YINGPREM

สวัสดีทุกคนฮับ คนโปรดเป็นนิยายที่อาจจะหาสาระไม่ได้ แต่ก็หวังว่าคุณจะสนุกกับการอ่านเรื่องนี้ <3

ชื่อตอน : [คนโปรด : 29]

คำค้น : คนโปรด

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11k

ความคิดเห็น : 119

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2561 00:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[คนโปรด : 29]
แบบอักษร

​คนโปรด 29

“อื้อ!ลุค เบาแรงหน่อย อ๊ะ!ผมเจ็บ”ผมดันหน้าท้องแกร่งที่กำลังขยับเข้าออกในตัวผมอย่างดุดันให้เบาแรงลง ลูคัสผละออกจากการดูดต้นคอผมมาจูบลงที่หน้าผากผมหนักๆแทน เขาขยับสะโพกช้าลงก่อนจะพลิกตัวลงนอนข้างล่างแล้วจับผมให้ขึ้นนั่งทับบนตัวเขาแทนโดยที่ส่วนนั้นของเราก็ยังเชื่อมกันอยู่

“อ๊า!” ผมครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่เมื่อส่วนกลางกายของลูคัสไถลลึกเข้ามาจนสุดช่องทาง

“ขยับให้พี่ทีเด็กดี” เขาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า มือเรียวบีบเค้นไปตามสะโพกและบั้นท้ายผมอย่างได้อารมณ์ ผมส่ายหน้าที่แดงซ่านปฏิเสธเพราะไม่กล้าและรู้สึกอาย

“ทำไม่เป็น”

“ขยับเหมือนที่มิทตี้เคยทำกับพี่ตอนเด็กไงครับ” ผมตวัดสายตาเหวี่ยงๆใส่ลูคัสพร้อมฟาดมือใส่หน้าท้องที่มีกล้ามเนื้อเป็นลอนๆของเขาไม่เบานัก

“ไม่เอา จำไม่ได้แล้ว” ผมว่าพลางขยับจะถอนตัวออกแต่อีกคนกลับจับสะโพกผมตรึงไว้แน่น

“พี่ช่วยสอน”ว่าจบมือเรียวก็จับสะโพกผมยกขึ้นสูงจนท่อนเนื้อแข็งแกร่งเกือบจหลุดออกจากตัวผม ก่อนจะจับตัวผมกดลงเร็วๆจนสุดทาง

“อื้ออออ!”ผมกัดริมฝีปากแน่นเพื่อกลั้นเสียงน่าอายไม่ให้หลุดออกมา

“เสียวไหม?”ผมไม่ตอบแต่พยักหน้าให้เขาแทน “ลองขยับเองดูนะเด็กดี” ลูคัสเกลี่ยแก้มผมไปมาพร้อมยิ้มให้บางๆ ราวกับตัวผมถูกมนต์สะกดจากเขา มือทั้งสองข้างผมค้างไว้ที่หน้าท้องแกร่งเขา สะโพกเริ่มขยับขึ้นลงเองโดยที่อีกคนไม่ได้นำพา เร่งจังหวะจากช้าๆเป็นรัวเร็วขึ้นตามพายุอารมณ์ที่พัดโหม บางจังหวะผมถึงกับหมุนควงสะโพกใส่แท่งเนื้ออวบใหญ่ของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัว ผมทิ้งตัวลงครั้งสุดท้ายพร้อมปลดปล่อยออกมา

ลูคัสใช้นิ้วปาดน้ำรักผมที่เปรอะเปื้อนไปทั้งแผ่นออกของเขาเข้าปากตัวเองด้วยท่าทางที่ดู...เซ็กซี่มากๆ ร่างสูงยกตัวผมออกจากกายแกร่งที่ยังแข็งค้างอยู่ เขาจับผมนอนคว่ำก่อนจะรั้งสะโพกผมขึ้นสูงจับขาผมถ่างออกจากกันแล้วแทรกตัวเองคั่นกลาง ไม่นานสัมผัสเปียกชื้นนุ่มนวลก็แตะวนบริเวณรอยจีบทางเข้า ผมขมิบด้วยความเสียวสยิวเมื่อลงลิ้นหนักขึ้น ผมสั่นจนแทบทรงตัวไม่อยู่แต่ยังมีแขนแกร่งรองใต้ท้องไว้ไม่ให้ผมทรุดลงไป

เนิ่นนานจนผมแทบจะเสร็จสมอีกรอบ เขาถึงได้เลื่อนริมฝีปากไปจูบดูดเนื้อซาลาเปาทั้งสองข้าง โดยที่ผมกำลังเคลิ้มๆอยู่นั่นเองลูคัสก็สอดใส่มังกรยักษ์ของเขาเข้ามาพร้อมกระแทกเข้าออกหนักจนผมร้องครางลั่นเพราะเสียวสุดๆ มันกระแทกโดนจุดกระสันผมเน้นๆ มือเรียวของลูคัสก็ชักสาวน้องชายผมไม่หยุด ช่องทางด้านหลังตอดรัดขมิบสิ่งที่กำลังสอดเข้าออกไม่หยุด ผมกระตุกตัวปลดปล่อยออกมารดเต็มที่นอนเป็นรอบที่สี่ของค่ำคืนนี้ ไม่นานคนที่ทาบทับผมไว้ก็ครางต่ำในลำคอริมฝีปากที่กำลังดูดหลังคอผมอยู่ก็ดูดแรงขึ้นจนรู้สึกเจ็บจี๊ดก่อนของเหลวอุ่นร้อนจะพุ่งทะลักเข้ามาเต็มช่องทางของผม สะโพกแกร่งขยับอีกสี่ห้าครั้งแล้วถอนตัวออก ผมทรุดตัวลงกับเตียงทันทีสัมผัสได้ว่ามีของเหลวไหลลงตามง่ามขาเป็นทาง

ลูคัสโน้มตัวมาจูบผมอย่างดูดดื่มอีกครั้ง ลิ้นร้อนซอกซอนไปทุกที่ในโพรงปากก่อนจะวกกลับมาดูดดึงกับลิ้นผมอีกครั้ง ริมฝีปากบางขบดูดกับริมฝีปากอิ่มจนพอใจก่อนจะถอนริมฝีปากออกมาหอมแก้มผมแรงๆแล้วกระซิบข้างหู

“สุขสันต์วันเกิดครับที่รักของพี่”ผมปรือตามองนาฬิกาบนโต๊ะข้างหัวเตียง เราทำกันตั้งแต่สี่ทุ่มจนตอนนี้เข้าสู่วันใหม่แล้วและวันนี้ก็เป็นวันเกิดของผม

“ขอบคุณครับ”ผมพึมพำขอบคุณเขาในลำคอด้วยความเพลียจัด ช่วงนี้มีอะไรกันทุกวันเลย ย้ำนะว่าทุกวัน!ผมก็ดันบ้าจี้ยอมมันด้วยไงประเด็น ตั้งแต่วันที่กลับจากเลี้ยงต้อนรับไอ้เซนท์ไอ้ดี ลูคัสก็ตัวติดกับผมเหลือเกิน นัวเนียล่ะที่หนึ่ง พอร่างกายผมโดนเล้าโลมมากๆเข้ามันก็เกิดอารมณ์อ่ะดิ จะห้ามก็ห้ามได้ไม่สุดเพราะผมก็รู้สึกได้ว่าช่วงนี้ลูคัสดูเครียดๆกว่าปกติ พอมีอะไรกันเสร็จมันก็จะออกไปสูบบุหรี่ทีละสองสามมวน สูบเสร็จก็กลับมาทำความสะอาดร่างกายให้ผมทุกครั้ง ผมอาจดูเหมือนไม่สนใจลูคัสก็จริง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ใส่ใจนะ พอมันเครียดก็เลยอยากตามใจบ้างแค่นั้นเอง

หลังจากที่ลูคัสเช็ดตัวใส่เสื้อผ้าให้ผมเสร็จเขาก็เข้าห้องน้ำไปอาบน้ำอีกรอบ เมื่อแต่งตัวเสร็จก็ทรุดตัวลงนอนข้างๆพร้อมกอดผมไว้หลวมๆ ผมวาดแขนไปกอดเอวอีกฝ่ายแล้วขยับเข้าไปซุกตัวอุ่นๆของเขา

“ยังไม่นอนอีกหรอหืม?”จมูกโด่งกดหอมกลางกระหม่อมผม

“ยัง”ผมเปล่งเสียงที่ติดจะงัวเงียบอก เพราะง่วงมากแต่ฝืนเอาไว้เพราะมีเรื่องสำคัญที่อยากจะพูดกับเขา

“มีอะไรรึเปล่า?”

“วันนี้วันเกิดผม”

“พี่รู้”

“ของขวัญที่ผมอยากจะขอครั้งแรกจากพี่”

“…”ลูคัสเงียบและผมก็สัมผัสได้ว่าร่างกายเขาเกร็งขึ้นจากปกติ

“ผมเคยบอกพี่ไปแล้วครั้งหนึ่ง”

“ถ้าพี่ไม่ให้”ลูคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ผมจะถือว่าผมไม่มีความหมาย ไม่มีค่า ไม่มีความสำคัญกับพะ- อื้อ!”ลูคัสจูบปิดปากผมก่อนที่จะได้พูดจบประโยค จูบนี้เต็มไปด้วยการตัดพ้อและโกรธขึ้ง เขาขบริมฝีปากผมแรงก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน

“นายคือคนที่มีความสำคัญที่สุดในชีวิตพี่ อย่าพูดแบบนี้อีก”

“ถ้าอย่างนั้น...”

“ได้ นายจะได้เจอมิเชลตามที่ต้องการ”

“ขอบคุณครับ”ผมเอ่ยบอกเขาด้วยความดีใจพร้อมกอดเขาแน่นขึ้น เมื่อสบายใจแล้วความง่วงก็เริ่มคืบคลานแต่ก่อนที่ผมจะเข้าสู่ห้วงนิทราลูคัสก็ได้พูดประโยคหนึ่งที่ผมไม่ค่อยเข้าใจนัก...จนกระทั่งได้เจอกับมิเชล

“ไม่ว่าจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น พี่อยากให้มิทตี้รู้ไว้ว่าพี่ทำทุกอย่างเพราะรักนาย”

++++++++++++++++

“เอ้า! ชน!!!” เคร้ง!

“สุขสันต์วันเกิดนะมึง มีความสุขมากๆ”

“เบิร์ดเดย์ครับมึง หล่อๆรวยๆยิ่งๆขึ้นไป”

“มีความสุขมากๆนะพี่ สมปรารถนาทุกสิ่ง”

“สมิธมีความสุขมากๆนะขอให้...” ผมรับแก้วที่เข้ามาชนอย่างต่อเนื่องและเอ่ยขอบคุณไปเป็นสิบๆครั้งให้กับทุกคนที่เข้ามาอวยพร ตอนนี้ผมอยู่ที่คลับไอ้ดีที่ปิดเลี้ยงฉลองให้ผมโดยเฉพาะ ผมชนทุกแก้วแต่ไม่ได้ดื่ม ถึงดื่มก็ไม่เมาเพราะผมชงอ่อนมาก วันนี้ผมจะไม่เมาเพราะผมจะได้เจอคนสำคัญที่ผมตั้งตารอ

“สุขสันต์วันเกิดครับพี่สมิธ น้องรันต์ขอให้พี่สมิธมีความสุขมากๆ”ไอ้รันต์ที่เพิ่งมาถึงเมืองไทยเมื่อเช้าเดินเข้ามาอวยพรผมพร้อมกับยื่นกล่องของขวัญขนาดเท่าฝ่ามือมาให้ โดยที่มีผัวมันไอ้ทศกัณฐ์ยืนประกบอยู่ข้างๆแบบหวงเมียสุดๆ

“เออขอบใจมากไอ้น้อง...ไงมึง ไม่อวยพรกูหน่อยล่ะ”

“ตามที่เมียกูบอกนั่นแหละ”

“ขี้ลอก”ไอ้น้องรันต์เบ้ปากใส่ผัว เลยโดนไอ้ทศบีบปากไปทีหนึ่ง

“โอ๊ย! พี่สมิธช่วยน้องรันต์ด้วย ยักษ์ทำเจ็บ”ไอ้รันต์หันมาฟ้องผม ผมเลยดึงมันมากอดคอแล้วหันไปด่าไอ้ทศ

“มึงจะทำน้องมันแรงไปนะไอ้เหี้ยทศ”

“กูทำเบาๆเถอะ มึงจะสปอยกันก็ให้มันน้อยๆหน่อย”

“ช่างดิ ไปไอ้น้องมึงไปหาศิษย์พี่มึงกับกูดีกว่า”

“พี่เซนท์จะจำน้องรันต์ได้รึเปล่าอ่ะ?”มันเอียงคอถามแล้วน่ารักมากเลยครับ

“เว่อร์แล้วมึง รูปร่างหน้าตามึงแทบไม่เปลี่ยนไปเลยเถอะ”

“ฮ่าๆๆ งั้นเหรอครับ” ไอ้น้องรันต์หัวเราะเสียงสดใส ผมจึงกอดคอมันเดินไปหาไอ้เซนท์กับไอ้ดีโดยมีไอ้ทศเดินตามหลังมาติดๆ

วันนี้ผมรู้สึกดีใจมากที่เพื่อนสนิทของผมได้กลับมาเจอกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พวกเราไม่ได้ดื่มกันหนักจนเมามาย ส่วนมากจะคุยเรื่องวันวานหรือไม่ก็เล่าถึงช่วงเวลาที่แยกย้ายกันไปหลังเรียนจบ เมื่อเวลาใกล้ล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ไอ้น้องรันต์ก็ถือเค้กเข้ามาและทุกคนก็ร้องเพลงอวยพรวันเกิดให้กับผม ผมเอ่ยขอบคุณทุกคนอย่างมีความสุขก่อนจะเอ่ยให้ทุกคนปาร์ตี้ดื่มกินกันได้อย่างเต็มที่ จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์มือถือผมดังขึ้น เวลาที่ผมรอคอยที่สุดก็มาถึง ผมรับโทรศัพท์เอ่ยคุยกับปลายสายไม่กี่คำแล้วหันไปเอ่ยบอกลาเพื่อนสนิทก่อนจะเดินออกจากร้านเงียบๆไปที่หน้าร้านที่มีรถสีดำคันหรูจอดรออยู่ โยยืนรอผมอยู่นอกรถเมื่อผมเดินเขาไปใกล้เขาก็เอ่ยอวยพรผมสั้นๆพร้อมเปิดประตูเบาะหลังให้ ผมแทรกตัวเข้าไปนั่งโดยที่มีอีกคนนั่งรออยู่

ลูคัสดึงผมเข้าไปกอดแน่นพร้อมฝังใบหน้าลงกับซอกคอผมโดยไม่พูดอะไรอยู่นานหลายนาที ผมสอดแขนโอบกอดเขาคืน มือตบแผ่นหลังเขาเบาๆ ลูคัสค่อยๆถอนกอดออกและรถยนต์ก็เริ่มเคลื่อนตัว

“มิทตี้ ก่อนที่จะไปเจอเขาพี่อยากจะขออะไรนายสักอย่างได้รึเปล่า”นิ้วเรียวยาวเกลี่ยไปตามผิวแก้มผมบางๆจนรู้สึกจักจี้ นัยน์ตาสีเขียวเข้มทรงพลังในวันนี้ดูอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด

“อะไร”

“มิทตี้...รักพี่ไหม”

“…”

“ไม่ว่าคำตอบของมิทตี้คืออะไรนายก็ยังจะได้รับของขวัญที่ต้องการเหมือนเดิม...พี่แค่อยากได้ยินความรู้สึกจริงๆของนาย”

“ขยับหน้าเข้ามาใกล้ๆ”ลูคัสทำตามที่ผมบอก เขาขยับหน้ามาชิดจนจมูกเราชนกัน ผมยกแขนโอบรอบคอแกร่งก่อนขยับริมฝีปากไปชิดใบหูเขาแล้วเอ่ยกระซิบไม่ดังไม่เบา

“ผมไม่เคยเลิกรักพี่ เคยรักมากยังไงวันนี้ก็รักมากอย่างนั้น” ร่างสูงกอดกระชับผมแน่นมากกว่าเดิม เอ่ยกระซิบข้างหูผมซ้ำๆย้ำๆ

“พี่ก็รักมิทตี้ รักมากเหลือเกิน”

++++++++++++++++++

ลูคัสพาผมมาที่โรงแรมหรูใจกลางกรุงในเครือกิจการบ้านไอ้เซนท์ เขาพาผมขึ้นลิฟท์มาถึงชั้นยี่สิบสาม โดยตลอดทางที่เดินเข้าห้องลูคัสจับมือผมไว้ตลอด

“พี่จะรออยู่ข้างนอก ถ้าเกิดสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ให้เรียกพี่ โอเคไหม?” ผมมองลูคัสอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาบอกแต่ก็ยอมพยักหน้าให้ ลูกน้องลูคัสเปิดประตูไว้รอผมแล้ว เขารั้งผมไปจูบหน้าผากก่อนจะยอมปล่อยให้ผมเดินเข้าห้อง

ภายในห้องถูกตกแต่งอย่างหรูหราสวยงาม ผมกวาดสายตามองไปทั่วห้องโถงจนสายตาไปหยุดอยู่ที่หลังโซฟาหนังตัวหนึ่งที่มีศีรษะของผู้หญิงโพล่พ้นขึ้นมา

ผมค่อยก้าวเดินตรงไปหาเธอด้วยหัวใจที่เต้นแรงจำต้องกำเสื้อเชิ้ตตัวเองไว้แน่น ทันทีที่สายตาเราประสานกันกลับเป็นผมเองที่พูดอะไรไม่ออก คำพูดมากมายที่อยากจะพูดกลับตื้อไปหมด

นี่ใช่...มิเชลจริงๆงั้นเหรอ?

ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมคนนี้ดูแก่กว่าวัยสี่สิบต้นๆ ผมที่เคยเป็นสีทองสวยกลับขาวโพลนทุกเส้น ร่างกายที่ผอมจนหนังติดกระดูก ในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวยิ่งทำให้ใบหน้าที่ไร้การแต่งแต้มดูโทรมและป่วยยิ่งกว่าเดิม

“ไง จำฉันไม่ได้งั้นเหรอลูกชาย”เป็นมิเชลที่เอ่ยทักผมขึ้นมาก่อน ริมฝีปากสีซีดของเธอฉีกยิ้มให้ผม

“มิเชล...เกิดอะไรขึ้นกับแม่” นานกว่าที่ผมจะเค้นเสียงตัวเองเจอ มิเชลค่อยๆลุกขึ้นประจันหน้ากับผมก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทิ่มแทงหัวใจผมเหลือเกิน

“แกเคยห่วงฉันด้วยหรอ?”

“ทำไมผมจะไม่ห่วงแม่”

“ห่วงมากเลยสินะ ในขณะที่ฉันต้องกัดฟันดิ้นรนเพื่อมีชีวิตต่อ แต่แกแค่หายใจอยู่เฉยๆก็สุขสบายไปทั้งชีวิต!”

“แม่ป่วยเป็นอะไร”ผมถามด้วยความเป็นห่วงเพราะดูจากสภาพร่างกายมิเชลตอนนี้น่าจะป่วยเป็นอะไรสักอย่าง ไม่ได้เก็บคำพูดแดกดันเธอมาน้อยใจ

“ฉันเป็นมะเร็ง ฉันกำลังจะตาย แกได้ยินไหมว่าฉันกำลังจะตาย!!!”มิเชลตรงเข้ามาเขย่าแขนผมอย่างแรงพร้อมร้องตะโกนออกมาสุดเสียง เธอร้องไห้...ผมก็ร้องไห้

“แม่ต้องรักษาได้สิ แม่ต้องหาย ฮึก...แม่จะไม่ตายหรอก”

“ขนาดผู้ชายคนนั้นหาหมอที่เก่งที่สุดในโลกมารักษาให้ฉัน หมอก็ยังรักษาฉันให้หายไม่ได้เลย!! แค่กๆ”

“ทำไมลูคัสไม่บอกผม ฮึก!”

“เพราะเขากลัวว่าแกจะสนใจฉันมากกว่าเขาน่ะสิ เขาไม่อยากให้ใครสำคัญกับแกนอกจากเขา...เขามันสารเลว เห็นแก่ตัว!”มิเชลสบถด่าลูคัสด้วยความแค้นเคือง

“ผมจะคุยกับเขาเอง”

“คุยแล้วยังไง สุดท้ายพอฉันตายพวกแกก็ไปเสวยด้วยกันอยู่ดี!”มิเชลพูดทั้งน้ำตา  ผมเห็นภาพนั้นแล้วก็รู้สึกสะเทือนใจจนพูดไม่ออก

“ไม่ว่าจะเป็นแม่แกหรือแก พวกแกก็ได้มีความสุขกับคนที่แย่งไปจากฉัน ในขณะที่ฉันต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวและทุกข์ทรมาน ฮ่าๆๆ”มิเชลหัวเราะเสียงดังทั้งๆที่น้ำตายังไหลพราก ผมก็ได้แต่อึ้งและร้องไห้

“มิเชล ผมไม่เข้าใจที่แม่พูด ฮือ”

“แกไม่ต้องมาทำเป็นใสซื่อ ฮึกๆ แกรู้ดีอยู่แกใจสมิธว่าฉันไม่ใช่แม่แท้ๆของแก เคยเห็นชื่อในใบเกิดไม่ใช่หรอ นั่นแหละคือชื่อของแม่แก พี่สาวแท้ๆที่แย่งแฟนฉันไป ส่วนพ่อแท้ๆของแกก็คือคนรักของฉันที่แม่แกแย่งไปไง!!!” ผมร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ปล่อยให้มิเชลทุบตีระบายอารมณ์ใส่ร่างกายผม

“พอพวกมันเกิดอุบัติเหตุตายก็เหลือแกไว้เป็นมารหัวใจฉัน ฉันเลี้ยงแกเองเพื่อให้พวกมันได้รู้ว่าดวงใจของพวกมันอยู่ในกำมือฉัน ฉันจะทำยังไงกับแกก็ได้!”

“ฮึก ฮืออออ พอแล้วผมไม่อยากฟัง”

“ฉันจะพูด!ฉันยอมลำบากอดทนเลี้ยงแกตั้งแต่สองขวบ สุดท้าย...แกโตมาได้ไม่ทันไรก็แย่งผู้ชายที่ฉันหมายปองไป แพศยาเหมือนแม่แกไม่มีผิด แค่กๆ”

“แม่ยกผมให้ลูคัสเอง ฮือ”

“เขาบีบบังคับฉันต่างหาก แกไปใช้มารยาอะไรตอนที่ฉันไม่อยู่ใส่เขา!เขาถึงได้หลงแกหัวปักหัวปรำ ยอมเสียเงินเป็นสิบๆล้านซื้อแกจากฉัน”

“แม่...ขายผมให้เขาหรอ”ผมเสียใจมากจนแทบเปล่งเสียงไม่ออก ได้แต่ยืนสะอึกสะอื้นร้องไห้เหมือนเด็ก

“ใช่ เพราะถ้าขืนฉันยังดันทุรังต่อไป ตอนนี้ฉันคงไม่มีลมหายใจบนโลกนี้หรอก”

“ฮือออ”

“แม้กระทั่งฉันขายแกให้เขาแล้ว เขาก็ยังห้ามไม่ให้ฉันหายไปจากแก แต่ก็ยังไม่ยอมให้เจอ เรื่องพ่อแม่แกเขาก็ไม่ให้ฉันบอกเพราะกลัวเด็กหน้าโง่อย่างแกจะเสียใจ!!!” มิเชลตัดพ้อออกมาทั้งน้ำตา ผมไม่โกรธเธอเลยสักนิดที่เธอต่อว่าผม ผมได้มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายแต่มิเชลกลับไม่เหลือใครต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก

“ทำไมถึงเป็นแกที่ได้เขาไป ทั้งที่ฉันเจอเขาก่อน ฉันรักเขาก่อน!” ผมไม่กล้าพูดว่าผมก็รักเขาไม่แพ้ใคร

“ผมขอโทษ ฮึก”

“ฉันไม่มีวันให้อภัยทั้งแกและก็แม่ของแก พวกแกทำร้ายฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉันเกลียดพวกแก! ฮือออ ชีวิตฉันพังก็เพราะพวกแก ฮึกฮือ”มิเชลทรุดลงร้องไห้กับพื้น ผมทรุดตัวลงนั่งข้างๆเธอ กอดร่างบางของเธอไว้ เสียงร้องไห้ของเราดังระงมไปทั้งห้อง

“ผมขอโทษผมยอมทุกอย่างแล้ว ฮึก ไม่ต้องอภัยให้ผมก็ได้แต่อภัยให้มิเกลแม่ผมเถอะนะ”

“ฮึกฮือๆๆ ฉันเกลียดพวกแกที่สุด ฮือออ”

“ผมรักแม่นะมิเชล ถึงแม่จะไม่ใช่แม่แท้ๆแต่ผมก็รักแม่นะ” ผมร้องไห้กอดมิเชลไว้แน่น เธอกอดผมพร้อมกับร้องไห้ออกมาเสียงดัง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ผมปวดใจที่สุดในชีวิต

“เลิกรักลูคัส ตัดขาดกับเขาซะ”

++++++++++++++++++++++

ผมอุ้มมิเชลไปนอนที่เตียงหลังจากที่เธอร้องไห้จนสลบ ผมไม่ได้พูดอะไรกับเธอหลังจากนั้น ได้แต่ยกมือปาดน้ำตาลวกๆสูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อตัดสินใจได้ว่าควรทำอะไร

 ผมเปิดประตูออกจากห้อง เจอเข้ากับลูคัสที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว เขาเดินมากอดผมแน่นโดยไม่พูดอะไรและผมก็ไม่พูดอะไร เพราะสิ่งที่ผมต้องพูดต่อจากนี้ ผมไม่อยากจะพูดเลย ผมกอดเขาและร้องไห้ไห้ออกมาอีกรอบ

ลูคัสไม่ถามอะไรสักคำ พาผมกลับคอนโดฯ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผม พาผมเข้านอน ผมนอนลืมตานิ่งๆบนเตียง ลูคัสนอนกอดผมแน่น สุดท้ายผมก็เลือกที่จะเปิดปากพูดออกมา

“ลุค”

“มิทตี้ พี่ขอร้อง”น้ำเสียงเขาทั้งเว้าวอนและสั่นเครือ

“ปล่อยผมไปได้ไหม”ผมพูดในขณะที่น้ำตาผมก็ไหลลงมาเงียบๆ

“ไม่!”เขากอดผมแน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิม

“เราจบกันแค่นี้เถอะนะ”ผมพูดขณะที่น้ำตาก็ยังไหลออกมาไม่หยุด

“เราจะไม่จบอะไรกันทั้งนั้นทิตี้ พี่ไม่จบ!”

“ผมรักพี่ไม่ได้แล้ว ฮืออ”

“ไม่ต้องสนใจคนอื่น มีแค่มิทตี้กับพี่ก็พอแล้ว”

“ฮึกฮือ ผมเห็นแก่ตัวไม่ได้จริงๆลุค ผมทำร้ายมิเชลต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ฮืออ”

“มิทตี้ไม่ผิด พี่ผิดเอง พี่เลวเองอย่าโทษตัวเองเลยนะ”เขาจูบขมับผมซ้ำๆอยู่อย่างนั้น ผมผลักเขาออกแต่ไม่เป็นผลเลยได้แต่ร้องไห้จนหลับไป...

+++++++++++++++++

“จะไปไหน”เสียงเข้มของลูคัสดังขัดขึ้นขณะที่ผมกำลังเดินไปทางประตูออกจากห้อง

“ไปหามิเชล”

“มิเชลกลับอเมริกาไปแล้ว”

“พี่ทำแบบนี้ได้ยังไง มิเชลกำลังไม่สบายอยู่นะ!”

“ทำไมพี่จะทำไม่ได้ ผู้หญิงคนนั้นจะเป็นหรือตายก็อยู่ที่พี่”เขากำลังขู่ผม

“มึงมันเลวที่สุด!” ผมด่าเขาออกไปด้วยความโกรธ

“ด่าพอใจแล้วก็กลับเข้าห้องไป พี่ไม่อนุญาตให้นายออกจากห้อง”

“ไม่!กูบอกแล้วไงว่าเราจบกัน ปล่อยกูไปไม่ได้หรอ!”

“เลิกพูดจาไร้สาระแล้วกลับเข้าห้องไป!” ผมไม่ฟังเขาแต่หมุนตัวหันไปกระชากประตูห้องให้เปิดออก ยังไม่ทันที่จะได้ย่างเท้าออกจากห้องลูคัสก็ตรงมากระชากให้ผมกลับเข้าไปและปิดประตูเสียงดัง

“พี่พูดให้มันรู้เรื่อง อย่าให้ต้องใช้กำลังลัง”ลูคัสบีบแขนผมแน่นจนรู้สึกปวด ผมกัดฟันแน่นไม่ร้องพยายามแกะมือเขาออกจากตัว

“มึงก็ดีแต่บังคับแล้วก็ใช่กำลัง กูไม่อยากอยู่กับมึงแล้ว มึงทำลายชีวิตกู ทำลายชีวิตแม่กู กูเกลียดมึง!ได้ยินไหมว่ากูเกลียดมึง!!!”

เพี๊ยะ!!!

แก้มผมสะบัดไปตามแรงมือ หน้าซีกขวาชาไปทั้งแถบ รสเค็มปร่าจากเลือดคละคลุ้งอยู่เต็มปาก ผมพยายามบังคับตัวเองไม่ให้ร้องไห้ พยายามคิดหาคำด่าทอมากมายมาด่าอีกคน เขาจะได้เกลียดผม จะได้ปล่อยผมไปจากชีวิตเขาสักที

“กูไม่น่ารักมึงเลย”ลูคัสกัดกรามแน่นไม่ได้ตอบโต้อะไรผมกลับมา เขาลากผมไปขังไว้ในห้องนอน ผมตะโกนด่าทอเขาด้วยคำหยาบสารพัด อาระวาดจนห้องนอนพังพินาศไปหมด สุดท้ายก็ร้องไห้ และเป็นแบบนี้ซ้ำๆอยู่ทุกวัน

ทุกครั้งที่เขาเอาอาหารมาให้ผมทานผมก็จะทำลายทิ้งอย่างไม่ไยดี หนักๆเข้าเขาก็บังคับกรอกปากผม ผมอาระวาดหนักทุกวัน เมื่อไหร่มันจะเบื่อผมสักที

“พี่รักนายมากแค่ไหนรู้บ้างไหม ทำไมถึงมองไม่เห็นความรู้สึกที่พี่ทุ่มเทให้บ้าง!”

“กูไม่สนว่ามึงจะรู้สึกยังไง...กูไม่ไหวแล้ว ปล่อยกูไปสักที!”ผมตะโกนใส่อีกคนทั้งๆที่น้ำตาก็ยังไหลไม่หยุด มันเจ็บเหลือเกิน

“พี่ไม่ยอม!...นายไม่มีสิทธิ์ไปจากพี่!ไม่มีวัน!!!”ลูคัสตะคอกผมกลับมาทั้งที่ตาแดงก่ำไม่แพ้กัน เราทะเลาะกันทุกวัน แต่ทุกวันเขาก็จะเข้ามานอนกับผมเสมอทั้งๆที่ผมไม่ยอมนั่นแหละ

วันหนึ่งไอ้ทศกับไอ้รันต์ได้เข้ามาหาผมในห้อง ผมขอร้องไอ้ทศให้ช่วยผมแต่มันก็ทำได้เพียงแค่ส่ายหน้าปฎิเสธ ผมร้องไห้เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไปดี ผมเหนื่อยผมเสียใจและเป็นห่วงมิเชล แต่ก่อนไปไอ้น้องรันต์ก็ทิ้งประโยคหนึ่งให้กับผม

“พี่ไม่ต้องทำอะไรเลย ถ้าเขารักพี่มากพอเขาจะทนไม่ได้ที่เห็นพี่เจ็บปวด”

นั่งขบคิดอยู่นานกว่าจะเข้าใจความหมายที่ไอ้รันต์ต้องการจะสื่อ ผมเหนื่อยที่จะพยายามทำทุกอย่างหลังจากนั้นผมก็หยุดอาระวาด หยุดทำลายข้าวของ หยุดด่าทอ กินข้าวที่มันเอามาให้ ยอมให้มันนอนกอด

แต่นับวันผมก็แทบไม่เปิดปากพูดสิ่งใด กินข้าวได้น้อยลงทุกวันเพราะใจมันไม่ไหวร่างกายมันก็เริ่มต่อต้าน กระทั่งแรงจะลุกขึ้นนั่งก็ไม่มี ลูคัสหาสารพัดหมอมาช่วยรักษาผม ฉีดยาให้ผมก็แล้ว อาหารสายยางก็แล้ว ร่างกายผมก็ทรงๆทรุดๆและผอมลงทุกวัน

วันหนึ่งที่ไม่รู้ว่านานเท่าไรที่เราไม่คุยกัน ลูคัสก็เดินมานั่งข้างเตียงผม ผมในตอนนั้นแม้แต่แรงจะหายใจยังแทบไม่พอ เขาจับมือผมไปจูบ...และก็ร้องไห้เงียบๆอยู่นาน

“อยู่กับพี่ไม่มีความสุขเลยใช่ไหมเด็กดื้อ?”เขายิ้มให้ผมแต่น้ำตาก็ยังไหลออกมาไม่หยุด

“พี่ทรมานเหลือเกินที่ทำให้นายเป็นแบบนี้”เสียงเขาสั่นจนพูดแทบไม่เป็นคำ

“ยิ่งนายเจ็บปวดเท่าไหร่พี่ยิ่งเจ็บปวดมากกว่านั้น ถ้าการที่พี่ปล่อยนายไปจะทำให้นายมีความสุขมากกว่านี้พี่จะทำ...พี่ยอมแล้วมิทตี้ ฮึก พี่ยอมแล้ว”

“นับจากนี้มีความสุขให้มากๆ ดูแลตัวเองและคนที่รักให้ดี” เขาเลื่อนริมฝีปากมาจูบข้างขมับผม “ส่วนพี่จะรักรักนายอยู่ตรงนี้...ตลอดไป”

น้ำตาผมร่วงหล่นจากหางตา เจ็บปวดไม่แพ้เขาเช่นกัน

+++++++++++++++++++

5 ปีต่อมา

“พี่สมิธทานร้านนี้ดีไหมคะ?” ผู้หญิงที่กอดแขนผมอยู่ชี้ไปทางร้านอาหารอิตาเลี่ยนแห่งหนึ่งในห้าง ผมชะงักไปนิดเพราะนึกถึงความทรงจำบางอย่าง

“ได้ครับ”

“แฟนปริมใจดีที่สุดเลย><”

“หึๆยัยเด็กบ๊องจะดีใจอะไรขนาดนั้น”ผมขยี้ผมคนที่เดินข้างกันจนอีกฝ่ายทำหน้ายุ่ง เราได้ที่นั่งและสั่งอาหารไปสามสี่อย่าง

“ก็นานๆทีพี่สมิธจะมีเวลาให้ปริมนี่นา”

“ก็พี่งานยุ่งนี่นา”

“เด็กหาลัยพวกนี้ใช้งานอาจารย์สมิธหนักขนาดนั้นเลยหรอคะเนี่ย”

“ปริมก็รู้นี่คะว่าพี่ทำงานอย่างอื่นด้วย”

“รู้ค่ะๆก็ไม่เข้าใจว่าคุณแฟนจะขยันอะไรขนาดนั้น”

“พี่ขยันก็ดีแล้ว จะได้มีเงินพาใครบางคนมาทานอาหารแพงๆแบบนี้บ่อยๆไง”

“ฮึ!เหตุผลฟังขึ้นจะยอมยกผมประโยชน์ให้จำเลยก็ได้”

“จ้าๆทานได้แล้ว อาหารเย็นหมดแล้วคุณ”

ผมบอกปริมยิ้มๆแล้วเราก็เริ่มทานอาหารกัน ปริมหรือปริมประภาเป็นแฟนสาวที่ผมคบมาได้เกือบสองปีแล้วครับ อืม...รู้สึกว่าสกิปไทม์ไลน์ตัวเองไปเยอะเหมือนกัน เอาเป็นว่าผมจะเล่าสั้นๆเลยละกัน

ตั้งแต่วันนั้น วันที่เขาคนนั้นปล่อยผมออกจากชีวิตเขาแล้ว เขาก็ไม่ยอมโผล่มาให้ผมเห็นแม้แต่เงา ขนาดชื่อก็ยัไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง ผมรักษาตัวอยู่นานนับเดือนถึงได้แข็งแรงขึ้น สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ผมได้ข้อมูลของมิเชลมาจากไอ้ทศ ไปตามหาเธอที่อเมริกาและตัดสินใจดูแลเธอในช่วงบั้นปลายสุดท้ายของมิเชล และมิเชลได้จากผมไปเมื่อสามปีก่อน ช่วงนั้นผมเรียนปริญญาโทอีกใบที่อเมริกา พอมิเชลเสียผมก็บินกลับมาหาเพื่อนที่ไทย และได้มีโอกาสกลับมาสอนคณะเดิมที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเดิมด้วย ผมเจอปริมในงานอะไรสักอย่างของคณะ เธอเข้ามาจีบผมก่อน ตอนแรกผมยังไม่อยากมีใคร แต่เพื่อนหลายๆคนก็อยากให้ผมลองเปิดใจดู...เพราะผมก็อยู่คนเดียวมานานแล้ว ควรจะมีใครสักคนเข้ามาเติมเต็มในชีวิค

ปริมเป็นผู้หญิงที่ดีมาก เธอดีกับผมจากใจจริงตั้งแต่เมื่อก่อน เธอรู้ด้วยซ้ำว่าผมเคยคบกับผู้ชายและยังมีบาดแผลที่ใจ เธอไม่เคยมองอดีตผม ไม่เคยพูดถึงมันและพยายามจะเข้ามาในหัวใจผมจากใจจริง มันทำให้ผมอยากจะลองรักและเปิดใจให้เธอจริงๆ จนตอนนี้เราก็คบกันมาได้นานกว่าที่คาด และผมคิดว่าอีกไม่นานผมจะสามารถรักเธอได้ด้วยหัวใจจริง

“ปาร์ตี้สละโสดพี่ทศกัณฐ์กับพี่รันต์ปริมคงไม่ได้ไปนะคะ”

“อ้าว!ทำไมล่ะตอนแรกปริมก็รับปากพี่แล้วนี่นา”

“ปริมเพิ่งรู้ว่าคุณหมอนัดตรวจแม่ปริมช่วงนั้นพอดีน่ะสิคะ”แม่ปริมเป็นโรคหัวใจครับ

“ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหม แล้วเราค่อยตามไปทีหลัง”

“ไม่ต้องค่ะๆ พี่สมิธไปสนุกกับเพื่อนเถอะ”

“แน่ใจนะ?”

“แน่ใจที่สุด”

“โอเคครับ”

+++++++++++++++++++++++

1 สัปดาห์ต่อมา

ปาร์ตี้สละโสดไอ้ทศไอ้น้องรันต์จัดขึ้นที่เกาะส่วนตัวแห่งหนึ่งของไอ้ดีในภาคใต้ของประเทศไทย ก็คือว่าพวกมันสองคนจะแต่งงานกันเดือนหน้าอ่ะครับ เพื่อนๆก็ว้อนท์หาเรื่องเจอหน้าแดกเหล้ากันตามปกติ และผมก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

ปาร์ตี้นี้มีคนมาร่วมประมาณ30คนเพราะเอาแค่ที่สนิทกับสองคนนั้นจริงๆ เราดื่มกินกันตามปกติ ผมลุกออกไปคุยโทรศัพท์หาปริมในช่วงดึกๆ ตอนที่กำลังจะกลับเข้าไปในปาร์ตี้ต่อ ผมเห็นไอ้ทศยืนกอดไอ้รันต์แน่นอยู่ใต้ต้นไม้ ก็คิดว่ามันมาสวีทกันปกติ ถ้าไม่ติดว่าไหล่ของไอ้ทศกำลังสั่นเทิ้มอย่างหนักและไอ้รันต์ก็ยกมือขึ้นปาดน้ำตาพร้อมลูบหลังปลอบไอ้ทศไปมา

ผมรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างไม่ปกติก็ตอนได้ยินเสียงมันพูดกับไอ้รันต์

“เขาจากพี่ไปแล้ว...เขาไม่อยู่กับพี่แล้ว” ผมสาวเท้าเข้าไปใกล้ทั้งคู่ และไอ้รันต์ตาเบิกกว้างอย่างตกใจที่เห็นผม ผมกระชากไอ้ทศให้หันกลับมาเผชิญหน้า มันตาแดงก่ำเพราะร้องไห้จริงๆ

“ที่มึงพูดหมายถึงอะไร”

“…”

“ไอ้ทศกูถาม!”

“พี่สมิธน้องรันต์ว่า-”

“ไอ้รันต์มึงเงียบ!”

“มึงอย่าพาลใส่เมียกู!”ไอ้ทศกระชากเสื้อผมอย่างแรง

“ยักษ์!อย่าพาล!”ไอ้รันต์ร้องห้ามและพยายามแกะมือไอ้ทศออกจากเสื้อผม

“ถ้ามึงยังอยากเป็นเพื่อนกู อย่าถามกูเรื่องนี้อีก”ไอ้ทศปล่อยคอเสื้อผมออกและกำลังจะหมุนตัวเดินจากไป

“กูยอมขาดกับมึง...บอกกูมาว่าที่มึงร้องไห้เป็นเพราะอะไร”ผมกำหมัดแน่นเอ่ยกับมันด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดไม่แพ้กัน ไอ้ทศเงียบไปนานมาก ก่อนมันจะหันหน้ากลับมาบอกผมทั้งๆที่ตาแดงก่ำ

“เขาห้ามกูบอก แต่ถ้ามึงอยากรู้นักกูจะบอกก็ได้”

“…”

“พี่กู...ตายแล้ว”

สิ้นคำพูดไอ้ทศร่างกายผมก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย ราวกับว่าสมองมันปิดสวิซไปซะเฉยๆ พี่ไอ้ทศงั้นหรอ...ไม่จริงใช่ไหม เขาจากไปแล้วงั้นหรอ ทำไมผมถึงได้เสียใจขนาดนี้ล่ะ ทำไมผมถึงได้ปวดใจมากมายขนาดนี้กันนะ...ผมจะหายใจต่อไปได้ยังไงกัน

+++++++++++++++++++

ตอนหน้าจบ มาวัดใจคนอ่านกับเปรมกัน อิอิ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น