Gardy

นิยายเรื่องนี้เป็นภาคต่อจาก Love Mafia ทาสรัก (คาร์ลพระจันทร์) เป็นคู่ของ จีซัสxพระพาย ค่ะ

KILL MAFIA ครั้งที่ 25

ชื่อตอน : KILL MAFIA ครั้งที่ 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ธ.ค. 2561 02:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
KILL MAFIA ครั้งที่ 25
แบบอักษร

KILL MAFIA ครั้งที่ 25

PHRAPHAI PART

            ผัวะ!


            ตุ๊บ! ตุ๊บ!


            เสียงของแรงหมัดที่ปะทะเข้ากับเป้าซ้อมต่อยบนแขนของอีกฝ่ายทำให้ผมละสมาธิที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้ กำปั้นทั้งสองข้างถูกยกขึ้นต่อยกับเป้าตรงหน้าพร้อมกับขาที่ก้าวตามอีกฝ่ายไปตามที่ฝึกซ้อม


            “ออกแรงอีกครับคุณพระพาย!”


            ตุ๊บ! ตุ๊บ!


            “อย่าเสียจังหวะสิครับ”


            ต้าหมิงพูดขึ้นเสียงดุก่อนจะตั้งเป้ารับหมัดของผมที่พุ่งเข้าใส่ สองเท้าแกร่งค่อยๆ ถอยหลังรับแรงปะทะอันน้อยนิดที่ถูกส่งมาให้ เจ้าตัวไม่มีแม้แต่หยาดเหงื่อหรือความเหนื่อยล้าที่แสดงออกมาให้เห็น กลับกันกับผม…


            “แฮ่ก! แฮ่ก!”


            “วันนี้พอแค่นี้เถอะครับ” คนร่างสูงพูดบอกเสียงนิ่ง เจ้าตัวลดเป้าต่อยที่แขนลงก่อนจะมองมาทางผมอย่างไม่รู้สึกอะไร


            “แต่ว่า…”


            “อีกสักครู่คุณจีซัสจะเข้ามาที่นี่ คุณควรรีบจัดการตัวเองก่อนถึงเวลานั้นนะครับ” พูดจบต้าหมิงก็เดินผละออกไปทันทีโดยไม่คิดสนใจผมที่ยืนหอบด้วยความเหนื่อยอยู่ด้านหลัง


            “แย่จริง” ผมพึมพำขึ้นกับตัวเองด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยก้มลงมองนวมที่มือตัวเองอย่างคนคิดอะไรบางอย่าง ถ้าผมยังอ่อนแอต่อสู้ไม่เป็นแบบนี้คงจะช่วยพระจันทร์ไม่ได้ อย่าว่าแต่จะช่วยใครเลย แค่เอาตัวให้รอดจากที่นี่ก็คงยาก


            “โรงฝึกที่นี่เปิดทิ้งไว้ตลอด หลังจากนี้คุณจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ” คำพูดเลื่อนลอยเหมือนกับไม่ใส่ใจของต้าหมิงทำให้ผมหันไปมองนิดหน่อย แม้เจ้าตัวจะยังคงทำหน้านิ่งไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมา แต่ผมไม่คิดแบบนั้น


            “ขอบคุณครับต้าหมิง”


            “รีบแกะนวมออกเถอะครับ” ผมยิ้มรับกับคำพูดของอีกฝ่ายก่อนจะแกะนวมออกจากมือของตัวเอง คิดเอาไว้ว่าคืนนี้จะแอบมาซ้อมต่อคนเดียว ผมต้องรีบพัฒนาฝีมือตัวเองให้การได้ให้เร็วที่สุด


            “สัตว์เลี้ยงของฉันมีเหงื่อแบบนี้ก็เซ็กซี่ดีนะ” น้ำเสียงยียวนที่ดังขึ้นไม่ไกลกันนักทำให้ผมชะงักพลางหันไปมองคนร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ต้าหมิงก้มหัวให้กับเจ้านายตัวเองนิดๆ ก่อนจะก้าวถอยห่างออกไปอย่างรู้หน้าที่


            “ฝึกเสร็จแล้วสินะ” จีซัสถามขึ้นเสียงอ่อน พลางเอื้อมหลังมือมาเช็คหยาดเหงื่อที่ข้างแก้มให้ผมอย่างไม่ทันตั้งตัว


            “ไม่ใช่เรื่องของคุณ” ผมตอบกลับพลางเบือนหน้าหนีราวกับไม่ชอบใจ ยังไงซะคนๆ นี้ก็เป็นมาเฟีย เขาไม่ใช่คนที่น่าไว้วางใจ


            “ทำกับผัวแบบนี้ไม่ดีเลยนะ” จีซัสยังคงแสร้งยิ้มตอบกลับทว่ามือหนาที่เอื้อมมาเมื่อครู่กลับตรงเข้ามาบีบสันกรามผมให้หันไปเผชิญหน้ากับตัวเอง


            พรึ่บ!


            “อย่าอวดดีให้มาก”


            “อึ่ก!” ผมจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยดวงตาแข็งกร้าว ฟันซี่คมขบกัดริมฝีปากตัวเองแน่นพยายามไม่แสดงความเจ็บปวดออกมาให้อีกฝ่ายได้เห็น จีซัสกระตุกยิ้มที่มุมปากขึ้นนิดๆ ก่อนจะผละมือออกจากสันกรามแล้วเลื่อนมาเชยคางผมขึ้นสบตาเบาๆ


            “สัตว์เลี้ยงของฉันตัวสั่นแบบนี้ก็แย่สิ” คนร่างสูงว่าก่อนจะเลื่อนริมฝีปากมากดจูบที่ปลายจมูกรั้นเชิดอย่างไม่ทันตั้งตัว ผมเบิกตากว้างมองใบหน้าคมของอีกฝ่ายที่อยู่ในระยะประชิดก่อนจะตั้งสติแล้วรีบกำหมัดชกที่หน้าท้องแกร่งของอีกฝ่ายอย่างแรงด้วยอารามตกใจ


            ผัวะ!


            พรึ่บ!


            “อ๊ะ!”


            “หมัดของนายมันเบาจริงๆ ว่าไหม” จีซัสเลิกคิ้วถามหลังจากที่เจ้าตัวใช้มืออีกข้างตั้งรับหมัดของผมแล้วกอบกุมมันไว้แน่นจนผมขยับออกไม่ได้


            “ปล่อยผม!”


            “เมียของฉันอ่อนแอแบบนี้จะดีเหรอ”


            “ว่าไงนะ” ผมถามกลับขมวดคิ้วมองอีกฝ่ายที่ใบหน้าอยู่ใกล้กันอย่างไม่สบอารมณ์


            “ต้าหมิงไม่คิดว่านายจะสอนคนได้แย่ขนาดนี้” จีซัสทำเป็นไม่สนใจท่าทีของผม เจ้าตัวไล่สายตาหันไปพูดลูกน้องคนสนิทของตัวเองแทน

            “ขออภัยด้วยครับ ผมทำหน้าที่ไม่ดีพอ” ต้าหมิงก้มหัวตอบกลับคนเป็นนายด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ผมขบเม้มริมฝีปากจ้องคนเป็นมาเฟียตรงหน้าอย่างไม่ชอบใจ ฝึกกันแค่วันเดียวผมจะไปสู้เขาได้ยังไงล่ะ


            “งั้นคงต้องยกหน้าที่นายให้ฉันแล้วสินะต้าหมิง” คำพูดของจีซัสทำให้ผมเบิกตากว้างขึ้นมาทันที เรื่องเขาพูดออกมานั่นหมายความว่าต่อไปนี้คนที่ฝึกการต่อสู้ให้ผมจะกลายเป็นเขาแทน


            “ทราบแล้วครับ”


            “ไม่เอานะ!” ผมพูดแทรกขึ้นเสียงดัง ใบหน้าเนียนหันไปมองที่ต้าหมิงอย่างขอความเห็นใจ ถ้าเกิดผมต้องอยู่กับจีซัสตลอดเวลาจะไม่ยิ่งแย่เหรอ แค่เขาอยู่ตรงนี้ไม่กี่นาทีผมก็อึดอัดจะตายแล้ว


            “สัตว์เลี้ยงของฉันปฏิเสธได้ด้วยเหรอ” จีซัสเลิกคิ้วถามพลางออกแรงกระชับหมัดของผมที่กำไว้แน่น


            “ผมจะฝึกต่อกับต้าหมิง คุณให้เป็นหน้าที่ของเขานี่”


            “แต่ฉันเปลี่ยนใจแล้ว”


            “คนกลับกลอก” ผมกัดฟันพูดใจอีกฝ่ายเสียงนิ่ง หากแต่คนตรงหน้ากลับทำเพียงยกยิ้มเยือกเย็นมาให้เท่านั้น


            “ขืนปล่อยให้เมียตัวเองฝึกอยู่แบบนี้ฉันคงจะตายยาก คงไม่ลืมเป้าหมายของนายใช่ไหม ใครกันนะที่พูดไว้ว่าจะฆ่าฉัน”


            “ผมฆ่าคุณได้แน่ ไม่ต้องท้าหรอก” ผมตอบกลับจ้องมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาแข็งกร้าว


            “ก็เอาสิ! ลองฆ่าคนให้ได้สักคนแล้วค่อยมาอวดดีกับฉัน” จีซัสตอบกลับหากแต่ดวงตาคู่คมกลับไล่มองผมอย่างนึกดูถูก


            “ถ้าผมทำได้คุณได้ตายสมใจแน่!”


            “หึ! เอาไว้ค่อยอวดดีกับฉันตอนนั้นเถอะพระพาย” คนร่างสูงพูดก่อนจะปล่อยมือออกจากผมแล้วเตรียมจะก้าวขาเดินออกไปจากโรงฝึก หากแต่หนึ่งในลูกน้องของแก๊งกลับรีบเดินเข้ามาหาคนเป็นนายด้วยท่าทีร้อนรน


            “นายครับ!”


            “มีอะไร” จีซัสกดเสียงต่ำถามอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง


            “เฮียฟูหลงกลับมาถึงแล้วครับ” ทันทีพูดจบผมก็อดที่จะจ้องมองแผ่นหลังแกร่งของหัวหน้าแก๊งซือหลิวด้วยความผิดหวังไม่ได้ ผมรู้อยู่แล้วว่าฟูหลงไม่สามารถพาพระจันทร์กลับมาหาผมได้ แต่ถ้าจีซัสยอมส่งคนไปช่วยเพิ่มก็ไม่แน่ว่าอาจจะมีโอกาสมากกว่านี้


            “มาเร็วดีนี่” คนร่างสูงตอบกลับก่อนจะหันมาทางผมแล้วกระตุกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ “สีหน้าแบบนั้นฉันก็ไม่ได้รังเกียจหรอกนะที่รัก”


            “เขาไม่ได้พาพระจันทร์กลับมาด้วย”


            “หื้ม! นายก็ได้ยินในโทรศัพท์ไม่ใช่เหรอ” จีซัสเลิกคิ้วขึ้นมองท่าทีของผม


            “ขอแค่รู้ว่าน้องผมปลอดภัย ถึงเวลานั้นผมจะไปช่วยเขาเอง” ผมพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง ความเป็นห่วงมันมีมากกว่า จะปลอดให้น้องของผมอยู่กับพวกมาเฟียนานกว่านี้ได้ยังไง


            “อย่าหาเรื่องใส่ตัว” น้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นด้วยแววตาจริงจัง ถึงจะแค่แปบเดียวแต่เป็นครั้งแรกเลยที่ผมเห็นจีซัสเป็นแบบนี้ คนร่างสูงถอนหายใจออกมาเพียงนิดก่อนที่เจ้าตัวหลับตาลงแล้วมองมาทางผมด้วยสีหน้านิ่งเรียบ


            “คุณตกลงแล้วว่าจะช่วย ถ้าทำไม่ได้ผมจะทำเอง” ผมยื่นคำขาด จะไม่รออีกต่อไปแล้ว ต่อให้ต้องลงมือฆ่าใครสักคนเพื่อเบิกทางช่วยน้องชายตัวเองผมก็ยอม


            “คิดจะไปตายหรือไง”


            “ถ้าแค่ตาย ผมก็ขอเสี่ยง” ผมยิ้มบางตอบกลับอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงจริงจัง ชีวิตผมผ่านความตายมาหลายครั้งก็แค่ลองเสี่ยงดูจะเป็นอะไรไป


            “นายจะไม่มีวันได้ไปช่วยเด็กนั่นจำไว้” จีซัสกัดฟันกรอกตอบกลับผมน้ำเสียงแข็งกร้าว เจ้าตัวกำมือเข้าหากันแน่นก่อนจะเดินออกไปจากโรงฝึกอย่างไม่สบอารมณ์ ผมไล่สายตามองตามแผ่นหลังแกร่งนั้นอย่างไม่เข้าใจก่อนจะหันมามองทางต้าหมิงที่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน


            “ตอนนี้ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว ถ้าคุณจะฝึกต่อก็หลังจากนี้เถอะครับ” ต้าหมิงพูดทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะก้าวขาเดินตามหลังคนเป็นนายออกไปด้วยอีกคน ผมถอนหายใจออกมานิดๆ เมื่อได้อยู่เพียงลำพัง ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงห้ามทั้งๆ ที่มันเป็นข้อตกลงที่เขาเสนอขึ้นมาเอง


            ยังไงผมก็จะไปช่วย ต่อให้เกิดอะไรขึ้นผมก็พร้อมที่จะเสี่ยงไปช่วยน้องของผม


            “รอพี่นะพระจันทร์”


            คำพูดแผ่วเบาที่ดังขึ้นราวกับต้องการส่งให้ถึงคนที่เอ่ยถึง น่าเสียดายที่มันไม่มีทางเป็นอย่างนั้น

..

..

            อาหารมื้อเย็นผ่านพ้นไปด้วยความเงียบน่าอึดอัดระหว่างเรา บนโต๊ะอาหารมีเพียงแค่ผมกับจีซัสที่นั่งทานด้วยกันเท่านั้น ตอนแรกก็ตั้งใจจะไปกินกับพวกฟูหลงอยู่หรอก แต่ดูเหมือนเจ้าของบ้านจะไม่พอใจเลยบังคับให้ผมมานั่งอึดอัดอยู่ที่นี่


            “ผมอิ่มแล้ว” ผมพูดก่อนจะรวบช้อนส้อมไว้ด้วยกันแล้วตัดสินใจลุกออกจากที่นั่งหลีกเลี่ยงบรรยากาศอึมครึมตรงนี้ จีซัสไม่ได้ตอบกลับอะไรเขาทำเพียงแค่ปรายตามองก่อนจะลงมือทานอาหารตรงหน้าไปด้วยท่าทีเรียบนิ่งพาให้บรรยากาศอึดอัดยิ่งกว่าเดิม


            “ถึงคุณจะไม่ทำตามข้อตกลงผมก็จะไปพาพระจันทร์กลับมาอยู่ดี”


            “…”


            “ผมขอตัว” ผมพูดขึ้นย้ำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ก่อนผละตัวออกมาจากห้องอาหารโดยไม่คิดสนใจคนด้านหลังที่ไล่สายตามองมาตลอดจนพ้นออกจากห้อง


            สองเท้าบางก้าวตรงไปยังโรงฝึกที่ซ้อมต่อยมวยเหมือนเช่นเมื่อกลางวันก่อนจะหยุดชะงักไปเมื่อได้ยินเสียงหมัดที่ชกเข้ากับกระสอบทรายจากภายในโรงฝึก


            ผัวะ!


            “ฟูหลง” ผมเอ่ยชื่อเรียกอีกฝ่ายเสียงแผ่วอย่างนึกแปลกใจ ตอนนี้เริ่มค่ำแล้วผมไม่คิดว่าจะมีลูกน้องของจีซัสคนไหนมาฝึกเอาในเวลาแบบนี้หรอกนะ


            ผัวะ!


            ตุ๊บ!


            “มาทำอะไรครับคุณพระพาย” น้ำเสียงทุ้มเข้มพูดขึ้นทั้งที่ไม่ได้หันมามองทางผมเลยสักนิด เจ้าตัวใช้มือจับกระสอบที่แกว่งไปมาเพราะแรงต่อยก่อนจะก้มหน้าจ้องมองกระสอบตรงหน้าไม่คิดหันมามองทางผม


            “ผมมาฝึกมวยครับ” ผมตอบก่อนจะเดินไปหยิบนวมของตัวเองขึ้นมาสวม ฟูหลงไล่สายตามองมาอย่างแปลกใจก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่นเมื่อเห็นท่าทีเงอะงะตอนใส่นวมมวยของผม


            “ผมช่วยไหมครับ”


            “ไม่เป็นไรครับ ขืนให้คุณมาช่วยต้าหมิงคงไม่พอใจแน่” ผมยิ้มตอบพลางนึกถึงหน้าของต้าหมิงเวลาที่เจ้าตัวเทรนมวยผมไปด้วย ไม่อยากคิดถึงตอนที่โดนอีกฝ่ายลงโทษเวลาใส่นวมมวยไม่เป็นเลย


            “ผมไม่คิดว่าคุณจะสนใจเรื่องพวกนี้ด้วย”


            “ครับ?”


            “ฝึกมวยน่ะครับ” ฟูหลงพูดขึ้นเมื่อเห็นท่าทีมึนงงตอบกลับ ผมยิ้มบางส่งให้อีกฝ่ายนิดหน่อยก่อนจะเดินไปที่กระสอบทรายอีกอันที่อยู่ข้างๆ กับของฟูหลง


            “จีซัสให้ฝึกน่ะครับ” ผมตอบก่อนจะเงยหน้ามองฟูหลงที่ยังคงขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่น


            “แต่คุณไม่เหมาะกับการต่อสู้”


            “เพื่อเป้าหมายผมทำได้ทุกอย่าง ไม่ต้องห่วงหรอกครับ” ผมว่าก่อนจะหันไปชกหมัดใส่กระสอบทรายที่อยู่ตรงหน้า ไม่ได้คิดสนใจคนร่างสูงที่ยืนมองมาด้วยสีหน้าเป็นห่วงเลยแม้แต่น้อย


            ผัวะ!


            ตุ๊บ!


            “ผมขอโทษนะครับ”


            “แฮ่ก! เรื่องอะไรครับ” ผมถามทั้งที่ยังคงยกหมัดชกกระสอบทรายไม่หยุด


            “เรื่องคุณพระจันทร์” คำพูดของอีกฝ่ายทำเอาผมหยุดชะงักหมัดที่กำลังลงชกกระสอบทรายตรงหน้าไปแทบทันที ใบหน้าหวานเครียดขึ้งอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นนิ่งเรียบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา


            “ไม่เป็นไรครับ”


            “ผมขอโทษที่พาเขามาหาคุณไม่ได้” ฟูหลงยังคงพูดบอกอย่างสำนึกผิด ผมไล่สายตาหันไปมองอีกฝ่ายก่อนจะจัดการถอดนวมที่ใส่อยู่ออกข้างหนึ่งแล้วเอื้อมมือขึ้นแตะแผลที่ต้นแขนคนตรงหน้าเบาๆ


            “อึ่ก!”


            “แค่คุณปลอดภัยกลับมาก็พอแล้ว” ผมระบายยิ้มพูดบอกอีกฝ่าย ครั้งนี้ช่วยพระจันทร์ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ยังมีโอกาสให้ครั้งหน้าอยู่เสมอ แล้วผมก็จะเป็นคนจัดการด้วยตัวเอง


            “ไม่รู้ว่าจะทำให้คุณสบายใจขึ้นหรือเปล่า” ผมเลิกคิ้วขึ้นจ้องมองฟูหลงที่พูดขึ้นอย่างสงสัย


            “…”


            “แต่ว่า… น้องชายคุณปลอดภัยดีครับ เขาดูสุขสบายดี” คำพูดนี้คงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงหัวใจของผมในเวลานี้ได้เป็นอย่างดี แค่รู้ว่าคนที่ผมรักมากที่สุดปลอดภัยก็พอแล้ว


            “ฮึก! แค่นี้ก็พอแล้วฟูหลง” ผมตอบกลับเสียงสะอื้น หยาดน้ำสีใสคลอที่หน่วยตาอย่างรู้สึกดีใจ


            “แค่เขาปลอดภัยก็พอ”


            “คุณพระพาย” ฟูหลงเรียกชื่อผมด้วยสีหน้าอึ้งๆ เจ้าตัวคงทำอะไรไม่ถูกเวลาเจอเหตุการณ์แบบนี้ ผมยกยิ้มส่งพลางยกมือขึ้นปาดน้ำตาตัวเองก่อนจะหันไปใส่นวมมวยแล้วเตรียมจะไปฝึกต่อตามที่ตั้งใจ


            “จะฝึกต่อเหรอครับ”


            “ผมตั้งใจไว้แล้วครับว่าจะต้องเข้มแข็งมากขึ้น”


            “…”


            “คุณฟูหลงคงไม่คิดว่าผมจะอยู่ที่นี่ไปตลอดหรอกใช่ไหม” ผมถามอีกฝ่ายอย่างไม่ต้องการคำตอบอะไรทั้งนั้น ฟูหลงเป็นเพียงคนๆ เดียวที่ผมจะเชื่อใจได้ เขาดูแลผมตลอดเวลาที่อยู่กับจีซัส แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นคนของแก๊งซือหลิวก็ตาม


            “ครับ… ผมก็หวังไว้แบบนั้น”


            คำพูดสุดท้ายของฟูหลงก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกจากโรงฝึกไปเป็นเพียงคำพูดแผ่วเบาแทบจับใจความไม่ได้ ผมไล่สายตามองตามแผ่นหลังอีกฝ่ายที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ ด้วยความคิดอะไรบางอย่าง ที่ผมพูดนั่นเป็นความจริงทั้งหมดต่อให้เขากลับไปรายงานจีซัสหรืออะไรก็ตาม ผมก็ไม่คิดจะอยู่ที่นี่ไปจนตายหรอก นอกจากพระจันทร์แล้วผมยังมีเรื่องที่ต้องทำอีกตั้งเยอะ ไม่รู้ว่ามือคู่นี้จะเปื้อนเลือดอีกมากเท่าไรก็หวังว่ามันจะเปื้อนมากพอที่จะฆ่าใครสักคนได้นั่นแหละ


            ผัวะ!

            ตุ๊บ!


………………………………………………..........................................

​จีซัสนะจีซัสสสส สักวันเถอะน้องจะไม่สนใจแกรรรร

ชักอยากนั่งไทม์แม็กชีนข้ามไปอนาคตดูวันที่น้องเอาคืนบ้างแล้วสิ 

ได้แต่บอกให้น้องอดทนไว้จนอกคนเขียนจะแตกตายแล้วคร๊าาาา

เรื่องราวจะเป็นยังไง ติดตามตอนต่อไปจร้าาา

..

..

To Be Continued

ความคิดเห็น