ST 76

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 21) Mahouka Koukou no Rettousei

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2561 19:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
21) Mahouka Koukou no Rettousei
แบบอักษร

ดึงยืดไปอีกซักตอน​





“ได้เวลาแล้วสินะ” มาริดูนาฬิกา


“จะอธิบายกฎให้ฟัง ห้ามใช้เวทย์ใดๆที่จะทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บร้ายแรงและมีอันตรายถึงชีวิต การโจมตีโดยตรงขอให้มีผลแค่การบอบช้ำหรือเคล็ด ห้ามใช้อาวุธอื่นนอกจากมือเปล่า จะติดสินแพ้ชนะเมื่ออีกฝ่ายไม่สามารถสู้ต่อได้”


ฟึบ.


อากิยกมือขึ้นมาขณะประจันหน้ากับฮัตโตริที่ดูอารมณ์เสียกว่าในอนิเมะมาก


“เหอะ... จะยอมแพ้ตอนนี้ก็สายไปแล้วนะ” มันพูดเย้ยมา


“ผมอยากจะรู้ว่า ให้มีการพนันเกิดขึ้นได้มั้ยครับ?” เขาหันไปถามมาริ


“ก็ได้อยู่หรอก แต่ต้องตกลงกันเองนะ”


“งั้น ผมไม่ค่อยพอใจกับตำแหน่งเลขาสักเท่าไหรน่ะสิ.... ถ้าผมชนะผมขอตำแหน่งรุ่นพี่และให้รุ่นพี่มาอยู่ตำแหน่งผมแทนนะครับ” อากิยิ้มไปในขณะที่ทุกคนได้แต่ตะลึงกับคำขอบ้าๆนั้น


“นายจะบ้ารึไ...” ฮันโซทำท่าจะแย้ง


“จุ๊ๆ อย่าขัดเวลาคนอื่นพูดสิครับ ไม่มีมารยาทเลยจริงๆ” อากิส่ายหัวไปมาโดยไม่นึกถึงสิ่งที่ตนเองทำในห้องประธานไว้เลย


“ส่วนถ้ารุ่นพี่ชนะนี่ ก็ให้ทัตสึยะได้เข้ากองควบคุมวินัยแล้วผมขอลาออกจากสภานักเรียน ไม่สิ... ลาออกจากโรงเรียนนี้เลยก็ได้ถ้าคุณไม่พอใจ”


ห๊ะ! แค่คำขอแรกยังไม่พอ เงื่อนไขที่สองก็ยิ่งบ้าไปหนักกว่าเดิม


“ฮ่าๆ ฮ่าๆ นายนี่มันแหลือเกินจริงๆ ไม่เจียมตัวซะแล้ว เอาความมั่นใจมาจากไหนกัน ฮ่าๆ เอาสิ ฉันยอมรับ!”


“เดี๋ยวสิ!” มายูมิที่เห็นว่ามันเริ่มเลยเถิดไปก็ทำท่าจะแย้งขึ้นมา


“ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะท่านประธาน” อากิพูดขึนมาดึงความสนใจจากทุกคน


“ไม่ว่ายังไงผมก็จะไม่แพ้หรอกนะ...”


“แล้วเธอจะมั่นใจได้ยังไง!” มายูมิไม่ต้องการให้โรงเรียนเสียนักเรียนดีๆเช่นนี้ไป


“มั่นใจสิครับ เพราะถ้าผมแพ้ก็จะไม่ได้เจอคุณอีก....” เขาหันไปยิ้มให้เธออย่างอ่อนโยน


“มะ... ไม่ได้ ไม่ว่ายังไงก็...” มายูมิที่เห็นท่าทางแบบนั้นก็อดเขินไม่ได้เลยจริงๆ


“ดีเสียอีกนะครับ ถ้าผมชนะก็จะได้อยู่ใกล้และคู่ควรกับคุณมากขึ้นไง”


‘ว๊าย นะ...นี่คือการสารภาพรักหรอ? ไม่สิ ฉันต้องรีบหยุดการแข่ง แต่...แบบนี้ก็แปลว่าฉันไม่อยากเสียเขาไปน่ะสิ....’ มายูมิได้แต่ยืนนิ่งๆคิดทบทวนกับตัวเองในใจอย่างฟุ้งซ่าน


“เริ่มเลยเถอะครับ รุ่นพี่วาตานาเบะ” เขาหันไปพยักหน้าให้เธอ


“แก... แกกล้าดียังไงมายุ่งกับท่านประธาน...” ดูเหมือนฝ่ายฮันโซจะขาดสติไปเรียบร้อยกับการจีบเมื่อครู่


“งั้นก็เริ่มได้” มาริพูดออกมา


.


.


.


ความคิดฮันโซ


‘คนที่โจมตีก่อนคือผู้ชนะ ยังไงฉันก็ชนะไอ้สวะปี1นี่ได้แน่ ด้านความสามารถในการใช้CADยังไงฉันก็มีประสบการณ์มากกว่าเจ้านั่น’


‘ระหว่างที่มันกำลังรอให้ลำดับการใช้งานของไซออนขยายตัว ฉันจะใช้เวทย์เคลื่อนที่ธรรมดาในความเร็วที่เหนือกว่าผลักมันออกไป มันจะถูกซัดปลิวไปกระแทกกำแพงจนสลบไป แล้วเราก็จะชนะ’


เมื่อคิดแผนได้ฮันโซก็ยกมือข้างที่มีCADรูปแบบกำไลขึ้นมาทันที


.


.


.


ทุกคนที่เห็นฮันโซชูมือนั้นขึ้นมาก็หันมาดูอากิก็พบว่าเขาเองก็ยกมือขวาขึ้นมาเหมือนกัน ในท่าฉีกนิ้วโป้งและชี้ออกเป็นรูปปืน


ทำไมเขาต้องตั้งท่าแปลกๆด้วย? ทุกๆคนไม่มีใครเข้าใจการตั้งท่านั้น เพียงแค่กดCADและถ่ายไซออนเข้าไปก็พอแล้ว แต่.... มือนั้นไม่ได้มีCADอยู่!


อย่าบอกนะว่าหมอนั่นจะร่ายเอง! นั่นเป็นการกระทำที่บ้ามาก การร่ายเวทย์ด้วยตนเองนั้นก็สามารถทำได้ เพียงแต่จะใช้เวลาในการทำงานนานเกินไป จึงได้มีCADที่บันทึกเวทย์ต่างๆไว้ ทำให้นักเวทย์แค่ถ่ายไซออนลงไปก็ใช้งานได้แล้ว


.


.


.


‘คิดอะไรโง่ๆ ไอ้สวะ’ ดูเหมือนฮันโซเองก็จะดูออก ตอนนี้รอบๆมือของเขาก็เริ่มมีอณูไซออนและข้อมูลวิ่งไปมาเป็นสัญญาณของการใช้เวทย์


‘ตอนนี้แหละ!’


เปรี้ยง!!


.


.


.


ทุกๆคนที่ยืนลุ้นอยู่ก็เบิกตากว้าง แทนที่อากิจะเป็นฝ่ายกระเด็นไป.... เวทย์ของฮันโซกลับถูกทำลายแทน!


เกิดบ้าอะไรขึ้น! ทุกๆคนรีบหันไปมองอากิเพื่อหาคำตอบ


.


.


.


‘อั่ก... มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเวทย์ของเราถูกทำลาย?’ แรงกระแทกทำให้เขารู้ว่านั่นไม่ใช่การสลายหรือแยกส่วนประกอบเวทย์แน่นอน แต่มันคือการยิงเวทย์ออกมาเพื่อขัดกระบวนการซึ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย... เพราะอีกเพียงเสี้ยววินาทีเวทมนตร์ของเขาก็จะถูกใช้ออกไปแล้ว


‘อีกครั้งนึง!’ ฮันโวซเอาจริงมากขึ้น เขายกCADขึ้นมาทั้งสองมือ นี่เป็นเทคนิคอย่างนึงที่เขาทำได้... การร่ายเวทย์หลายบทพร้อมๆกันนั่นเอง


‘เจ้าโง่! เอาแต่ยืนนิ่งท่าเดิม แกเสร็จแน่’ ไม่นานเวทย์ของเขาก็ส่องแสงออกมาเตรียมจะถูกใช้อีกครั้ง


เปรี้ยง!! เปรี้ยง!!


‘อะไรกัน!’ เวทย์ของเขาถูกทำลายลงอีกครั้งในเสี้ยววินาที!


.


.


.


ต่างจากคราวก่อน... ผู้ชมสามารถเห็นได้ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น


ในเสี้ยววินาทีที่เวทย์ของฮันโซจะถูกใช้งาน อากิก็กดนิ้วโป้งของเขาลงมาบนนิ้วชี้ราวกับสับไกปืน บริเวณรอบมือขวาของอากิก็เกิดวงเวทย์ขึ้นมาเช่นกัน สิ่งที่แปลกไปคือมีอักขระแปลกๆสีดำเรืองแสงออกมาที่นิ้วชี้ของเขาพร้อมกับกระสุนเวทย์ที่ถูกยิงออกไปในชั่วพริบตา!


“สะ... สุดยอด ไม่ใช้CADยังทำได้ขนาดนั้น...” อาซึสะพูดออกมาอย่างทึ่งๆ


ทุกคนเองก็คิดแบบเดียวกัน เพียงแค่ยังสงสัยในอักขระแปลกๆสีดำนั่น


.


.


.


“แก... ทำไมแกไม่โจมตีต่อ จะหยามกันรึไง!” ฮันโซคำรามอย่างหัวเสีย เขาไม่สงสัยในความสามารถของอีกฝ่ายแล้ว แต่เขาไม่ชอบที่อีกฝ่ายทำท่าราวกับจะรอโจมตีเมื่อเขาเปิดเท่านั้น มันหยามกันเกินไป!


“ไม่พอใจอะไรหรอครับ? ผมเพียงแค่ทำอย่างที่คุณบอกไง ทำให้คุณ’รู้จุดยืน’ของตัวเองไง ผมเปิดโอกาสให้คุณโจมตีมาเต็มที่ ผมเพียงแค่จะขัดขวางมันในมิลลิวินาทีสุดท้ายก็เท่านั้น คุณจะได้รู้ถึงความแตกต่างเรื่องความเร็วในการร่ายของเราสองคนยังไงล่ะครับ....” อากิยักไหล่ไปอย่างสบายๆ


“หนอย... อย่ามาหยามกันให้มากนัก!” ฮันโซรีบร่ายเวทย์เสริมแรงกระโดดไปที่ขาอย่างรวดเร็วและดีดตัวออกไป หมายจะจัดการอีกฝ่ายที่คิดว่าคงไม่ถนัดการต่อสู้ประชิดทั้งๆที่ตนเองก็ไม่ได้ถนัดอะไรมาก


‘คราวนี้แหละ มันหลบไม่ทันหมัดของเราแน่!’


วูบ...


เพียงชั่วความคิดร่างของอากิก็เริ่มเลือนรางหายไปจากสายตาของเขา


‘หายไปไหนกัน?’


เขาพยายามมองโดยไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายได้มาปรากฏบนหัวตนและฟาดขาลงที่หลังอย่างรุนแรง(เบาสำหรับอากิ)


ตึง!!!


อั่ก…!


ตัวของฮันโซถูกกระแทกลงมากับพื้นอย่างรุนแรงจนหมดสติไป


.


.


.


“ผะ... ผู้ชนะคือ ฟูจิวาระ อากิโอะ!!!” มาริรีบเรียกสติและประกาศผู้ชนะออกมา


อากิที่ได้ยินก็สะบัดมือเล็กน้อยและโค้งคำนับราวกับพึ่งแสดงโชว์จบไป


“ดะ...เดี๋ยวก่อนสิ ไอ้การเคลื่อนไหวตอนสุดท้ายนั่นมันอะไรกันน่ะ?!” มาริรีบถามเขาอย่างไม่เข้าใจ


“ไอ้การที่หายไปโผล่บนหัวคู่ต่อสู้ที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วในชั่วพริบตานั่นมันคือเวทย์เพิ่มความเร็วเฉพาะตัวใช่มั้ย?”


อากิส่ายหน้า


“นั่นมันเป็นทักษะทางร่างกายของนายใช่ไหม?” ทัตสึยะถามไปแม้จะมั่นใจอยู่แล้ว


“ถูกต้อง สมกับเป็นลูกศิษย์ของท่านยาคุโมะ โคโคโนเอะ” อากิหันไปยิ้มให้ทัตสึยะที่กำลังตะลึงเรื่องที่อีกฝ่ายรู้ความลับของตนเพิ่มขึ้นมาอีก


“!? โคโคโนเอะผู้ใช้วิชานินจาน่ะเหรอ! ผู้ใช้ศิลปะการป้องกันตัวดั้งเดิมของแท้คนนั้นน่ะนะ!” มาริรีบหันไปหาทัตสึยะอย่างตื่นเต้น ซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่พยักหน้ารับ


“นี่ๆ แล้วในฐานะที่เป็นลูกศิษย์น่ะ การเคลื่อนไหวเมื่อกี้อยู่ในระดับไหนงั้นหรอ?” มายูมิเดินเข้าไปถามทัตสึยะตรงๆ


“ก็... คงพอๆกับอาจารย์ที่เอาจริงแบบไม่ใช้เวทย์เสริมความเร็ว” ทัตสึยะเองยังต้องยอมรับว่าเขาแทบจะตามความเร็วเมื่อครู่ไม่ทันด้วยซ้ำถ้าไม่ตั้งใจจริงๆ


หาาา!!! สุดยอด!


หลายๆคนหลุดอุทานออกมา


“แล้ว... อากิคุง เธอทำยังไงถึงได้ใช้เวทย์ออกไปได้เร็วขนาดนั้นกัน?” มายูมิเดินไปถามอากิบ้าง


“ก็ปกติไม่ใช่หรอครับ? คนระดับคุณก็คงใช้เวทย์ง่ายๆด้วยความเร็วเท่านั้นไม่ยาก” อากิรีบตีเนียนใสซื่อไป


ทั้งมายูมิและมาริต่างส่ายหน้าพร้อมกัน


“ไอ้เวทย์โจมตีแบบนั้นน่ะ ถ้าไม่ใช้CADก็คงเร็วแบบนั้นไม่ได้ ไม่สิ... ถึงจะใช้ก็ไม่รู้ว่าจะเร็วเท่ารึเปล่า ไม่ใช่พวกเวทย์เคลื่อนที่ง่ายๆสักหน่อย” มาริพูด


“ใช่ๆ ไหนจะต้องประเมินปริมาณไซออนเพื่อความแรงของเวทย์อีก อากิคุงเก่งมากเลยนะที่กะความแรงให้พอดีแค่การยับยั้งเวทย์ไม่ให้ไปทำร้ายอีกฝ่ายน่ะ...” มายูมิเสริมขึ้นมาอีก


“เห~ จริงหรอครับ ผมเองก็แค่ใช้เทคนิคพิเศษช่วยเท่านั้นแหละครับ~”


“เทคนิคพิเศษนั่น.... รวมไปถึงตัวอักษรแปลกบนนิ้วของเธอด้วยรึเปล่า...” มายูมิหรี่ตาลงอย่างกดดัน


“รุ่นพี่อยากรู้จริงๆหรอครับ...?” อากิเดินเข้าไปใกล้เธอเรื่อยๆ


“ผมยินดีเล่าให้ฟังได้นะ... ถ้ามีข้อแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ...” เขาเริ่มประชิดตัวอีกฝ่ายเรื่อยๆจนมายูมิเขินขึ้นมา


“นายซ่อนCADไว้สินะ?”  เสียงของฮันโซดังขึ้นมาจนอากิต้องหยุดการรุกนั้นลง


“คงเป็นCADรูปแบบแหวน ไม่สิ หรือจะเป็นCADทำเองรุ่นขนาดเล็กมากแล้วก็เอาไปซ่อนไว้ในมือเพื่อตบตาทุกคน” ฮันโซค่อยๆยืนขึ้นมาอย่างโซเซ


“ฮันโซคุงเป็นอะไรรึเปล่า?” มายูมิหันไปถามจนเจ้าตัวหน้าแดงและรีบตอบไป


“มะ... ไม่เป็นไรครับ”


“อะแฮ่ม! นั่นแหละ นายต้องซ่อนของแบบนั้นไว้แน่ๆ ไม่มีทางที่การร่ายเวทย์มือเปล่าจะเร็วขนาดนั้นได้ ขี้ขลาดจนถึงขนาดไม่กล้าสู้กันตรงๆเลยงั้นหรอ?” ฮันโซเดินมาหาอากิด้วยท่าทางหาเรื่อง


“ขี้แพ้ชวนตีนะครับ~ ถึงผมจะใช้CADจริงๆแต่ความจริงที่ว่ารุ่นพี่ร่ายเวทย์ช้ากว่าผมก็ไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ดีเพราะคุณก็ใช้... แต่เอาเถอะ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ จะตรวจยังไงก็เชิญ” ว่าแล้วอากิก็เริ่มถอดแว่นและเอาของออกมาจากตัวทั้งหมด จากนั้นก็เริ่มถอดเสื้อ....


ว๊ายยย!!


สาวๆที่เห็นก็รีบปิดตากันใหญ่


“ทะ... ทำอะไรน่ะ อากิคุง...” สาวน้อยรุ่นพี่ อาซึสะรีบถามไปด้วยความเขินอาย


“ถึงจะไม่ใช่การโกง แต่เพื่อแสดงให้เห็นว่ามันคือความสามารถของผมไงครับ...” เมื่อปลดเสื้อนอกของโรงเรียนไปแล้วเขาก็ถอดเสื้อยืดที่ใส่ไว้ข้างในออกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เรียงตัวกันอย่างงดงามราวกับปฏิมากรรมของศิลปินชั้นเลิศ


(คิดไว้ว่าอาจจะใหญ่กว่านี้นิดหน่อย)




“แหมๆ ผมไม่ถอดกางเกงหรอกครับ ปิดตากันไปทำไม...” เขาหันไปพูดกับสาวๆที่ทำท่าปิดตากันทุกคน


“หน้าไม่อายค่ะ...” ซึซึเนะพูดออกมาขณะที่ทุกคนก็เริ่มคลายมืออกกแต่ยัมีอาการหน้าแดงกันอยู่จากภาพหนุ่มหล่อตรงหน้า


“จะว่าไป... อากิคุงนี่ไม่ใส่แว่นแล้วดูดีกว่าจริงๆเนอะ... หายากจริงๆนะที่จะมีคนใส่แว่นน่ะ นอกจากพวกมีตาพิเศษ” มายูมิพูดออกมาตรงๆ


“ประธานชอบแบบนี้มากกว่าหรอครับ? งั้นผมไม่ใส่ก็แล้วกัน ผมไม่ใช่พวกมีตาพิเศษอะไรหรอก สบายใจได้ แค่ไปเจอแว่นนี้ในบ้านแล้วมันสวยดีเลยเอามาใส่น่ะ”


“เอ้า! ไม่เข้ามาตรวจดูหรอครับรุ่นพี่?  หรือจะให้ท่านประธานลองตรวจแทนก็ได้นะถ้าไม่มั่นใจ” เขาหันไปยิ้มให้เธอเล็กน้อย


“อย่าลามปาม! แค่นี้ฉันตรวจเองได้” ว่าแล้วฮันโซก็เริ่มไปค้นดูเสื้อที่เขาถอดออกไปและเริ่มมาจับๆคลำๆบริเวณกางเกงของเขาที่ไม่ได้ถอดไปจนเกิดเป็นภาพที่ชวนให้เข้าใจผิด....


.


.


.


“มะ... ไม่จริงน่า... ไม่มี” ฮันโซถอยตัวออกมามองเขาด้วยสายตาทึ่งๆ


“ผมบอกแล้วไงครับ~ ที่นี้คุณคงไม่มีปัญหากับทัตสึยะคุงแล้วนะ ถ้าเขาไม่มีประโยชน์ต่อกองควบคุมวินัยจริงๆผมจะรับผิดชอบเอง โอเคมั้ยครับ คุณเลขา....” อากิยิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ


ฮันโซที่เถียงอะไรไม่ออกแล้วก็ได้แต่หันหนีและเดินออกไป


“เอ้า! หมดธุระแล้วก็แยกย้ายกันไปเถอะ” มาริไล่ทุกคนไปเมื่อเห็นว่าเรื่องจบแล้ว


ครับ/ค่ะ เหล่ารุ่นน้องของเธอตอบรับไป


.


.


.


“ประธานครับ!” อากิรีบเดินไปหามายูมิที่กำลังปิดห้องสภานักเรียนและเตรียมจะกลับบ้าน


“อ้าว อากิคุง ยังไม่กลับอีกหรอ มืดแล้วนะ” เธอยังหันมายิ้มอย่างปกติตามเคย


“ผมแค่อยากจะถามว่าประธานกลับบ้านยังไงหรอครับ? กลับเองหรือว่าคนของตระกูลจะมารับ...” เธอเป็นคนของตระกูลที่7แห่ง10ตระกูลใหญ่ และด้วยความสามารถของเธอคงไม่แปลกนักที่ตระกูลจะต้องคอยถนุถนอม


“จริงๆก็จะมีคนมารับล่ะนะ... อากิคุงมีอะไรรึเปล่าล่ะ” เธอเอียงคออย่างเด็กๆตามนิสัย


“พอดีมีเรื่องอยากจะคุยน่ะครับเลยว่าจะขอเดินกลับด้วย แต่ถ้าประธานมีคนมารับแล้วก็ไว้วันหลังดีกว่า...” เขาทำท่าจะหันไปด้วยความเศร้าแต่ก็ถูกเธอหยุดไว้


‘หึๆ สำเร็จ...’ อากิแอบยิ้มในใจ


“ฉันเองก็ใช่ว่าจะไม่มีอิสระเลยอ่ะนะ... ถ้าอยากคุยจริงๆล่ะก็ไปเจอกันที้รานอาหารXXXXXแล้วกัน คงรู้จักนะ”


“ครับ!” ว่าแล้วอากิก็หันหลังเดินจากไป




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น