facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 110 : เรื่องที่ให้ไม่ได้

ชื่อตอน : ตอนที่ 110 : เรื่องที่ให้ไม่ได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.1k

ความคิดเห็น : 125

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2561 17:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 700
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 110 : เรื่องที่ให้ไม่ได้
แบบอักษร

ตอนที่ 110 : เรื่องที่ให้ไม่ได้


“พอเถอะไป๋”

เสียงของอิฐปลุกสติของเขาให้กลับคืนมา ตอนนี้ร่างกายของพวกเขาเปลือยเปล่าอยู่ทั้งคู่ ไป๋กำลังตั้งใจจะมอบร่างกายของตนให้อีกฝ่าย แต่ดูเหมือนคนที่นอนนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างนั้นจะไม่ต้องการตัวเขาอีกต่อไปแล้ว

“ไม่เห็นเป็นไรเลยอิฐ สำหรับมึง กูยินดีเสมอ”

ไป๋ก้มลงไปจูบคนตรงหน้าด้วยความรักอีกครั้ง ก่อนจะค่อยใช้นิ้วมือทั้งสองที่ประคองหน้าของอดีตคนรักไว้ เช็ดน้ำตาให้อีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา

“พอเถอะไป๋ กูไม่อยากเลวไปมากกว่านี้” อิฐพูดหลังจากดึงตัวเขาให้ถอนจุมพิตออกไป

“มันก็เป็นสิ่งที่กูสมควรจะได้รับอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

ปัณฑูรเขยิบร่างกายออกมาจากคนตรงหน้า พร้อมกับทิ้งตัวนอนลงเคียงข้างคนที่นอนเคียงข้างกันมาตลอดหลายปี ดวงตาของทั้งสองคนจ้องนิ่งไปที่ผนังห้องอย่างไร้จุดหมาย น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของอดีตคนรักทั้งสองอย่างมากมายไม่ต่างกัน

“กูขอโทษนะไป๋ กูไม่ได้จะแบล็กเมลอะไรมึงหรอก กูก็แค่ขู่มึงไปอย่างนั้น”

อิฐพูดขณะที่สายตายังคงมองตรงไปเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย พวกเขาทั้งคู่ต่างอยู่ภายใต้ร่างกายที่เปลือยเปล่า แต่ก็ไม่มีใครสักคนที่พยายามจะลุกขึ้นมาเอาสวมใส่เสื้อผ้า หรือเอาผ้าห่มคลุมกายอะไรมาปิดบัง ราวกับว่าความรู้สึกภายในของพวกเขาแหลกละเอียดเกินกว่าจะสนใจซึ่งสังขารภายนอกเสียแล้ว

“อ้าว”

ไป๋พูดแบบงงๆ พร้อมหันไปดูกล้องตัวเล็กตั้งโต๊ะตัวหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกล้องวงจรปิดแบบตั้งโต๊ะที่วางไว้ตรงมุมห้อง

“กูไม่ได้เปิดหรอก กูทำใจให้คนอื่นมาเห็นมึงในแบบที่กูเห็นไม่ได้หรอก กูก็แค่อยากขู่มึง เผื่อว่ามึงจะยอมตัดสินใจใหม่อีกสักที” เสียงของอิฐเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

“อิฐ...” เขารำพึงชื่อของอีกฝ่ายมาอย่างเจ็บปวด

“ไม่มีทางแล้วใช่ไหม รักของเราไม่มีหนทางจะไปต่อได้แล้วใช่ไหม” อีกฝ่ายถามขึ้นอย่างท้อแท้

“อิฐ มึงก็คงรู้ว่ากูรักมึงมากมายขนาดไหน แต่กูคิดเรื่องนี้ตลอด พยายามหาทางออกมาโดยตลอด ซึ่งมันไม่มี กูมองไม่เห็นทางไหนที่เราจะมีทายาทมาสืบทอดวงศ์วรเวชได้ หากมึงทบทวนดูให้ดี มึงก็คงค้นพบคำตอบเดียวกับกู ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่เจ็บปวด แต่ความจริงคือความรักของพวกเรามีเงื่อนไขครอบงำอยู่” ไป๋พูดออกมาใจจริง ราวกับว่าเขาจะได้สารภาพความรู้สึกออกมาให้คนตรงหน้าได้ฟังบ้าง

“...”

อิฐไม่ตอบอะไรมานอกจากทอดสายตาอย่างสงบนิ่ง ราวกับอีกฝ่ายก็จะทบทวนเรื่องนี้มาตลอดเวลาและไม่ค้นพบทางออกเหมือนกัน ความนิ่งเงียบและเสียงหัวใจที่ดังกรีดร้องอยู่ภายใต้เรือนร่างที่เปลือยเปล่าของทั้งคู่ราวกับจะเป็นการยอมรับต่อชะตาชีวิตรักของพวกเขาโดยดุษณี

“กูขอโทษนะอิฐ แต่กูคงทรยศต่อบุญคุณของพ่อแม่กูไม่ได้ ร่างกายของกูได้มาจากพ่อครึ่งหนึ่งและแม่อีกครึ่งหนึ่ง เงินทุกบาททุกสตางค์ที่เค้าส่งเสียกู ชีวิตดีๆ ของกูที่เค้ามอบให้ กูไม่สามารถทนเห็นพวกเค้าเสียใจได้จริงๆ”

“กูเข้าใจ” คำตอบสั้นๆ จากอิทธิกรนั้นเจือปนความขมขื่นไว้จนคนฟังน้ำตาซึมอีกครั้ง

“มึงรู้ไหมพ่อแม่กูเรียกโรงพยาบาลวงศ์วรเวชว่าอะไร พวกเค้าเรียกมันว่าความฝัน กูทิ้งไม่ได้จริงๆ กูปล่อยให้ความฝันของพวกเค้าตายไปพร้อมลมหายใจของกูไม่ได้จริงๆ” ไป๋พูดออกมาพร้อมเริ่มจะกลั้นสะอื้นไว้ไม่ได้อีกแล้ว


“ไปเถอะไป๋”

คนที่นอนอยู่ข้างเขาพูดออกมาด้วยสงบ พร้อมกับเอื้อมมือที่อยู่ไม่ห่างออกไปมาคว้าเอามือเขาไปกุมไว้เหมือนวันวาน น้ำตาของเขาไหลออกมาอย่างสงบเมื่อรับรู้ถึงรสสัมผัสนั้น มือของอิฐที่หลังจากนี้เป็นต้นไป เขาคงไม่มีสิทธิ์จะจับได้อีกต่อไป

“...”

ไป๋ไม่ได้พูดอะไรออกไป เพราะกำลังต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการฝืนไม่ให้ตัวเองร้องไห้โฮออกมาในสภาวะอารมณ์นั้น เหมือนอิฐจะยอมรับและเข้าใจในการตัดสินใจของเขา มันเหมือนว่าเขาจะถูกปลดเปลื้องออกจากความรู้สึกผิดขนาดมหาศาลที่กำลังกดทับอยู่ ไป๋กัดริมฝีปากแน่นจนเป็นรอยช้ำ เขาต้องไม่ร้องไห้แล้วทำตัวเองเป็นเด็กๆ เลือกแล้วตัดสินใจแล้ว ต้องยอมรับกับผลของการตัดสินใจ

“กูเข้าใจทุกอย่างหมดแล้วไป๋ กูเข้าใจแล้วว่าเวลาของเราหมดแล้วจริงๆ” อิฐพูดมาอย่างสงบนิ่ง

“อิฐ...” ไป๋พึมพำออกมาด้วยสายตาที่เหม่อลอย

“ตลอด 3 วันที่ผ่านมา กูแดกเบียร์กินเหล้าเมามายก็จริง แต่กูก็พยายามหาหนทางให้ความรักของเรามาตลอด แต่แม่งโคตรน่าเจ็บใจว่ากูกลับหาทางออกไม่ได้เลย ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขหรือวิธีใด กูกับมึงก็ไม่อาจฝืนธรรมชาติจะมีทายาทด้วยกันได้ มึงเป็นคนรวยเป็นคนที่มีหน้าตาในวงสังคม ซึ่งก็คงไม่อาจใช้วิธีตุกติกอะไรให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของพ่อแม่มึงได้อีก”

อิทธิกรพูดออกมาอย่างเรียบเย็น ราวกับว่าความเมามายจากพิษแอลกอฮอลล์เมื่อกี้จะระเหิดหายไปจนหมดสิ้นแล้ว อิฐในเวลานี้กลับดูเยียบเย็นลงและเข้าใจทุกอย่างดี

“ขอบคุณ ขอบคุณมากจริงๆ”

ไป๋บีบมือที่กำลังกุมเขาอยู่ตอบกลับไป ราวกับว่ามันจะเป็นคำขอบคุณที่ไม่อาจจะหาคำใดมาอธิบายไว้ได้ สิ่งที่มันทำเหมือนจะเป็นการปลดปล่อยเขาออกจากความรู้สึกที่แหลกสลายฝ่ายเดียวมาตลอดระยะเวลา 10 ปี


“มึงจะเอายังไงต่อไป” อิฐเอ่ยถาม

“กูคงใช้ชีวิตต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอผู้หญิงที่ดูจะเข้าใจทุกเงื่อนไขในชีวิตกู ชีวิตกูก็คงหมุนไปแบบเดิม ทำงาน เรียน อ่านหนังสือ ทำวิจัย ตรวจคนไข้ ทุกอย่างก็จะเหมือนเดิมเพียงแต่ไม่มีมึงเท่านั้น กูคงไม่รีบหาใคร กูตั้งใจจะทำเด็กหลอดแก้วอยู่แล้ว ดังนั้น เวลาคงไม่ใช่เรื่องเร่งรัดสำคัญของกูในเวลานี้” ไป๋ตอบสิ่งที่เรียบเรียงอยู่ในใจนั้นเป็นอย่างดีออกมา

“คำว่าไม่มีมึงนี่เจ็บปวดดีนะ” เสียงของอิฐดูเศร้าจนเขารู้สึกผิด

“กูเป็นคนรักกับมึงต่อไปไม่ได้ แต่กูยินดีที่จะเป็นอะไรก็ได้ในชีวิตมึงนะอิฐ เป็นเพื่อนสนิท เป็นเพื่อนไม่สนิท เป็นเพื่อนร่วมกลุ่ม หรือจะไม่ได้เป็นอะไรเลยก็ได้ อะไรที่ทำให้มึงสบายใจ ขอให้มึงบอกกู กูยินดีจะทำให้เสมอ” ไป๋พูดออกมาจากใจจริง

“...” อิฐไม่ตอบอะไร นอกจากหลับตาลงช้าๆ อย่างเหนื่อยอ่อน

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น กูจะยืนสแตนบายรอมึงอยู่เสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ มึงก็คือคนสำคัญของกู โชคชะตา หน้าที่ หรือความกตัญญูอะไรก็ตามอาจจะทำให้กูกับมึงเป็นคนรักกันไม่ได้ แต่มึงจำคำกูไว้ เรื่องพวกนั้นมันห้ามให้กูไม่รักมึงไม่ได้” ไป๋พูดออกเสียงเครือ

“...” อิฐยังคงหลับตา แต่มีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิทอยู่

“จำไว้นะอิฐ มึงคือรักเดียวที่กูมีตลอดมา และมันก็จะเป็นแบบนี้ตลอดไป”

ไป๋พยามยามควบคุมน้ำเสียงตัวเองไม่ให้สั่น เขาพูดออกมาราวกับเฝ้าที่จะบอกประโยคที่ถ่ายทอดออกมาจากหัวใจที่ถูกปรามาสว่าด้านชานั้นมานานแสนนาน


“กูขออโหสิกรรมได้ไหมอิฐ”

เสียงของไป๋ที่คงอยู่ในร่างกายที่เปลือยเปล่าดังขึ้นในความเงียบที่สุดของดินแดนรโหฐานที่เคยมีแต่ความรักของพวกเขาทั้งสองคน

“...” อิฐลืมตาขึ้นช้าๆ ทั้งที่น้ำตายังท่วมท้นอยู่อย่างไม่มีทีท่าจะหยุดลง

“กูขออโหสิกรรมให้กับความผิดพลาดทุกอย่างที่กูเคยทำกับมึงผ่านมา กูขอโทษกับทุกอย่างที่ทำให้เราเดินมาจนถึงวันนี้” ไป๋พูดออกมาด้วยน้ำเสียงขอร้อง

“เรื่องนี้กูคงให้มึงไม่ได้” อิฐพูดออกมาเสียงนิ่ง

“อิฐ!” ไป๋อุทานมาอย่างตกใจ

“กูคงทำใจตัดพันธะความผูกพันที่กูมีให้กับมึงทั้งด้วยคำว่าอโหสิกรรมไม่ได้จริงๆ มึงไม่ต้องรู้สึกผิด ไม่ต้องเสียใจ ไม่ต้องร้องไห้เพื่อกูอีกแล้ว กูเข้าใจแล้ว แต่กูคงทำใจเลิกแล้วต่อกันกับมึงไม่ได้ กูจะไม่โกรธ ไม่เกลียด ไม่ต่อว่าด่าทอมึงอีกต่อไป แต่ขอร้องว่าอย่าบอกให้กูปล่อยมือจากมึงออกไปแบบนี้เลย ไม่ว่าจะทั้งทางตรงหรือทางสัญลักษณ์แบบนี้ก็ตาม” อิฐพูดออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ยังคงไหลอยู่เรื่อยๆ

“มึงไม่ต้องรอกูนะอิฐ มึงอย่าขังหัวใจไว้ที่กู ถ้าวันหนึ่งมึงพร้อม มึงจะมีใครใหม่ กูจะไม่โกรธมึงสักนิด แต่กูจะร่วมยินดีกับมึงด้วย มึงเข้าใจไหมว่าชีวิตพวกเรายังต้องเดินต่อไป”

ไป๋หันไปพยายามสบตากับอิฐอย่างจริงจัง ราวกับว่าที่จะเป็นคำขอร้องจากเขา แต่สายตาที่ยังเอาแต่เหม่อลอยไปที่เบื้องหน้าก็ไม่ให้ความร่วมมือกับเขาแม้แต่นิดเดียว

“ชีวิตพวกเรายังต้องเดินต่อไป เรื่องนั้นกูไม่เถียง แต่หัวใจกูไม่จำเป็นต้องเดิมต่อไปเปล่าวะ ถ้ากูพอใจจะหยุดหัวใจไว้กับอดีตที่สวยงามของกู กูก็ไม่เห็นว่ามันจะทำร้ายจิตใจของใคร” อิฐพูดมาพร้อมกลืนก้อนสะอื้นเข้าไปในลำคอ

“อิฐ กูขอโทษ” ไป๋พูดพร้อมน้ำตา

“มึงไปเถอะไป๋ ชีวิตมึงหน้าที่ มีความรับผิดชอบ มีครอบครัวให้ต้องดูแลรักษา มึงจำเป็นต้องมีชีวิต มีคนรักคนใหม่ และมีทายาทไว้สืบสกุล” อิทธิกรพูด

“...” ไป๋เม้มปากสนิทอย่างพยายามฝืนต้านความรู้สึกจากภายใน

“แต่ไม่ใช่สำหรับกู ชีวิตกูไม่เหลือใครต้องรับผิดชอบแล้วไป๋ เหลือเพียงตัวกูของกูเพียงคนเดียวเท่านั้น มึงคือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของชีวิตกู และกูจะปล่อยให้มันดับลงไปไม่ได้” อิฐพูดอย่างแน่วแน่

“...”

“กูจะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ อยู่ที่พื้นที่ที่เราเคยมีความสุขด้วยกัน อยู่บนเตียงที่เราเคยกอดกัน อยู่กับความทรงจำที่กูกับมึงอยู่เคียงข้างกูเสมอ มึงเคยบอกกูไว้นี่ความรักที่ดีเพียงครั้งเดียวจะกลายเป็นความทรงจำที่หล่อเลี้ยงเราไปตลอดชีวิต วันนั้นมาถึงกูแล้ว กูขอที่จะไม่ก้าวเดินไปหาความรักครั้งใหม่ แต่กูขอจะมีชีวิตไปแบบนี้ ไปด้วยความทรงจำที่มีแต่มึง” อิฐพูดอย่างพยายามไม่ให้ตัวเองฟูมฟายออกมา


“กูขอกอดลามึงหน่อยได้ไหม” เสียงของอิฐดังขึ้นเรียบๆ

“...”

ไป๋ไม่ตอบรับอะไรออกไปนอกจากพุ่งตัวไปสวมกอดคนตรงหน้าไว้อย่างสุดหัวใจ ร่างกายที่เปลือยเปล่าของพวกเขาทั้งสองตระกองกอดกัน ราวกับจะปล่อยให้หัวใจรักที่เต้นอยู่ภายในอกได้สั่งลากันเป็นครั้งสุดท้าย

“กูคงจะหายไปสักพัก” อิฐพูดเรียบๆ

“...” ไป๋เงียบอย่างไม่กล้าพูดอะไรออกไป

“ไม่มีมึง กูก็เป็นแค่สัตว์ร้ายตัวหนึ่ง เป็นแค่เด็กอันธพาลเหมือนกับตอนม.หกในวันนั้น กูไม่อยากหันด้านชั่วของกูเข้าหามึงอีกเป็นครั้งที่สอง เพราะถ้าเมื่อไหร่กูทำร้ายมึงได้สำเร็จ กูคงจะต้องเสียใจเป็นอย่างมาก” อิฐพูดด้วยน้ำเสียงขมข่น

“อืม” เขาทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากตอบรับออกไป

“ไม่ต้องตามหากู ปล่อยให้กูหายไปอย่างนั้น วันไหนที่กูพร้อม กูจะกลับมา”

“...”


“ปัณฑูรจะเป็นคนที่อิทธิกรรักที่สุด ถึงแม้ว่าจะเป็นรักที่ไม่สามารถมีสถานภาพใดรองรับได้เลยก็ตาม”






นายพินต้า

ฝากเฟส ทวีต และติดตามนายพินต้าในแอปนี้ด้วยเด้อ

ขอคอมเมนต์ด้วยนะ เป็นแรงใจให้หนูหน่อย หนูลงจากเครื่องบินมาก็ปั่นให้ไม่หยุดเลย อยากได้แรงใจ ฮึบฮึบ

ความคิดเห็น