akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 13 บทลงโทษของกวางดื้อ(1)

ชื่อตอน : บทที่ 13 บทลงโทษของกวางดื้อ(1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 108.8k

ความคิดเห็น : 147

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ค. 2558 23:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 บทลงโทษของกวางดื้อ(1)
แบบอักษร

บทที่ 13 บทลงโทษของกวางดื้อ

 

สับสนแม้เวลาจะผ่านมาคืนหนึ่งแล้ว ความสับสนในหัวใจผม ก็ยังไม่หายไป เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นกับผมได้ยังไงผมมีอะไรกับผู้ชาย และผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คน ทุกอย่างมันบ้าไปหมด ผมไม่อยากจะคิดอะไรอีกแล้ว กว่าเมื่อคืนผมจะหลับได้ ก็เกือบเที่ยงคืน สัมผัสทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับร่างกายผม มันเหมือนยังคงอยู่และไม่จางหายไปไหน หัวใจของผมมันเหมือนจะสั่นไหวกับการกระทำของคนคนนั้น

 

 

“พี่กวาง ยังไม่ตื่นเหรอ?

 

 

 

เสียงแคท เรียกสติของผม เขาเปิดประตูแล้วชะโงกหน้าเข้ามาถามผม ในขณะที่ผมนอนนิ่งๆ อยู่กลางเตียง ความเป็นจริง ผมต้องลุกไปอาบน้ำแต่งตัวตั้งนานแล้ว แต่ผมตัดสินใจแล้ว ว่าผมจะไม่ไปเหยียบที่นั่นอีกผมจะไม่ไปที่บริษัทนั่นอีก

 

 

 

“แคทไม่ต้องห่วงพี่หรอก วันนี้บริษัทหยุดน่ะ”

 

 

“อ้าวอย่างนั้นเหรอ?

 

 

 

“อื้อ”

 

 

 

ผมไม่อยากจะตอบคำถามอะไรแคทมาก ผมหลับตาลง รู้สึกเหมือนชีวิตของผมมันวุ่นวายไปหมด คนคนนั้นคนที่เข้ามาในชีวิตผมอย่างรวดเร็วและสร้างความทรงจำที่แสนร้ายกาจกับผม

 

 

 

“พี่กวางไม่สบายหรือเปล่า?

 

 

 

“ไม่มีอะไรหรอกแคท พี่แค่นอนไม่พอน่ะ แคทไม่ต้องห่วงนะ”

 

 

 

“อืมงั้นแคทไปเตรียมตัวไปโรงเรียนก่อนนะ”

 

 

 

“อื้อ”

 

 

 

ผมได้แต่ตอบรับแคทเท่านั้น เสียงประตูห้องนอนที่ปิดลง ทำให้ผมต้องลืมตาขึ้น มองไปรอบๆ อีกไม่นานพระอาทิตย์ก็คงจะขึ้นสว่างเต็มที่ ผมเองก็หวังให้ชีวิตผมเป็นแบบนั้น

 

 

 

เรื่องทุกอย่างมันเข้ามาในชีวิตผมจนผมตั้งรับไม่ทันสามีอะไรกัน คนคนนั้นอ้างสิทธิให้เป็นสามีของผม เรื่องแบบนี้ผมจะไปยอมรับได้ยังไงกันผมเป็นผู้ชาย ผมไม่ใช่เกย์ แต่ที่สำคัญกว่านั้น ผมจะทำยังไง ถึงจะหนีคนคนนั้นได้พ้น

 

 

 

“ฮึก

 

 

 

ผมคิดไม่ออก ผมไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไงกันแน่ มันทั้งกลัวและสับสน ผมได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ ว่ามันคือเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมชีวิตผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ ถึงสัมผัสพวกนั้นมันจะสร้างความรู้สึกแปลกๆ ให้กับผม เสียงของคนคนนั้นทำให้หัวใจของผมเต้นรัวก็ตาม แต่ว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ผมไม่ควรจะยอมรับมัน ผมควรจะมีสติกับมันมากกว่านี้ไม่ใช่เหรอ

 

 

 

 

อยากจะหนี หนีไปให้ไกล อยากจะลืม ลืมวันเกิดครบยี่สิบห้าปีนั่น ผมไม่อยากจะจดจำ อยากให้ทุกอย่างเป็นความฝัน คนกลายร่างเป็นเสือได้ บอกใครไป ใครเขาจะเชื่อ อีกไม่นาน ผมอาจจะต้องกลายเป็นคนบ้าก็เป็นได้

 

 

 

“ฮึก ฮือ

 

 

 

น้ำตาไม่ได้ช่วยอะไร แต่มันก็ทำให้ความรู้สึกที่อึดอัด หรือทรมานของผมเริ่มดีขึ้นผมหาทางออกให้กับตัวเองไม่เจอ กลัว และสับสนไปหมด ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ผมก็ยิ่งไม่อยากจะกลับไปที่บริษัทนั่นอีก ถึงแม้บางครั้งผมจะอดเผลอคิดไปไม่ได้ว่าคนคนนั้นช่างอ่อนโยนเหลือเกินก็ตาม แต่ว่าเขาข่มขืนผมผมลืมไม่ได้หรอกคนคนนั้นน่ากลัว

 

 

 

กว่าจะพาร่างกายตัวเองลงมาจากเตียง เข็มนาฬิกาก็เดินไปเกือบเก้าโมงเช้า ผมลุกไปอาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้าที่ใส่สบายๆ แล้วลงมายังชั้นล่าง

 

 

 

 

ยังไม่อยากใช้ความคิดอะไรในตอนนี้ ไม่อยากจะคิดเรื่องนั้น ผมอยากให้ทุกอย่างเป็นแค่ฝัน และผมจะลืมมัน ผมจะไม่ไปที่นั่นอีก ไม่ไปอีกแล้ว

 

 

 

 

โทรทัศน์เป็นเสมือนเพื่อคลายเหงาของผมในยามนี้ เสียงท้องที่ประท้วง ทำให้ผมต้องเข้าไปในครัว เพื่อหาอะไรกิน รู้สึกหิว แต่ไม่อยากจะกินสักเท่าไหร่

 

 

 

โจ๊กซองถูกผมหยิบขึ้นมาทำเป็นอาหารเช้า ผมไม่อยากจะวุ่นวายอะไรมาก อีกอย่างผมไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น ผมคงต้องคิดหาทางที่จะหางานใหม่ทำ แต่วันนี้ผมยังไม่อยากจะออกจากบ้านไปไหนทั้งนั้น อยากจะอยู่คนเดียว คิดอะไรเรื่อยเปื่อย

 

 

 

พอท้องอิ่ม สมองมันก็เริ่มจะปลอดโปร่งขึ้นมา ผมยืนล้างชามสักพักก็กลับมานั่งดูทีวีต่อ

 

 

 

 

ก๊อกๆๆๆ

 

 

 

 

คิ้วผมขมวดเข้ากัน  ใครเข้ามาเคาะประตูบ้าน หรือว่าจะเป็นบุรุษไปรษณีย์ แต่ว่าก็ไม่น่าจะมีของอะไรมาส่งที่บ้านผม หรือว่าจะเป็นใบสมัครตอบรับเข้าทำงาน ของที่อื่น ที่ผมไปสมัครไว้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีน่ะสิ!

 

 

 

ปากผมมันยิ้มอย่างมีความหวัง ร่างกายที่แม้จะรู้สึกเจ็บที่บริเวณตรงนั้นอยู่ แต่มันก็ทุเลาลงแล้ว ผมรีบเปิดประตู

 

 

 

 

!!!

 

 

 

ร่างกายสูงตระหง่านและใหญ่โต ทำให้ทั้งร่างของผมชาวาบ ดวงตาคมกริบมองหน้าผมอย่างไม่คิดจะปิดบังความน่ากลัว

 

 

 

 

“ทำไมถึงไม่ไปบริษัท

 

 

 

 

ผมกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ ไม่กล้าสบตาเขา เท้าของผมมันก้าวถอยหนีเขาโดยอัตโนมัติ โดยที่เขาก็ก้าวตามผมมาด้วย เขาเขา….เขาใกล้ผมเข้ามาแล้ว ผมได้แต่หลับตาแน่น

 

 

 

 

“หรือว่าไม่สบายแต่ตัวก็ไม่ได้ร้อนนี่”

 

 

 

 

หลังมือใหญ่ที่วางทาบบนหน้าผากผม มันทำให้ร่างกายที่สั่นเทาของผมแข็งทื่อ ความอุ่นจากมือนั่น ทำไมเหมือนจะส่งผลให้หัวใจของผม เต้นแปลกๆแบบนี้

 

 

 

 

 

“ผะ ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ”

 

 

 

 

ผมถอยตัวหนี แบบนี้มันแปลกเกินไปแล้ว ผมคงยอมให้เขาทำอะไรแบบนี้อีกไม่ได้ ที่นี่มันบ้านของผมนะ ทำไมเขาถึงได้เข้ามาง่ายๆแบบนี้กัน แต่ว่าประตูบานนั้น ผมเป็นคนเปิดให้เขาเองไม่น่าเลย

 

 

 

“ถ้าไม่ได้เป็นอะไร แล้วทำไมถึงไปไม่ทำงาน”

 

 

 

แล้วทำไมเขาต้องมาตามหาผมถึงที่นี่ด้วย เขาเองก็ไม่ได้พูดเปล่า แต่ก้าวเดินเข้ามาใกล้ผม ในขณะที่ผมก็เอาแต่เดินถอยหลัง ก็เขาดูเหมือนกำลังจะไม่พอใจ แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะหน้าตาของคุณเสือดุอยู่แล้วก็เป็นได้

 

 

 

“ผมขอลาออกครับ”

 

 

 

พูดออกไปแล้ว ถึงจะกลั้นใจพูด แล้วก็เสียงสั่นมากก็ตามเถอะ แต่มันก็เหมือนจะยกภูเขาออกจากอกไปเลย

 

 

 

 

“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ

 

 

 

น้ำเสียงที่เย็นยะเยือกชวนให้ขนลุก มันทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายลงคอฝืด ใบหน้าที่ปกติก็ดูน่ากลัวอยู่แล้ว พอพูดด้วยเสียงน่ากลัวแบบนั้น มันก็ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ ผมควรจะทำใจสู้สิ ที่นี่มันบ้านของผมแท้ๆ ผมควรจะไม่กลัวเขาสิ ผม

 

 

 

 

ทั้งๆที่คิดแบบนั้น แต่ผมก็ถอยหลังหนีเขาไม่หยุด จนผมเข้ามาอยู่ในห้องครัวจนได้

 

 

 

“คิดจะหนีไปจากฉันอย่างนั้นเหรอ”

 

 

 

คุณเสือกดเสียงต่ำ ผมเหมือนได้ยินเสียงขู่คำรามของเสือ มือผมคว้าเอามีดอันเล็กที่เคยใช้ปอกผลไม้ยื่นไปตรงหน้า

 

 

 

“อย่าเข้ามานะครับ! ได้โปรด อย่าเข้ามาฮึก”

 

 

 

 

กลัวผมรู้สึกกลัว เสียงขู่คำรามที่ดังออกมาจากตัวเขา พร้อมกับใบหน้าหล่อเหลา ที่เหมือนมีภาพเสือซ้อนทับนั่น มันทำให้ผมกลัว

 

 

 

 

“กรรร์!!

 

 

 

ชั่วครู่เหมือนผมเห็นเป็นหน้าเสือกำลังอ้าปากคำรามใส่ผมอย่างน่ากลัว ผมทรุดกายลงกับพื้นอย่างหมดแรง

 

 

 

 

“ยะ อย่าออกไป ออกไป ไม่เอาอย่าเข้ามานะ อย่าเข้ามา”

 

 

 

 

ผมไม่รู้หรอกว่า มีดผมมันส่ายไปมาแค่ไหน ผมได้แต่หลับตา แต่ภาพเมื่อกี้มันน่ากลัวมากจริงๆ เหมือนเหมือนปีศาจร้ายที่จะฆ่าผม

 

 

 

 

ฉับ!!

 

 

 

 

เสียงมีดบาดเข้ากับเนื้อ มันทำให้ผมหยุดชะงัก ใบหน้าหล่อคมที่บริเวณโหนกแก้มมีร่องรอยของบาดแผล ที่ไม่ได้ยาวมาก แต่มันก็มากพอที่จะทำให้เลือดสีแดงสดไหลลงแก้มสาก

 

 

 

 

เกร๊ง!

 

 

 

ผมปล่อยมีดให้มันหลุดมือลงไปอยู่กับพื้น สติผมแทบไม่หลงเหลือ

 

 

 

“ผะ ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับ ผะ ผมขอโทษ”

 

 

 

 

หน้าของคุณเสือเริ่มซ้อนไปด้วยหน้าของเสือ ผมถอยกายหนีอย่างหวาดกลัว สายตาที่เขามองผมมันเหมือนกำลังจะขย้ำผมเสียให้ตาย

 

 

 

 

“ฮึก”

 

 

 

ผมยันกายลุกขึ้น รีบวิ่งขึ้นห้องตัวเอง ขอแค่ตอนนี้ สักที่ สักที่ให้ผมได้หนีเขา ผมไม่อยากเห็นเขา เขาน่ากลัว น่ากลัวน่ากลัว

 

 

 

 

“คิดว่าจะหนีฉันพ้นอย่างนั้นเหรอ!

 

 

 

เสียงของเขาเหมือนกำลังโมโหอย่างหนัก แต่ผมล็อกประตูห้องแล้ว เขาเขาเข้าไม่ได้หรอก

 

 

 

 

!!!

 

 

 

ประตูทำไมประตูมันเหมือนกำลังจะปลดล็อกตัวเอง กลอนที่ผมลงไว้ มันทำท่าจะคลายออก….ไม่นะ!!

 

 

 

 

ปัง!!!!

 

 

 

 

 

ประตูห้องผมถูกเปิดออกอย่างแรง ดวงตาของคุณเสือจ้องผมอย่างน่ากลัว

 

 

 

 

“ยังไงก็หนีไม่พ้นหรอก

 

 

 

 

ร่างกายใหญ่โตนั่นเข้าใกล้ผมมากขึ้นเรื่อยๆ ผมได้แต่ยกมือพนมอ้อนวอนขอความเมตตา ผมกลัวเขา ทำไมอยู่ๆ เขาถึงได้น่ากลัวแบบนี้ ทำไมกัน

 

 

 

 

“อย่าทำอะไรผมเลย ปล่อยผมไปเถอะครับ”

 

 

 

 

“เจ้าเป็นเมียข้า!!! เป็นของข้า!!!!

 

 

 

แสงคำรามที่น่ากลัว พร้อมกับใบหน้าที่จ้องมองผมอย่างดุดัน มันทำให้ผมกลัว ทำไมทำไมเขาพูดพูดเหมือนคืนนั้น

 

 

 

 

“ฮึก ฮือ….

 

 

 

 

ผมปล่อยโฮออกมาอย่างไม่ออก เขาพุ่งเข้ามาหาผม ผมหนีไปไหนไม่ได้ ผมถูกเขาจับแขนรวบศีรษะ เนคไทที่คอของเขาถูกมือใหญ่นั่นกระชากออก

 

 

 

 

 

“มะ ไม่”

 

 

 

 

ข้อมือทั้งสองของผมถูกมัด เขามัดผมติดไว้กับหัวเตียง ไม่นะ

 

 

 

“รังเกียจที่ข้าเป็นเสืออย่างนั้นเหรอ

 

 

น้ำเสียงเย็นชาถูกส่งมาพร้อมกับฝ่ามือร้อนที่สอดเข้าไปใต้เสื้อผมของผม ผมได้แต่หลับตาแน่น ปลายนิ้วของเขา มันเหมือนมีเล็บยาวงอกออกมา

 

 

 

 

 

“อะ อื้อ ไม่”

 

 

 

 

มันสะกิดที่ยอดอกของผมไปมา ทั้งๆที่กลัวขนาดนี้ แต่กลับตอบสนอง สัมผัสของเขา ทำไม

 

 

 

 

ใบหน้าของคุณเสือดูหื่นกระหายจนผมกลัว เขาเลียมุมปากตัวเอง พร้อมกับมองหน้าผม ก่อนจะเคลื่อนหน้าลงมาซุกซอกคอผม ในขณะที่มือของเขาก็ไม่ได้อยู่นิ่งและยังคุกคามร่างกายของผม

 

 

 

 

“อ๊ะ...อื้อ คุณเสือ ยะ หยุดเถอะครับ อึก”

 

 

 

 

“หึ...”

 

 

 

เขาหัวเราะในลำคอ และบีบคลึงหน้าอกของผม นิ้วของเขาบดขยี้ตรงยอดอกของผม ผมได้แต่น้ำตาไหลพราก

 

 

 

 

“อะ อ๊า ยะ อย่า”

 

 

 

ผมพยายามดิ้นหนี ผมสบตากับเขาเพียงชั่วครู่ สีหน้าที่ดุดันของเขาเปลี่ยนไป แต่ผมก็ยังไม่เข้าใจอารมณ์เขาในตอนนี้อยู่ดี ผมเห็นเขากระตุกยิ้มร้ายที่มุมปากพร้อมกับมองหน้าผม เขายกนิ้วแตะที่บาดแผลที่แก้มตัวเอง แล้วมองนิ้วที่เปื้อนเลือด แล้วสบตาผมพร้อมกับเปล่งน้ำเสียงที่มันเหมือนเป็นคำพิพากษาที่แม้จำเลยอ้อนวอนเท่าไหร่ ศาลก็ไม่คิดจะฟัง

 

 

 

“อย่าหวังว่าฉันจะหยุดถ้ากวางดื้ออย่างนายยังไม่ได้รับบทลงโทษที่ฉันพอใจ”

 

 

_______________________________________________---

 

ถ้าชอบ ก็เม้น ไลค์ โหวต ให้กันด้วยนะจ๊ะ

 

จะได้มีกำลังใจ อยากมาอัพเร็วๆ

 

ติดตามการอัพได้ที่เพจ นะจ๊ะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}