deeppublishing

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 7 [50%]

ชื่อตอน : ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 7 [50%]

คำค้น : “ลุง คุณดีมาก!”

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2561 08:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 7 [50%]
แบบอักษร

ขึ้นเตียงครั้งที่ 7

กงจื่อเปยชุย : เขียน,  เฟินเถา : แปล

**ต้นฉบับนี้ยังไม่ผ่านการพิสูจน์อักษร จึงอาจมีคำผิดปรากฏอยู่บ้าง**



“กระแสผู้คนค่อยๆ แยกย้าย ดวงใจที่ลุ่มหลงแตกสลาย เรื่องราวตรงนี้ยังมีความหวังดำเนินต่อไป วาสนาอยู่ตรงนี้ ความฝันใฝ่ไล่ตามได้ โดยไม่รู้ตัว หัวใจเย็นเยียบว่างเปล่า...”

บทเพลงที่ฟังแล้วหูชาดังปลุกสองคนที่แอบอิงแนบแน่น วังไห่ลืมตาขึ้น  พอมองเห็นปากอูมเพราะนอนไม่พอของหม่าเจาก็ยิ้มมุมปาก ประกบจูบลงไป

“อื้อ...”

ความปรารถนาในตอนเช้าของบุรุษเพศค่อนข้างแรงกล้า จูบของวังไห่ทั้งอ่อนโยนผสมความป่าเถื่อนโลดโผน หม่าเจากึ่งตื่นกึ่งฝันยกสองแขนขึ้นโอบรอบคอวังไห่ เป็นฝ่ายจูบอรุณสวัสดิ์ให้ลึกล้ำยิ่งขึ้นเสียเอง

วังไห่กดประคองท้ายทอยของหม่าเจา หันหน้าไปเปลี่ยนท่า ให้ทั้งคู่ดื่มด่ำกับรสจุมพิตได้ถึงอารมณ์มากขึ้น

ปลายลิ้นชื้นเปียกละเลียดไล้ไปมาที่ช่องเพดานปากบนอันอ่อนไหว กวาดผ่านฟันและอวัยวะในช่องปากไม่ละเว้นสักแห่ง ประดุจราชันลาดตระเวนตรวจตราดินแดนของตนเองกระนั้น ทุกซอกทุกมุมไม่อนุญาตให้ตกหล่น อีกมือหนึ่งลูบไล่ลงไปตามสันหลังของหม่าเจา จนกระทั่งอุ้งมือสัมผัสถูกบั้นท้ายอ่อนหยุ่นสองข้าง

“อือ...อย่าลูบ...อู้ว์...”

หม่าเจาไม่อยากทำกิจกรรมหนักในตอนเช้าตรู่ เขากลัวว่าทำเสร็จแล้วจะหมดแรงลุกจากเตียง

วังไห่ไม่พูดพร่ำทำเพลง ใช้จูบที่ยิ่งพัวพันปลุกเร้าตอบสนอง กระหวัดเกี่ยวลิ้นของหม่าเจาออกแรงดูดขบ บังเกิดเสียงน้ำดังจ๊วบๆ เสมือนชายหนุ่มไม่ประสีประสาลิ้มลองรสรักเป็นหนแรก กระทั่งประกบจูบก็ทำไม่เป็น

จุมพิตเสร็จสิ้น ลมหายใจของทั้งคู่แปรเปลี่ยนเป็นไม่ราบรื่น วังไห่ลูบไล้ใบหน้าของหม่าเจา เอ่ยน้ำเสียงลึกซึ้ง

“ลุง คุณดีมาก!”

ทั้งคู่เมื่อปากผละออกจากกันเกิดเส้นใยสีขาวเงินหลายสาย ถูกวังไห่ใช้ลิ้นตวัดเลียจนสะบั้น แยกแยะไม่ออกว่าเป็นน้ำลายของเขาหรือของวังไห่เปรอะที่คางของวังไห่ ภายใต้แสงอรุโณทัยสาดส่อง สะท้อนแสงแห่งความหมกมุ่นโลกีย์อันฟอนเฟะ

สติสัมปชัญญะบอกหม่าเจาว่าไม่อาจทำต่อไปได้ แต่ปฏิกิริยาทางร่างกายไม่อาจเสแสร้งแกล้งทำ สี่ต้นขาเกาะเกี่ยวทับซ้อน ส่วนล่างที่ตั้งชันเสียดสีกันและกัน แม้กางกั้นด้วยผืนผ้าสามชั้น แต่ทำให้ความรู้สึกของทั้งคู่กระจ่างชัดแจ้งขึ้น ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ได้มากขึ้น

เมื่อคืนสะกดกลั้นกลับไป ตอนนี้ถ้าต้องอดกลั้นอีก เขากลัวว่าจะอดกลั้นจนเป็นผลเสียต่อตนเอง หม่าเจาที่ไม่ยอมทนทรมานตนเองผลักวังไห่ออก จากนั้นถอดเสื้อและกางเกงในทิ้ง เห็นความเคลื่อนไหวของหม่าเจา วังไห่ก็ยิ้มถอดกางเกงในที่มีอยู่เพียงตัวเดียวบนร่างออก

ทั้งคู่ไม่สวมเสื้อผ้าสักชิ้น ผู้ชายที่ถูกเพลิงราคะครอบคลุมสมองอยู่บนเตียงอันอ่อนนุ่ม แสงอาทิตย์อันอบอุ่นที่สาดส่องอยู่ทางด้านหลังในตอนนี้ออกจะน่าลุ่มหลง ภายใต้อารมณ์พลุ่งพล่านถึงขีดสุด เรื่องขัดลำกล้องปืนให้ยิงกระสุนนั้นคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เห็นเพียงเงาที่ตกบนกำแพงของทั้งคู่ค่อยๆ ชิดใกล้กันช้าๆ

---------------------------------------------------------

“แม่ง**!”**

หม่าเจาชูนิ้วกลางใส่ตนเองในใจ เนื่องเพราะกิริยานี้ต่ำทราม เขาไม่เคยลงมือทำด้วยตนเอง

ผู้ชายสวมเสื้อเชิ้ตสีม่วง กางเกงขายาวสีดำผลักประตูเข้ามาโดยตรง ได้ยินคำสบถหยาบคายของหม่าเจาจึงอดยิ้มไม่ได้

“เช้าตรู่แบบนี้ ใครแหย่นายเข้า”

“นายไง!” หม่าเจาค้อนต้วนเจ๋อวงหนึ่ง “ตอนนี้เวลาทำงาน นายไม่อยู่บริษัทตัวเอง มาที่ทำงานฉันทำไม”

“ดูนายสิ!” ต้วนเจ๋อสะบัดผมปรกหน้าผากด้วยมาดเท่ นั่งลงอย่างสุขุมภายใต้สายตารังเกียจของหม่าเจา

หม่าเจาเหลือกตาค้อนใส่ หยิบเอกสารบนโต๊ะมาพลิกเปิดสองครั้ง แล้วประกบปิด รู้สึกว่าสมองหายไปส่วนหนึ่ง เหมือนว่าลืมเลือนอะไรไปบางอย่าง แต่ตอนนี้นึกไม่ออก ได้แต่ถามคนตรงหน้า

“ระยะนี้มีวันสำคัญอะไรหรือเปล่า”

“ระยะนี้เหรอ” ต้วนเจ๋อลูบคาง “น่าจะมี”

“วันอะไร” หม่าเจาไล่ถาม ในช่วงเวลาคับขัน ต้วนเจ๋อก็พอมีประโยชน์บ้าง

“หากวันเกิดฉินเหยียนในใจนายแล้วยังพอนับว่าสำคัญ อย่างนั้นก็ใช่” ต้วนเจ๋อบอก

“ฉันถึงว่ามีเรื่องบางอย่างที่นึกไม่ออก ที่แท้วันเกิดฉินเหยียนนี่เอง” ได้รับคำตอบ สมองของหม่าเจาปลอดโปร่งขึ้นทันที เปิดเอกสารอีกครั้ง มองไปสองแวบก็ประกบปิดอีก ออกจะกลัดกลุ้ม “นายซื้อของขวัญหรือยัง”

“แน่นอน” ต้วนเจ๋อยิ้มอย่างชั่วร้าย

“ซื้ออะไรน่ะ” หม่าเจารำคาญเรื่องให้ของขวัญมากที่สุด โดยเฉพาะให้เมิ่งฉินเหยียนและต้วนเจ๋อ

“ของ ปลุก เซ็กซ์!” ต้วนเจ๋อเผยอปากแดงเล็กน้อย

“เป็นสไตล์ของนายจริงเสียด้วย” คราวนี้กระทั่งค้อนควักหม่าเจายังคร้านจะทำ อยากไล่คนที่ใช้แต่ตัวครึ่งล่างจัดการงานออกไปจากห้องทำงานของตน เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมเหลือเกิน “เพียงพอนมาอวยพรปีใหม่กับไก่ [16] แฝงเจตนาไม่ดี ว่ามา มาหาฉันมีเรื่องอะไร”

 “บริษัทนายมีผู้ชายที่ชื่อว่าเวินเหวินหรือเปล่า” ต้วนเจ๋อจัดกระชับเสื้อผ้า นั่งหลังตรง ถามเสียงขรึม

“เวินเหวิน?” นึกถึงผู้ชายพ่นไอเย็นออกมาทั้งตัวคนนั้น หม่าเจาก็ตัวสั่น รู้สึกหนาววูบ “นายรู้จักเขาได้ยังไง”

“รู้จักก็แล้วกัน เขาทำงานแผนกไหน” ต้วนเจ๋อถาม

“แผนกวางแผน เป็นเลขาฯของสิงเทียน” หม่าเจาบอกไปตามจริง

“เลขาฯ?” ต้วนเจ๋อหรี่สองตาแล้วยิ้ม “โอเค ฉันไปนั่งที่ห้องฉินเหยียนสักพัก กลางวันนี้กินข้าวด้วยกัน”

แปลกประหลาดชอบกล หลังจากต้วนเจ๋อออกไปแล้ว ห้องทำงานก็กลับมาสงบเงียบ โยนความกลัดกลุ้มไว้ด้านข้างชั่วคราว รีบทำงานให้เสร็จ พยายามเลิกงานให้ตรงเวลา


ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!


“เข้ามา!” หม่าเจาไม่เงยหน้า ทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ต่อไป

วังไห่ผลักเปิดประตู เห็นคนที่กำลังก้มหน้าอ่านเอกสาร อดยิ้มมุมปากมิได้

“ลุง ทำไมยังทำงานอยู่อีก”

หม่าเจาค่อยๆ เงยหน้า มองเห็นใบหน้ายิ้มบานดังบุปผา อดตะลึงงันไม่ได้

“ทำไมนายถึงอยู่ที่นี่”

“วันนี้ผมมีธุระมาพบประธานเมิ่ง ให้คนเตรียมอาหารเที่ยงมาให้คุณด้วย” วังไห่วางปิ่นโตที่จัดอย่างพิถีพิถันลง

“นายว่างมากหรือไง หรือโรงแรมจะเจ๊งแล้ว”

“ไม่ต้องกังวล ในอนาคตหลายสิบปีไม่มีทางเจ๊งแน่”

หม่าเจาค้อนตากลับ “ใครกังวลกัน”

“กินข้าวก่อนเถอะ” วังไห่เปิดปิ่นโต หยิบออกมาวางตรงหน้าหม่าเจาทีละชั้น “มีปลาไหลย่างถ่านที่คุณชอบที่สุดด้วย”

ปลาไหล คำนี้สามารถกระตุ้นปุ่มรับรสและความอยากอาหารของหม่าเจาได้มากที่สุด

ยังไม่ทันเข้าปากก็ได้กลิ่นหอมโอชะของซอสสูตรเฉพาะที่ลิ้มรสได้เพียงในโรงแรมรอยัล หม่าเจากลืนน้ำลายเอื๊อก ในสายตาเขา ความเย้ายวนของปลาไหลเป็นรองเพียงร่างกายของวังไห่

หม่าเจายังคงลังเล จะกินหรือไม่กินดี นี่เป็นปัญหาจริงจัง

“ลุง ไม่กินเดี๋ยวจะเย็นแล้วนะ” วังไห่แยกตะเกียบออกยื่นส่งถึงมือหม่าเจา

เย็น? เขาเกลียดการกินปลาไหลเย็นๆ ที่สุด จะให้อาหารรสเลิศเหล่านี้เสียเปล่าไม่ได้ หม่าเจารับตะเกียบมา คีบปลาไหลชิ้นหนึ่งยัดเข้าไปในปาก เนื้อปลาหนาแน่น นุ่มละมุนไม่เลี่ยน เป็นฝีมือสุดยอดของเชฟจากโรงแรมรอยัลจริงเสียด้วย

“หัวหน้าเชฟบ้านนายฝีมือไม่เลว ต้องดีกับเขาหน่อย ระวังจะย้ายที่ทำงาน” ในปากหม่าเจาอัดแน่นด้วยอาหาร พูดอู้อี้ฟังไม่ชัด

“ผมจะเพิ่มเงินเดือนให้เขา” วังไห่ยิ้มมองท่ากินที่ไม่แต่งเติมเสริมประดับของหม่าเจา รักชอบคนคนหนึ่ง ไม่ว่าเขาพูดอะไร ทำอะไรก็รู้สึกเจริญหูเจริญตาไปเสียหมด

“นายยังไม่ได้กินใช่ไหม ให้ฉันแบ่งให้นายสักนิดไหม” สังเกตเห็นสายตาของวังไห่ หม่าเจาถามอย่างหวังดี

“ลุง!” จู่ๆ วังไห่ก็เรียกขึ้น

“หืม?” หม่าเจาเงยหน้า

“ข้าวติดแล้ว” พูดพลางวังไห่ยื่นมือหยิบเม็ดข้าวที่ติดตรงมุมปากออก จากนั้นยื่นมาจ่อที่ริมฝีปากตนเอง แลบลิ้นแดงมาตวัดเม็ดข้าวเข้าปาก “รสชาติไม่เลว!”

ท่าทางอันลามกของวังไห่และสีหน้าทำให้หม่าเจาจุกในลำคอ

“แม่ง ตอนเช้าเพิ่งทำไปเอง นายเกิดอารมณ์เร็วขนาดนี้เชียวเหรอ”

“ลุง คุณพูดคำหยาบอีกแล้ว” วังไห่ประชิดหม่าเจา ยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม “หรือคุณอยากถูกผมล้างปากตรงนี้ หืม?”

หม่าเจาโยนตะเกียบทิ้งอัตโนมัติ ยกมืออุดปาก

“เซ็กซ์จัดยังไงก็ต้องระวังเรื่องสถานที่ ที่นี่เป็นบริษัท”

“วางใจ ผมไม่ใจกว้างพอจะให้คนเห็นท่าทางตอนคุณถูกผมจูบจนเสียวสยิวเจียนตาย อยากหยุดก็หยุดไม่ได้หรอก” วังไห่ซึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาเหมือนคุณชาย พูดจาชั้นต่ำไร้ยางอาย กลับไม่รู้สึกว่าไม่เข้ากันแต่อย่างใด

หม่าเจาสูดหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง หยิบตะเกียบขึ้นกินข้าวต่อไป ถ้าไม่กินอีก เขากลัวว่าจะถูกวังไห่ยั่วโมโหจนท้องอืด อยากกินก็กินไม่ลง

“หม่าเจา ไปกินข้าวเถอะ” น้ำเสียงแฝงรอยยิ้มทำลายบรรยากาศอบอุ่นคลุมเครืออย่างผิดเวลา

หม่าเจากุมหน้า เขาลืมไปได้อย่างไรว่าเมื่อครู่ต้วนเจ๋อนัดกินข้าวกลางวัน ตอนนี้ทำอย่างไรดี จะอธิบายการปรากฏตัวของวังไห่อย่างไร

“วังไห่? ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่” ต้วนเจ๋อเข้าห้องมาเห็นวังไห่ จึงร้องถามอย่างประหลาดใจ

“ต้วนเจ๋อ ไม่ได้พบกันนาน!” วังไห่ยิ้มพลางลุกขึ้นยืน

“คิดไม่ถึงว่าจะได้พบคุณอีก ฮ่าๆๆ มีวาสนาพันลี้ได้พานพบจริงๆ” ต้วนเจ๋อตบบ่าวังไห่ปุๆ

น้ำเสียงราวสหายกลับมาพบกันใหม่อีกครั้งของทั้งคู่ทำเอาหม่าเจางุนงง

“พวกนายรู้จักกันเหรอ”

“ดื่มเหล้าด้วยกันหลายครั้ง” วังไห่ตอบ

“พวกนายรู้จักกันได้ยังไง” ต้วนเจ๋อกวาดตามองใบหน้าหม่าเจาและกล่องปิ่นโตที่วางตรงหน้าเขารอบหนึ่ง เผยรอยยิ้มราวหมาป่า “ยังส่งข้าวมาให้นายเป็นการเฉพาะอีกด้วย”

“อย่าเข้าใจผิด” หม่าเจามองต้วนเจ๋ออย่างเคร่งเครียดจริงจัง “พวกเราเป็นแค่เพื่อนธรรมดากันเท่านั้น”

“อืม ผมกับลุงเป็นเพื่อนธรรมดากัน” วังไห่ร่วมมือพยักหน้า

“ลุง? หม่าเจา นายกลายเป็นลุงไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ฮ่าๆๆ” ต้วนเจ๋อกุมท้องหัวเราะเสียงดัง

หม่าเจากัดฟันกรอด “นายคิดว่าตัวเองอายุน้อยนักรึไง ก็แค่อ่อนกว่าฉันเดือนเดียว มีสิทธิ์อะไรมาหัวเราะ”

“แคกๆ ในเมื่อนายมีคนส่งข้าวมาให้ งั้นฉันไปกินกับฉินเหยียนก็แล้วกัน ฉันถึงกับไม่ได้ข่าว เก็บเสียแน่นหนาเกินไปแล้ว”

ขณะต้วนเจ๋อออกจากห้องเหลียวมองหม่าเจาอย่างมีความนัยลึกซึ้ง รอจนประตูปิดสนิท หม่าเจาถามอย่างแตกตื่น “เขามองอะไรออกรึเปล่า”

“คุณหมายถึงอะไร” วังไห่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “หมายถึงเรื่องที่เราคบกันเหรอ”

“เอิ้ก...” จู่ๆ ก็เรออย่างไร้มารยาทออกมา หม่าเจาถลึงตาใส่วังไห่แวบหนึ่ง “ระวังการใช้คำ”

วังไห่เหมือนอยากพูดบางอย่าง โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น จึงล้วงโทรศัพท์ออกมาดู จากนั้นก็เก็บกล่องข้าวที่หม่าเจากินเสร็จแล้ว ฉวยโอกาสตอนหม่าเจาไม่ระวังแอบหอมมุมปากหม่าเจาฟอดหนึ่ง

“ลุง ผมมีธุระต้องกลับไปก่อน ตอนเย็นผมจะมารับ”

“อืม”

หม่าเจาตอบรับกลบเกลื่อนไปคำหนึ่ง ในใจกลับคิดว่าวันนี้เขาต้องเลิกเร็ว

---------------------------------------

ก่อนเวลาเลิกงานสองชั่วโมง

หม่าเจายืนอยู่ข้างหน้าต่าง ใช้กล้องส่องทางไกลสำรวจที่ใต้ตึก รับประกันว่าไม่เห็นรถเฟอร์รารี่คันนั้นของวังไห่ ก็รีบเก็บข้าวของเลิกงาน

ในช่วงเวลาคับขัน ทุกเวลาทุกนาทีมีค่า แต่ลิฟต์ไม่มาสักที หม่าเจากระสับกระส่ายจนอยากข่วนกำแพง

พลันรู้สึกว่าอุณหภูมิลดลงมาสองจุดจึงเงยหน้ามอง ก็เห็นเวินเหวินสวมแว่นตาขอบทอง ใบหน้าอัมพาตร้อยวันพันปีไม่เคยเปลี่ยน เวินเหวินยกมือขึ้นดันแว่นตา

“ผู้จัดการหม่า!”

มองไล่ลงจากใบหน้าของเวินเหวิน นี่คืออะไร กล่องกระดาษ หรือเป็นกล่องกระดาษที่บรรจุของใช้ส่วนตัวไว้เต็ม จึงถามอย่างแปลกใจ

“นายถูกไล่ออกเหรอ”

“ไม่ใช่ครับ” เวินเหวินพูดจบก็พบว่าหม่าเจาไม่ใคร่เข้าใจ จึงเอ่ยเสริมอีกประโยค “ถูกย้าย”

“ย้ายไปไหน” หม่าเจาถามอย่างห่วงใย

“เจ้อเฉิงกรุ๊ป” เวินเหวินน้ำเสียงเย็นชาลอดไรฟัน

“เจ้อเฉิง ไม่ใช่บริษัทของต้วนเจ๋อหรอกรึ” หม่าเจาเดินใจลอยเข้าไปในลิฟต์ ทำงานในบริษัทมานานหลายปี เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าย้ายจากบริษัทตนเองไปบริษัทอื่นได้

เวินเหวินไม่ตอบ ออกจากลิฟต์ก็บอกหม่าเจาเสียงหนึ่ง จากนั้นก็ต่างคนต่างเดิน เวินเหวินมองพระอาทิตย์เหนือศีรษะ ค่อยๆ หรี่ตาลง คิดในใจ เจ็ดปี ในที่สุดเขาก็รอจนถึงวันนี้

หม่าเจาบอกตนเองว่าเขาคงตาฝาดไปกระมัง เวินเหวินจะยิ้มได้อย่างไร จริงสิ ต้องเป็นเขาตาฝาดไปแน่

------------------------------------------------------------

**เชิงอรรถ

[16] หมายถึงแฝงเจตนาอื่น



HASHTAG TWITTER

#วังไห่หม่าเจา #ท่านประธานชวนขึ้นเตียง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น