โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 4-4 สิ่งที่ร้องขอ / บทที่ 5-1 ความหมายของเครื่องหมาย

ชื่อตอน : บทที่ 4-4 สิ่งที่ร้องขอ / บทที่ 5-1 ความหมายของเครื่องหมาย

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2561 14:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4-4 สิ่งที่ร้องขอ / บทที่ 5-1 ความหมายของเครื่องหมาย
แบบอักษร

เธอกำลังคิดว่าเธอคงจะตายเพราะถูกสกัดกั้นพลังได้ทุกเมื่อ ต่อให้ไม่เป็นเช่นนั้น คนที่หวังจะให้ริกซ์ตายไปเสียนั้นก็มีมากมาย ริกซ์ต้อนรับความตายอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นพิษ หรือจะเป็นการเจ็บป่วยทางร่างกาย เธอเชื่ออย่างไม่กังขาเลยว่าพิธีเซ่นสังเวยก็เป็นอีกวิธีที่ใช้ฆ่าเธอ คิดไปจนถึงว่านี่คงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการใช้เป็นข้ออ้าง แต่ทว่านั่นคือวิธีที่จะช่วยชีวิตเธอ

พลังอำนาจนั้นจะถูกรวบรวมไว้ที่องค์รัชทายาทอีกคนที่เหลืออยู่ที่ราชวัง เพราะเธอตายไป เธอก็จะไม่โดนคุกคามอีก แต่พวกคนที่กำลังตามติดริกซ์มาตลอดนั้นรู้ความลับที่แอบซ่อนไว้ จึงได้ติดต่อมาแบบนี้

ริกซ์รู้อยู่รางๆ ว่าที่เธอยังสามารถมีชีวิตอยู่ได้จนถึงตอนนี้เป็นเพราะพ่อมด แม้ขอบเขตพลังของริกซ์จะน้อย แต่พ่อมดผู้สูงส่งก็กำลังอดทนกับหลายๆ สิ่ง

ในโลกที่เวทมนตร์สูญหายไปนั้น มีพลังอยู่พอประมาณที่อยากจะถอนรากถอนโคนพ่อมดผู้มีอำนาจอยู่ในตอนนี้ โดยนิกซ์ รัชทายาทอันดับ 1 และพ่อมดยังคงเรียกริกซ์ว่ารัชทายาทอยู่ เมื่อคิดเชื่อมโยงไปถึงตรงนั้น ริกซ์ก็ถอยหลังไปหนึ่งก้าว เขาต้องการอะไรกันแน่

“ไม่ทำสงครามหรอกเหรอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการต่อสู้กับอำนาจของเชื้อพระวงศ์น่ะ”

นักเวทย์ส่ายหน้า

“ท่านจะต้องหนีไป ก่อนที่ท่านจะตาย”

“ทั้งที่พูดเรื่องวิธีทำให้ข้ารอดชีวิตอยู่ เจ้าก็ยังพูดเรื่องเกี่ยวกับการตายขึ้นมาอีกงั้นรึ กลับคำพูดบ่อยจังนะ”

ในความฝันนี้ไม่มีใครเห็นเลย และคำพูดนั้นก็ช่างแตกต่างจากความเป็นจริง ในโลกที่ไร้สตินี้มีลมพัดผ่านไป ใบไม้ที่โอบล้อมทะเลสาบกระทบกันและส่งเสียง แต่ไม่ได้ทำให้รำคาญ เธอนึกถึงมังกรเขียวพีริดิน ผู้ที่มักสั่งให้เธอพูดเพราะถูกใจในน้ำเสียงขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ 

พ่อมดกำมือทั้งสองข้างแน่นราวกับกำลังคิดว่าจะพูดอะไร ริกซ์เจอความสามารถพิเศษอีกอย่างแล้ว แขนข้างหนึ่งของเขาที่เธอเคยเห็นเมื่อก่อนหน้านั้นคือแขนเทียม ลวดลายบางอย่างบนแขนนั้นเหมือนกับที่เธอเคยเห็นเมื่อก่อน... จู่ๆ ริกซ์ก็คลึงขมับเพราะปวดหัวราวกับถูกเสียดแทง

“ขออภัยพ่ะย่ะค่ะ ข้าอธิบายซับซ้อนไป ข่าวลือที่ว่าการถวายตัวเป็นเครื่องสังเวยแล้วจะตายนั้นไม่เป็นความจริง แม้ส่วนหนึ่งจะถูก แต่ก็ไม่ใช่การถูกฆ่าโดยง่าย เครื่องหมายเป็นสิ่งมังกรจะใช้ร่างกายมนุษย์เพื่อสร้างทายาทมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ หากมีทายาทสำเร็จ เครื่องหมายนั้นก็จะหายไป และไม่นานผู้ถือครองจะต้องตาย”

“...ข้ารู้มาว่าเครื่องหมายคือคำทำนายที่ค้นพบจากผู้มีพรสวรรค์ที่จะได้เป็นรัชทายาท ข้าเองก็มารู้เรื่องนี้ตอนที่มาที่นี่ จนถึงตอนนี้มีแต่พวกนักเวทย์อย่างเจ้าเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้ไม่ใช่รึ”

บอกให้เป็นรัชทายาท บอกว่าจะต้องตายในฐานะเครื่องสังเวย แถมยังบอกให้สร้างทายาทของมังกรด้วย ความต้องการเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จริงๆ

แบบนี้ก็ยกให้คนที่อยากคว้าพลังอำนาจเอาไว้ไปเลยไม่ได้หรือไง ทำไมกัน ทำไมสิ่งนี้ถึงต้องมาเกิดกับคนที่อยากใช้ชีวิตเรียบง่ายและไม่ต้องการอะไรด้วยเล่า หรือฟ้าโกรธเกลียดอะไรเธอ

“หลังจากสร้างอาณาจักร ที่ผ่านมาโลกไม่เคยได้รับเครื่องสังเวย จุดประสงค์ในตอนแรกคือแบบนั้นพ่ะย่ะค่ะ”

เฮ้อ ริกซ์ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง สุดท้ายก็ไม่มีทางรอด

“แม้จะไม่ใช่ตอนนี้แต่ว่า—”

ริกซ์นึกถึงชีคานที่เคยโอบกอดเธอไว้อย่างรักใคร่ขึ้นมา เขาบอกว่าเธอสำคัญ ต่อให้บอกอย่างนั้นเพียงเพราะทายาทก็คงไม่แปลกเท่าไหร่    

ฮ่าๆ ถ้าอย่างนั้น ที่ชีคานคอยดูแลอาการให้เธอมาตลอดก็เพราะแบบนั้นสินะ เธอได้ยินคำที่มังกรเขียวพูด หากเธอตายไปจะซวยเอา ดังนั้นก็เลยให้เธอเกาะติดมังกรน้ำเงินที่มีความสามารถพิเศษในการรักษา ที่ที่เธอจะอยู่ได้อย่างสบายใจ จะมาเมื่อไหร่ และมาได้อย่างไร เมื่อเริ่มแคลงใจแล้วก็มักจะหยุดไม่ได้

“สำหรับมังกรแล้ว มนุษย์ที่ไร้เครื่องหมายก็เป็นเพียงสัตว์ชั้นต่ำ ถ้าหากไม่มีประโยชน์อะไร...”

“พอเถอะ”

ริกซ์พูดตัดบทคำพูดของพ่อมด ให้เธอฟังเนื้อหาที่เคยคิดว่ารู้มาตลอดอยู่แล้วเพื่ออะไรกัน เธอเข้าใจว่าพวกเขาอยากให้เธอฟังในสิ่งที่พวกเขาต้องการเท่านั้น หากเธอฆ่าตัวตายคงจะวุ่นวายสินะ ที่ใช้ให้เอลฟ์คอยดูแลนั่นก็เหมือนกัน

“ข้ารู้ว่าท่านมีข้อสงสัยอยู่มาก ข้าจึงนำเอาข้อมูลมาให้ท่านตรวจสอบ”

“เจ้า...”

จุดประสงค์คืออะไรกันแน่ เหตุผลที่เขาตั้งใจเสี่ยงชีวิตมาอยู่ใต้รัชทายาทที่เสียเปรียบในเรื่องอำนาจคืออะไรกันแน่ หลังจากที่ริกซ์ถวายตัวแล้วบรรยากาศที่ปราสาทน่าจะเหมือนงานรื่นเริงสิ สิ่งที่อยากถามมีมากเท่าภูเขา แต่ไม่มีโอกาสให้ริกซ์ได้เอ่ยปากถามอีก

ทัศนียภาพในฝันค่อยๆ สลายไป เหลือเพียงแค่ทางเดินอันคับแคบและพ่อมดที่คุกเข่าอยู่ในความมืด ริกซ์ตระหนักได้ว่าเวลาเหลือไม่มากแล้วจึงรีบส่งสายตาไป ตั้งใจจะฟังต่อ

“เวลา... คราวต่อไป... จะ... มอบ...”

คำพูดของพ่อมดไม่ปะติดปะต่อแล้ว  ความฝันสลายไปท่ามกลางความสับสน  ริกซ์ลืมตาขึ้นในทันที



บทที่ 5-1 ความหมายของเครื่องหมาย

เธอหลุดออกมาจากความมืดอันเลือนราง แต่สายตายังไม่ได้กลับมาดีเหมือนเดิม ริกซ์รู้สึกวิงเวียนเล็กน้อย

หยดน้ำกระทบหน้าต่าง เสียงฝนดังไม่หยุด ไม่รู้เหมือนกันว่าฝนตกตั้งแต่เมื่อไหร่ หลังจากที่กะพริบตาหลายครั้งเธอก็เห็นใบไม้ที่อัดแน่นอยู่บนเพดานได้อย่างชัดเจน ริกซ์ลุกขึ้นจากที่

มันคือความฝัน ฝันที่ชัดเจน ริกซ์มองไปรอบๆ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอได้กลับมาจากสู่โลกแห่งความจริงแล้ว ทันทีที่ขยับตัว เธอก็รู้ว่าตัวเองกำลังนอนหลับอยู่ในห้องของตัวเองในปราสาท ไร้ซึ่งพ่อมด

เอลฟ์ที่ปรากฏตัวเมื่อไหร่ไม่รู้ส่งผ้าเช็ดตัวให้ ริกซ์ตกใจที่จู่ๆ เอลฟ์ก็เข้ามาใกล้ ตอนนั้นเธอถึงได้รู้ว่าตัวเองเหงื่อออกเยอะมาก

เธอรับผ้าเช็ดตัวมาถือไว้และเงยหน้ามอง เอลฟ์ไม่ซ่อนตัวตามเดิมเมื่อพบคน อีกทั้งยังกำลังก้มมองเธอด้วย ทันทีที่เสียงฝนดังอื้ออึง หูแหลมๆ นั้นกระตุกหนึ่งที

ริกซ์เบนสายตา และเอาผ้าขนหนูมาซับหน้า ตอนนี้เธอไม่มีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว เธอยื่นมือออกไปกลางอากาศและรวบรวมพลังเย็นๆ เอาไว้

เมื่อครู่เธอเพิ่งสร้างหยดน้ำในอากาศเหมือนที่ชีคานเคยทำ หลังจากที่ริกซ์ใช้น้ำและผ้าขนหนูเช็ดเหงื่อ ก็มีลมพัดเข้ามา ทำให้ผมที่เปียกนั้นแห้งลง

เธอเหม่อมองไปทางหน้าต่าง ถ้าหากอยากตายก็จะถูกช่วยชีวิต ถ้าหากอยากมีชีวิตก็จะถูกฆ่า เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะต้องการอะไรเลยหรือยังไงกัน

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่มันเป็นแบบนี้ซ้ำๆ มาตั้งแต่เด็กแล้ว ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ขณะที่ถอนหายใจในความหดหู่ที่หลั่งไหลมา ริกซ์ก็หรี่ตาลง

“คือว่า”

จู่ๆ เอลฟ์ที่อยู่ตรงหน้าก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ ริกซ์สะดุ้งเฮือก ปกติแล้ว หากเอลฟ์เสร็จธุระของตัวแล้วก็จะซ่อนตัวหายไปอย่างเงียบๆ แต่นี่เขาส่งผ้าขนหนูให้และก้าวออกมามองเธอ เธอคิดว่านี่มันออกจะแปลกไปหน่อย

เอลฟ์ที่ยังคงปรากฏกายอยู่นั้นทำท่าสนใจริกซ์จนทำให้เธอตกใจ สายตาของเขาต่างจากเอลฟ์ตนอื่นๆ ที่เคยพบเจอมามากมายก่อนหน้านี้ที่ปราสาท จากการกระทำที่ไม่รู้สาเหตุนั้นทำให้เธอทำหน้าสับสน

“ไม่ทราบว่าเราเคยพบกันมาก่อนไหมขอรับ”

“ไม่นะ เรื่องแบบนั้นน่ะ...”

ปกติเอลฟ์จะทำแค่สำรวจอยู่ไกลๆ ไม่เคยเริ่มบทสนทนาก่อนเลย และการมองหน้าใครใกล้ๆ แบบนี้ก็ไม่เคยมาก่อน ริกซ์ตอบไปสั้นๆ และคืนผ้าขนหนูไป เอลฟ์ที่รับผ้าขนหนูมาถือไว้ก็ยิ่งถามคำถามที่เข้าใจยากมากขึ้นไปอีก

“เป็นมังกรเหรอขอรับ”

“อะไรนะ”

ประกายตาสีแดงที่ไม่ยอมละสายตาจากริกซ์นั้นราวกับจะแผดเผา เอลฟ์ทำหน้านิ่วและเอียงคอไปมาเหมือนคิดว่า แม้ตนเองจะเป็นคนถาม แต่มันก็เป็นคำถามที่แปลกประหลาด

ริกซ์จำหน้าของเอลฟ์ตนนี้ได้ ตอนที่เธอออกไปจากปราสาทพร้อมกับพีริดินนั้น เพลซัน มังกรไฟมอบกรรมสิทธิ์ให้เธอครอบครองเอลฟ์ตนนี้ และเอลฟ์ตนนี้ก็กลับมาพร้อมกับริกซ์

แม้จะไม่เปล่งประกายเท่าของมังกรทอง แต่ผมสั้นสีทองนั้นก็เป็นประกายสวยงาม ถ้าหากว่าฝนไม่ตก แล้วผมนั้นกระทบกับแสงแดดคงจะยิ่งสวยกว่านี้ ส่วนดวงตาสีแดงก็เหมือนกับอัญมณียามพระอาทิตย์ตกดิน

เมื่อมองเอลฟ์ก็รู้ว่าทำไมคนถึงพูดว่าพระเจ้าปั้นแต่งด้วยความเอาใจใส่ ยิ่งพิจารณาอย่างละเอียดก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้น เป็นผลงานชิ้นเอกที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้เลย แม้จะไม่เท่ากับมังกร แต่ก็หน้าตางดงามมาก

เพราะบรรยากาศผ่อนคลายกว่าตอนอยู่กับมังกร ทำให้สามารถเห็นใบหน้านานขึ้น อีกทั้งเอลฟ์ยังคงคอยเฝ้าสังเกตเธออยู่ตลอดด้วย สายตานั้นเริ่มกดดันเธอมากขึ้นเรื่อยๆ

“ไม่สิ เป็นมนุษย์นี่”

“อะ อื้ม...”

เธอตอบช้า เอลฟ์เลิกยื่นหน้ามาใกล้ และยืนมองเธออย่างพินิจพิเคราะห์

“ถ้างั้นจะบอกว่าเพลซันส่งข้าให้กับมนุษย์ธรรมดางั้นเหรอ”

ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว หากเป็นเอลฟ์ที่มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีมากก็คงจะรู้สึกช็อก ไม่รู้ว่าเอลฟ์ที่รู้จักมังกรที่ตนเองต้องคอยปรนนิบัติด้วยสัญชาตญาณนั้นถามขึ้นเพราะไม่รู้จริงๆ หรือเพราะอยากลองถาม ริกซ์จึงพยักหน้าและรอให้เขาหายตัวไป แต่สีหน้าของเอลฟ์ไม่ได้บูดบึ้งอย่างที่คิด

“ถ้างั้น ถ้าไม่ใช่มังกรแล้วใช้เวทมนตร์ได้อย่างไรกันขอรับ”

“ก็แค่... เป็นนักเวทย์มั้ง”

“เหอะ ให้ตายสิ จะนักเวทย์แบบในไหนโลกก็ไม่มีใครใช้เวทมนตร์แบบนั้นได้หรอกนะขอรับ”

เอลฟ์ยิ่งตาเป็นประกายเข้าไปอีก

“เหมือนมังกรเลย”


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น