Hecatia3120
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : หลบหน้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2562 18:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หลบหน้า
แบบอักษร

เรือนพัก

เยว่จือเดินหน้าบูดหน้าบึ้งกลับมาพร้อมชุดสีดำในมือ แค่คิดถึงเจ้าของชุดก็อยากจะฉีกเป็นชิ้นๆแล้วเผาทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด เขาร้ายกาจแค่ไหนใครก็รู้แต่นางเพิ่งอายุสิบสามนะแค่สิบสาม!!!

 

"เยว่จือเจ้าไปหงุดหงิดอะไรมา"

 

"จะใครเสียอีกเล่าจิงซิน ก็เจ้าของชุดนี้น่ะสิ!" ตอบด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองไม่พอใจ

 

"องค์ชายสองน่ะรึ!!! นี่เจ้าอย่าไปมีปัญหาเชียวนะ ใครๆก็รู้ว่าองค์ชายโหดเหี้ยมเพียงใด แค่คิดข้าก็ขนลุกแล้ว><"

 

"ข้าไม่ได้อยากมีปัญหาเสียหน่อย องค์ชายนั่นแหล่ะหาเรื่องข้า คืนนี้ข้าจะทำชุดนี่ให้เสร็จจะได้จบๆเสียที" พูดจบก็เดินไปนั่งที่โต๊ะแล้วเริ่มเย็บเก็บรายละเอียดทันที จิงซินมองเพื่อนรักอย่างกังวลผสมเป็นห่วง

 

วันต่อมา

 

"จิงซินวันนี้ข้าคงกลับมาช้าหน่อยเจ้าอย่าล็อคประตูนะ"

 

"เจ้าจะไปที่ใดถึงได้กลับช้านัก"

 

"เมื่อเช้าฮองเฮาทรงให้คนมาตาม หลังเข้าเฝ้าเสร็จข้าต้องไปดูความเรียบร้อยที่โรงทอผ้าเสียหน่อย"

 

"อืมข้าจะรอเจ้ากลับมาก็แล้วกัน อย่างไรข้าก็ต้องคัดบทเพลงที่จะใช้บรรเลงถวายองค์ชายสามอยู่แล้ว"

 

"เอ๊ะ ไม่ใช่ว่าองค์ชายสามชอบอยู่นอกวังหรอกรึ ข้าเห็นคนอื่นพูดกันว่าองค์ชายไม่ชอบอยู่ในวัง"

 

"นั่นสิข้าก็ไม่รู้ ข้าไม่เห็นใครจะปกติสักคน^^' " ทั้งสองหัวเราะคิกคักอยู่ในห้องก่อนจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน

 

ตำหนักองค์ชายสอง

 

"เห้อออ"เยว่จือถอนหายใจอย่างโล่งอก ดีที่เจ้าของตำหนักไม่อยู่ คิดถูกจริงๆที่มาในเวลาเช้าเช่นนี่ นางไม่ได้ผิดคำพูดเสียหน่อยนางเอามาให้ด้วยตนเองแล้วแต่เขาไม่อยู่เอง

 

"เอ๊ะ เมื่อก่อนยังไม่มีนี่นา..."

 

นางวางชุดลงบนโต๊ะหมุนตัวเตรียม​กลับออกจากห้อง แต่สายตาของนางดันไปเห็นของสิ่งหนึ่งที่วางอยู่ข้างประตู มันเป็นหยกรูปนกที่คล้ายกับของนางมากเพียงแต่มีรายละเอียดมากกว่า สวยงามกว่า

 

"หรือจะมาจากร้านเดียวกัน!!!" สงสัยนางคงต้องแอบถามจากนางกำนัลหรือขันทีในตำหนักนี้เสียแล้ว

 

"ข้าต้องหาตัวท่านให้พบให้ได้เลย!" เอ่ยขึ้นอย่างมาดมั่น แต่ตอนนี้นางคงต้องเก็บความสงสัยไว้ในใจก่อน นางยังต้องรีบไปเข้าเฝ้าฮองเฮาอีก

 

ตำหนักฮองเฮา

"ถวายพระพรเพคะฮองเฮา" ย่อตัวทำความเคารพได้อย่างสวยงามตามที่ฝึกมา ตั้งแต่ได้ตำแหน่งหัวหน้านี้มาก็ไม่เคยเข้าเฝ้าสักครั้ง

 

"เจอตัวเสียทีสตรีอันดับหนึ่งที่ยอมทิ้งตำแหน่งสนม" เอ่ยขึ้นพร้อมยกยิ้มน้อยๆนึกเอ็นดู เด็กคนนี้ช่างเหมือนนางจริงๆ นางเองก็เคยทำเช่นนี้เพราะไม่อยากแต่งเป็นสนมไม่อยากเข้าวัง แล้วดูตอนนี้สินางต้องอยู่แต่ในวัง มีตำแหน่งฮองเฮาดึงรั้งตัวเอาไว้ตลอดชีวิต

 

"คือหม่อมฉัน...." นางอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไร นางจะมีความผิดรึไม่ที่ทำเช่นนี้

 

"หม่อมฉันอะไรรึ?" แกล้งต่ออีกนิดอยากรู้นักว่าเด็กคนนี้จะทำเช่นไร จะโกหกหรือจะพูดความจริงออกมา

 

"หม่อมฉันขอประทานอภัยจริงๆเพคะ หม่อมฉันเพียงคิดว่าสตรีที่ยังไม่พ้นวัยปักปิ่นไม่ควรออกเรือนเพคะ"นางพยายามทำเสียงให้นิ่งที่สุดทั้งที่ตอนนี้มือเย็นราวกับเพิ่งไปตากหิมะ

 

"ถ้าสตรีที่ไม่พ้นวัยปักปิ่นไม่ควรออกเรือน แล้วเหตุใดคนอื่นๆที่ผ่านการคัดเลือกจึงยอม เหตุใดราชสำนักจึงให้สตรีอายุสิบสามขวบปีเข้าคัดตัวเล่า?"

 

"มิใช่ว่าเป็นสนมแล้วทุกคนจะได้ดูแลฮ้องเต้เพคะ เหล่าสนมใหม่ต้องถูกอบรมและขัดเกลาเสียใหม่เพื่อให้พร้อมที่จะดูแลรับใช้ฝ่าบาท ส่วนเรื่องที่พวกนางยอมเป็นสนมหม่อมชั้นเองก็ไม่ทราบเพคะ"

 

ทำไมนางจะไม่รู้ แต่จะให้ตอบหรือว่าพวกนางมักใหญ่ใฝ่สูง ไม่ก็ถูกครอบครัวบังคับ พูดไปก็มีแต่ทำให้วังหลวงแห่งนี้ดูแย่ลง

 

"หึๆ ตอบได้ดีจริงๆ แต่เจ้าโกหกข้าอีกแล้วนะ ข้ารู้ว่าเจ้าก็รู้เหตุผลใช่รึไม่" นางพอใจกับคำตอบของเด็กคนนี้ มิน่าล่ะโอรสของนางจึงตัดสินใจยอมมาขอร้องให้นางแย่งตัวเด็กผู้นี้มาทำงานในตำหนักตน

 

"หม่อมฉันคิดว่าพูดไปแล้วก็มีแต่จะเสียหาย สู้ไม่พูดเสียดีกว่าเพคะ" น้ำเสียงเบาลงแต่ความมั่นใจยังเหลืออยู่ พระนางกำลังแกล้งนางอยู่แน่ๆจึงถามอะไรเช่นนี้ มีนางกำนัลคนไหนถูกถามแบบนี้บ้าง

 

"หึๆๆฮ่าๆๆๆ เยว่จือข้าชักจะเริ่มชอบเจ้าเสียแล้วสิ" ในที่สุดก็กลั้นขำไม่ได้อีกต่อไป ได้แกล้งเด็กคนนี้ทำให้นางอารมณ์ดีจริงๆ ดูสิบีบมือตัวเองจนปลายนิ้วเป็นสีม่วงเพราะเลือดไม่เดินหมดแล้ว

 

เยว่จือเห็นอีกฝ่ายหัวเราะก็รู้ได้ทันทีว่านางถูกแกล้งเข้าแล้วจริงๆ ฮองเฮาพระองค์นี้ช่างพระทัยดีจริงๆ หากเป็นปกตินางคงถูกสั่งทำโทษจนตายไปแล้ว นับว่ารอดไปได้อีกครานึง

 

"เอาล่ะข้าได้ยินมาว่าฝีมือการตัดเย็บของเจ้ายอดเยี่ยมนัก ข้าอยากให้เจ้าออกแบบและตัดเย็บชุดสำหรับใส่ในวันเกิดของข้า"

 

"เพคะ ทรงอยากได้แบบใดเพคะ"

 

"แบบใดก็ได้ ข้าอยากเห็นฝีมือของเจ้า"    ยิ้มน้อยๆพองาม เยว่จือมองอย่างอดที่จะชื่นชมคนตรงหน้าไม่ได้ พระนางยังคงความงดงามเอาไว้แม้ว่าจะอายุมากแล้วก็ตาม มิน่าล่ะคน​ผู้​นั้น​ถึงได้...    ทันทีที่ตั้งสติได้ว่ากำลังคิดเรื่องไร้สาระจึงหยุดคิดแล้วกลับมาสนใจเรื่องตรงหน้าแทน

 

"เพคะ หม่อมฉันจะทำให้สุดความสามารถ ชุดนี้จะเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวหม่อมฉันว่าสมควรกับหน้าที่นี้รึไม่ อีกเจ็ดวันหม่อมฉันจะนำแบบมาให้เลือกเพคะ"

 

"ดี ดีมาก! ข้าจะรอดูผลงานของเจ้า!"ยิ่งได้ฟังความคิดความอ่านของเด็กคนนี้นางก็ยิ่งถูกใจจริงๆ

 

หลังเข้าเฝ้าเสร็จก็เป็นเวลาบ่าย นางเลือกที่จะไม่กลับไปที่โรงทอผ้าหรือห้องพักในเวลานี้ เพราะอะไรน่ะรึ นางอาจจะเจอกับเขาหรือเขาอาจให้คนมาตาม อย่างไรเล่า

 

หลายวันต่อมา   

 

เยว่จือนำกระดาษและพู่กันไปนั่งคิดแบบอยู่ที่ศาลาในสวนตลอดทั้งวัน หลายวันมานี้ถือว่านางหลบหน้าเขาได้สำเร็จแล้ว นางเข้าไปในโรงทอผ้าเฉพาะช่วงเช้าเพราะรู้ว่าเขาฝึกทหารอยู่ พอตกเย็นก็เปลี่ยนที่ไปเรื่อยเพื่อหาแรงบันดาลใจให้ชุดที่กำลังจะทำขึ้น

 

ทางด้านเทียนจิน

 

"ท่านหัวหน้าฝ่ายตัดเย็บไม่อยู่อีกแล้วเพคะ นางกำนัลคนอื่นบอกว่านางกำลังออกแบบชุดของฮองเฮาอยู่เพคะ" นางกำนัลที่มีหน้าที่ไปตามเยว่จือเอ่ยขึ้น

 

"บัดซบ!!!นางจงใจหลบหน้าข้าชัดๆ!!"สบถขึ้นอย่างหัวเสีย นางเป็นเช่นนี้เพราะที่เขาต่อว่านางเสียๆหายๆวันนั้นเป็นแน่ นี่นางโกรธถึงเพียงนั้นเชียวรึ!

 

เทียนจินมัวแต่จมกับความคิดตัวเองจนลืมสังเกตไปเสียสนิทว่านางกำนัลผู้น่าสงสารหวาดกลัวจนขาแข้งสั่นไม่หยุด จนนางหมดสติไปเขาถึงรู้ตัวสั่งคนมาพานางไปพัก

 

"ในเมื่อเจ้าหลบหน้าคนของข้าก็ไม่เป็นไร ข้าจะหาเจ้าเอง!" พูดจบก็ทะยานออกจากตำหนักทันที เขาตามหานางไปทั่วจนในที่สุดก็พบ

 

"ตรงนี้น่าจะใช้สีขาว..."

 

"เจ้าหลบหน้าข้า!" เมื่อเจอร่างบางก็เข้าไปหาทันที นางหลบหน้าเขาตั้งหลายวันทำเอาเข้าว้าวุ่นไปหมด ในที่สุดก็เจอตัวเสียที

 

"กรี๊ดดดดด"ร่างเล็กกรีดร้องด้วยความตกใจ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใครก็รีบย่อตัวทำความเคารพ ในใจก็คิดถึงตอนนั้นที่เขาทำโทษให้นางยืนย่ออยู่เช่นนั้นทั้งที่นางไม่มีความผิด คิดแล้วก็โมโห

 

เยว่จือพยายามมองไปทางอื่น นางเรียนรู้แล้วว่าในวังหลวงแห่งนี้การพูดมากย่อมนำภัยมาสู่ตน นางควรทำตัวให้สงบเสงี่ยมที่สุดหากอยากอยู่อย่างสงบต่อไป

 

"ลุกขึ้น" ตอบอย่างไม่สบอารมณ์นักเขาอยู่ตรงนี้นางกลับไม่สนใจ หากนางไม่ย่อตัวทำความเคารพอยู่เขาคงคิดว่านางมองไม่เห็นเขา หรือเห็นเขาเป็นแค่อากาศไปแล้ว!

 

"ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันมีงานต้องทำคงต้องขอตัว" เริ่มหงุดหงิดเมื่อได้ยินน้ำเสียงอีกฝ่าย หากไม่เต็มใจจะตามหานางทำไม

 

"ข้าไม่อนุญาต!" อะไรกันแค่เจอหน้านางก็จะหนีไปอีกแล้ว

 

"เจ้าโกรธข้าขนาดนั้นเลยรึ ถึงต้องหลบหน้าข้าหนีหน้าข้ามาตลอดหลายวันนี่" เทียนจินเริ่มถามเข้าประเด็น เยว่จือสูดหายใจเข้าลึกๆครานึง

 

"มิบังอาจเพคะ องค์ชายทรงคิดมากเกินไปเอง หม่อมฉันขอตัวก่อนเพคะ" พูดจบก็รีบเดินออกมาจากตรงนั้น ไม่อยากมีปัญหาอีก

 

"ข้าขอโทษ!"

เทียนจินตัดสินใจตะโกนคำที่ไม่เคยพูดมาก่อนในชีวิตออกไป เขาไม่เคยใช้คำนี้กับใครเลย นางเป็นคนแรกอีกแล้ว!! เอาเถิดอย่างน้อยมันก็ได้ผลเมื่อนางหยุดเดินแล้ว เขารีบเดินเข้าไปหานางทันที

 

"วันนั้นข้าหงุดหงิดมากไปจึงต่อว่าเจ้าเช่นนั้น...." คำพูดที่เหลือกลืนลงคอไปทันที แค่นางเงยหน้าขึ้นมาสบตาก็ทำเขาอ้ำอึ้งไปต่อไม่ถูก

 

"!!!!!" จู่ๆน้ำตาเม็ดใสก็ไหลออกมาจากดวงตากลมโตที่เขาชอบแอบมองเวลานางมาตัดเย็บชุดของเขาที่ตำหนัก ร่าง​สูง​ตกใจจนทำตัวไม่ถูก ครานี้เขาไม่มีอะไรมาหลอกล่อนางเช่นเมื่อตอนเด็กๆหรอกนะ

 

"ฮึก ข้าทำองค์ชายพูดว่าขอโทษได้ด้วย^^"นางกล่าวทั้งน้ำตา ความขุ่นเคืองก่อนหน้าเป็นอันมลายหายไปสิ้น

 

รอยยิ้มคนตรงหน้าทำเทียนจินชะงักค้างไป เขาถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่รู้จะพูดจะทำอะไรต่อจึงเลือกเดินจ้ำอ้าวออกมาจากตรงนั้น

 

"คนตัวใหญ่โตขนาดนั้นเวลาประหม่าอายก็น่ารักดีจริงๆ^^ เห้ออต่อไปนี้ก็ไม่ต้องลำบากย้ายกระดาษพู่กันไปเรื่อยแล้ว^Δ^"

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น