aiaeaaiaea

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Hello Darling ตอนพิเศษ : คิดถึง

ชื่อตอน : Hello Darling ตอนพิเศษ : คิดถึง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ธ.ค. 2561 01:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Hello Darling ตอนพิเศษ : คิดถึง
แบบอักษร

ตอนพิเศษ : คิดถึง




ช่วงนี้งานที่บริษัทค่อนข้างเยอะแถมวุ่นวาย ทำเอากรพัฒน์ไม่ค่อยชอบใจ เพราะมันทำให้เขาไม่ได้อยู่กับคนรักเลย เวลาส่วนใหญ่ต้องอยู่ในออฟฟิศ ในสตูดิโอ หรือไม่ก็หน้างาน ช่างไม่มีความสุขเอาเสียเลย แถมกลับห้องไปทีไร ปูนก็หลับไปก่อนทุกที จะปลุกขึ้นมาเพื่อฟัดก็คงไม่ได้ เลยได้แต่นอนมองตาละห้อย จนผล็อยหลับไปในทุกคืน


“หนังสือเล่มนี้ต้องขายดีแน่เลยว่ะ” เสียงของเพื่อนสนิทที่เป็นหุ้นส่วนดังเรียกสติ กรพัฒน์มองการถ่ายแฟชั่นตรงหน้าด้วยแววตาเฉยเมย   “งั้นๆ” 


“อ่าว ไอ้นี่ ลูกค้าได้ยินเดี๋ยวก็ซวยหรอก”


“ก็ดี งานจะได้น้อยลงบ้าง” 


พอลถลึงตาใส่เพื่อนสนิท ชายหนุ่มรู้ถึงสาเหตุที่เพื่อนหงุดหงิดแบบนี้ดี แต่ก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อโอกาสดีเข้ามาก็ต้องรีบคว้าไว้ทุกทาง ก่อนกรพัฒน์จะเดินไปคุยกับตากล้องเมื่อมุมที่ถ่ายยังไม่ค่อยสวย ซึ่งลูกค้าเจ้าของแบรนด์ก็ดูจะเห็นด้วย พอลมองเพื่อนแล้วส่ายหน้าช้าๆ ถึงแม้ปากจะบอกว่าอยากหยุด แต่ก็ยังคงจริงจังกับงานตรงหน้าอยู่ดี


กว่างานถ่ายแบบหนังสือจะจบก็ค่อนดึก พอลเอ่ยชวนทุกคนรอข้าวต้มที่เขาโทรสั่งไป และไม่ใช่เฉพาะทีมงานในสตูดิโอเท่านั้น ยังมีมากพอสำหรับทุกแผนกที่ยังทำงานในช่วงเวลานี้อีกด้วย 


“แหม ที่นี่เขาดูแลพนักงานดีแบบนี้นี่เอง งานถึงออกมาดีแบบนี้” เจ้าของแบรนด์เสื้อสวยเอ่ยปากชม จนพอลยิ้มรับ แต่ก็โดนคนหน้านิ่งขัด ทำเอาสะบัดหน้าไปมองแทบไม่ทัน


“อย่าไปหลงความดีไม่จริงของพอลมันจะดีกว่านะครับ” พอถูกเตือน สาวเจ้าก็หัวเราะออกมาเสียงดัง 


“คุณกรก็ ทำคุณพอลหน้าเสียเลยนะคะ” 


“มันเป็นพวกปากเสียแบบนี้แหละครับ” พอลแขวะเพื่อน โดยไม่สนใจสายตาดุที่ตวัดมอง “ว่าแต่ ชุดคอลเลคชั่นนี้ คุณสาออกแบบได้เร้าร้อนดีนะครับ”


“สาว่า นางแบบเผ็ดด้วยมากกว่าค่ะ นมเป็นนม ก้นเป็นก้นเลย” พูดไม่พอ ยังทำมือ ทำไม้ สร้างเสียงหัวเราะได้อย่างดี  


แคตตาล็อกนางแบบในสังกัดจะถูกส่งไปให้ลูกค้าเสมอเมื่อต้องการถ่ายแบบปกของบริษัท ซึ่งแน่นอนว่า มีทุกสไตล์ ทุกแบบที่ลูกค้าต้องการ 


“ก็ต้องให้เครดิตชุดมากกว่านางแบบสิครับ” กรพัฒน์เอ่ยออกมา คนออกแบบถึงกลับโค้งศีรษะเล็กๆ เป็นการขอบคุณ “คราวหน้าอย่าลืมใช้บริการของเราอีกนะครับ”


“คุณกรละก็ สาไม่เคยไปใช้บริการที่อื่นอยู่แล้ว ติดใจที่นี่ค่ะ” แล้วเสียงหัวเราะแหลมก็ดังขึ้น ก่อนจะเบาลงเมื่อมีเรื่องเล่าอีก “ที่จริง สาก็มีอีกคอลเลคชั่นนะคะ แต่เป็นชุดสำหรับผู้ชาย”


“ชุดผู้ชาย?”


“ค่ะ คล้ายๆ ที่ถ่ายไปเมื่อกี้ แต่เป็นสำหรับผู้ชาย” 


“ชักอยากเห็นแล้วสิครับ”


“ไว้สาจะส่งรูปไปให้ดูนะคะ เผื่อคุณกรกับคุณพอลจะมีไอเดียว่า ถ้าสาอยากโปรโมทต้องทำยังไงบ้าง” 


“จัดไปครับ” มีแค่พอลที่ตอบรับ ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มกระวนกระวายอยากกลับเต็มแก่ อุตส่าห์ไปกำกับงานเองทุกส่วนเพื่อจะได้กลับเร็วสักวัน “มึงกลับก่อนก็ได้”


“เออ”



ไม่พูดพร่ำทำเพลง กรพัฒน์รีบยิ้มส่งให้กับลูกค้าสาว ก่อนเดินปรี่ไปเก็บของที่ห้อง วันนี้จะขอกลับไปกอด รัด ฟัดคนน่ารักให้หายคิดถึงสักหน่อย คิดแล้วก็รู้สึกคึกคักขึ้นมา 


“คุณกรคะ” กำลังจะก้าวขาออกจากห้อง เสียงเรียกก็ดังขึ้น ชายหนุ่มกดคิ้วลงต่ำพลางสบถคำหยาบมากมายในใจ

“มีอะไร”


“เอกสารค่าใช้จ่ายที่ต้องส่งให้คุณอมรในวันพรุ่งนี้ คุณกรยังไม่ได้เอาให้นิดเลยนะคะ” สาวแผนกบัญชีดันแว่นขึ้นพลางยิ้มแห้งๆ เพราะเกรงใบหน้าดุของเจ้านายตอนนี้จะทำให้เธอถูกด่า


“โทษทีนะ ผมลืมไป” ชายหนุ่มแทบอยากตบหัวตัวเอง มัวแต่ไปดูแลงานถ่ายหนังสือวันนี้ จนลืมดูเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ “ต้องใช้กี่โมงล่ะ”


“สิบโมงค่ะ”


อยากบอกปัดเพื่อขอเวลา แต่เอกสารสำคัญบางทีต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ


“เดี๋ยวผมเอาให้วันพรุ่งนี้ คืนนี้ผมจะตรวจดูก่อน”


“ได้ค่ะ”


ว่าแล้วชายหนุ่มก็ต้องกลับเข้าห้องทำงานเพื่อหยิบแฟ้มเอกสารติดมือกลับไปด้วย ยังดีที่ไม่ใช่เอกสารด่วนอะไรมาก ไม่อย่างนั้นคงต้องกลับดึกอีก 


ระหว่างทางกลับบ้าน มีเสียงฮัมเพลงคลอตลอด รู้สึกสุขใจในการกลับเร็ว ถึงแม้สามทุ่มจะดึกสำหรับคนอื่น แต่สำหรับกรพัฒน์ถือว่าเร็วที่สุดในรอบสองเดือนมานี้ และในคราแรกคิดจะโทรบอกคนรักอย่างปูน แต่อีกใจก็นึกครึ้มอยากเซอร์ไพรส์สักหน่อย 


“ฮัลโหล” เสียงริงโทนดังขึ้น ทำให้ต้องกดรับ ปลายสายคือเพื่อนสนิทอย่างพอล “มีอะไรวะ”


(คุณสาเขาให้คนส่งชุดไปให้มึงที่คอนโดนะ เขาอยากรู้คอนเซ็ปงานไวๆ) 


“คอนเซ็ปงานอะไร?” ด้วยความที่ไม่ได้สนใจฟัง เลยพลาดบางอย่างไป 


(อ่าว ก็ชุดของคุณสาไง สำหรับผู้ชาย)


“ไปคุยกันตอนไหนวะ” 


(ก็เมื่อกี้ มึงยังพยักหน้าอยู่เลย) 


กรพัฒน์ขมวดคิ้วเป็นปม ไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่าเขาไปเห็นด้วยตอนไหน แล้วเสื้ออะไรนั่นก็ไม่เห็นจะรู้ 


“แล้วทำไมมึงไม่เป็นคนคิดวะ” 


(มึงคิดดีที่สุด เชื่อกู ชุดคุณสานี้ มึงเห็นจะต้องว๊าว แค่นี้นะ จะไปกินข้าวต้มต่อ Good Luck เพื่อน)


พอปลายสายตัดไป กรพัฒน์แทบโยนมือถือทิ้ง แค่งานตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่หอบมาด้วยก็ว่ามากแล้ว นี่ยังส่งชุดมาให้คิดงานอีก เขาแค่อยากมีเวลาอยู่กับคนรัก ทำไมงานไม่เคยเข้าใจกันบ้าง! เห็นคนรักนอนอยู่ข้างๆ แต่กลับทำอะไรไม่ได้ คล้ายกับอยากกินไอศกรีมแต่ดันถอนฟันมา ได้เห็น ได้กลิ่น ได้สัมผัส แต่ลิ้มรสไม่ได้ มันช่างทรมานจิตใจและร่างกายสิ้นดี!


กรพัฒน์กลับห้องพักด้วยอารมณ์เศร้าซึม แฟ้มที่ถืออยู่กับงานที่กำลังตามมา บั่นถอนความรู้สึกจนแทบอยากถอนหายใจพันรอบ มือหนากดออดหน้าห้องเพื่อรอให้คนด้านในเปิดรับ รออยู่นานกว่าคนรักจะเปิดให้


“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ” ปูนรีบช่วยคนรักถือของ กรพัฒน์ยื่นหน้ามาจูบหน้าผากมนเบาๆ ด้วยความคิดถึง “กินข้าวหรือยัง”


“ยังเลย ป๋ารอมากินพร้อมปูน” เริ่มแทนตัวเองว่าป๋า จากความเคยชินเวลาคุยกับลูกชาย และปูนก็เริ่มเรียกเขาว่าป๋าตามเกนเช่นกัน สรุปคือ ต้องยกความดีให้ลูกชายตัวแสบสินะ 


“ป๋าไม่โทรบอกก่อน ปูนเพิ่งกินกับเกนไปเมื่อครู่” คิ้วเรียวขมวดมุ่น “แต่เดี๋ยวปูนทำหมูกระเทียมให้”


“ขอบคุณครับ” ไม่ว่าเปล่า กรพัฒน์ยังมอบจูบหวานๆ เป็นรางวัลให้กับคนน่ารักของเขา


ก่อนชายหนุ่มปลีกตัวไปอาบน้ำ รู้สึกเหนื่อย เมื่อยตัวไปหมด พอได้แช่น้ำอุ่นสักหน่อย ก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น อ่างอาบน้ำสีขาวมีน้ำอุ่นอยู่จนเต็ม ปูนมักจะทำให้เขาแบบนี้เสมอ จนคิดไม่ออกเลยว่า ถ้าไม่มีปูน กรพัฒน์จะอยู่ยังไง ขอกัดลิ้นตัวเองตายแบบในหนังจีนยังจะดีซะกว่า


พอสบายตัว ชายหนุ่มก็เดินเช็ดผมออกจากห้องน้ำ กลิ่นหมูทอดกระเทียมหอมฟุ้งจนท้องร้องเสียงดัง ก่อนดวงตาคมจะชะเง้อมองหาคนรัก แต่กลับไม่เห็นอยู่ที่หน้าเตา


“ปูน อยู่ไหนน่ะ” ตะโกนถามหา สายตาเหลือบไปเห็นกล่องสีเหลี่ยมวางอยู่บนโต๊ะหน้าโซฟา ขายาวก้าวเข้าไปดู ด้านในกล่องว่างเปล่าไม่มีอะไรอยู่ “กล่องเปล่าอะไร”


“ป๋า” เสียงหวานที่ได้ยินอยู่ทุกวันเอ่ยเรียก กรพัฒน์ละสายตาจากฝากล่องในมือ เหลือบขึ้นมองคนเรียก เพียงเสี้ยววินาที ของในมือร่วงหล่นราวกับมือไร้เรี่ยวแรง ไม่ใช่แค่มือ แม้แต่ขาก็ยังอ่อนแรงจนแทบล้ม “ชุดมันคับไปหน่อย”


“ปะ ปูน” กว่าจะหาเสียงเจอช่างยากลำบาก กรพัฒน์มองคนรักที่ยืนบิดม้วนตัวไปมาอย่างขวยเขิน “ชุดนี่ ปูนซื้อมาเหรอ” อยากจะตบปากตัวเองที่ติดอ่างเหลือเกิน 


“อ่าว ป๋าไม่ได้ซื้อมาให้ปูนเหรอ” จากอาการเขินอายเริ่มเปลี่ยน ปูนขมวดคิ้วเดินมาที่กล่องตรงหน้ากรพัฒน์ “เนี่ย ชุดนี้มันอยู่ในกล่องนี้” 


“ชุด อยู่ในกล่องนี้?” ดวงตาคมมองคนรักสลับกับกล่อง พลางนึกถึงคำพูดของพอลได้ก็ต้องร้องอ๋อออกมา “ชุดลูกค้า”


“จริงเหรอ เดี๋ยวปูนไปถอดออก” พอได้ยิน ปูนก็รีบจะเดินหนี แต่ข้อศอกกลับถูกยึดเอาไว้ 


“ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก ป๋าว่า เหมาะกับปูนดี” ทั้งรอยยิ้มและสายตาช่างกะลิ้มกะเหลี่ยเสียจริง 


“แต่มันเป็นชุดของลูกค้านะ ขาดขึ้นมาจะทำยังไง” ปูนเถียง รู้สึกไม่สบายใจที่เอาชุดมาใส่โดยไม่รับอนุญาตจากเจ้าของ เกิดเสียหายขึ้นมาอาจซ่อมลำบาก แม้ปูนจะตัดเย็บเป็น แต่ด้วยความบางของชุด น่าจะซ่อมยากเลยทีเดียว 


“ถ้าขาด พี่ก็ซื้อ ไม่เห็นยาก” กรพัฒน์ไล่สายตามองรูปร่างของคนรัก ชุดนี้ช่างเหมาะกับปูนซะไม่มี มองเผินๆ อาจคล้ายชุดเมดในร้านอาหารของญี่ปุ่น แต่กลับใช้ผ้าซีทรูลายลูกไม้ ทำให้มองเห็นผิวเนื้อด้านใน แม้จะเห็นลางๆ แต่กลับเพิ่มอารมณ์ได้มากกว่าเดิมเสียอีก 


“ได้ยังไง” คนตัวเล็กกว่าจะเถียง แต่กลับถูกมือใหญ่ปิดปากไว้ซะก่อน 


กรพัฒน์ยิ้มส่งให้ ก่อนมือใหญ่ที่ว่างจะหยิบโทรศัพท์ต่อสายไปหาเจ้าของชุด จนได้ความว่า ชุดเมดซีทรูนี้ เป็นชุดที่ตัดจากจินตนาการ ไม่ใช่ชุดสำหรับถ่ายงาน อีกอย่าง เจ้าของชุดก็ไม่ได้ใช้ เลยยกให้ฟรี กรพัฒน์ยิ้มกริ่มแต่ก็ตอบรับแบบนอบน้อม จนปูนต้องเบ้ปากใส่


“ป๋าตอแหลเก่งนะเนี่ย” 


“ด่าผัวไม่ดีนะครับ” 


ปูนหันหน้าหนีเมื่อจะถูกขโมยหอมแก้ม คนตัวผอมทิ้งตัวนั่งโซฟาด้วยความขุ่นเคือง โดยที่คนข้างๆ ตักข้าวหมูทอดกระเทียมเข้าปาก แต่สายตาก็ยังไม่ยอมห่างจากกายขาว ปีหลังๆ มานี้ ปูนเริ่มหาชุดแปลกๆ มาสวมใส่อยู่เสมอ และกรพัฒน์ก็ชอบเสียด้วย แน่นอน ชายหนุ่มต้องยกความดี ความชอบให้กับเพื่อนสาวคนสวยอย่างโรส ที่ไม่รู้พูดอะไรให้ปูนฟัง ปูนถึงคิดทำแบบนี้ 


ยังไงซะ เขาก็ได้ทั้งขึ้น ทั้งล่อง นึกแล้วก็อดยิ้มไม่ได้


  ก่อนเสียงออดหน้าประตูห้องดังขึ้น ปูนตีหน้ายุ่งลุกขึ้นไปเปิดช่องตาแมวดู เห็นคนด้านนอกคือเกนก็เลยเปิดประตู เด็กหนุ่มผงะเล็กน้อยเมื่อเห็นปูนอยู่ในชุดเมดบางเบา ยังดีที่ด้านล่างมีกางเกงชั้นในปกปิดเอาไว้อยู่ 


“พี่ปูนกับป๋าเล่นอะไรกันอีกเนี่ย” เกนเดินเข้าห้องมาพลางนั่งลงข้างพ่อตัวเอง


“แกเข้ามาทำไม” กรพัฒน์รีบถาม รู้สึกถึงลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง 


“ก็เกนจะมานอนเป็นเพื่อนพี่ปูน” 


“กลับห้องแกไปเลยไอ้เกน” 


“ป๋าไล่เกนทำไม เกนลูกป๋านะ”


“รู้ว่าแกเป็นลูก แต่นี่เวลาส่วนตัวของป๋าเว๊ย” 


“โธ่ รู้หรอกน่า ว่าอยากสวีทกับพี่ปูน” ลูกชายตัวแสบยู่หน้า มองพ่อตัวเองอย่างเคืองๆ “ถ้าพี่ปูนเบื่อป๋า ไปหาเกนที่ห้องได้นะ” 


“ไอ้เกน อยากโดนป๋าแกถีบหน้าไหม” กรพัฒน์ขู่ แต่ลูกชายกลับไม่มีท่าทีจะกลัวเลยสักนิด “กลับห้องแกไปเลย”


“ไล่อยู่ได้” 


เกนสะบัดหน้าค้อนพ่อตัวเอง และไม่ลืมหอมแก้มปูนก่อนออกห้อง เพียงเท่านั้น หมอนอิงสีหวานก็ปลิวตามหลังไปติดๆ ยังดีที่ปิดประตูทันก่อนโดนตัว พอหมดคนขวาง กรพัฒน์ก็ขยับไปดึงคนรักให้มานั่งตามเดิม ใบหน้าง้ำงอคล้ายกับเด็กเล็กจนปูนขำออกมา


“ป๋าอายุเท่าเกนหรือ” 


“เท่าไม่เท่า ปูนน่าจะรู้ดี” 


 จากหน้าง้ำงอ เริ่มแพรวพราวขึ้นมา จนคนถูกโลมเลียด้วยสายตาต้องลุกหนี โดยแกล้งทำเป็นเก็บจานเปล่าไปล้าง แต่ก็ดูจะเข้าทางคนกระหาย ยิ่งเห็นก้นงอนก็ยิ่งมีอารมณ์ กรพัฒน์สวมกอดคนรักจากด้านหลัง ปากบางไล่จูบตามซอกคอหอม มือที่โอบกอดลูบไล้ผ่านผ้าเนื้อบาง


“ป๋า เดี๋ยวเปียกน้ำนะ” เพราะมือเปื้อนฟองน้ำยาล้างจาน เลยห้ามลำบาก แถมคนด้านหลังรุกหนักจนปูนแทบขาอ่อน “ป๋า”


“ถึงป๋าจะชอบตอนปูนใส่ผ้ากันเปื้อนมากกว่า แต่ชุดนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน” คนหื่นกระหายพูดเสร็จก็เป่าลมร้อนใส่รูหู จนเจ้าของร่างผอมต้องย่นคอหลบ “เร้าอารมณ์ดี” 


“คนหื่น ใส่คอเต่าก็หื่นอยู่ดี” ปูนประชด หลังจากรู้สึกถึงความร้อนบางอย่างที่สัมผัสบริเวณบั้นท้าย 


กรพัฒน์ขำประโยคนั้นของคนรัก ก่อนจะช้อนอุ้มคนยั่วขึ้น แล้วตรงดิ่งไปยังเตียงนอน โดยไม่สนว่ามือเล็กจะยังมีฟองสีขาวติดอยู่ เพราะนั่นมันเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่คือของๆ เขากำลังทนไม่ไหว มันเรียกร้องอยากจะแผงฤทธิ์เดชแล้ว เกือบๆ สองเดือนที่มันหลับใหล วันนี้จะพาออกศึกให้สมกับการรอคอย 


ปากสีแดงพรมจูบตามใบหน้าขาว ไล้ลงมาตามซอกคอหอม ยิ่งมีเสียงครางเบาๆ จากคนใต้ร่าง ยิ่งรู้สึกฮึกเหิม กรพัฒน์แลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง ก่อนจะสัมผัสกับยอดอกที่ตัดกับสีชุดดูโดดเด่น ของร้อนเต้นตุบตับจนแทบอยากระเบิดเมื่อถูกมือเล็กสัมผัสปลุกเร้า กว่าปูนจะเร้าร้อนขนาดนี้ได้ กรพัฒน์ต้องใช้เวลาอยู่นาน ในการทำให้คนน่ารักเลิกเคอะเขินเวลาร่วมรัก แต่พอผ่านพ้นมา ก็รู้สึกคุ้มค่าอย่างมากในการรอคอย 


“ป๋า ชุดจะขาด” เสียงแหบขัดออกมา ยามที่กรพัฒน์พยายามจะถอดชุด 


“ขาดช่างมัน” บอกอย่างไม่ใยดี ด้วยความที่ใส่พอดีตัวของปูน เวลาถอดอาจจะลำบาก จนสุดท้ายกรพัฒน์ก็ตัดปัญหาด้วยการดึงให้ขาดแทน ยังดีที่เจ้าของชุดยกให้แล้ว เลยไม่ต้องกังวลอะไร ต่างจากปูนที่ดูจะตกใจ 


“ขาดหมดแล้ว”


“ก็บอกว่าช่างมัน ตอนนี้ป๋าไม่ไหวแล้ว” น้ำเสียงช่างดูทรมาน ปูนรู้ดี ในเมื่อสิ่งที่อยู่ในมือพร้อมรบเต็มแก่ 


คืนนี้จะฟัดให้ขาดใจตายไปข้างหนึ่ง ชดเชยสองเดือนที่เขาอดอยาก 


“ป๋ายังไม่ได้ใส่ถุงยาง” ปูนว่า พลางพลิกตัวเอื้อมไปเปิดลิ้นชักตู้ข้างหัวเตียง 


แต่ดูจะไม่ทันใจ เมื่อกรพัฒน์ไม่สนใจถุงยาง มือใหญ่คว้าเจลหล่อลื่นได้ ก็รีบชโลมลงท่อนเนื้อตัวเองแล้วรีบจัดการคนตัวขาว ที่หันก้นยั่วเขาตอนนี้ มือหนารวบเอวคอดขึ้นแล้วนำของตัวเองแทรกเข้าไป ปูนตีต้นขาคนรีบร้อนอย่างตกใจ ปกติแล้ว เวลาร่วมรักจะต้องใส่ถุงยาง แม้รู้ดีว่าตัวเองและคนรักไม่มีโรคร้ายหรือไปมั่วสุมกับใคร แต่อย่างน้อยก็ได้ป้องกันโรคอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น


ความรุ่มร้อนแทรกเข้ามาจนปูนต้องกัดริมฝีปากตัวเอง เกือบสองเดือนที่ไม่ได้มีอะไรกัน ทำให้รู้สึกตึงแน่น แม้พยายามผ่อนคลายแล้วก็ตาม กรพัฒน์พยายามข่มความต้องการตัวเองไว้ เพราะรู้ว่าคนที่เขาครอบครองกำลังปรับตัว ขืนรีบร้อน มีหวังอดไปอีกนาน


“ปูน” เสียงเรียกชื่อดังชิดใบหู กรพัฒน์โน้มตัวมาด้านหน้า ปากไล่เล็มตามหลังและซอกคอเพื่อช่วยให้คนตัวเล็กกว่าผ่อนคลาย มือใหญ่พยายามขยับชักนำให้คนรักมีอารมณ์ร่วม “ป๋ารักปูนนะ”


“รู้” ตอบได้เท่านั้น เมื่อปากแดงถูกประกบจูบแน่น พร้อมๆ กับสิ่งที่เชื่อมอยู่เริ่มขยับเข้าออก 


ความต้องการของกรพัฒน์คล้ายๆ กับน้ำในเขื่อนที่ถูกกักเอาไว้ พอถึงจุดที่มีปริมาณมาก มวลน้ำมหาศาลก็ทะลักพังทลายทุกอย่าง เป็นสายน้ำเชี่ยวกราก ที่ไม่รู้ว่าจะหาอะไรมาขวางได้ 


เสียงเอี๊ยดอ๊าดของเตียงบ่งบอกถึงความเร้าร้อนคนใช้งาน แม้เครื่องปรับอากาศจะอยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติ แต่ก็มิอาจดับความรุ่มร้อนได้เลย กว่าพายุความต้องการจะสงบลง เสียงหอบเหนื่อยก็ดังคลอ พร้อมๆ กับคนตัวใหญ่ล้มตัวลงนอนข้างๆ แต่ถึงอย่างนั้น กรพัฒน์ก็ยังไม่ยอมหยุดหอม หยุดจูบคนตัวขาว


“ป๋าทำเหมือนปูนเป็นตุ๊กตายาง ใส่ได้ก็ใส่ไม่ยั้ง” ปูนบ่นพลางยกมือดันหน้าคนรักให้ออกห่าง


“ก็ป๋าไม่ได้กอดปูนมาตั้งสองเดือนเลยนะ ทรมานจะตายชัก” คนอดอยากว่า “นี่ยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของความทรมานที่ป๋าเป็นนะ”


“แบบนั้น เอวปูนหักพอดี” พูดไปก็เปล่าประโยชน์ เมื่อคนพักเริ่มแทะเล็มร่างกายขาวอีกรอบ ทั้งมือที่ลูบไล้ตามอก ตามท้อง กับเท้าที่เขี่ยตามปลีน่อง “ขอพักสิบนาที”


“โหย นาน ป๋าให้สองนาทีพอ” 


แต่สองนาทีไม่มีอยู่จริง เพียงปูนขยับหันข้างให้ คนด้านหลังก็รีบจัดการครอบครองคนรักอีกรอบ แต่ดูเหมือนโทรศัพท์จะไม่เป็นใจ เมื่อมันดังขัดจังหวะ กรพัฒน์กดรับ ทำเอาปูนตีหน้ายุ่งไม่พอใจ พยายามจะขยับหนี แต่เอวสอบกลับขยับจนหลุดเสียงครางออกมา ดีที่ปิดปากตัวเองไว้ได้ทัน


“เอกสารเหรอ” กรพัฒน์ถามกลับปลายสาย “ผมยังไม่ได้ดูเลย” ปากว่า เอวก็ขยับ ทำเอาคนใต้ร่างทรมานเพราะไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ออกมา 


(พอดีคุณอมรอยากได้ก่อนแปดโมงครึ่ง รบกวนคุณกรส่งให้นิดก่อนแปดโมงเช้าได้ไหมคะ)


“หา? แต่ผมยังไม่ได้ดู...” กรพัฒน์พูดติดขัด เมื่อถูกมือเล็กตีเข้าที่หน้าขาของเขา ปูนหน้าแดงกล่ำ ดวงตากลมมีน้ำใสๆ คลอ ดูแล้วโคตรน่ารักจนอยากจะแกล้ง “แล้วผมจะรีบตรวจดูให้...อืม ก่อนแปดโมงใช่ไหม” 


“ป๋า” ปูนตีเข้าที่หน้าขากรพัฒน์อีกรอบ เมื่อถูกเอวสอบขยับเข้าออกหนักหน่วง แถมติดกันเป็นชุดจนหายใจแทบไม่ทัน “ปูนจะโกรธป๋าแล้วนะ” ขยับปากโดยไร้เสียง กรพัฒน์ขยิบตาส่งให้ ก่อนจะรีบวางสาย เพียงเท่านั้น เขาก็รีบจัดการคนรักให้หายอดอยาก 


ส่วนงาน เอาไว้ค่อยดูก็ได้ อีกนานกว่าจะแปดโมงเช้า ซึ่งใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีงานก็เสร็จ แต่กับปูน เป็นชั่วโมงก็คงไม่เสร็จง่ายๆ ดังนั้น ควรจัดการงานยากเสียก่อน





*****


หน้าห้องทำงานประธานกรรมการบริษัทยังคงปิดเงียบ และดูเหมือนเจ้าของห้องยังไม่มา คนยืนรอกระสับกระส่ายหันรีหันขวาง จะโทรหาก็เกรงว่าเจ้านายจะยุ่ง หรือไม่ก็ขับรถอยู่ 


“มีอะไรหรือเปล่าครับคุณนิด”


“สวัสดีค่ะคุณพอล พอดีนิดรอเอกสารที่คุณกร ตอนนี้ยังไม่มาเลย” 


พอลมองหน้าสาวนักบัญชี ก่อนลองผลักบานประตูห้องเพื่อน แต่ด้านในกลับว่างเปล่า ไร้สิ่งมีชีวิตใดๆ 


“ปกติไอ้กรมาเช้าจะตาย แต่ทำไมวันนี้ถึงมาสาย” คนรู้จักเพื่อนดีพูดกับตัวเอง ก่อนจะมีคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหา พลางส่งแฟ้มสีดำมาให้ “จากคุณกรเหรอ” พอลถาม พนักงานส่งเอกสารของบริษัทรีบพยักหน้า


“คุณกรโทรให้ผมไปรับที่คอนโดครับ” 


“แล้วมันบอกหรือเปล่า ว่าจะมากี่โมง” 


“คุณกรฝากบอกคุณพอลว่า ขอลาเพราะป่วยครับ”

“ป่วย?” พอลแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ก่อนยื่นแฟ้มให้คนรอไป พออยู่คนเดียวก็คิดจะโทรหาเพื่อนสนิท แต่ลูกค้าสาวดันเดินเข้ามาทักทายเสียก่อน “คุณสามาเช้าจังนะครับ”


“พอดีสาเอาชุดมาให้แทนชุดที่ส่งไปผิดน่ะค่ะ” 


“ชุดส่งผิด?” พอลเอียงหน้ามองอย่างสงสัย สาวเจ้าขำน้อยๆ พลางอธิบาย


“คนที่บ้านสาหยิบชุดที่สาลองตัดเล่นๆ ไปให้คุณกรแทน สาเลยต้องเอาชุดจริงมาให้ใหม่ กลัวว่าถ้าใช้ชุดนั้น ที่นี่อาจแบนสาก็ได้”


“ชุดอะไรหรือครับ” ไม่มีคำตอบนอกจากรูปภาพในโทรศัพท์ส่วนตัว ที่คนออกแบบตัดเย็บเสร็จก็ลองสวมบนตัวหุ่น “อ่อ ผมเริ่มเข้าใจอะไรแล้วล่ะ” 


“คะ?”


“ไม่มีอะไรครับ เราไปคุยงานกันที่ห้องผมดีกว่า วันนี้ไอ้กรไม่มา มันป่วย...” อยากบอกว่าป่วยการเมือง แต่ก็คงไม่เหมาะ พอลนึกค่อนแคะเพื่อนในใจ สงสัยจะเพราะชุดนี้ทำให้ไม่อยากมาทำงาน เผลอๆ ลองตั้งแต่เมื่อคืนแล้วก็เป็นได้ แต่ก็น่าเห็นใจอยู่หรอก ทำงานทั้งวัน ทั้งคืนมาเป็นเดือน คงอยากพักผ่อน 


ว่าแต่ เขาก็อยากพักเหมือนกัน เพียงแต่ถ้าพักแล้วก็ไม่มีคนคอยดูแลเหมือนเพื่อน นึกแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้ จะหาคนน่ารัก คนที่ดีแบบปูนก็คงยาก ยิ่งสังคมที่เขาต้องอยู่ทุกวันนี้ เจอแต่คนที่รักตัวเองทั้งนั้น ช่างน่าเข็ดขยาดนัก สู้ทำงานเก็บเงินเที่ยวสบายใจกว่าเยอะ 





*****


“ป๋าไม่ไปทำงานเหรอ” เกนจ้องหน้าพ่อตัวเองขณะกัดขนมปังทาแยมส้มที่ปูนเตรียมไว้ 


“เออสิ ป๋าแกทำงานเหนื่อย อยากพักบ้าง” กรพัฒน์ตอบลูกชายอย่างหงุดหงิด เพราะนอนน้อยแถมใช้แรงไปกับความคิดถึงปูนมากไปหน่อย ตอนเอาของลงไปให้พนักงานส่งเอกสาร ขาอ่อนแทบล้ม 


“พี่ปูนล่ะ ไปเปิดร้านไหม” ที่ถาม เพราะเห็นปูนอ้าปากหาวอยู่ตลอด คล้ายกับอดนอนมาอย่างนั้น 


“ไปสิ แต่น่าจะสายๆ หน่อย เกนมีอะไรหรือเปล่า” 


“ก็แค่ถามดูเฉยๆ” เด็กหนุ่มว่า ก่อนมองพ่อสลับกับปูนไปมา 


“รีบๆ ยัดเข้าปากแล้วลงไปได้แล้ว ง่วง อยากจะนอนเต็มแก่” คนหงุดหงิดทนไม่ไหว กาแฟเข้มยังไงก็รั้งหนังตาไว้ไม่อยู่ เกนทำไม่สนใจ ปากแดงค่อยๆ ไล่กัดขอบขนมปังอย่างอ้อยอิ่ง จนคนง่วงต้องหิ้วคอเสื้อลูกชายพร้อมกระเป๋าออกนอกห้อง “ไปเรียนได้แล้ว”


“ป๋าทำพี่ปูนอดนอนใช่ไหม นิสัยไม่ดี”


“ปากมาก รีบๆ ลงไปเลย ลุงอ้อมรออยู่” 


“เกนรู้หรอกน่า”


พูดไม่ทันจบก็ต้องวิ่งหลบขายาวของพ่อ เกนแลบลิ้นใส่ก่อนลงลิฟต์ไป กรพัฒน์ตบท้ายทอยตัวเองเบาๆ เพื่อคลายความง่วง แต่พอเข้ามา คนที่ทำอาหารเช้ากำลังนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง ปูนใช้เวลาไม่กี่นาทีในการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนผืนใหม่ ส่วนผืนที่ผ่านสงครามความคิดถึง ถูกยัดใส่เครื่องเครื่องผ้าไปแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องงานบ้าน งานครัว หรือเรื่องบนเตียง ปูนก็ไม่มีขาดตกบกพร่อง แล้วแบบนี้ จะไม่ให้หลงได้ยังไง 


หากเปรียบปูนเป็นสารเสพติด เขาก็จะขอเสพไปจนชีวิตจะสิ้นลมหายใจ 


...น้ำเน่าไปนิด แต่มันมาจากใจของนายกรพัฒน์จริงๆ 




...

สวัสดีวันที่ 1 สุดท้ายของปี 2018 ค่าาา มาด้วยความคิดถึงของป๋ากับพี่ปูน เป็นอะไรที่ แต่งได้ยากจริงๆ ค่ะ 

แต่งไป เคล้าเสียงหมาที่บ้านหอนไป ได้อารมณ์ (หลอน) ดีจริงๆ 

ขอบคุณสำหรับความรักที่มอบให้ป๋าแล้วก็พี่ปูนนะคะ อ่อ เกนด้วย ตอนเด็กน่ารัก แสบ ซน แต่โตมาก็แบบ..ได้ป๋ามาเต็มๆ 55

รักและคิดถึงค่าาา จ๊วฟฟฟ 

ปล. หากผิดพลาดตรงไหน ขออภัยด้วยค่า จะพยายามแก้ไขให้ดีขึ้นกว่าเดิม (ก้มกราบ)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น