โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3-3 สิ่งที่ต้องการ

ชื่อตอน : บทที่ 3-3 สิ่งที่ต้องการ

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี แฟนตาซี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ธ.ค. 2561 15:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3-3 สิ่งที่ต้องการ
แบบอักษร

ริกซ์ได้มาพักที่ปราสาทมังกรอันกว้างใหญ่ หลังจากที่เธอตื่นขึ้นจากการหลับใหล ริกซ์ก็สำรวจที่นี่อย่างไม่รีบเร่ง เธอไม่เคยคาดหวังว่าจะถูกสั่งให้อยู่ที่นี่ในฐานะที่เป็นเครื่องสังเวย

เธอชอบการที่ได้ใช้ชีวิตประจำวันด้วยความเรียบง่าย กินอาหารที่ถูกเตรียมไว้ และใช้เวลาแบบไม่เร่งรีบ แม้ในตอนที่เธออาศัยอยู่ที่ปราสาทร้างเธอก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษก็จริง แต่ยิ่งมาอยู่ที่นี่เธอยิ่งอยู่อย่างผ่อนคลายมากขึ้น รู้สึกหายใจได้อย่างปลอดโปร่ง ไม่รู้สึกถึงการปองร้ายจากศัตรูจากทางไหนเลย

สถานที่เดียวที่พอจะเรียกได้ว่าเป็นห้องนอนนั้นมีเพียงห้องเดียวเท่านั้น ริกซ์นั่งห้อยขา ดูเหมือนห้องนี้จะไม่ได้สร้างมาเพื่อให้ทุกคนใช้ตั้งแต่แรก

กว้างก็กว้าง แต่ทว่าไม่ใช่ที่ที่ดูจะใช้งานได้จริงเลย มันไม่ใช่ปราสาทที่ถูกสร้างขึ้นมาเพราะต้องการใช้หาความสุขและโอ้อวดความมั่งคั่งและอำนาจของตัวเองเลย อีกทั้งยังไม่มีพวกผลงานศิลปะหรือประติมากรรมของมนุษย์อยู่เลย แต่กลับสง่างามได้น่าเหลือเชื่อทั้งที่สร้างขึ้นมาจากธรรมชาติ

หน้าต่างบานใหญ่นั้นทอแสงไปจนถึงเส้นขอบฟ้าที่อยู่ไกลโพ้น อาณาเขตของมังกรกว้างสุดลูกหูลูกตา

อยากลองเปิดหน้าต่างดู แต่ถ้าทำแบบนั้นเดี๋ยวลมเย็นๆ จะพัดเข้ามา เธอจึงไม่เปิดหน้าต่างออก สมกับเป็นห้องที่เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะเธอไม่รู้สึกถึงความอึดอัดเลย

ต่อให้อยู่ในช่วงกลางฤดูหนาว แต่บนเพดานก็อัดแน่นไปด้วยใบไม้ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็นระเบียบ หากหมดวันแล้วมันก็จะห้อยระย้า ขณะที่เธอคิดว่ามันจะออกดอกผลหรือไม่นั้น เธอก็นับดูใบของมันไปด้วย ชั่วขณะหนึ่ง เหมือนกับว่าใบไม้พวกนี้จะไม่เหี่ยวเฉาลง

ถึงแม้จะมีห้องที่เหมือนกับห้องสมุดและห้องครัว แต่ขนาดของมันไม่ได้ใหญ่ อีกทั้งมังกรก็ไม่กินอาหาร เธอไม่รู้ว่าสร้างห้องพวกนี้มาด้วยสาเหตุอะไร

นอกจากเรื่องความกลมกลืนไปกับธรรมชาติที่มองเห็นแล้วนั้น จะบอกว่ามันเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อให้มนุษย์ได้อาศัยก็คงจะไม่ผิดนัก

วันนี้เธอตื่นมาก็ไม่มีใครอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่ามีมังกรอยู่แล้วจะสบาย ริกซ์มีความสุขกับการได้อยู่คนเดียวที่สุดแล้ว แม้จะเป็นปราสาทของมังกร แต่เหมือนจะเหลือริกซ์เป็นเจ้าของอยู่คนเดียว

ที่จริงแล้วก็ไม่ได้อยู่คนเดียว ริกซ์รับรู้ถึงสิ่งนี้ได้รางๆ นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ต้องมีทั้งห้องสมุดและห้องครัวก็ได้ ปราสาทที่หากมองเผินๆ เหมือนจะว่างเปล่า จริงๆ แล้วเต็มไปด้วยผู้คนที่มองไม่เห็น

ที่ปราสาทมีเอลฟ์อยู่ พวกเขาทั้งทำความสะอาดปราสาท ทั้งนำอาหารมาให้ริกซ์ เอาเสื้อผ้าใหม่มาให้ อำนวยความสะดวกให้เธออยู่ใกล้ๆ เหตุผลที่มองไม่เห็นรูปร่างของพวกเขานั้นในเวลาปกติ ก็เพราะพวกเขาทำให้ตัวเองกลมกลืนไปกับสิ่งรอบข้าง เพราะต้องแอบซ่อนตัวจากมนุษย์

ริกซ์เคยเห็นเอลฟ์ที่ปราสาทร้างบ้างเป็นบางครั้ง ไม่ว่าเป็นหญิงหรือชาย พวกเขามีรูปร่างสูงเพรียวโดดเด่น และจุดเด่นคือใบหูแหลมยาว พวกเขาเป็นตัวแทนแห่งเวทมนตร์ เย่อหยิ่งและมีความเป็นอัจฉริยะติดตัวมาตั้งแต่เกิด ทำให้พวกเขาไม่ชอบมนุษย์

เท่าที่ริกซ์รู้ ในตอนแรกเอลฟ์เคยเป็นตระกูลที่ถูกมนุษย์ยกย่อง ตอนที่เธออาศัยอยู่ที่ปราสาทร้าง ทั้งที่พวกเขาทำสีหน้าไม่เต็มใจเพราะถูกห้อมล้อมด้วยมนุษย์ แต่ถ้าหากมีคำถามอะไรเกี่ยวกับเวทมนตร์ พวกนั้นก็จะตอบให้ก่อนจะรับสมบัติล้ำค่าไป เพราะเธอเคยเห็นเอลฟ์ในรูปแบบนั้นเท่านั้น การได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากเอลฟ์จึงทำให้เธอเคอะเขินเล็กน้อย

ชีคานสอนวิธีเรียกคนพวกนั้นให้ หากต้องการอะไร หากเรียกหาก็จะปรากฏตัว เหมือนจะออกมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะคำสั่งของมังกร เธอได้แต่คิดว่าจะพยายามทำตัวไม่ให้มีเรื่องต้องเรียกหาพวกเขาเท่าที่จะทำได้...

ฝีมือการทำอาหารของพวกเขานั้นอร่อยจนแทบจะโห่ร้องออกมา และเสื้อที่ดูเหมือนจะสร้างขึ้นด้วยความชำนาญด้านหัตถกรรมอย่างน่าตกใจนั้น ดูจะใช้เวลาแค่เพียงไม่นานในการทำอีกด้วย และรูปร่างที่เห็นในบางครั้งนั้นสวยงามจับใจ เมื่อเปรียบเทียบกับมังกรที่กลายร่างเป็นมนุษย์น่ะนะ

“มนุษย์!”

ริกซ์สะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียงเรียกตัวเองราวกับรู้ความคิดของเธอ เสียงที่ดังก้องอยู่นี้คือเสียงมังกรเขียวพีริดิน ริกซ์สบตาเขาแล้วก้มหน้าลง เขาเดินเข้ามาพร้อมสายลมอ่อนๆ และไร้เสียงฝีเท้า

“ทำอะไรอยู่ อยู่คนเดียวเหงาล่ะสิ”

ริกซ์ที่สบายใจเมื่ออยู่คนเดียวนั้นตอบออกมาอย่างจริงใจ ด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการส่ายหน้า

พีริดินขยับเข้ามาใกล้และจับไหล่ของริกซ์ดึงเข้ามา แม้ริกซ์จะตกใจที่มีมือยื่นมาเหมือนกับทุกครั้ง แต่ก็ดูคุ้นเคยมากขึ้นแล้ว ทว่าการดึงเธอเข้าไปกอดและดมเธอฟุดฟิดนั่นทำให้เขินไม่น้อย

“ยัยมนุษย์ กลิ่นของเจ้าน่ะ ถูกใจข้ามากจริงๆ เลยนะ”

ถึงริกซ์จะไม่พูดอะไร เขาก็เป็นมังกรที่พูดเจื้อยแจ้วอยู่คนเดียวได้

“เจ้ามีเรื่องที่อยากจะทำไหม”

ริกซ์ส่ายหน้าอีกครั้ง หื้ม พีริดินที่ไม่ค่อยพอใจกับการตอบสนองของริกซ์ที่ไม่พูดอะไรสักคำจึงงับเข้าที่ต้นคอของริกซ์อย่างแรง

“โอ๊ย!”

“ดูสิ เสียงก็เพราะดีนี่ พูดบ้างเถอะ ยัยมนุษย์”

“ค่ะ... ค่ะ...”

“หืม”

เพื่อที่จะไม่พลาดคำตอบของเธอ เขาจึงดึงดันที่จะสบตาเธอ แม้ริกซ์จะมีสิ่งที่สงสัยมากๆ ก็ตาม แต่เธอก็กังวลว่ามันจะเสียมารยาทหรือเปล่า แต่ในสถานการณ์แบบนี้การที่เอาแต่ปิดปากเงียบจะยิ่งเสียมารยาทเข้าไปอีก

“สำหรับมังกรแล้วอาณาเขตนี้มันแคบไปหรือเปล่าคะ”

“หืม”

“เพราะข้าเห็นว่าอิสรภาพสำคัญกับพวกท่านมาก.... น่าจะอึดอัดนะคะ”

เธอนึกถึงคำพูดของคาร์ดัมที่มือสั่นเทาบอกเรื่องการตายของผู้อาวุโส หรือชีคานที่บอกว่าเครื่องสังเวยเป็นของสำคัญ ตอนแรกพีริดินฟังไม่เข้าใจ สักพักเขาถึงพยักหน้าแล้วยิ้ม

“อ๋อ อิสรภาพ! ไอ้นั่นเอง ที่พี่ใหญ่ยึดติดสุดๆ ข้าไม่ได้อึดอัดอะไรนะ แต่ถ้าอยู่ที่นี่จะหาสิ่งสำคัญไม่เจอน่ะ”

“สิ่งสำคัญเหรอคะ”

“อื้ม เหมือนจะเป็นเรื่องที่ข้าตามหามาตลอดชีวิต... อื้ม มันคืออะไรกันนะ ไม่รู้สิ ลืมไปแล้วล่ะ”

เขามองออกไปยังที่ไกลๆ สีหน้าของพีริดินดูหลงใหลกับสถานที่ห่างไกล ริกซ์จับต้นคอแล้วเงยหน้ามองเขา ดวงตาสีเขียวที่อยู่ระหว่างขนตางอนยาวนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ในสายตาของมนุษย์ผู้ตื้นเขิน ความรู้สึกนั้นเหมือนกับความอาลัย

แม้เลือดจะไม่ไหลออกมา แต่ความเจ็บที่หลงเหลืออยู่ที่ต้นคอยังคงเจ็บแปลบๆ เธอใช้มือถูบริเวณที่ถูกกัด จู่ๆ พีริดินก็มองออกไปนอกประตูแล้วเอ่ยออกมา

“เอ๊ะ น้องเล็ก”

เธอมองตามพีริดิน มังกรดำเก็นทุสกำลังเดินอยู่ที่ระเบียง เลือดที่หยดลงจากดาบนั้น ไม่ว่ายังไงก็เหมือนเขาจะเพิ่งกลับมาจากการล่าสัตว์

ดาบที่เขากำอยู่นั้นเหมือนถูกลับมาจากความมืด มันดำขลับ ไม่มีแม้กระทั่งแสงสะท้อน มังกรดำโยนดาบไปบนอากาศโดยไม่พูดอะไร ดาบไม่ตกลงพื้น และเอลฟ์ก็เข้ามารับเอาไว้เหมือนได้รับสัญญาณ ริกซ์มองภาพนั้นด้วยความอัศจรรย์จนละสายตาไม่ได้

“น้องเล็ก! มานี่หน่อยสิ!”

เก็นทุสหันมามองทางนี้ครั้งหนึ่งเพราะเสียงเรียกของพีริดิน เขาโค้งทักทายด้วยความไม่พอใจ ริกซ์มองตามเขาด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงจนเขาเดินไปสุดทางเดิน พีริดินมองริกซ์แล้วยักไหล่ และพูดออกมาให้เธอเข้าใจ

“เจ้านั่นน่ะเกลียดมนุษย์”

“งั้นเหรอคะ”

“ถ้าดูจากการที่เขามาที่นี่แล้ว เขาดูจะถูกใจเจ้านะมนุษย์ ความจริงแล้วข้าก็ไม่รู้หรอกว่ามีอะไรที่เขาชอบบ้าง”

พีริดินทำหน้าเอือมระอาและส่ายหัว

“ให้ตายเถอะ ถ้าจะทำหน้าแบบนั้นอย่างเดียวแล้วจะมาทำไมกัน นี่มนุษย์ รู้ไหมว่านานแล้วนะที่พี่น้องข้าทุกคนไม่ได้มารวมตัวกันแบบนี้”

“อย่างนั้นเหรอคะ”

“อืม ใช่แล้วล่ะ ทั้งอึดอัด ทั้งตื่นเต้นเลยแหละ พอมีใครสักคนมาอยู่ข้างๆ มันก็ออกจะน่ารำคาญหน่อยน่ะ”                

เพราะริกซ์ตอบมาสั้นๆ ด้วยสีหน้าเนือยๆ ทำให้พีริดินวุ่นวายใจ เขาสังเกตมาหลายวันแล้วว่าริกซ์เป็นคนที่ไม่ค่อยเปลี่ยนสีหน้ามากเท่าไหร่ มีบางครั้งที่เธอทำตาระยิบระยับ แต่เพียงชั่วครู่ก็หายไป คนประเภทนี้ทำให้เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคิดอะไรอยู่

มนุษย์คือสัตว์ที่มีความปรารถนา แต่มนุษย์คนนี้กลับวางเฉยต่อทุกสิ่งที่เขามอบให้ ไม่สิ หากมีบางสิ่งที่ต่างออกไป แม้ว่าดวงตาเป็นประกายและเกิดความสนใจขึ้นมา แต่ริกซ์ก็จะลบความปรารถนานั้นออกไปเสีย เป็นแววตาที่ดูคุ้นเคยกับการยอมแพ้

พีริดินเหม่อมองสีหน้าไร้อารมณ์ของริกซ์ เขาใช้พลังของเขาทำให้ลมพัดเข้ามา เส้นผมสีขาวของริกซ์ดูยุ่งเหยิง แม้สายลมจะตีเข้าใบหน้าจนรู้สึกจั๊กจี้ แต่ริกซ์ก็ยังนิ่งเงียบไม่บ่นอะไร

ถ้าเป็นปกติแล้วเขาจะโยนความกระตือรือร้นทิ้งแล้วเลิกสนใจ ถึงอย่างนั้นมังกรเขียวก็ชอบมนุษย์คนนี้เอามากๆ จะพูดอย่างไรดีล่ะ ละสายตาก็ไม่ได้ เพียงแค่มองก็กระวนกระวายใจโดยไม่รู้ตัว พีริดินมองริกซ์ตาเป็นประกาย ขนาดเสียงถอนหายใจออกมาด้วยความสับสนก็ยังดูน่ารัก

“อ้า พูดถึงทายาทที่จะเกิดมาแล้ว ไหนๆ แล้ว ถ้าเป็นมังกรเขียวก็คงจะดีนะ เจ้าเองก็คิดแบบนั้นใช่ไหม”

“อะไรนะคะ ค่ะ...”

“ถ้าเหมือนเจ้าคงจะดีมากๆ แล้วยิ่งกลิ่นเหมือนเจ้าด้วยจะสุดยอดไปเลยล่ะ”

“ปล่อยข้าลงเถอะค่ะ”

พีริดินคิดว่าเขาเฝ้าสังเกตริกซ์อยู่นานมาก ปกติแล้วหญิงสาวจะปิดปากเงียบ จะตอบแค่คำถามที่สำคัญๆ เท่านั้น และเธอก็ไม่ค่อยชอบสบตาอีกด้วย ดวงตาสีขาวเงินใสนั้นสวยมากแท้ๆ แต่กลับไม่ยอมเผยให้เห็นได้ชัดๆ แม้จะขอดูแล้วเธอให้ดูก็ตาม แต่เขาไม่ได้อยากเห็นด้วยคำสั่งเสียหน่อย

‘ถ้าเจ้ามองข้าได้อย่างเป็นธรรมชาติคงจะดีนะ’

ขณะที่พีริดินคิดอะไรอยู่คนเดียว เขาก็ก้มมองริกซ์ ริกซ์รู้สึกวางใจที่เท้าได้สัมผัสกับพื้นดินและรีบจับเสื้อที่ปลิวไปมา

“คือ... ท่านมังกร”

“หืม อะไร บอกมาสิ”

มังกรเขียวตกใจมากและตื่นเต้นอย่างหนัก เป็นครั้งแรกที่ริกซ์เปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อน เขาเฝ้าดูเธอมาหลายวันแล้ว ถ้าริกซ์จะพูดอะไรสักอย่าง เธอจะเอาแต่พูดพึมพำซ้ำไปซ้ำมา ดวงตาของเธอเป็นประกายอยู่หน่อยๆ

เขาถูกใจสายตานั้นมากจนอยากมองมันอยู่เรื่อยๆ ถ้าไม่ติดพี่ใหญ่คาร์ดัม เขาคงจะมาเล่นกับมนุษย์นี้จนตัวติดกันทั้งวันแน่ๆ

“เมื่อไหร่จะมีทายาทเหรอคะ”

“อ๋อ... เรื่องนั้น... ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำไม อยากรีบทำเหรอ หืม ทำตอนนี้เลยไหม”

ริกซ์หน้าแดงขึ้นเพราะพีริดินยื่นหน้าเข้ามาสบตาใกล้ๆ พร้อมกับยิ้มออกมาอย่างร่าเริง ความทรงจำที่รุนแรงในวันแรกนั้นยังไม่จางหายไป ริกซ์ถึงกับส่ายหน้าเพราะเธอเพิ่งตื่นได้ไม่นาน พีริดินจึงได้แค่จูบหน้าผากของเธอแล้วผละออกไป

มังกรเองก็ยังไม่รู้เวลาที่แน่นอน แต่ที่ริกซ์มั่นใจได้ก็คือ ถ้าเธอลองอยู่นิ่งๆ เธอสัมผัสได้ว่าในร่างกายมีพลังของมังกรที่ถูกซึมซับเคลื่อนไหวอยู่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

สิ่งนี้จะถูกหลอมรวมกลายเป็นการกำเนิดทายาท แต่ว่าต้องรวบรวมมันไปถึงเมื่อไหร่นั้นไม่มีใครรู้ ท่าทางจะกำหนดไม่ได้อีกด้วย

“คือ... เรื่อง... ที่ข้าอยากทำน่ะค่ะ”

“อ๋อ บอกมาเลยๆ”

ทันทีที่มังกรเขียวตอบเรื่องทายาทได้ไม่ชัดเจนนัก ริกซ์จึงถามเรื่องอื่นต่อราวกับไม่คาดหวังกับคำตอบนั้นแล้ว ครู่หนึ่งที่ริกซ์เกิดความลังเล การที่อีกฝ่ายทำท่าเหมือนกับว่าจะทำให้ทุกอย่างนั้น ออกจะแปลกและกดดันเธอ

“ข้าลองเรียน... ฟันดาบได้ไหมคะ เพราะถ้าออกไปจากที่นี่แล้วข้าไม่มีที่ไป ข้าไม่มีความสามารถอะไร เพื่อข้าจะได้มีชีวิตรอด...”

ริกซ์ลองคิดมาตลอดหลายวันที่ว่างๆ นี้ เธอไม่ได้เล่าเรียนอะไรที่ปราสาทร้างเลย เธอเป็นผู้ใหญ่แล้วและมีสิ่งที่อยากจะเรียน แต่หากว่าเธอพยายามจะทำก็มักจะมีอำนาจคอยกดดันไม่ให้ทำ

อย่างไรก็ตามเธอคิดว่าตนเองอาจจะมีโอกาสได้ทำสิ่งที่อยากทำอย่างเต็มที่ ดังนั้นเธอเลยสบายใจขึ้นเล็กน้อย จริงๆ แล้วตอนนี้เธอก็ตื่นเต้นอยู่นิดหน่อย

สิ่งที่ริกซ์กำลังคิดถึงเป็นพิเศษคือดาบ แม้จะอาย และรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ แต่เธอก็เคยใฝ่ฝันว่าจะได้ใช้ดาบดูสักครั้ง

‘แม้ว่าใช้ดาบไม่ค่อยเก่ง แต่ถ้าหากใช้เวทมนตร์ที่มีในตอนนี้ล่ะก็ จะใช้ชีวิตคนเดียวและดูแลตัวเองได้ไหมนะ ต่อให้ไม่เหลืออะไรเลย แต่ถ้าหากมีความสามารถระดับนั้น...’

เพราะเธอเบื่อหน่ายกับการที่จะต้องเผชิญหน้ากับผู้คน เธอคิดว่าเธอร่อนเร่ไปตัวคนเดียวจะดีกว่า นักเดินทางที่ใช้ดาบในแผ่นดินใหญ่นั้นมีมากมาย ริกซ์เองก็ใฝ่ฝันที่จะเป็นแบบพวกเขาในสักวัน

ถ้ามีเพื่อนร่วมทางไปด้วยก็คงจะดี ยิ่งไปกว่านั้นริกซ์อยากจะฝึกและรวบรวมพลังเอาไว้ เพราะเธอไม่อยากถูกกักตัวไว้ที่ไหนอีกต่อไปแล้ว

“อืมม คนเดียวเหรอ....”

ระหว่างที่รอคำตอบ ริกซ์ก็เงยหน้ามองพีริดิน ดวงตาสีเขียวเหมือนจะจมดิ่งลงในชั่วพริบตา

พีริดินคิดอยู่สักพักก่อนจะยกมือขึ้นลูบริมฝีปาก คำขอของริกซ์ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหาเลย แม้มังกรจะเป็นผลึกของเวทมนตร์ก็ตาม แต่บางครั้งก็มีงานอดิเรกในการใช้อาวุธเหมือนกับมนุษย์ เพียงแค่พีรีดินไม่ค่อยสนใจอะไรแบบนั้นสักเท่าไหร่

“ในบรรดาพวกเราพี่น้องมีเพียงแค่พี่รองเท่านั้นที่มีงานอดิเรกใช้อาวุธของพวกมนุษย์”

เจ้าของที่แห่งนี้ มีเพียงมังกรตัวที่สองในบรรดาพี่น้องทั้งห้าเท่านั้นที่ถูกเรียกว่าพี่รอง หรือที่เธอพูดออกไปมันจะเปล่าประโยชน์กันนะ เธอนึกถึงมังกรไฟที่มอบความรุนแรงให้เธอในคืนแรก คราวนี้ริกซ์ยกมือขึ้นสัมผัสริมฝีปาก


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น