facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 109 : กระป๋องเบียร์

ชื่อตอน : ตอนที่ 109 : กระป๋องเบียร์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 22.9k

ความคิดเห็น : 63

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2561 17:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 109 : กระป๋องเบียร์
แบบอักษร

ตอนที่ 109 : กระป๋องเบียร์


ไป๋กลับมายืนอยู่หน้าห้องของเขากับอิฐอย่างนิ่งสงบใน 3 วันถัดมา

หลังจากที่เลิกกันในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา อิฐก็ไม่เคยติดต่อกลับมาอีกเลย และแน่นอนว่าเขาก็รู้ตัวดีว่าเขาไม่มีสิทธิ์ติดต่อกลับไป ไป๋ได้แต่ใช้ชีวิตอย่างกล้ำกลืนฝืนทนกับความเจ็บปวด ปาดน้ำตาและตรวจคนไข้ต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

สถานที่ตรงหน้าเขาคือสถานที่ต้องห้ามที่สุดที่เขาไม่ควรจะกลับมา

แต่สุดท้ายก็เป็นความสะเพร่าของเขาเองที่ทำให้เขาต้องมายืนอยู่ตรงนี้ ไป๋ลืมผลแลปที่ต้องใช้ในการทำวิจัยไว้ที่ห้อง ผลแลปที่ต้องมีลายเซ็นของเขาฉบับจริงด้วยลายมือเป็นสิ่งที่ทิ้งไม่ได้ เขาจึงไม่มีทางเลือกอะไรนอกจากต้องกลับมาเอา ความจริงเขารู้ตัวตั้งแต่วันจันทร์แล้วแต่เขาตัดสินใจว่าเลือกที่จะมาเอาในวันนี้ เพราะวันนี้เป็นวันประชุมวิสามัญประจำปีของบริษัท เสาเข็มแอนดิโก้ จำกัด (มหาชน) ซึ่งแน่นอนว่ารองประธานฝ่ายปฏิบัติการอย่างอิทธิกรก็น่าจะต้องเข้าร่วมด้วยอย่างไม่มีข้อแม้ การกลับมาในวันนี้จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะที่ก็น่าจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดในอนาคตของตัวเขาเองอย่างแน่นอน


ติ๊ดดดดดดดดดด

เสียงของอุปกรณ์ล็อคห้องดังขึ้นพร้อมกับสีเขียวสว่างวาบและประตูที่เผยอออกเมื่อเขาเอาคีย์การ์ดใบเดิมไปแตะ โชคยังดีที่อิฐไม่เปลี่ยนสัญญาณคีย์การ์ดเข้าห้องไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้น เขาคงหมดหนทางที่จะแอบกลับมาโดยไม่ต้องบอกให้มันรู้ล่วงหน้าได้แน่

บรรยากาศภายในห้องมืดสนิท ห้องครัวและห้องนั่งเล่นไม่มีแสงไฟอะไรอยู่เลย แต่ก็พอจะมีแสงสว่างอยู่บ้างจากแสงอาทิตย์ภายนอกที่ลอดมาตามผ้าม่านที่ปิดประกบกันไว้อย่างไม่สนิท ไป๋เอื้อมมือไปเปิดไฟในห้องครัวและห้องนั่งเล่นสว่างขึ้น ภาพแรกที่ปรากฎขึ้นกับคลองจักษุก็ทำให้เขาเจ็บปวดไปทั้งหัวใจ

บรรยากาศห้องที่เคยสดใสและอบอวลไปด้วยความรู้สึกดี บัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความสิ้นหวัง กระทะใบเดิมวางค้างอยู่บนเตา ในกระทะใบนั้นมีไข่ดาวไหม้เกรียมฟองหนึ่งที่ไม่ถูกเก็บไปทิ้ง อ่างล้างจานเต็มไปด้วยจานข้าวที่ถูกแช่น้ำค้างไว้ โน้ตเตือนช่วยจำต่างๆ ที่เคยติดไว้เป็นระเบียบที่หน้าตู้เย็นกระจัดกระจายเละเทะไม่เหมือนเดิม โต๊ะกินข้าวในห้องนั่งเล่นมีกล่องข้าวที่กินไม่หมดจากร้านสะดวกซื้อวางทิ้งอยู่ คราบรอยเปื้อนจากน้ำที่หกแต่ไม่ถูกเช็ด กระป๋องเบียร์จำนวนมากมายวางระเกะระกะไว้ราวกับจะบอกความเจ็บปวดแสนสาหัสของเจ้าของห้องได้ โดยไม่ต้องอธิบายออกมาด้วยคำพูด แม้แต่คำเดียว

ไป๋มองไปรอบห้องพร้อมกับน้ำตาที่ซึมออกมาทางขอบตา หรือเป็นเขาที่ผิดเองที่ก้าวเข้าไปในชีวิตอิฐและทำให้มันเสียใจมากมายถึงเพียงนี้ หรือความเป็นจริงเขาควรจะปฎิเสธมันไปตั้งแต่บนเวทีนั้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว หรือความจริงแล้วการดำรงอยู่จะสร้างความเจ็บปวดให้อีกฝ่ายมากกว่าการหายไป ไป๋กวาดตามองไปรอบห้องอย่างพูดอะไรไม่ออก เขาอยากจะเข้าไปเก็บ ไปทำความสะอาด ไปจัดเรียงให้ทุกอย่างเหมือนเดิม แต่เขารู้ว่าเขาทำไม่ได้ ถ้าอิฐรู้ว่าเขากลับมา อีกฝ่ายอาจจะเจ็บปวดมากกว่าเดิม


แกร๊ก

ไป๋เอื้อมมือไปคว้าลูกบิดประตูห้องนอนก่อนจะปลดล็อคออกอย่างช้าๆ เขาสูดลมหายใจลึกอย่างรวบรวมแรงใจ การกลับมาเห็นเตียงที่เคยนอนด้วยกันมาหลายต่อหลายปีคงทำให้เขาเจ็บปวดอย่างมาก แต่ไม่เป็นไร เขามาเพื่อเอาผลแลปและจะรีบออกไปก่อนที่เขาจะหลุดร้องไห้ออกมาอย่างเสียการควบคุม

กริ๊ก

ยังไม่ทันที่มือของปัณฑูรจะเลื่อนไปกดสวิตซ์ไฟในความมืดที่แสนจะคุ้นเคยนั้น แสงไฟในห้องก็สว่างวาบขึ้นมา ไป๋เผลออุทานมาเบาๆ เมื่อรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนเดียวที่อยู่ในห้องนี้ และเดาได้อย่างง่ายดายว่าอีกคนที่อยู่ในห้องคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าของห้องอีกคน


“อิฐ!”

เสียงของไป๋อุทานขึ้นอย่างตกใจ และภาพที่ปรากฎชัดขึ้นมาก็ทำให้น้ำตาของเขาไหลออกมาแบบที่เขาไม่อาจจะห้ามปรามได้แม้แต่นิดเดียว สภาพของอิฐตอนนี้ย่ำแย่มาก อาจจะเรียกได้ว่ามากที่สุดในชีวิตที่เขาเคยเห็นมา อิฐตอนนี้มีหนวดครึ้มขึ้นจากปรกติที่ไม่เคยมีเพราะจะโกนหนวดทุกวัน ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงรุงรัง กลิ่นแอลกอฮอลล์ลอยคลุ้งซึ่งก็คงมาจากกระป๋องเบียร์มากมายเกิน 10 กระป๋องที่วางเต็มไปหมดทั้งตามโต๊ะ ตามเตียง ตามพื้นในห้องนั้น ที่สำคัญ อดีตคนรักของเขายังคงอยู่ในชุดเดิมในวันที่เขาบอกเลิกมันไปในวันครบรอบ 10 ปี ราวกับเข็มนาฬิกาของอิฐหยุดเดินไปตั้งแต่วินาทีที่เขาพูดคำนั้น สภาพของอิฐตอนนี้ทำร้ายจิตใจเขาได้มากกว่าคำที่อิฐจงใจพูดเพื่อทำร้ายความรู้สึกของเขาเสียอีก น้ำตาของไป๋ไหลออกมาอย่างรู้สึกผิดไปทั้งหัวใจ

“กลับมาจนได้”

น้ำเสียงของอิฐไม่เหลือเค้าเดิมของความอ่อนหวานอบอุ่นที่เคยบอกคำรักเขามาโดยตลอด มันกลายเป็นเสียงกร้าวกึ่งจะตวาดด่าทอ กลิ่นของแอลกอฮอลล์ลอยคลุ้งไปหมดทุกครั้งที่คนตรงหน้าเอ่ยพูดหรือแม้กระทั่งหายใจ สภาพของอิฐตอนนี้คงถูกฤทธิ์สุราควบคุมอยู่มาก

“มึงไม่ไปทำงานเหรอวันนี้”

เขาพยายามปรับเสียงให้ดูปรกติที่สุดและเอ่ยคำทักทายออกไป แต่การพยายามทำให้ทุกอย่างดูปรกติจะยิ่งเหมือนเป็นการเติมเชื้อไฟให้คนตรงหน้าไปอีกทบทวีคูณ

“มึงไม่ต้องมาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่ถ้ามึงไม่ลืมเอกสารสำคัญไว้ที่นี่ มึงก็คงจะไม่มีวันกลับมาเหยียบที่นี่อีกสินะ” อิฐพูดพร้อมกับหยิบผลแลปที่เขาจะกลับมาเอาชูขึ้นอย่างจับทางเขาได้ทั้งหมด

“อิฐ มึงใจเย็นๆ นะ” อิฐตรงหน้าเขาไม่เหมือนอิฐคนเดิม ไม่มีแล้วความทะนุถนอมที่อีกฝ่ายเคยมีให้

“กูก็ใจเย็นนี่ไง ไม่ออกจากห้องไปไหนรอมึงมาที่นี่ตลอด 3 วัน สุดท้ายมึงก็มาสักที”

อิทธิกรพูดพร้อมรอยยิ้มเยาะ ดวงตานั้นแดงก่ำอย่างคนร้องไห้หนัก ลมหายใจก็ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นแห่งความเมามาย

“มึงไม่ได้ไปทำงานเลยเหรอ” ตอนแรกเขาเกือบจะถามไปว่าทำไม แต่ก็รู้ดีว่าเป็นสิ่งที่เขาไม่ควรถาม

“ใช่สิ กูรู้ว่ามึงจะมาตอนกูไปทำงานไง กูรู้ว่ายังไงมึงก็ต้องกลับมา” อิฐพูดอย่างไม่มีรอยยิ้ม

“ถ้ามึงอยากเจอกู มึงบอกกูดีๆ ก็ได้ กูออกไปเจอมึงได้นะอิฐ มึงคือคนสำคัญสำหรับกูเสมอ มึงไม่จำเป็นต้องมาดักรอกูแบบนี้เลย บอกกูตรงๆ ก็ได้ มึงยังเป็นเพื่อนกูเสมอนะ” เขาพูดพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างอัดอั้น

“ไม่ต้องมาพูดดีกับกู กูไม่เป็นเพื่อนกับมึง มึงทิ้งกูแล้วนี่ มึงถีบหัวส่งกูแล้วนี่ มึงจะไปมีชีวิตที่ดีแล้วนี่ มึงจะยังอยากมีคนเหี้ยๆ อย่างกูไว้เป็นเพื่อนอีกทำไม!”

อีกฝ่ายตวาดออกมาด้วยความโมโหและฤทธิ์แอลกอฮอลล์ผสมปนไปมา เสียงเข้มนั่นทำเอาไป๋สะดุ้งอย่างตกใจ อิฐไม่เคยเป็นแบบนี้กับเขาเลย ไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียว

“อิฐ กูขอโทษ กูขอโทษจริงๆ” เขาพูดออกมาอย่างสะอึกสะอื้น

“ไหนบอกว่าไม่เคยรังเกียจที่กูจน ไหนบอกว่ากูมีแค่ศูนย์บาทก็ยังรักกูได้ ไหนวะ ใครคนไหนแม่งวะพูดกับกู ถึงตอนนี้มึงก็ทิ้งกู มึงก็เลือกเงิน เลือกสมบัติ เกลียดที่กูจนมากนัก ทำไมไม่ทิ้งกูตั้งแต่วันแรก หลอกให้กูรักมาทำไมตั้ง 10 ปี!”

อิฐพุ่งตัวเข้ามาเขย่าเขาไปมาอย่างแรง ดวงตานั้นแดงก่ำอย่างผสมปนเปไปด้วยความโกรธ ความน้อยใจ ความเสียใจ และความรู้สึกดูถูกตัวเอง

“...”

ปัณฑูรเม้มปากเงียบอย่างไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้แม้แต่คำเดียว เขาได้แต่ร้องไห้จนตัวสั่นไปหมด เขาพูดอะไรไม่ได้เลย ทางที่ดีที่สุดคือคงจะทำให้คนตรงหน้าเกลียดเขาไปแบบนี้ อิฐอาจจะตัดใจจากเขาได้ไวขึ้น ไม่เป็นไร เขาจะแบกรับความรู้สึกผิดทั้งหมดไว้เอง ความเจ็บปวดตลอดไปทั้งชีวิตคงมากเพียงพอที่จะชดใช้ต่อความผิดที่ทำให้กับคนตรงหน้าได้


“ทิ้งกูเพราะกูมันเหี้ยใช่ไหม ได้ เดี๋ยวกูจะเหี้ยให้มึงดู!”

เสียงของอิฐตวาดขึ้นพร้อมกับดวงตาที่บันดาลดโทสะ คนตรงหน้าพุ่งตัวเข้ามาใช้ริมฝีปากบดขยี้ประทับรอยจูบให้เขาอย่างโหดร้าย มันแทรกซึมเข้ามาในปากของเขาอย่างเกรี้ยวกราดและดุดัน ไม่มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย ไม่มีแม้แต่นิดเดียว จุมพิตนี้เป็นเพียงความโกรธของคนตรงหน้า ปราศจากซึ่งความรัก ปราศจากซึ่งความรู้สึกดีที่เคยมอบให้กันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

“อิฐ มึงจะทำอะไร!”

ไป๋ตะโกนออกมาอย่างตกใจ เมื่อผละริมฝีปากออกจากคนตรงหน้าได้ เขาหายใจอย่างเหนื่อยหอบ รสแอลกอฮอลล์คละคลุ้งเต็มทั่วปากของเขาจนเขาแทบสำรอกออกมา

“กูจะแบล็กเมลมึง!” อิฐพูดออกมาอย่างข่มขู่

“อิฐ!” ไป๋อุทานมาอย่างตกใจ

“กูจะอัดคลิปตอนกูมีอะไรกับมึงไว้ กูจะเอาไปเปิดให้เจ้าสาวมึงดู ดูซิว่าเมียมึงเขาจะรับได้ไหมว่าผัวตัวเองเคยเป็นเมียคนอื่นมาก่อน กูจะไปทำให้มึงไปไหนจากกูไม่ได้เลยไป๋”

อิทธิกรพูดเสียงดัง พร้อมกับคว้าเบียร์ที่วางอยู่แถวนั้นขึ้นมากระดกไม่หยุดจนหมดกระป๋อง แม้อีกฝ่ายจะเงยหน้าขึ้นดื่มของมึนเมาเป็นการกลบเกลื่อน แต่เขาก็เห็นอีกฝ่ายอย่างชัดเจน มันร้องไห้ น้ำตาของมันก็ไหลออกมาไม่หยุดไม่ต่างจากเขา น้ำตาของอิฐที่แทบไม่เคยเสียให้คนอย่างเขาได้เห็นเลย

“กูทำร้ายมึงมากขนาดนี้เลยเหรออิฐ”

ไป๋พูดออกไปด้วยความรู้สึกผิดที่สะท้อนอยู่เต็มอก เขาไม่โกรธคนตรงหน้าแม้แต่น้อย ยิ่งเห็นความเสียใจของคนตรงหน้า เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองควรจะเจ็บปวดบ้าง เผื่อจะแบ่งเบาความเจ็บปวดของคนตรงหน้าออกมา

“ไม่ต้องมาพูดดีกับกู ไม่ต้องมาหลอกให้กูตายใจ คนเจ้าแผนการอย่างมึงจะหลอกกูอีกไม่ได้แล้ว ดูซิว่าเจ้าสาวของมึงคนไหนเห็นคลิปนี้แล้วจะรับได้บ้าง” อิทธิกรตวาดออกมาทั้งน้ำตา

“ไม่เป็นไรเลยอิฐ กูตั้งใจอยู่แล้วว่าจะบอกความจริงทุกอย่างกับคนที่จะมาเป็นเจ้าสาวของกู บอกเขาว่าเราจะอยู่กันแบบเพื่อน อยู่กันแบบช่วยเหลือเกื้อกูล ทายาทของกูก็คงจะเป็นเด็กหลอดแก้ว กูจะบอกเขา กูจะบอกเขาว่าชีวิตนี้กูคงรักใครไม่ได้อีก เพราะหัวใจกูมอบให้กับผู้ชายคนหนึ่งจนไม่เหลือที่ไว้ให้ใครอีกต่อไปแล้ว” ไป๋พูดไปอย่างตัดสินใจแล้ว สีหน้าของเขาเรียบนิ่ง แต่น้ำตาไหลมาอย่างทรมาน

“ไม่ต้องมาหลอกกู ไม่ต้องมาบอกรักกูอีก มึงจะหลอกกูให้ปล่อยมึงไปใช่ไหม ไม่มีวันเสียหรอก กูโง่ให้มึงหลอกมา 10 ปี เรื่องแค่นี้กูไม่ติดกับมึงอีกแน่ไอ้ไป๋” อิฐพูดพร้อมบีบไหล่เขาแน่น

“มึงไม่ต้องฝืนใจกูหรอก เพราะสำหรับมึง กูเต็มใจเสมอ ถ้านี่จะเป็นการไถ่โทษให้มึงได้แม้แต่เสี้ยวหนึ่ง กูก็ยินดี ถ่ายคลิปกูไปทั้งทีก็เอาแบบกูเต็มใจนี่แหละ อย่างน้อยผู้หญิงคนนั้นเค้าจะได้รู้ว่าความรักที่กูมีให้มึงมันมากมายจนเหลือไปให้ใครไม่ได้แล้วจริงๆ”


คราวหน้าเป็นไป๋เองที่พุ่งตัวเองไปจูบคนตรงหน้า

จูบด้วยรัก จูบทั้งน้ำตา จูบอย่างรู้สึกผิดและห่วงหา จูบราวกับจะใช้เป็นคำขอโทษจากหัวใจ มือของเขาค่อยๆ ปลดกระดุมของคนตรงหน้าอย่างเร่งร้อน พร้อมทั้งผลักให้อีกฝ่ายนอนหงายลงบนเตียง ไม่ปล่อยให้แม้แต่อิฐจะได้ทันตั้งตัว ไป๋ขึ้นคร่อมร่างหนาเอาไว้และจูบคนตรงหน้าอย่างกับโหยหามาจากก้นบึ้งของหัวใจ มือทั้งสองข้างของเขาก็สาละวันกับการปลดเปลื้องอาภรณ์ของตนเองออกไปให้หมดสิ้น ไม่นานนักร่างกายของเขาก็เปลือยเปล่าหยอกล้อกับแสงไฟที่สาดมาจากหลอดไฟตรงกลางห้อง

เขายอมสละร่างกายให้มันอย่างยินดี ด้วยวิธีหรือเหตุผลไหนก็ได้ที่มันต้องการ ไป๋จะไม่ยอมให้อิฐฝืนใจตัวเองได้สำเร็จเด็ดขาด อิทธิกรคือความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตที่เขามี เขาจะไม่ยอมเสียภาพจำที่จะต้องหล่อเลี้ยงเขาไปตลอดชีวิตเพราะความเมามายของคนตรงหน้าไปแน่


“ร่วมรัก” อาจจะใช้ในวินาทีนี้ไม่ได้

เพราะความสัมพันธ์ทางกายของพวกเขาในตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา






นายพินต้า

ฝากเฟส ทวีต และติดตามนายพินต้าในแอปนี้ด้วยเด้อ

อย่าลืมอ่านตอนก่อนน้านี้ด้วยนะ ลงใหม่ แต่ใช้แก้ตอนเก่าเอานะ ตอนจะได้ไม่สะดุด

ลงให้หลายตอนก็อย่าลืมคอมเมนต์ให้ผมน้า ลงให้เยอะสุดๆ หลายคนบอกไม่อยากจมอยู่กับอารมณ์เศร้านานๆ งั้นเรามาผ่านไปด้วยกันนะ

ความคิดเห็น