรือใคร หรือจะมาเองยังไงก็ได้ เดี๋ยวผมจะรออยู่ที่นี่แหละ บาย~” อากิพูดตัดไป


@!%@%!^#%&!%#


ที่ปลายสายอีกฝั่งนึงก็มีเสียงที่ฟังไม่รู้เรื่องเข้ามาเรื่อยๆเขาก็เลยตัดสายไป...


.


.


.


“จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด29คน และผู้รอดชีวิตอีก11คนรวมถึงตัวหัวหน้าครับท่านคัตสึโตะ” ชายชุดดำเดินเข้ามารายงานจูมอนจิหลังจากที่เข้าไปสำรวจและลำเลียงผู้รอดชีวิตทั้งหมดออกมา หลังจากที่อากิวางสายไปจูมอนจิก็ได้นำคนในตระกูลทั้งหมดเข้ามาดูแลโดยไม่ต้องให้ภาครัฐเข้ามายุ่ง และด้วยความที่มันเริ่มดึกมากกว่าเดิมทำให้แทบทุกคนที่อยู่ในห้องพยาบาลตามมาด้วย


“เข้าใจแล้ว จัดการต่อไปตามปกติเลย” จูมอนจิตอบไปพร้อมกับเดินไปหาพวกมาริ ทัตสึยะ และคนอื่นๆ


“เป็นยังไงบ้าง จูมอนจิคุง” มายูมิที่ดูร้อนรนที่สุดเดินเข้ามาถามเขา


“ตัวหัวหน้ารอดพร้อมกับอีก10คน ที่เหลืออีก29คนตาย” เขาเองก็ตอบไปนิ่งๆ


“อะ...อะไรนะ... ไม่จริงน่า...” มายูมิพูดอย่างไม่เชื่อหู นี่มันเกินกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีก


“บ้าน่า... ถึงเป็นจะเป็นผู้ก่อการร้ายแต่ฆ่าไปขนาดนั้นมัน...” เอริกะเองก็ตกใจไม่แพ้กัน


“ไม่หรอก...” ทัตสึยะพูดขัดทุกคนขึ้นมา


“ลองคิดดูสิครับ ถ้าต้องบุกเดี่ยวเข้ามากลางดงคนร้ายแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะจัดการได้แต่การต้องมาคอยระวังหรือยั้งมือก็อาจจะทำให้ตัวเองต้องตายก็ได้” ทัตสึยะอธิบายให้ทุกคนฟัง แม้เขาจะสังหรณ์ใจว่านี่มันไม่ใช้การพลั้งมือก็ตาม


จูมอนจิเองก็คิดแบบเดียวกัน ลูกน้องของเขาแอบบอกสภาพศพของพวกนั้นหลายๆคนมาแล้ว มันดูจงใจมากเกินไป แต่เพื่อคนอื่นๆเขาจึงสั่งให้พวกนั้นลำเลียงศพออกไปทางประตูหลัง


“ถึงแบบนั้นก็เถอะ....” เลโอกำหมัดแน่น เขาเข้าใจสิ่งที่ทัตสึยะบอกแต่การที่ได้ยินว่ามีคนตายขนาดนั้นด้วยฝีมือเพื่อนของตนก็เกินไปหน่อย


“อย่าคิดอ่อนหัดไปหน่อยน่า เลโอ ไม่ว่ายังไงพวกนั้นก็เป็นพวกก่อการร้าย หรือนายอยากให้อากิต้องเป็นฝ่ายตายแทน?” ทัตสึยะพูดไปอย่างไร้เยื่อทย


..... ทุกๆคนได้แต่ยืนนิ่งเพื่อทำใจกับประโยคนั้น พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะยอมรับมัน


“เข้าใจแล้ว...” เลโอตอบ


“แล้วอากิคุงล่ะ? อากิคุงอยู่ที่ไหน?” มายูมิพึ่งคิดได้และพยายามหันซ้ายหันขวา เธอคิดอยากจะปลอบใจเขา การที่ต้องฟันฝ่า และฆ่าคนไปแบบนั้นเขาคงจะเสียใจมากแน่ๆ


จูมอนจิส่ายหน้า


“เราหาตัวเขาไม่เจอเลย...” เขาตอบไปทำให้มายูมิและหลายๆคนยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่


“แล้วไหนเขาบอกว่าอยู่ที่นี่ไง!” มายูมิรีบพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่เกือบจะไหลออกมา


“....ผมอยู่ตรงนี้....” เสียงเบาๆลอยมากับสายลม


“อยู่ที่ไหนน่ะ!?” ทั้งมายูมิและหลายๆคนต่างหันซ้ายขวาเพื่อหาตัวเขาอีกครั้ง


“...ข้างบน...” เสียงนั้นดังมาอีกครั้ง


หลายๆคนกลับหลังและแหงนหน้าขึ้นไปที่ดาดฟ้าของโรงงานร้างที่สูงกว่าสิบเมตรก็เห็นอากินั่งห้อยขาอยู่


“เธอขึ้นไปทำอะไรบนนั้นเนี่ย!” มายูมิตะโกนขึ้นไป


“ผม....” อากิก้มหน้าลงราวกับมีอารมณ์บางอย่างทำให้ทุกคนรอฟัง


“ลงไม่ได้น่ะ แหะๆ” เขาเงยหน้ายิ้มก่อนจะเอามือเกาหัว


ปึด...!


ราวกับมีอะไรมาขัดขา ทุกคนที่ลุ้นอยู่ต่างสะดุดกันหมด


“อย่ามาล้อเล่นนะ!!” มาริชี้มาที่หน้าเขา ด้วยความรู้สึกโมโหที่หลวมตัวเป็นห่วงเขาไป


“ฮะๆ ล้อเล่นน่า” ว่าแล้วอากิก็ปีนขึ้นไปยืนบนขอบก่อนจะกระโดดลงมา...!


ว๊าย!!!


เฮ้ย!!!


หลายคนอุทานอย่างตกใจ ถ้าไม่ใช้เวทย์แล้วโดดลงมาแบบนั้นก็ต้องมีอะไรหักกันบ้างล่ะ


ตึกๆๆ


มายูมิรีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง


ว๊าย!


และแล้วเธอก็หลงกลเจ้าตัวแสบอีกครั้ง อากิที่แสร้งทำเป็นล้มอยู่กับพื้นก็แอบรวบตัวเธอเข้ามากอด


“แหมๆ เป็นห่วงผมหรอครับ...” เขากระซิบไปที่ข้างหูเธอ


“อย่ามาฉวยโอกาสนะ!” มายูมิผลักตัวเขาออกซึ่งอากิก็ยอมแต่โดยดี


“แค่ล้อเล่นน่า~” อากิยกยิ้มอย่างสบายใจและนำมือไปลูบหัวเธอ


“ฉันไม่ใช่เด็กนะ” มายูมิทำแก้มป่องขัดกับคำพูดนั้น


“ผมรู้น่า แค่อยากให้คุณสบายใจว่าผมไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ” อากิยิ้มไปให้เธออย่างอ่อนโยน


“ก็ได้...” มายูมิที่เห็นรอยยิ้มนั้นก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อน


จากนั้นทุกคนก็เริ่มพูดคุยกันและแยกย้ายกลับบ้านจนเวลาผ่านไปสักพัก




ไม่ค้างแล้วนะทุกคน....

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น