ไม้พาย

เรื่องนี้ไรท์ติดเหรียญวันที่ 25 ไม่ได้เปิดอ่านฟรี 1 ชั่วโมง เหมือนเรื่องอื่นๆนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันค่ะ

ชื่อตอน : 9---ขมคอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.4k

ความคิดเห็น : 92

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2561 15:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9---ขมคอ
แบบอักษร

เนตรดาวมองหน้าชายหนุ่มเบื้องหน้าไม่วางตา เขาเองก็จ้องมายังเธอโดยไม่กระพริบตาแม้แต่น้อย ปากของเขายกสูงขึ้นคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม จมูกโด่งบ่งบอกถึงความดื้อรั้นที่มีอยู่ไม่น้อย ดวงตาคมเฉี่ยวแฝงไว้ด้วยความจริงจังคู่นั้นเธอเห็นเป็นต้องพ่ายแพ้แก่คนเบื้องหน้าทุกที

แต่วันนี้เนตรดาวตัดสินใจแล้ว  ถึงแม้ว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอมานาน 

เนตรดาวก้มหน้าหลบตา ก่อนจะตัดสินใจพูดถ้อยคำทำร้ายจิตใจของอีกฝ่ายออกไป

"เราขอโทษนะ แต่เราตัดสินใจแล้ว...เรื่องระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้หรอก" บริเวณนั้นยังคงเงียบ ชายหนุ่มคนนั้นยังคงสีหน้าเอาไว้ดุจเดิม 

"เราพูดจริงๆนะ เรา....ห่างกันสักพักเถอะ" พูดจบเนตรดาวก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง เธอเองก็รู้สึกผิดไม่น้อย เด็กสาวทำใจอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะแกะโปสเตอร์แสนรักออกจากข้างฝา ม้วนใส่กล่องไว้อย่างดี ไหนจะรูปที่เธอเอาใส่กรอบไว้เคียงข้างรูปของเธอก็เอาออกจนสิ้น

รูปของชาอึนอูที่ติดอยู่ทั่วห้องหายไปในเวลาเพียงไม่ถึงห้านาที จากนั้นเนตรดาวค่อยๆหยิบชุดผ้าปูที่นอนแบบสั่งทำพิเศษที่เพิ่งไปรับมาจากห้างสรรพสินค้าค้าใหญ่เมื่อวานหลังเลิกเรียนออกมา

บนหมอน หมอนข้าง ล้วนแล้วแต่สกรีนหน้าของไมตรีไว้  เธอไม่อยากให้ชาอึนอูเห็น กลัวเขาจะเสียใจ ของพวกนี้เธอสั่งทำไว้นานแล้ว ทำไว้ก่อนที่เธอจะบอกชอบเขา .....แล้วพี่เขาก็เงียบ

แต่ก็นะ ไหนๆก็ทำมาแล้วจะปล่อยทิ้งไว้เปล่าๆก็ไม่ใช่เรื่อง เนตรดาวเลยตัดสินใจเอามาใช้

"อย่าหลงตัวเองให้มากนักล่ะ!! หนูไม่ชอบพี่แล้ว ตัดใจไปตั้งนานแล้ว ไม่ต้องมายิ้ม!!" เนตรดาวจับเอาหมอนข้างคว่ำไว้ ตอนนั้นเธอไปเอารูปไมตรีมาจากกรุ๊ปของเด็กสายวิทย์ ซึ่งจะมีการโพสรูปบ้างก็โพสเรื่องราวและกิจกรรมลงในกลุ่มที่เธอเป็นสมาชิกอยู่ด้วย

หลังจากจัดการกับผ้าปูที่นอนใหม่ เนตรดาวก็มานั่งอ่านบทละครเล่มบางๆตรงหน้า พรุ่งนี้อาจารย์นัดซ้อมใหญ่อีกวัน หลังจากนั้นหนึ่งวันก็จะเป็นแสดงจริง

"เนตรดาวอ่านบทละครจนค่ำมืดดึกดื่นเพื่อที่มองหาว่าฉากไหนเธอจะได้กอดท้าวดาหาอีกบ้าง ...สรุปคือไม่มีเลย 

วันก่อนซ้อมไปได้เพียงครึ่งเรื่องเท่านั้น หลังจากนี้อาจารย์จะซ้อมอีกครึ่งเรื่องที่เหลือให้ เนตรดาวพบว่าบทของเธอกับไมตรีมีเพียงฉากเดียวเพราะหลังจากนั้นจะเป็นฉากศึกสงครามทั้งสิ้น

ไมตรีเองก็กำลังอ่านบทละครอยู่เช่นกัน เขาดูผ่านๆไม่นานก็วางมันลง หยิบหนังสือคู่มือเตรียมสอบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์มาอ่าน ดวงตาสีนิลลากผ่านตัวหนังสือไปได้ไม่กี่หน้าก็ได้ยินเสียงที่น่ารำคาญดังขึ้น

"วี๊.......วี๊...." เสียงยุงตัวเล็กๆบินเข้ามาทางหน้าต่างที่เขาเปิดรับลมไว้ ไมตรีเหลือบมองไปยังบ้านฝั่งตรงข้าม คิ้วหนากลับขมวดเข้าหากัน 

ห้องของเขากับเนตรดาวนั้นอยู่เยื้องๆกัน หากมองจากมุมของเขา ห้องของเนตรดาวนั้นเธอจะหันโต๊ะหนังสือเข้าหาฝาผนัง ส่วนโต๊ะหนังสือของเขานั้นหันหน้าเข้าหาหน้าต่าง ไมตรีจึงสามารถเห็นการกระทำต่างๆของเนตรดาวได้อย่างชัดเจน  เธอกำลังฟุบหน้าหลับอยู่บนโต๊ะหนังสือโดยที่ยังไม่ได้ปิดหน้าต่างเช่นเดียวกับเขา

ไมตรีมองนาฬิกาพบว่าเป็นเวลาเกือบสี่ทุ่ม เขาลุกขึ้น เดินลงไปข้างล่าง เดินไปตรงลานเล็กหน้าบ้านก่อนจะก้มลงหยิบบางอย่างขึ้นมา

"ปึง!!"

เนตรดาวสะดุ้งดีดตัวขึ้นมองซ้ายมองขวาทันที

"ไรวะ!!" เธอลูบหน้าเรียกสติ หรือเธอจะฝันไป

"ปึง!!"

ชัดเลย....

คราวนี้หน้าต่างของเธอถึงกับสะเทือน เนตรดาวไม่ใช่คนกลัวผี แต่เจอแบบนี้ตอนกลางคืนก็อดคิดไม่ได้เหมือนกัน 

เด็กสาวค่อยๆรวบรวมความกล้าเดินไปยังหน้าต่าง เธอชะโงกออกไป มองซ้าย มองขวา มองไปจนทั่วเธอก็ไม่เห็นใครหรือเห็นอะไรผิดปกติ

ไม่นานเสียงหมาหอนก็พร้อมใจกันดังขึ้น ตัวนั้นร้องหลัก ตัวนี้คอรัส

ขนอ่อนตรงหลังคอตั้งตรงอย่างไม่ต้องสงสัย เนตรดาวเริ่มปิดหน้าต่างที่เปิดอยู่อย่างรวดเร็วก่อนจะปิดไฟดวงใหญ่และเปิดโคมไฟตรงหัวเตียงให้สว่าง ก่อนจะกระโจนขึ้นเตียงนอนคลุมโปงในทันที แต่เธอยังไม่วายดึงหมอนข้างที่มีรูปหน้าไมตรีสกรีนไว้เข้ามาในผ้าห่มด้วย คาถาแผ่เมตคา บทสวดต่างๆที่พอจะจำได้ เด็กสาวก็ขุดขึ้นมาท่องหมดในคืนนั้น

ไมตรีทิ้งก้อนหินในมือเดินกลับเข้าบ้าน ขึ้นมาในห้องอีกครั้ง เขามองไปยังหน้าต่างห้องของเนตรดาว เมื่อพบว่าปิดเรียบร้อยแล้วเขาก็ปิดหน้าต่างห้องของตนเองบ้าง


​เนตรดาวกระเถิบเข้ามุมเพื่อหลีกหนีมลภาวะทางอากาศที่เป็นพิษซึ่งกำลังลอยตลบอบอวลอยู่ในห้องนาฏศิลป์

"ซักบ้างเหอะบาส ไม่รู้สึกขมคอบ้างเหรอ" เนตรดาวมองไปยังถุงเท้าคู่สีดำที่เพื่อนชายในห้องใส่

"ซักทำไม ไว้ขาดแล้วค่อยทิ้งทีเดียว" บาสตอบอย่างมั่นอกมันใจ บาสไม่พูดเปล่าถอดออกมาให้เนตรดาวดูใกล้อีกด้วย

"ไอ้บาสมันแข็งจนตั้งได้แล้วนะ แกซื้อใหม่เหอะ ไหว้ล่ะ" เนตรดาวยกมือไหว้ก่อนจะขยับตัวไปใกล้อะตอมให้มากยิ่งขึ้น อะตอมนั่งหลับตาข่มกลั้นความพะอืดพะอมที่ตีขึ้นมาจนเต็มอก เพราะไม่ได้มีแต่บาสคนเดียวเท่านั้นที่สามารถถอดถุงเท้าออกมาแล้วตั้งตรงเป็นทรงแข็งได้ นัักเรียนชายกว่าครึ่งห้องล้วนแล้วแต่ยึดคอนเซปต์นี้ไว้

"โห่  ทำเป็นรังเกียจมันก็เป็นแบบนี้กันทุกคนแหละเนตร" บาสพูดพลางเขยิบเข้ามาใกล้เนตรดาวยิ่งขึ้นจนไหล่ของคนทั้งสองชนกัน

"ไม่ทุกคนหรอกบาส แกรู้มั้ยพี่ม.........." เนตรดาวหุบปากของตัวเองเมื่อพบว่าเพื่อนๆรอบข้างต่างตั้งใจฟังว่าเธอจะพูดอะไรออกมา

"คือมีพี่ผู้ชายข้างบ้านคนนึง เขาซักนะบาส ซักตลอดไม่เคยใส่ซ้ำ เขาซักผ้าทุกสองวัน ซักเองตากเอง รีดเอง ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มด้วยกลิ่นงี้ห๊อมหอม.."   

เราแอบดูพี่เขาตลอด....อันนี้เธอไม่ได้บอกออกไป

"ตุ๊ดป่าววะ" บาสเลิกคิ้วถาม

"ไม่ใช่ พี่เขาหล่อมากเว๊ย!! เขาไม่ใส่อะไรสกปรกแบบแกหรอกบาส พี่เขาสะอาด แกรู้จักป้ะสะอาด เวลาอยู่ใกล้แล้วมันสดชื่น ไม่ได้รู้สึกขมคอเหมือนอย่างตอนนี้ อี๊! สกปรก" 

"เขาไม่เรียกว่าสกปรก มันเป็นสไตล์เข้าใจมั้ยเนตร สไตล์...."

"จะตายน่ะสิไม่ว่า!! สไตล์บ้าบออะไร ได้กลิ่นแล้วจะตายชัดๆ"

อาจารย์สอนนาฏศิลป์เดินออกมาจากห้องข้างๆ 

อาคารแห่งนี้มีสามชั้น และชั้นนึงจะมีเพียงหนึ่งห้องเดียวเท่านั้น ห้องของวิชานาฏศิลป์เพิ่งจะมากั้นเป็นสองห้องก็เมื่อต้นเทอมที่ผ่านมา แต่ก็กั้นเอาไว้ด้วยฉากแบบโบราณเท่านั้น  หากก้มมองก็จะเห็นเท้าของนักเรียนอีกห้องรำกันอยู่

"เอาล่ะๆ วันนี้อาจารย์ต้องสอนสองห้องนะ เพราะอาจารย์อีกท่านติดธุระ พวกเธอตั้งใจกันหน่อย มาๆวันนี้ครูจะสอนพื้นฐานพวกเธอก่อนและ ก่อนที่ครูจะสอน นักเรียนชายทุกคนลุกขึ้นไปถอดถุงเท้าไว้หน้าห้องแล้วล้างเท้าให้สะอาด 5นาที ไป!!" คำพูดสุดท้ายอาจารย์กดเสียงเหี้ยมจนนัดเรียนชายในห้องวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเล

"ข้างบ้านหล่อ...." ยูนั่งทวนคำ เพราะเขาได้ยินคำที่เนตรดาวพูดออกมาเมื่อครูชัดเจน

"ใครวะ!! มึงรู้จักมั้ย" ยูหันไปถามไมตรี ส่วนไมตรีกลับไม่ตอบ เขาหันหน้าออกไปมองท้องฟ้านอกหน้าต่าง 

มุมปากของเขาค่อยๆยกสูงขึ้น

..........................................................

​ 

ชาไข่มุกหรือจะสู้ชาอึนอู.....

ป้ายังคงอยู่ข้างหนูนะไม...

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น