aiaeaaiaea

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เพราะนายคือของฉัน : 7

ชื่อตอน : เพราะนายคือของฉัน : 7

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ย. 2561 21:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เพราะนายคือของฉัน : 7
แบบอักษร

เพราะนายคือของฉัน [ll] : 7



กลับเข้าสู่วงจรการเรียนแบบเต็มรูปแบบ ทั้งที่ไม่ได้เรียนเจ็ดวิชารวดเหมือนตอนปีหนึ่ง แต่กลับเข้าออกห้องสมุดยิ่งกว่าอีก เพียงแค่ได้กลิ่นหนังสือ ผมก็แทบอยากนอน สงสัยกลิ่นมันเป็นยานอนหลับชนิดหนึ่งแน่ๆ


“อีกลอยๆ” ระหว่างพักสายตาจากการอ่านหนังสือ ไหล่ของผมก็ถูกสะกิดยิกๆ เงยหน้าขึ้นมาก็เจอเพื่อนสาวร่างอวบส่งยิ้มที่ค่อนไปทางสยองให้ “ไปแดกข้าวเป็นเพื่อนกูหน่อย”


“กูอิ่มแล้ว” บอกปัดด้วยความขี้เกียจพลางฟุบหน้าลงที่โต๊ะอีกรอบ 


“แต่กูเลี้ยงนะมึง” เหมือนมีปุ่มอะไรสักอย่างถูกกดทำให้ผมเด้งตัวขึ้นมานั่งหลังตรง คาดว่าจะเป็นคำว่าเลี้ยงนั่นแหละ “สนไหม กูเลี้ยงทั้งข้าว ทั้งน้ำเลยนะเว้ย”


“พูดจริง?”


“กูเคยหลอกมึงเหรอ”


“ประจำ เพราะมึงเป็นผี”


“ไอ้ห่า ครั้งนี้กูไม่หลอกมึงแน่นอน”


“ชัว?”


“ไม่มั่วนิ่ม”


“กู...”


ระหว่างที่โต้ตอบกันไปมา หัวผมก็ถูกทำร้ายด้วยกระดาษก้อนที่ถูกขยำ คนทำคือไอ้สักที่นั่งโต๊ะตรงข้าม มันยกนิ้วขึ้นแตะปากคล้ายบอกให้เงียบ พอได้มองไปรอบตัว เลยได้เห็นว่าตอนนี้ทุกคนก็มองมาที่ผมจริงๆ


“ว่าไง มึงจะไปไหม” คราวนี้เป็นเสียงกระซิบ ผมจ้องหน้าเพื่อนก่อนจะพยักหน้าลง 


“เห็นเพื่อนมึงไม่อยู่หรอกนะ ก็ถึงตกลงน่ะ”


“ไม่ใช่เพราะกูเลี้ยงเหรอวะ”


“พูดงี้กูไม่ไปก็ได้”


“ล้อเล่นน่าเพื่อนกลอยผู้แสนดี หล่อสุดในโลก”


ก็อยากเถียงอยู่หรอก แต่หลักฐานบนหน้ามันทนโท่  


เข็มหรือที่คนทั้งห้องเติมคำนำหน้าด้วยความรักให้ว่าอี เธอคือเพื่อนสาวร่วมชั้นที่ชื่อชอบและหมกมุ่นอยู่กับผู้ชายหน้าตาดี ยิ่งถ้าเกิดมันได้มโนภาพถึงความรักระหว่างชายกับชายยิ่งแล้วใหญ่ มันจะมีอาการเพ้อ ตาลอยๆ ยิ้ม หัวเราะคนเดียวจนผมและเพื่อนในห้องพากันกลัว และเพื่อนสาวคนนี้ ยังเป็นผู้ริเริ่มเปิดเพจคู่ของผมกับพี่โชด้วย สมัยผมคบกับพี่โชใหม่ๆ ซึ่งไม่รู้ตอนนี้เพจจะร้างแค่ไหน เพราะคนทำเพจดันทิ้งไปหาคนอื่นอีกเป็นสิบเป็นร้อย ใจง่ายเหลือเกิน 


ระหว่างทางไปโรงอาหารกลาง ผมขมวดคิ้วเป็นพันๆ รอบ เพราะทางเดินมานี้มันอ้อมโลกชัดๆ ทั้งที่มีทางใกล้กว่า แต่คนเดินนำ มันกลับเลือกที่จะเดินผ่านหน้าตึกคณะสถาปัตย์ ดูมีนัยยะแอบแฝง พอเดินมาจนถึงตึกที่ตอนนี้มีคนมุงดูอะไรกันจนเต็มลานด้านหน้าไปหมด ด้วยความสงสัยเลยจะอ้าปากถาม แต่แขนกลับถูกดึงไปรวมกับกลุ่มคน จนได้เห็นว่าในวงล้อมนั้น มีวงดนตรีเล็กๆ ตั้งอยู่ คนเล่นก็คงเป็นเด็กในคณะ 


“ไหนบอกจะไปกินข้าวไง” ถามอีเข็มที่ชะเง้อคอยืดยาวมองผ่านฝูงชนในวงล้อม 


“รอแป๊บสิ กูเลี้ยงข้าวแน่นอน มึงไม่ต้องกลัวไป” ยังดีที่มันตอบผม ก่อนจะโบกมือโบกไม้เมื่อคนถือไมค์อยากเห็น โคตรบ้าบอที่สุด


และด้วยความหมดอารมณ์อยากกินของฟรี ผมตั้งท่าจะหันหลังกลับ แต่ด้านหลังกลับมีคนมายืน แถมเบียดจนผมต้องขยับหนี 


“ขอทางหน่อยครับ” โดนเบียดจนตัวลีบแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะหลุดออกไป “ขอทางด้วยครับ ขอออกไปหน่อย”


“อีกลอย มึงอย่าทิ้งกู” เสียงมาพร้อมแรงดึงคอเสื้อจนแทบหงายหลัง อีเข็มมันตัวอวบแถมแรงมหาศาล ดึงทีเดียว ผมแทบปลิว “อยู่เป็นเพื่อนกูก่อน”


“กูไม่ได้บ้าผู้ชายแบบมึง” ด่าใส่หน้า แต่อีกคนกลับไม่ยอมสนใจ เอาแต่กรี๊ดๆ เมื่อดนตรีเริ่มเล่น “หนวกหูเว๊ย” 


ผมยกมืออุดหูเมื่อทนเสียงไม่ไหว ในใจพยายามภาวนาให้ดนตรีรีบๆ จบ อยากกลับไปนอนเต็มแก่ รู้งี้ไม่มาด้วยซะก็ดี ระหว่างนึกโมโหตัวเองในใจที่ชอบของฟรี แขนผมก็ถูกฟาดเอาๆ 


“อีกลอย กรี๊ด” เรียกชื่อผมแล้วก็กรี๊ด มันคืออะไรวะ “น้องไบร์ทขา ทางนี้ค่า” 


ผมเบ้ปากให้เพื่อนสาวร่วมรุ่น ก่อนเบนสายตาไปมองคนที่อีเข็มเรียก แล้วก็รู้สึกหมั่นไส้ไอ้คนที่ชอบยิ้มเรี่ยราดถือกล่องรับบริจาคร่อนไปหาคนนู้นที คนนั้นที ฮอตจริง หน้าตาก็งั้นๆ 


“หล่ออะมึง อีกลอย” แขนผมตอนนี้คงเลยคำว่าแดงไปไกล เล่นตบไม่ยั้ง ไม่น่าหลวมตัวยอมมาด้วยเลย อันที่จริงควรพูดว่า ไม่น่าเห็นแก่ของฟรีเลยน่าจะถูกมากกว่า “น้องไบร์ทขา มาทางนี้ด้วยค่า พี่เข็มรออยู่ตรงนี้” 


“มึงจะตะโกนทำไมเนี่ย” หูจะแตกอยู่แล้ว


“ถ้ากูไม่ตะโกน น้องเขาจะหันมาเหรออีห่า มึงดูแฟนคลับน้องเขา” พูดจบมันก็กรี๊ดต่อ มือก็กวักเรียกไอ้คนที่โปรยยิ้มที เสียงกรี๊ดก็มาที สงสัยจะมั่นหน้าในความหล่อตัวเองมาก น่าหมั่นไส้ “มึงๆ น้องเขาหันมาแล้ว อีกลอย” 


“กูเจ็บอีเข็ม” โวยวายพลางขยับถอยห่างเพื่อน “ไม่เห็นหล่อเลย” พูดจบก็เหมือนจะรู้สึกว่า ประโยคเมื่อกี้มันมีเสียง ไม่ได้อยู่ในความคิดอย่างเช่นทุกที และสิ่งยืนยันได้เป็นอย่างดี คืออาการของผู้หญิงคนข้างๆ ที่หยุดกรี๊ดแล้วมองผมตาขวาง ผมยิ้มแห้งๆ พลางโค้งศีรษะขอโทษ ก่อนรีบขยับไปชิดอีเข็มตามเดิม


จะโดนกระทืบคาวงล้อมนี้ไหมเนี่ย


“อีกลอย น้องไบร์ทน่ารักมาก” พอมาอยู่ใกล้ เสียงชื่นชมไอ้เด็กถือกล่องก็ลอยมาอีก ผมเหล่ตามองเพื่อนตัวเองอย่างเอือมๆ 


“ไม่เห็นหล่อเลย” คราวนี้ผมกระซิบเอา กลัวตายด้วยฝ่าเท้าของบรรดาสาวๆ ที่ล้อมอยู่ อีเข็มหยุดโบกมือ ดวงตารีๆ ของมันค่อยๆ ตวัดมามอง 


“สายตามึงแบบ ถั่วมาก น้องเขาทั้งขาว ทั้งสูง หน้าตาระดับพระเอกเกาหลีแบบนี้มึงว่าเขาไม่หล่อ? ถั่วมากเพื่อนกู” 


ถั่วเป็นคำด่าที่ผมควรจะเจ็บไหม แต่ถ้าเป็นอาหารมันอร่อยดี แม้ตดเหม็นไปหน่อยก็เถอะ เอ๊ะ หรือมันด่าเพราะเหตุผลหลังวะ ระหว่างเล่นสงครามเย็นผ่านสายตากับอีเข็ม เสียงกรี๊ดของคนด้านหลังก็ดังเพิ่มขึ้น ผมเลยละสายตาจากหน้าบานๆ ของเพื่อนไปมอง เจอหน้าคนที่ผมหมั่นไส้ถือกล่องมายืนยิ้มตาหยีอยู่ตรงหน้า


ไอ้เด็กนี่ส่งยิ้มให้ผมหรือคนด้านหลังวะ 


“น้องไบร์ทขา พี่ร่วมทำบุญด้วยค่า ชาติหน้าเราจะได้เจอกันอีก” ผมหันไปมองเพื่อนด้วยสายตาเอือมระอา อีเข็มหย่อนแบงค์พันลงกล่องไปด้วยความกระดี๊กระด๊า ยิ่งเด็กถือกล่องเอ่ยคำขอบคุณ ยิ่งดีดดิ้นใหญ่ 


อยากได้ข้าวสารเสกมาก เผื่อผีบ้าจะออกจากร่างเพื่อนผม


“น้ำลายมึงไหลแล้ว” ยื่นหน้าไปกระซิบเพื่อนที่จ้องเด็กถือกล่องแทบไม่วางตา แต่กลับถูกอีเข็มตีแขนเมื่อมีคำถามดังขึ้น ซึ่งดูเหมือนจะถามผม?


“ไม่ทำบุญด้วยหรือครับ” ทันทีที่หันไปมองคนถาม หน้าไอ้เด็กนั่นก็ยิ้มจนตาปิด แถมคนรอบข้างตอนนี้ก็ดูจะกดดันผมซะเหลือเกิน “ร่วมทำบุญกันวันนี้ ได้บุญไม่พอ ชาติหน้าเราอาจจะได้เจอกันอีกนะครับ ไม่สนใจเหรอ” ไม่ว่าเปล่า ยังยื่นกล่องมาจนจะทิ่มหน้าผมอยู่แล้ว 


แต่ทำไมน้ำเสียงมันอ่อนโยนกว่าตอนพูดกับอีเข็ม? หรือผมคิดไปเองวะ


“พี่มีเงินสิบบาท” พูดพลางล้วงเหรียญจากกระเป๋าเสื้อมาให้ดู เป็นเงินทอนตอนไปซื้อน้ำเมื่อเช้า แต่ดูเหมือนจะน้อยไปสำหรับคนรอบข้างเพราะมีเสียงหัวเราะดังออกมา นี่ถ้าไม่ติดว่ามีแบงค์พันใบเดียวในกระเป๋านะ จะให้เยอะกว่านี้แล้ว 

“ไอ้เชี่ยกลอย มึงอย่าขี้เหนียวสิวะ ใจๆ หน่อย” กำลังจะหย่อนเหรียญลงกล่อง อีเข็มดันพูดแทรกขึ้นมา ทำเอาทุกคนต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย 


“กูไม่มีแบงค์เล็กๆ ไง” ที่จริงอยากตอบไปว่า ทำบุญด้วยใจ จะกี่บาทก็ได้บุญเว๊ย แต่ก็กลัวถูกรุมเลยแกล้งเฉไฉไป 


“อย่ามาตอแหล กูเห็นมึงซื้อขนมกับน้ำไปเมื่อเช้า” มันควรจะจบ แต่อีเพื่อนตัวดีดันไม่ยอมจบ ผมกำลังจะอ้าปากเถียง ก็มีเสียงแทรกขึ้นมาเสียก่อน


“พี่ยืมผมก่อนก็ได้นะครับ” หันไปมองคนพูด ไอ้เด็กนี่ยิ้มทีมองเห็นทางข้างหน้าไหมเนี่ย ผมพยักหน้ารับส่งๆ ก่อนไอ้เด็กนั่นจะล้วงกระเป๋าเงินตัวเองออกมาแล้วยื่นให้ผม 


“อะไร” มองกระเป๋าตังค์ที่ยื่นมาตรงหน้า


“ก็ให้พี่เลือกเองไง ผมถือกล่องอยู่ คงหยิบให้พี่ไม่ได้” ฟังดูแล้วเป็นเหตุผลที่ดี ผมมองหน้าเจ้าของกระเป๋า แล้วไล่ลงมาที่มือขาวของมัน “เร็วๆ ครับ” มีเร่งด้วยว่ะ 


“เออๆ” ดึงกระเป๋าออกจากมือแล้วเปิดดู เห็นหลายคนยืดคอมาส่องดูด้วย โดยเฉพาะอีเข็มที่อยากรู้กว่าใครเพื่อน แทบจะช่วยผมแหกกระเป๋าเงิน “แล้วจะรีบเอามาคืน” พูดจบผมก็ดึงแบงค์สีเขียวออกมาหย่อนลงไปในกล่อง ก่อนยัดคืนในมือเจ้าของกระเป๋าตามเดิม 


“ไม่ต้องรีบ ผมรอได้ครับ” ตอบมาพร้อมรอยยิ้มทำเอาสาวๆ แถวนี้ครางฮือกันหมด 


“เรื่องของมึง” พูดจบผมก็รีบชิ่งหนีออกมาจากวงล้อม อับอายเป็นที่สุด ไอ้กลอยจะถูกนินทาไปสามวันแปดวันแหงๆ เห็นมีคนถ่ายคลิปด้วย ขอแค่อย่าถ่ายติดหน้าผมเป็นพอ 


ต่อไปจะไม่เห็นแก่ของฟรีอีก



ผมเดินลัดเลาะกลับคณะ ไม่สนใจว่าคนที่ไปด้วยอย่างอีเข็มจะกลับมาตอนไหน ทิ้งมันไว้ที่นั่นก็คงไม่หลงผู้ชายจนกลับคณะไม่ถูกหรอก แต่พอเดินใกล้ถึงตึก ผมเลือกจะเดินเลยออกไปหลังมหาลัยแทน รู้สึกหิว เหมือนใช้พลังงานไปเยอะเลยต้องมาหาอะไรรองท้องสักหน่อย ยังดีที่ฝากไอ้ทูเอากระเป๋ากับหนังสือกลับมาใต้ตึกด้วย ไม่งั้นคงต้องย้อนไปที่ห้องสมุดอีก 


ร้านลูกชิ้นเจ้าประจำยังตั้งขายอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือมีร้านน้ำ ร้านขนมเพิ่มมาอีกมาก สงสัยต้องหาเวลามาเดินเที่ยวสักหน่อยแล้ว แต่ที่แน่ๆ คงไม่ใช่วันนี้ เพราะสุดที่รักดันยางแบน พี่โชเลยอาสามาส่ง แถมจะมารับอีก ช่างเป็นคนดีอะไรเช่นนี้ แถมแฟนก็ต้องเป็นคนดีมากๆ ด้วยแน่นอน (งานอวยตัวเองขอให้บอก)


ได้ลูกชิ้นเสร็จผมก็เดินกลับคณะ ตอนผ่านสวนต้นไม้เยื้องคณะแล้วก็อดนึกถึงพี่ทองไม่ได้ ตอนปีสามผมชอบซื้อไก่ปิ้งมาฝากอยู่ตลอด ไม่รู้ช่วงปิดเทอมพี่ทองหายไปไหน ลุงยามบอกอาจถูกรถเหยียบ ไม่ก็ถูกจับไปปล่อยที่อื่น เพราะพี่ทองเคยไล่งับขาเด็กปีหนึ่งที่หลงไปเดินข้างสระน้ำตอนโพล้เพล้ ตอนนี้เลยไม่รู้ชะตากรรมว่าจะมีความเป็นอยู่เช่นไร ถ้าบ้านพี่แทมรับฝากได้เหมือนแม่สีครีมกับลูกๆ ผมคงอุ้มไปให้แล้ว 


“อ่าว พวกไอ้สักล่ะ” ถามไอ้ทูขณะหย่อนก้นนั่งเก้าอี้ 


“กลับหมดแล้ว ถ้ากูไม่เฝ้าของให้มึง ก็คงกลับแล้วเหมือนกัน” ไอ้ทูว่าพลางหาว ผมยื่นลูกชิ้นปิ้งให้มันไปหนึ่งไม้ ตอนแรกคิดว่าจะไม่เอา ที่ไหนได้ คว้าไปไวราวกับโจรปล้นทอง “แล้วมึงกลับยังไง รอพี่โชหรือให้กูไปส่ง”


“รอพี่โช เมื่อกี้ส่งข้อความบอกกู ว่าใกล้ถึงแล้ว” บอกพลางกัดลูกชิ้น 


“แล้วอีเข็มลากมึงไปตึกถาปัตย์ทำไม” คำถามที่ทำเอาผมขมวดคิ้ว ไอ้ทูรู้ได้ไงว่าผมไปที่ตึกนั้น และดูเหมือนมันจะตรัสรู้ได้เอง รีบแจงต่อ “ตอนกูนั่งรอมึง กูได้ยินเด็กในคณะมันพูดกัน”


“อีเข็มแม่งใช้ของฟรีล่อกูไปดูผู้ชายที่มันคลั่งไคล้เป็นเพื่อน...โคตรชั่ว”


“อีเข็มเหรอ?”


“กูนี่แหละที่ชั่ว เห็นของฟรีเลยโดนเล่นเข้าให้”


ไอ้ทูหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง ก่อนมันจะยื่นมือมาตบบ่าผมเบาๆ


“นิสัยชอบของฟรีของมึง แก้ไม่หายหรอกว่ะ เพราะไม่มีใครไม่ชอบของฟรี”


“มึงพูดถูก” ใช้ไม้จิ้มลูกชิ้นชี้หน้าเพื่อน ไอ้ทูส่ายหน้าก่อนเก็บข้าวของตัวเอง “จะกลับแล้วเหรอ ไม่อยู่รอพี่โชเป็นเพื่อนกูเหรอ” พยายามส่งสายตาอ้อนวอนเพื่อนรัก แต่ไอ้ทูกลับจิ้มหน้าผากผมจนหงายหลัง 


“กูไม่ใช่พี่โช ไม่หลงสายตาน่าสงสารแบบตอแหลของมึงหรอก” เบ้ปากใส่คนรู้ทัน ไอ้ทูรวบเป้ขึ้นสะพายก่อนโบกมือลา รู้หรอกว่านัดพี่เบแฟนมันเอาไว้ 


เห็นแฟนดีกว่าเพื่อน เอ๊ะ เหมือนด่าตัวเองด้วย



ผมนั่งเท้าคางกัดลูกชิ้นรอคนที่บอกใกล้จะถึง ตั้งแต่กลับมาจากเชียงใหม่ พี่โชดูจะตามใจผมมากกว่าเดิม หรือกลัวผมรวยแล้วจะหนี? บ้าเหรอ ใครจะเห็นแก่เงินแค่นั้น ก็พี่โชมีเยอะกว่านั้นเยอะ...ล้อเล่น ความรักผม มีเงินเป็นหมื่นล้านก็ซื้อไม่ได้นะจะบอกให้ ไม่ได้โม้ด้วย ระหว่างนั่งขำคนเดียว เสียงคุยกึ่งหัวเราะก็ดังจนผมต้องหันไปมอง รุ่นน้องผู้หญิงสองคนที่เดินเข้ามาดูจะตกใจนิดๆ ก่อนทั้งคู่จะรีบยกมือไหว้ผม พลางนั่งเก้าอี้ด้านหลัง 


“เอ่อใช่ เมื่อกี้กูไปเจอพ่อของลูกกูในอนาคตมาแหละมึง” ประโยคคำบอกเล่าที่ดังจนหูผมแอบกระดิก ไม่ได้สอดรู้นะ แต่น้องเขาพูดเสียงดังเอง 


“จริงอะ? ใครวะ เรียนที่นี่เหรอ คณะอะไร กูเคยเจอหรือเปล่า” ถามซะจนฟังแทบไม่ทัน ผมหมายถึง คนไปเจอมาอาจฟังไม่ทันอะไรแบบนี้


“มึงไม่เคยเจอแน่นอน” พูดโอ้อวดไปอีก ผมแกล้งมองนกที่บินผ่านหน้าตึก แต่หางตาเหลือบมองคนพูด ที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่   


 “แล้วมึงเจอที่ไหน ทำไมไม่เรียกกู อีห่า”


 นั่นสิ ทำไมไม่เรียกวะ ผมก็อยากเห็น เพราะคนพูดหน้าตาน่ารักขนาดนั้น คนที่ชอบก็คงหล่อขั้นแทพแล้วล่ะ


“จะให้เรียกมึงได้ไง กูเจอเขาตอนติดไฟแดงทางแยกตรงหน้ามหาลัย ตอนแรกกูก็ไม่ได้สนใจ แต่เขาเลี้ยวรถเข้ามาในนี้ กูก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตาม คลาดกันตรงหน้าตึกบริหารอะ เสียดาย รถอย่างสวย คนขับก็ต้องหล่อ”


“มึงเห็นคนขับด้วยเหรอ?”


“ไม่อะ กูเห็นแค่เงาลางๆ แต่กูว่าเขาต้องหล่อมากแน่ๆ”


เกือบหลุดขำให้กับประโยคสนทนาของรุ่นน้อง นี่น้องเขาหลงรักคนที่เห็นแค่รถโดยไม่เห็นหน้าแบบนี้ก็ได้เหรอ จะหาคนที่ใช่ทั้งที มันต้องเลือกให้ดีสิ คนสมัยนี้หลอกเก่งยิ่งกว่าผีเสียอีก บางคนหน้าตาดี ฐานะเลิศ แต่นิสัยโคตรแย่ก็ถมเถ ช่วงจังหวะที่ผมจะจิ้มลูกชิ้น เสียงกรี๊ดก็ดังจนผมสะดุ้งเอาไม้แหลมจิ้มถุงซะทะลุแทน แล้วก็ไม่กล้าดึงออกด้วยนะ กลัวน้ำจิ้มไหลออกมา ลูกสุดท้ายแล้วด้วย


“มึงๆ คันนั้นไง” 


“คันไหนวะ”


นั่นสิ คันไหน? แล้วทำไมผมต้องหันตามด้วยเนี่ย


“ที่เพิ่งจอดนั่นไง รถสีดำสวยๆ นั่นน่ะ” คำบอกเล่าของน้องคนที่เจอ ทำเอาผมกระพริบตาปริบๆ ยิ่งตอนคนขับรถเปิดประตูลงมา น้องสองคนด้านหลังก็ยิ่งวี๊ด กรี๊ดกันใหญ่ “สัญชาตญาณกูบอกว่าหล่อ ก็ต้องหล่อ พ่อของลูกกูในอนาคตอย่างหล่ออะ” 


ครับ ผมเห็นด้วย ว่าหล่อจริงๆ ไม่ใช่หล่อขั้นเทพนะ หล่อขั้นอวกาศเลยล่ะ 


“อีเหี้ย เดินขึ้นตึกมาแล้วมึง” 


น้องสองคนลุ้นจนผมรู้สึกลุ้นไปด้วย


“ขอให้มาหาเพื่อนทีเถอะ อย่ามาหาแฟนเลย” 


ผมส่ายหน้าช้าๆ ให้กับคำอธิฐานนั่น ก่อนตัดสินใจใช้มือล่วงหยิบลูกชิ้นลูกสุดท้ายในถุงมากิน เพียงแค่เอาเข้าปาก คนที่น้องด้านหลังกรี๊ดกร๊าดก็เดินมาหยุดข้างโต๊ะผม พลางยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้


“มือสกปรก หยิบกินแบบนั้นได้ยังไง” มาปุ๊บก็โหดปั๊บ


“ก็ไม้มันอุดรูรั่วถุงอยู่ ดึงออกน้ำจิ้มก็ไหล” อธิบาย แต่สายตาที่มองมาราวกับด่าว่าผมเถียง 


“แล้วนี่ทำไมนั่งอยู่คนเดียว” พี่โชถามพลางหันไปหันมา “คนอื่นกลับหมดแล้วเหรอ”


“อืม ไม่มีใครรอเป็นเพื่อนเลย มันน่าตัดเพื่อนให้หมด” 


“ถ้าตัดแล้ว จะมีเพิ่มเหรอ เพื่อนเราน่ะ” แล้วคนว่าก็ขำออกมา ต่างจากผมที่หน้าตูมยิ่งกว่าดอกบัว 


“เพื่อนกลอยมีเยอะจะตาย ใครก็อยากเป็นเพื่อนด้วย พี่โชก็รู้ ว่ากลอยประเกรียนเนี่ย เป็นคนฮอต” 


“ฮอต? ฮอตดอกอะเหรอ” 


“ใช่ อร่อยด้วย ตลกไหมเนี่ย”


ช่วงที่ผมกับพี่โชเล่นมุกแป้กกัน แอบเห็นคนพูดถึงพี่โชพากันหลบตาผมสุดชีวิต ซึ่งคงไม่ทัน น้องพลาดแล้วล่ะ 


“หิวไหม” พี่โชถามพลางเหลือบตามองถุงเปล่าที่วางอยู่ “หรืออิ่มลูกชิ้นแล้ว?”


“หิวมาก รอตั้งนาน ดีที่ได้ลูกชิ้นรองท้อง” แน่นอนว่าลูกชิ้นแค่นี้ ไม่ได้ครึ่งของกระเพาะผมด้วยซ้ำ พี่โชยื่นมือมาขยี้หัวจนผมที่เซ็ทฟูฟ่อง 


“โทษทีนะ งานมันเสร็จช้า” 


“ก็กะแบบนั้นอยู่แล้วๆ พี่โชหิวไหม” ถามปุ๊บ คนตรงหน้าก็พยักหน้าลงช้าๆ ผมเลยเปิดมือถือให้ดูเว็บร้านอาหารบุฟเฟ่ “ชาบูมีโปรโมชั่นด้วยนะ ดูสิ มาสาม จ่ายแค่สอง” 


“แล้วถ้าไปสองล่ะ จะจ่ายยังไง”


“ก็จ่ายสอง”


“แล้วมันต่างจากปกติยังไง”


“เออว่ะ” ยกมือเกาท้ายทอยตัวเองหนักๆ จนพี่โชจับออก “งั้นไปกินอย่างอื่นก็ได้” 


“อย่างอื่นก็ได้จริงเหรอ?” ปากพูด แต่มือยื่นมาบีบแก้มผมจนปากจู๋ “หน้าบูดขนาดนี้ ชาบูก็ชาบู” ได้ยินปุ๊บผมก็ยิ้มแป้น  


 พี่โชส่ายหน้าช้าๆ พลางขำ มือแย่งเป้ผมขึ้นสะพายไหล่ ผมเลยเดินเอาถุงขยะไปทิ้ง และไม่ลืมปรายตามองรุ่นน้องในคณะที่ก้มหน้าอยู่ตลอด สงสัยกลัวว่าผมจะเอาเรื่อง ไม่หรอก พี่กลอยคนนี้ หล่อแถมใจดีจะตาย แต่ถึงจะใจดียังไง ก็คงยกปีศาจสุดหล่อให้เป็นพ่อของลูกในอนาคตไม่ได้ เพราะคนๆ นี้ เป็นรุ่นลิมิเต็ด หายากยิ่งกว่างมหาเศษขี้มดในมหาสมุทรเสียอีก




“กลอยซื้อขนมปังแล้วกินไม่หมด พี่โชกินรองท้องก่อนไหม” ถามขณะพี่โชคาดเข็มขัด ผมหยิบขนมปังที่ว่าออกมา “กินไหม”


“กินไม่หมด หรือไม่อร่อย?” 


“รู้ทันอีก” 


“ถ้ารู้ไม่ทันเมียตัวเอง ก็แย่ละ คิดเหมือนคนอื่นซะที่ไหน”


“กลอยจะถือว่าเป็นคำชมนะ”


“เอาตามที่สบายใจ”


รำคาญคนรู้ทัน ผมเลยยัดขนมปังใส่ปากพี่โช คนถูกกระทำถลึงตาใส่ แต่ก็ยอมกินต่อจนหมด อันที่จริงมันอร่อยนะ แต่ก้อนนี้ได้ไส้หมูหยองนิดเดียว และผมก็ดึงออกมากินจนหมดแล้ว ในก้อนขนมปังนั้นเลยเหลือแค่แป้งเปล่าๆ


“อร่อยไหม”


“กลอยอร่อยกว่า”

สายตาพี่โชกรุ้มกริ่มสุดๆ 


“กลอยไม่ใช่ของขนมสักหน่อย”


“แต่ก็กินได้”


“พูดจาบัดสีที่สุด กลางวันแสกๆ”


“นี่มันเย็นแล้วเถอะ อีกอย่าง ใช่ว่ากลางวันจะไม่เคย” ไม่พูดเปล่า มือยังเลื้อยไปมาแถวต้นขาผมอีก 


“งั้นไม่ต้องกินมันละชาบู กลับห้องไปกินกันเลยไหม...พี่โชไม่เลี้ยวเข้าห้างล่ะ!!” ผมโวยลั่นเมื่ออยู่ๆ รถก็เปลี่ยนไฟเลี้ยว แล้วตรงกลับคอนโด เนี่ย คนเรามันเป็นแบบเนี้ย “พี่โช!”




อ๊ะๆ อย่าคิดว่ากลับห้องมา ผมจะถูกจับกินแทนข้าว เพราะถึงห้องปุ๊บ ท้องคนหื่นก็ร้องออกมาเฉย ผมเลยต้องทำข้าวไข่เจียวกุ้งสับให้กิน พออิ่มก็หนีไปนอนตีพุงอยู่ที่โซฟา


“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” ล้างจานเสร็จก็เดินมานั่งข้างขายาวๆ พี่โชขยับตัวลุกขึ้นมานั่งพลางยื่นแท็ปแล็ตตัวเองมาให้ดู “อะไร”


“ก็รูปกลอย”


“รูปกลอย?” ย่นคิ้วเมื่อได้ยิน “ฉิบหายแล้ว” สบถหลังจากดูรูปที่ว่า เป็นรูปตอนผมอยู่หน้าตึกสถาปัตย์ ช่วงที่ยืมเงินไอ้เด็กถือกล่อง ซึ่งน่าจะดีกว่านี้ ถ้ารูปถัดมา คนถ่ายไม่จงใจซูมหน้าไอ้เด็กนั่น แล้วเขียนแคปชั่นด้านล่างว่า ดวงตา คือหน้าต่างของหัวใจ “กลอยไม่รู้จักไอ้คนนี้นะ” รีบบอก พี่โชจ้องหน้านิ่งไม่พูดไม่จา “จริงๆ”


“พี่ก็ยังไม่ได้ว่าอะไร” 


“พี่ไม่ได้ว่า แต่ตาพี่กำลังว่าไง” ใช้นิ้วแตะที่ตาดุๆ สองข้างของพี่โช “เนี่ย ตาดุเกิน กลัว” 


“ก็อย่าทำอะไรให้พี่ต้องดุ” นิ้วผมถูกมือใหญ่จับเอาไว้ ก่อนดวงตาที่ผมบอกว่าดุ จะค่อยๆ เคลื่อนมาใกล้ จนแทบนับเส้นขนตาได้ “เข้าใจไหม” แม้คำถามจะบางเบา แต่แววตาที่มีผมสะท้อนอยู่ในนั้นกลับดูจริงจัง


“เข้าใจครับ คุณปีศาจ” ผมโฉบจุ๊บปากแดงตรงหน้า ก่อนรีบผละออกมาก่อนที่จะถูกแขนรัด แต่กลับหลบขายาวไม่ได้ เอวผมถูกตวัดเกี่ยวเอาไว้ พี่โชแกล้งออกแรงดึงจนผมหงายหลัง แต่แล้วก็ต้องตกใจที่ได้ยินเสียงกระดูกก้นกบผมกระทบพื้น คงกะให้ร่วงบนโซฟาสินะ แต่แรงเหวี่ยงมันไม่พอ ผมเลยลงมานั่งกองที่พื้นแทน 


“กลอย พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ” ถูกช้อนอุ้มให้ขึ้นมานั่งบนโซฟา แต่ก้นที่เจ็บทำเอาต้องนั่งเอียงคล้ายกับเป็นริดสีดวง “ไปหาหมอไหม”


“ไม่เอา ทายาก็พอ” เบะปากยามรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมา 


“ถ้ากระดูกหักล่ะ” 


“ไม่หักหรอก ทายาก็พอ” 


“ดื้อ”


“แต่พี่โชทำ”


หมดคำเถียงเลยทันทีเพราะคือความจริง พี่โชลุกไปที่ตู้ยาพลางหยิบยานวดแก้ปวดมาด้วย 


“ถอดกางเกงสิ พี่จะทายาให้” กระพริบตาปริบๆ มองหลอดยาในมือ “อะไร อายเหรอ น่าจะเลิกอายได้แล้วมั้ง” 


“ไม่ได้อาย ก็แค่...ยังไม่ได้อาบน้ำ” อยู่ๆ พี่โชก็หัวเราะออกมาจนผมอยากถีบ แต่แค่ขยับขาก็ร้าวมาจนถึงก้นกบ “อูย”


“งั้นก็...”


ก็อะไรผมยังไม่ได้รู้ เพราะผมถูกอุ้มพาดบ่าเดินเข้าห้องน้ำแทน ถูกขัดสีฉวีวรรณทุกซอกทุกมุม พอตัวสะอาดก็ถูกพาออกมาปะแป้งจนตัวขาววอกราวกับเด็กเล็ก สนุกเหลือเกินกับการได้แกล้งผมเนี่ย ส่วนยานวดแก้ปวดก็ถูกป้ายที่ก้นจนร้อนไปหมด   “ไม่ใส่กางเกงเหรอ” พี่โชถามหลังจากเอายานวดไปวางบนโต๊ะ 


“มันร้อน รอเย็นก่อน” ตอบอู้อี้เมื่อหน้าแนบกับเตียง ผมนอนคว่ำปล่อยก้นเปลือยเปล่าตากแอร์ให้ดับความร้อนของยา พี่โชคงจะรำคาญลูกตาหรืออะไรไม่รู้ เล่นตบก้นผมซะเสียงดังป๊าบ สะเทือนจนน้ำตาเล็ด “เจ็บ”


“สำออยป่ะเนี่ย”


“ลองดูไหมล่ะ” 


“ถ้ากล้าก็ลองดู” ผมรีบวางขาที่ยกขึ้นเตรียมถีบพี่โช ใครจะไปกล้าทำจริง เกิดถูกสวนมา ไอ้กลอยตายอย่างเดียว แค่ความยาวของขาก็สู้ไม่ได้แล้ว “คนไม่จริงนี่หว่า”


“คนจริง แต่ตอนนี้เจ็บอยู่ไม่เห็นเหรอ”


“ไอ้กลอยเอ๊ย”


หน้ายู่ใส่คนที่ล้มตัวนอนข้างๆ จะดีกว่านี้ถ้าไม่ยื่นมือมาตบก้นผมเล่นเนี่ย ก่อนเลิกสนใจเมื่อมีคอมเม้นรูปหน้าหัวเราะส่งมาใต้โพสเจ็บก้นของผม คนโพสคือคนที่พี่โชเคยถามไปคราวนั้น พอลองกดเข้าไปดูรูป ก็ไม่ได้เรื่องอะไร จนเลื่อนดูอย่างอื่นๆ ด้วยความอยากรู้ ก็ได้เห็นสิ่งที่เพื่อนมันแท็กมา หน้าไอ้เด็กถือกล่องนั่น...มันคือเจ้าของเฟซบุ๊กนี่ ว่าแต่ ผมไปรับเพื่อนมันตอนไหนวะ หรือจะรับตอนเมา? ช่างมัน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันอยู่แล้ว



“พี่โชๆ” สะกิดคนที่นอนอยู่ข้างๆ


“หืม?”


“สั่งปูดองมากินไหม อยากกินปูดอง พี่โช....”


ไร้การตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อคนข้างผมหลับไปแล้ว ทำไมหลับง่ายแบบนี้วะ ไอ้กลอยอยากกินปูดอง หรือพรุ่งนี้จะซื้อปูมาดองเองดีวะ เกิดอร่อยก็ทำให้แม่ขายที่ร้าน เป็นความคิดที่ดีแถมรวยอีก ยิ้มย่องได้แป๊บเดียว แขนยาวก็ตวัดมาตบเข้าที่หัวจนหน้าฟุบกับที่นอน 


หลับก็ได้วะ พรุ่งนี้ค่อยคิดอีกที แต่เหมือนผมจะลืมอะไรไป....




...TBC


มาแล้วค่าา หายไปหลายวัน ไม่เห็นขยันเหมือนตอนลงแรกๆ เลย (ด่าให้ค่า T^T)

น้องไบร์ทเริ่มละ เริ่มหาเรื่องให้กลอยประเกรียนสุดหล่อแม่นเว่อร์อีกแล้ว 

ว่าแต่ กลอยลืมอะไรไปหนอ? 5555

พบกันตอนหน้าค่าาา (ขยิบตาส่งวิ้งค)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น