Little mermaid

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่1 ย้อนกลับมาทำไม!

ชื่อตอน : ตอนที่1 ย้อนกลับมาทำไม!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2561 08:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่1 ย้อนกลับมาทำไม!
แบบอักษร



ซากศพ


กลิ่นเลือด


ชิ้นส่วนร่างกายขาดวิ่น


จิตใจ ห้วงความรู้สึกดำดิ่งลงสู้ความมืดมิด เอวา ชายผู้ต่อสู้ดิ้นรนในโลกโลกาวินาศแห่งนี้มานานสิบปี เขาหมดสิ้นเรี่ยวแรงที่จะเดินต่อ ซอมบี้หลายสิบตัวกำลังฉีกทึ้งร่างกาย เจ็บปวดแสนสาหัสที่เกิดขึ้นบนร่างกายไม่อาจเทียบเท่ากับความเจ็บปวดในหัวใจของเขาได้


ทำไม


คำๆนี้ดังขึ้นหลายต่อหลายครั้ง เขาไม่เข้าใจ ทำไมคนที่เขารักที่สุดถึงได้ผลักเขาเข้าไปในฝูงซอมบี้เพื่อเปิดทางหนีให้กับตนเองและเพื่อนรัก เอวาใช้สายตาพร่าเลือนมองแผ่นหลังทั้งสองคนวิ่งห่างออกไป มือจับกันเอาไว้แน่น


หึ


เอวาหัวเราะเยาะในสิ่งที่ตนเองเคยทำมา เสียสละอาหาร ที่นอนดีดี รวมทั้งสิ่งของมากมายให้เธอ แต่แล้ว เขาก็ตายด้วยน้ำมือของเธอ


การต่อสู้พึ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา แต่เพราะเสียงการต่อสู้ดังมากจนเกินไป ฝูงซอมบี้แอบซ่อนอยู่มุมต่างๆแถวนี้วิ่งกรูกันเข้ามา ผลึกที่ได้จากซอมบี้ระดับ 10 อยู่ที่เขา เอวากำมือแน่น ลำไส้ถูกสาวออกไป รับรู้ถึงความเจ็บปวดมากมายจนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้


เอวาตัดสินใจ เอาผลึกสีดำในมือยัดเข้าไปในปาก เขาดิ้นรนต่อสู้อย่างยากลำบากตั้งมากมาย เพื่อที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของตนเองและแฟนสาว แต่มันก็พังครืนลงอย่างไม่เป็นท่า ไม่รู้ว่าเพราะอะไร หรือเขาอาจจะรู้ เพียงแค่ไม่อยากจะรับรู้มันอีก


ดวงตาสีดำสนิทค่อยๆปิดลงช้าๆ เนื้อหนังถูกกัดกินกระชากทึ้ง กระเพาะของเขาแสบร้อน พลังของผลึกซอมบี้ระดับ 10 ที่ใช้คนสามร้อยต่อสู้โค่นล้มมันมาได้ กำลังระเบิดพลังทั้งหมดออกมา ปกติแล้ว ร่างกายของเขาไม่มีคุณสมบัติรับเอาผลึกนี้เข้าไปในร่างกาย ผู้มีพลังมิติธาตุระดับ 7 แบบเขา ทำได้เพียงเป็นสถานที่ขนเสบียงและช่วยต่อสู้อยู่เบื้องหลัง ไม่มีความสำคัญเท่าผู้มีพลังโจมตีรุนแรงระดับสูงกว่าได้ ผู้มีพลังมิติจะอ่อนแอมากช่วงแรกๆจนถึงระดับ 2 แต่ถ้าผ่านระดับ 2 ไป ผู้ใช้พลังมิติจะแข็งแกร่งอย่างมาก ทว่า มันแลกมาด้วยความยากลำบาก ช่วงแรกต้องให้คนอื่นปกป้อง ถ้าไม่แล้ว ผู้ใช้มิติต้องตายไปก่อนจะขึ้นระดับ 3 แน่นอน เพราะอย่างนั้น ทุกคนจึงคิดว่า เขาเป็นคนที่มีพลังที่อ่อนแอมากที่สุด และเขาก็จงใจที่จะให้พวกนั้นเข้าใจแบบนั้น แอบซ่อนพลังไม้ตายเอาไว้ ไม่คาดว่า ไม้ตายที่อุจส่าซ่อนเอาไว้เพื่อใช้ในเวลาที่คับขันที่สุด จะไม่ได้หยิบมันออกมาใช้จนถึงวันที่เขากำลังจะตาย


ผลึกสามารถดูดกลืนด้วยผู้มีพลังระดับเทียบเท่าระดับผลึกเท่านั้น นอกจากผู้มีพลังคนนั้นจะอยู่ในช่วงตัดผ่าน ถึงจะสามารถดูดกลืนผลึกระดับสูงกว่าตนเองได้ 1 ระดับเพื่อทะลวงระดับตัดผ่านไประดับต่อไป มีหลายคนเคยฝ่าฝืน พวกเขาเหล่านั้นร่างกายระเบิดตายทั้งหมด


ครั้งนี้ หากเขาตาย อาจเป็นไปได้ที่แฟนของเขา อ่า ไม่สิ อดีตแฟนสารเลวของเขาจะกลับมาเอาผลึกที่เขาเก็บเอาไว้ แต่ในเมื่อเขาจะตายแล้ว เพื่อนที่ต่อสู้ร่วมกันมากลายเป็นซากศพไปแล้ว เหลือเพียงสารเลวสองคนที่เขาพยายามยิงปืนคุ้มกันให้หนีรอดปลอดภัยจนถูกผลักล้มลงกลางฝูงซอมบี้ขณะที่เก็บผลึกซอมบี้อยู่


บูมมมมม


ร่างกายระเบิดอย่างรุนแรง ถึงตอนนี้ เอวาไม่ได้รับรู้แล้วว่า ตนเองเจ็บปวดหรือไม่ เขารับรู้ถึงความว่างเปล่า ล่องลอย ไร้ความรู้สึก มันวูบโหวงแปลกประหลาด น่าแปลกที่เขาไม่เสียใจที่กลืนกินผลึกระดับ 10 เข้าไป เพื่อไม่ให้สองสารเลวนั่นได้รับมันไป ทั้งๆที่พวกมันไม่ได้ทำอะไรในการต่อสู้ในครั้งนี้


ร่างซอมบี้และเอวาระเบิดหายไป ชิ้นส่วนหลายชิ้นแตกสลายเลือดเนื้อปลิวไปตามแรงระเบิด สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ กลับมีบางอย่างส่องสว่างจ้า ดวงอาทิตย์ตั้งตรงเหนือหัว มันกระพริบตอบรับแสงนั้น แสงสว่างสีแดงของดวงอาทิตย์ถูกดูดกลืนความร้อนแรงเกือบทั้งหมด


พรึบ


ความร้อนแผดเผาร่างกาย เหงื่อท่วมจนเสื้อผ้าเปียกชุ่ม ดวงตาปิดสนิทค่อยๆปรือ ลืมขึ้นมาอย่างช้าๆ เอวารู้สึกว่าตนเองตายไปนานแล้ว เขาลืมตาขึ้น มองสิ่งรอบๆตัวอย่างระมัดระวัง ห้องสีขาวสว่าง ความอบอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน


หรือเขากำลังอยู่บนสวรรค์


“ ไหนละ เทวดา ” เสียงแหบแห้งเหมือนคนขาดน้ำพูดขึ้นแผ่วเบา


สีหน้าเหลอหลามองไปรอบๆ สายตาค่อยๆคุ้นชินกับแสงสว่างจ้า ภาพรอบๆตัวค่อยคมชัดขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเห็นชัดเท่าไหร่ เขายิ่งตกใจมากยิ่งขึ้น


“ ที่นี่ไม่ใช่ว่าห้องเราในอดีต ….. ไม่น่าใช่ ” เอวาดีดตัวลุกขึ้นยืนอย่างฉับพลัน ใบหน้าเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก


อึก อ๊ากกกก


ยังไม่ทันได้ทำอะไรเลย ความสงสัยมากมายยังไม่ได้รับการไขกระจ่างแจ้ง ความเจ็บปวดจำนวนมากไหลเข้ามาจนต้องกรีดร้องออกมาสุดเสียง หัวเจ็บปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มันปวดแสบปวดร้อนเหมือนแช่อยู่ในลาวาร้อน ไอน้ำรอบๆร่างกายไหลออก มันยิ่งทำให้เอวารู้สึกอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ในตอนนี้เขารับรู้ว่าตนเองยังมีชีวิต หากไม่แล้วจะรู้สึกเจ็บปวดมากขนาดนี้ได้ยังไง


ปังๆ


ขณะที่ทนต่อความเจ็บปวดที่ปะทุรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น ส่งเสียงโวยวายให้เขาเงียบเสียงลงยิ่งตอกย้ำให้รับรู้ว่า นั่นคือเสียงของเพื่อนของเขา ที่นี่คือคอนโดราคาถูกที่พ่อแม่ซื้อเอาไว้ให้สำหรับเรียนมหาลัย


เพื่อนที่เสียสละแลกชีวิตให้เขาลอดพ้นจากคมเขี้ยวซอมบี้ในช่วงแรกของวันสิ้นโลก


เอวาทำได้เพียงกัดฟัน กรีดร้องในใจดังๆ ความเจ็บปวดยังไหลทะลักเข้ามา อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงจนเสื้อผ้าเริ่มไหม้ สลายไปอย่างรวดเร็ว


1 ชั่วโมงต่อมา


เอวานอนหมดสภาพอยู่บนเตียง ร่างกายแดงฉานถูกผลัดเนื้อหนังออกไปจนหมด เดิมเขาเป็นพวกเด็กเรียน ไม่ชอบออกกำลังกาย ร่างกายผอมแห้ง ผิวขาวซีดอย่างคนชอบหมกตัวอยู่ในห้องหนังสือ ใบหน้าเรียวคมสวมแว่นไร้กรอบ เขาเป็นที่นิยมมาก สาวๆมากมายรายล้อม ถ้าจำไม่ผิด ตอนนี้เขาตกลงคบกับผู้หญิงคนหนึ่ง ดาวมหาลัยคณะวิทยาศาสตร์สาขาฟิสิกส์ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครไม่ได้นอกจาก แฟนสารเลวคนนั้นที่เขาพยายามอย่างมากเพื่อถนอมและให้ความเป็นอยู่ที่ดีที่สุดในวันสิ้นโลก


ผั๊วะ


เสียงใครบางคนปะทุร้ายประตูคอนโด ทำให้เอวามองไปทางเข้าอย่างเสียไม่ได้ เขาอ่อนแรงเกินกว่าที่จะลุกขึ้น เรี่ยวแรงหดหายไปจนหมด ในหัวสับสนไปหมด เขามาที่นี่ได้ยังไง ไม่เข้าใจ ทั้งๆที่ตายไปแล้ว จะกลับมาทำไมกัน!


“ ไอ้เอวา สัสเอ้ย มึงเป็นเฮี้ยอะไร ! ” บีเอ็ม เพื่อนสนิทที่สุดของเอวา มันเป็นคนปากหมามากๆ แต่ก็เป็นคนที่รักเพื่อนคนหนึ่ง เอวามองเพื่อนของเขา ดวงตาพร่าไปด้วยน้ำสีใส่ ดีใจ เขากำลังดีใจที่เห็นมันอีกครั้ง


“ อยู่นิ่งๆ กูจะพามึงไปโรงบาล อย่าพึ่งตายนะมึง ” บีเอ็มชี้หน้าเอวาที่กำลังยิ้มทั้งน้ำตา สีหน้าบีเอ็มค่อนข้างร้อนรน มือสาละวนอยู่กับการกดปุ่มโทรศัพท์


“ โหล พี่เมฆ เอารถมาที่คอนโดผม ใช่ โทรเคลียร์โรงบาลที่ใกล้ที่สุดให้ผมด้วย ” คำพูดของเพื่อนทำให้เอวางง น้ำเสียงนิ่งเข้มทำให้เขาไม่เข้าใจ ไอ้บีเอ็ม ปกติมันจะขี้เล่นและปากหมามาก ไม่เคยใช้น้ำเสียงที่น่ากลัวแบบนี้ เคยได้ยินเพื่อนบางคนพูดว่า บีเอ็มน่ากลัว เขาไม่เคยเชื่อเพราะบีเอ็มไม่เคยแสดงท่าทีแบบนี้ให้เห็นสักครั้ง แม้ว่าจะปากหมา แต่จริงๆมันใจดีมาก แต่ในวันนี้ บางที สำหรับเพื่อนคนนี้ เขาอาจจะไม่รู้หลายๆเรื่องของมันก็ได้


“ ไม่ต้องมองกูด้วยสายตาแบบนั้น เฮ้อ...เอาไว้มึงหายดี กูจะเล่าให้ฟัง ” บีเอ็มถอนหายใจ เอวาพยักหน้า เขาไม่เหลือแรงต่อปากต่อคำกับบีเอ็มอีก ค่อยๆหลับตาและสติก็ดับไป


“ เอวา !! ไอ้เอวา บัดซบ! ”


ตึงๆๆ


เสียงเท้าของคนวิ่งเข้ามาในห้อง บีเอ็มมองเมฆที่ตนเองโทรเรียก ใบหน้านิ่งเฉยกระหายเลือดอย่างมาก ผ้าห่มผืนบางหุ้มร่างกายเอวาเอาไว้ ในอ้อมแขนของเขามีร่างเพื่อนหมดสติอยู่


“ แกมาช้า !! อยากตายใช่ไหม ถ้าไอ้เอวาเป็นอะไร ชีวิตของแกไม่พอชดใช้แน่ ” เสียงตะวาดของบีเอ็มทำเอาเมฆและติณที่เดินทางมาที่นี่ให้เร็วที่สุด สะดุ้ง พวกเขาพยายามหดหัว ย่นลำตัวให้เล็กที่สุด


“ ขอโทษครับ ” เมฆกลั้นหายใจแล้วพูดออกมา กลัวว่า ถ้าไม่พูดอะไร คนตรงหน้าจะทำอย่างที่พูดเอาไว้จริงๆ


“ ยืนเซ่ออยู่ทำไมไปสิวะ  ”


“ ครับ! ” x2





โรงพยาบาล


เอวายังไม่ได้สติกลับมา


บีเอ็มนั่งเฝ้าเพื่อนของเขา ดวงตาที่เคยยียวนกวนประสาทนิ่งเรียบ จดจ้องไปที่ร่างหมดสติไม่ละสายตา นานแล้วที่นั่งอยู่ที่นี่ เขานั่งอยู่ที่เดิม 4 ชั่วโมงเต็มแล้ว เมื่อคืนอ่านหนังสือเป็นเพื่อนกันแค่ไม่นาน นอนก็นอนเร็วเป็นปกติ ทำไมหมอบอกว่าร่างกายของเอวาขาดสารอาหารและพักผ่อนไม่เพียงพอ


“ อืม ” เสียงครางแผ่วเบา บีเอ็มลุกขึ้นแล้วเดินไปที่เตียงคนไข้ หยิบแก้วน้ำยื่นให้เอวาช้าๆ


“ ขอบใจ เอ็ม ” เอวากลืนน้ำลง มองหน้าเพื่อนแล้วยิ้มจนตาหยี


“ มึงไม่ต้องมายิ้ม บอกกูมา ไปทำอะไรถึงอยู่ในสภาพแบบนี้ ”


“ ไม่รู้เหมือนกัน วาฝัน ฝันร้ายมากๆ ” เอวาพูดเพียงเท่านั้น เขาปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างช้าๆ ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลัง ภาพเพื่อนของเขาตายไปต่อหน้า ทุกอย่างที่เลวร้ายไหลบ่าเข้ามาผ่านความทรงจำเป็นฉากๆ หัวใจของเขาเจ็บปวดไปหมดจนต้องยกมือขึ้นกำเสื้อโรงพยาบาลบริเวณหน้าอกซ้าย


“ เอาละ พอๆ ไม่เป็นไร มึงพักผ่อนเถอะ อยากกินอะไรไหม เดี่ยวกูไปซื้อมาให้ ”


“ ไม่ละ วาขออยู่คนเดียวสักพักนะ เอ็ม ”


“ โอเค เดี่ยวกูไปข้างนอก หาซื้ออะไรอ่อนๆให้มึงด้วย ” บีเอ็มมองเพื่อนนิ่งๆ ก่อนจะยอมเดินออกจากห้องไป ปล่อยให้เอวานอนเหม่อมองเพดานอยู่คนเดียว






“ ไปสืบมา ไอ้สารเลวคนไหนทำให้เอวาร้องไห้ !! ” บีเอ็มวางโทรศัพท์ ทิ้งตัวลงเก้าอี้หน้าห้องพักฟื้นของเพื่อนที่พึ่งไล่เขาออกมาเมื่อไม่นานมานี้






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น