Little mermaid

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่2 เหตุเกิดที่โรงหนัง

ชื่อตอน : ตอนที่2 เหตุเกิดที่โรงหนัง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ธ.ค. 2561 13:09 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่2 เหตุเกิดที่โรงหนัง
แบบอักษร




สิบปี เขาทุกข์ทรมานอยู่ในขุมนรกนั่นนานสิบปี คิดว่าจะหลุดพ้นแล้ว แต่กลับย้อนเวลากลับมา เอวานอนนิ่งอยู่ที่เตียง เขาไม่เคยร้องไห้ต่อหน้าเพื่อนของเขาสักครั้ง รู้จักกันตั้งแต่ ป 1 จนถึงตอนนี้ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาร้องไห้ต่อหน้าบีเอ็ม อ่อไม่ใช่สิ เป็นครั้งที่สองสำหรับเขา ครั้งแรกคือตอนที่มันกำลังจะตาย แต่สำหรับบีเอ็มในเวลานี้ คงเป็นครั้งแรกที่เห็นเขาร้องไห้อย่างหนักแบบนี้


ใจหนึ่งก็ไม่อยากกลับมา ตายๆไปซะคงจะดี แต่ทว่า ใจหนึ่งก็อยากให้สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในตอนนี้กลายเป็นจริง บางทีเขาอาจจะกำลังฝันอยู่ แต่มันก็เหมือนจะเป็นความจริง เพราะความเจ็บปวดที่ได้รับ เหมือนจริงมากจนเกินไป


“ เหม่ออีกแล้วหรือไงมึง เอ้านี่ เอาข้าวมาให้แดก ” บีเอ็มวางถ้วยข้าวผัดกระเพาไข่ดาวมาให้


“ อืม วาแค่คิดถึงแม่กับพ่อ ” เอวาเลี่ยงตอบเป็นอย่างอื่นไป เรื่องที่เขาย้อนเวลากลับมา หรือเรื่องซอมบี้ เล่าไปใครจะเชื่อกัน


“ กินเข้าไป มึงกินข้าวได้น้อยตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล ถามอะไรก็ไม่บอกกูสักที ” ท่าทีเหนื่อยใจของเพื่อนทำให้เอวาอดยิ้มออกมาเล็กๆไม่ได้


“ ยิ้มอะไร อยากตายหรือไง ” บีเอ็มยกมือขึ้นทำท่าจะทุบหัวเขาแต่ก็ลดมือลง ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่


“ เอ็มไม่ไปเรียนหรือไง จะมาเฝ้าทำไม ” เอวาตักข้าวเข้าปาก แม้ว่ารสชาติจะอร่อยมากกว่าที่เคยกินก่อนช่วงที่เขาจะตาย แต่กลับฝืดเฝื่อนอย่างมาก เขายังเจ็บปวดกับการถูกหักหลังไม่หาย หวังว่าสักวันหนึ่ง หัวใจดวงนี้จะกลับมามีสีสันเหมือนเดิม


“ พอๆ พูดเรื่องเรียนอีกแล้ว ไม่ไปสักวันไม่ตายหรอก รีบๆแดกเร็วๆกูจะได้เก็บ ” บีเอ็มเอ่ยเร่ง มียังชี้เร่าๆที่จานข้าวหลายครั้ง


อาหารหมดไปครึ่งจาน เอวาวางช้อน แม้ว่าสายตาไม่พอใจของบีเอ็มจะส่งตรงมาอย่างไม่ชอบใจนัก แต่เขาก็ไม่ได้หยิบช้อนขึ้นมาอีก ทำได้เพียงหลับตาแล้วหันหน้าหนีไปทางอื่น บอกเป็นนัยว่า ไม่กินอีกแล้ว


จานข้าวถูกทิ้งไว้ที่ล้างจานเก่าๆที่เอวาใช้ประจำ บีเอ็มเดินกลับมานั่งข้างๆเอวาแล้วพูด “ ถามจริงๆ มึงเป็นอะไร ใครทำอะไรมึง ทำไมยังเศร้าซึมแบบนี้ หรือเป็นอีเวร กอหญ้า เศษหญ้านั่น ”


“ เปล่าหรอก ” สายตาวูบไหวของเอวาไม่ได้เล็ดลอดสายตาคมกริบของบีเอ็มเลยสักนิด


“ หึ กูบอกมึงแล้วว่าอย่าไปคบกับมัน อีผู้หญิงแบบนั้น ร่านไปทั่ว พอๆ เลิกเศร้า ” บีเอ็มพูดโพล่งออกมา ใส่อารมณ์เต็มที่ แต่เมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของเอวาแล้วจึงเงียบปากไป จับข้อมือของเอวาลากตรงไปที่ห้องน้ำ ผลักเข้าไปแล้วปิดประตู


“ เอ็ม อะไรเนี่ย โยนเข้ามาในห้องน้ำทำไม ” เอวาที่กำลังจะเดินออกมาจากห้องน้ำแต่ถูกประตูปิดใส่หน้าดังปัง รีบโวยวายในทันที


“ อาบน้ำเร็วๆ จะพาไปดูหนังแก้เซ็ง ”


“ วาไม่อยากไป มีเรียนตอนบ่ายด้วย ” ข้ออ้างข้างๆคู่ๆ จริงๆแล้วเอวาอยากอยู่คนเดียวมาก เขาต้องการที่จะทบทวนหลายๆสิ่ง แต่ตั้งแต่ที่ออกมาจากโรงพยาบาล บีเอ็มก็ไม่ยอมให้เขาอยู่คนเดียวอีกเลย


“ จะอาบไม่อาบ ถ้าไม่กูจะเข้าไปแก้ผ้ามึงแล้วอาบให้เอง ” น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ชวนขนลุกทำเอาเอกสะดุ้งโหยง


“ อะ อาบ วาอาบเอง เอ็มไม่ต้องสะเออะเข้ามาอาบให้นะครับ ” เอวาร้องขึ้น รีบถอดชุดวางไว้ตะกล้าผ้า วิ่งเข้าไปที่อาบน้ำอย่างรวดเร็ว


“ สัส ถ้าจะด่าก็อย่าเอาครับมาลงท้ายสิฟะ ” บีเอ็มพึมพำเบาๆ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อย ได้ยินเสียงน้ำไหลแล้วจึงยอมกลับไปนั่งที่โซฟารอนิ่งๆ




ในห้องน้ำ


เอวานั่งแช่น้ำหลังจากที่ล้างตัวเสร็จ นั่งอยู่พักหนึ่งเพื่อให้อุณหภูมิบนใบหน้าลดลง เขาตัดสินใจลุกขึ้น บีบจับร่างกายตนเองเพื่อตรวจสอบ ตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล รู้สึกว่าเขาร่างกายแข็งแรงขึ้น เดินไปไหนมาไหนก็ไม่เหนื่อยเลย


“ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ถ้าฉันย้อนเวลากลับมาจริงๆ ต่อไปก็คงพยายามหาเงินให้มากเพื่อตุนอาหารเอาไว้ ” เอวานั่งลงแช่น้ำต่อ เขาขมวดคิ้วแน่น เงินเก็บของเขามีแค่สี่หมื่นบาท แน่นอนว่า ไม่เพียงพอแน่ๆ


“ เฮ้อออ ”


ปังๆ


“ ไอ้เอวา มึงจะอาบน้ำทำซากอะไรเป็นสองสามชั่วโมงวะ ” เสียงตะวาดไม่พอใจของบีเอ็มปลุกเอวาสะดุ้งตื่นจากห้วงความคิด


“ จะออกไปแล้ว ”


เอวาใส่เสื้อผ้าลวกๆ ถือผ้าเช็ดตัวเช็ดผมเปียกชุ่มไปด้วยน้ำของตนเดินไปนั่งห่างจากบีเอ็มเล็กน้อย “ แปปนึงนะเอ็ม รอผมวาแห้งก่อน ”


หมับ


“ กูเช็ดเอง มึงมันช้า อาบน้ำอะไรนักหนา ไม่ใช่ว่าเนื้อมึงหลุดกองอยู่ในอ่างแล้วหรอกนะ ” ผ้าขนหนูสีขาวถูกแย่งไป แรงกระชากผมแรงๆเหมือนว่าเพื่อนของเขากำลังปะทุร้ายเส้นผมสีน้ำตาลเข้มเพื่อแก้แค้นที่ปล่อยให้รอนาน เอวานิ่งไปถึงทำให้บีเอ็มหยุดมือแล้วมองหน้าเพื่อน เมื่อเห็นว่าเริ่มเหม่ออีกแล้ว บีเอ็มถอนหายใจแล้วเช็ดผมจนแห้งดี


“ มึงจะคิดอะไรนักหนา ” บีเอ็มโยนผ้าเปียกในมือใส่หน้าเอวาเบาๆ


“ โอ๊ะ เอ็ม ท้องร้องแล้ว ไปกินข้าวกันเถอะ ” เอวาสะดุ้ง ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว


“ หึ แถ มึงแถเข้าไปเถอะ ”


เสียงบีเอ็มที่ไล่หลังมาทำเอาเอวานึกขึ้นได้ว่า ตนเองพึ่งกินข้าวไปเมื่อไม่นานมานี้ อ่า เขานี่ โง่จริงๆเลย




เอวาเดินนำหน้าบีเอ็มไปที่จักรยานยนต์ รถคันนี้สวยมาก มันเป็นของบีเอ็ม ส่วนเอวาไม่มีมันหรอ เขาค่อนข้างจนหลังจากที่พ่อแม่ประสบอุบัติเหตุเมื่อสองปีที่แล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดก็ถูกยึดไป ญาติทั้งหลายเอามันไปโดยที่ไม่ได้นึกสงสารเขาที่อยู่ตัวคนเดียว งานมากมายที่ต้องทำหลังเรียนจบคลาส มันหนักหนามา ยังดีที่ช่วงนี้ร้านอาหารปิดปรับปรุง ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องไปวิ่งทำงานแทนที่จะมาเดินห้างกับบีเอ็มแบบนี้


อีก 3 เดือน เหตุการณ์หายนะของโลกจะเกิดขึ้น เขามีเวลาแค่ 3 เดือนในการกักตุนสิ่งของต่างๆให้ได้มากที่สุด แต่ในตอนนี้ เอวายังไม่รู้ว่าตนเองจะไปหาเงินสำหรับซื้อสิ่งของพวกนั้นได้ยังไง


“ อะไร เหม่ออีกแล้ว ” บีเอ็มขมวดคิ้วแน่น ก่อนที่จะตัดสินใจคว้ามือเอวาแล้วเดินต่อ


“ เอ็ม ไม่ต้องจูงหรอก ดูสิ คนมองเต็มเลย ปล่อยครับ ” เอวาพยายามสะบัดมือออกแต่มือของบีเอ็มยิ่งจับไว้แน่นยิ่งขึ้น เขาทำได้แค่ถอนหายใจแล้วปล่อยเลยตามเลย บีเอ็มชอบเป็นแบบนี้เสมอ บางทีก็จับมือเขาเวลาเดินไปซื้อของ หรือไม่ก็เข้ามากอดแบบว่า ขอเติมพลังอะไรแบบนี้ ซึ่งเอวาไม่ค่อยเข้าใจการกระทำของบีเอ็มสักเท่าไหร่


ตารางหนัง


มีหลายเรื่องที่ในอดีตเอวาเคยชื่นชอบ แต่ในตอนนี้ที่เขาสนใจคือหนังซอมบี้ที่กำลังจะเปิดฉายในอีก 10 นาทีข้างหน้า มันไม่ใช่ว่าน่าสนุก แต่เขาอยากจะดูมันเพื่อตอกย้ำสิ่งที่เขาพึ่งผ่านมันมา ไม่ให้สมองหลงลืมมันไป


“ จะดูเรื่องนี้จริงๆนะหรอ ปกติไม่ชอบไม่ใช่ไง หรือว่า คิดมากจนเป็นบ้าไปแล้ววะ” บีเอ็มมองตามสายตาเอวาก็เห็นว่าจุดที่สายตาตกอยู่คือหนังซอมบี้เรื่องหนึ่ง


“ เปล่า อยากเปลี่ยนแนว ” เอวาว่า เดินเข้าไปซื้อตั๋วหนังแบบไม่รอบีเอ็มเลยสักนิดเดียว


“ โว๊ะ กูละตามมึงไม่ทัน ไอ้เอวา ซื้อให้กูด้วย ” บีเอ็มสาวเท้าไวๆตามเอวาไป


พนักงานยกมือขึ้นสวัสดีอย่างที่เคยเห็นปกติ เอวาเลือกชื่อเรื่องก่อนจะชี้นิ้วตรงที่นั่งธรรมดาสองที่ติดกัน เลือกเอาที่นั่งที่สามารถมองเห็นหนังได้สบายที่สุด จ่ายเงินแล้วเดินไปซื้อน้ำโค้กแก้วใหญ่


“ อ๊ะ วา วาคะ ไม่เห็นโทรหากอหญ้าเลย หายไปเฉยๆแบบนี้ กอหญ้าจะโกรธนะคะ ” เสียงหวาดที่คุ้นเคยเอ่ยทัก พร้อมกับแขนของเอวาถูกดึกไปกอดเอาไว้ อกอวบเบียดเสียดจนรู้สึกถึงความอ่อนนุ่ม


“ โอโห นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณเศษหญ้าที่เอง ” ยังไม่ทันที่เอวาจะพูดอะไร บีเอ็มก็เดินเข้ามาก่อน


“ คุณบีเอ็มคะ อย่าล้อเล่นแบบนี้สิคะ กอหญ้าเสียใจ ” ท่าทางที่เคยทำให้เอวายิ้ม แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกว่า มันมีความเสแสร้งปะปนอยู่ในนั้น ไร้ซึ่งความจริงใจ หรืออาจจะเป็นเพราะเขาเคยถูกกอหญ้าหักหลังมาก่อน ทำให้ในใจของเขามีอคติต่อเธอมาขึ้นก็ได้


“ พอเถอะกอหญ้า ผมว่าเราเลิกกันเถอะนะ ” เอวาดึงแขนของตนเองออก เพราะเขาเป็นคนอ่อนโยน ถึงจะจนไปบ้าง แต่ความรักในมหาลัยก็ยังมีหลายๆคนต้องการเขาเป็นคู่ควง แต่สำหรับบีเอ็ม มันหล่อมาก แต่ไม่ยักกะมีสาวๆสักคน


“ วา !! ทำไมละ ” กอหญ้ามองเอวาอย่างไม่เข้าใจ สายตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจแวบหนึ่ง ก่อนที่เจ้าหล่อนจะสะอื้อฮักอยู่ตรงนั้น


“ กอหญ้าครับ ผู้ชายของคุณรออยู่ตรงนั้นนะครับ ” เอวามองไปที่ผู้ชายคนหนึ่งที่มองมาที่กลุ่มพวกเขาอย่างไม่เข้าใจ มองสลับกับกอหญ้าหลายต่อหลายครั้ง


“ ฮือๆ วาใจร้าย จะมาบอกเลิกทำไม ” หล่อนไม่ยอมหันไปมองผู้ชายที่เอวาชี้นิ้วไป แต่ยังก้มหน้าร้องไห้อยู่


“ อยากรู้ใช่ไหม มันจะเลิกกับมึงไม่แปลกหรอก ก็มันเป็นของกูนี่ ” บีเอ็มพูดจบ ร่างของเอวาก็ถูกกระชากอย่างรุนแรง ใบหน้าบีเอ็มขยับเข้าใกล้เอกช้าๆ ก่อนจะประกบปากจูบลงริมฝีปากน่าจูบเบาๆแล้วผละออก


อึ้ง กอหญ้าและเอวาเองยืนแข็งอยู่ตรงนั้น 





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น