ST 76

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 14) Assassination Classroom

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2561 09:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
14) Assassination Classroom
แบบอักษร


“เฮ้อ~ เหนื่อยจังเลยน้า...~” มาเอฮาระพูดขึ้นขณะนั่งพิงหลังลงบนเก้าอี้ของห้องอาหารในที่พักซึ่งทุกคนได้รวมกันอยู่


“ฉันว่าเรากลับห้องกันเถอะ... ฉันไม่มีพลังงานเหลือแล้ว...” มิมูระเริ่มฟุบลงกับโต๊ะ


จากนั้นทุกคนก็เริ่มดูคล้อยตามกับคำพูดของทั้งสอง หลายๆคนเริ่มหอบหายใจและหน้าแดงขึ้นมา


.


.


.


มุมมองนางิสะ


‘มีบางอย่างแปลกๆ...’


‘ถ้ามองดูดีๆแล้ว...’


‘ทุกคนดูเหนื่อยเกินกว่าที่ควรจะเป็นนี่นา’


ปัก!


“โทษทีนะนางิสะคุง...” นาคามูระเดินมาชนไหล่ของเขาและเริ่มเซลงที่พื้น


“ฉันอยากรีบกลับห้องไปนอนนะ... แต่ร่างกายของฉันมัน ขะ...ขยับไม่ได้~”


“นาคามูระซัง คุณตัวร้อนมากเลย!!” นางิสะรีบวิ่งไปพยุงเธอขึ้นมา


“มะ...ไม่นะ จะ..จมูกของฉัน” นางิสะรีบหันไปก็พบกับโอคาจิมะที่มีเลือดไหลออกมาจากจมูกมากมาย


‘กะ... เกิดอะไรขึ้นกันแน่’ หลายๆคนรอบตัวของเขาเริ่มทรุดลงกับพื้นกันหมดแล้ว!!


.


.


.


คาราสึมะที่เห็นท่าไม่ดีก็พยายามสอบถามถึงโรงพยาบาลบนเกาะแต่ก็พบว่ามันมีเพียงคลินิกเล็กๆเท่านั้น....


“ไม่จำเป็นหรอกครับคุณครู...” คาราสึมะก็รีบหันไปจนพบกับอากิในชุดสูทที่มาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางสีเงินใบใหญ่


“อะไรของเธอกัน??? ทำไมแต่งตัวแบบนั้น? ไม่สิ... เราต้องหาทางรักษาเพื่อนๆเธอสิ จะเป็นโรคติดต่อหรือยาพิษก็ไม่มีทางรู้เลยนี่นา!” ดูเหมือนคาราสึมะจะกระวนกระวายจนเสียความเลือดเย็นไปแล้ว...


“ใจเย็นๆก่อนนะครับอาจารย์คาราสึมะ... ก่อนอื่นเลยก็รีบไปนำตัวทุกคนที่เกี่ยวข้องกับห้องเราไปไว้ในห้องอาหารด้วย”


“.... ทำไมฉันต้องเชื่อเธอล่ะ?”


“คุณต้องเชื่อผมอยู่แล้ว เพราะความจริงน่ะ....” อากิดันแว่นขึ้น


“มีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น!!” ‘ก๊ากกก อยากพูดมานานแล้ว ฮ่าๆๆ ฮ่าๆๆ’




ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจความหมายของมัน แต่คาราสึมะที่เห็นแววตาอันมั่นใจก็เดินออกไปและทำตามทันที


.


.


.


“อาจารย์เรียกพวกเรามารวมกันทำไมครับ.... ถ้าเกิดมันโรคติดต่อขึ้นมาผมก็ไม่อยากให้มันไปติดเพื่อน... รีบอพยพคนในเกาะไม่ดีกว่าหรอ...” มิมูระผู้ติดเชื้อพูดขึ้นมาเมื่อทุกคนมารวมกันแล้ว


“เรื่องนั้น....” คาราสึมะกำลังจะพูดบางอย่าง


“เรื่องนั้นฉันจะอธิบายเอง....” อากิเดินเข้ามาข้างหลังพร้อมกับท่ากระชับเนคไทสุดเท่ ดูเหมือนสาวๆจะได้รับผลไปไม่น้อย แต่หนุ่มๆกลับคิดว่า ‘แต่งตัวบ้าอะไรของมันวะ???’


“มะ...มันคืออะไรงั้นหรออากิคุง แค่กๆ” ฮาระเริ่มพูดด้วยอาการไม่สู้ดี


“ไม่ต้องห่วง ฉันจะไขข้อข้องใจให้เธอเอง...” อยากพูดว่าไขคดีจังโว้ยยยย


“มันไม่ใช่โรคติดต่อหรือยาพิษ แต่มันคือไวรัสที่ถูกดัดแปลง”


ซุบซิบๆ ซุบซิบๆ


“จะ...จริงหรอ แล้วเธอรู้ได้ยังไงกัน?” โอคูดะสาววิทย์ที่ยังสบายดีถามขึ้นมา


“เดี๋ยวผมเฉลยเองน่า อย่าพึ่งขัดสิ...” เขาตอบปัดไป


พวกตูใกล้จะตายขนาดนี้ไม่ให้ถามได้ไงฟะ!!!! แต่ดูเหมือนเหล่าคนป่วยจะไม่มีแรงตะโกนคำนั้นออกไป


“เริ่มแรกเชื้อจะยังไม่มีอะไรมาก แต่ถ้าเริ่มปล่อยไว้นานล่ะก็... มันจะฟักตัวและพัฒนาอาการที่แตกต่างไปในแต่ละคน หลังจากนั้น1สัปดาห์เซลล์ทั้งหมดในร่างกายก็จะถูกทำลายและพวกนายก็จะตาย...”  เพียงพูดเท่านั้นทุกคนก็หน้าซีดกันเป็นแถบๆ


“ยะ...อย่ามาพูดบ้าๆนะ นายจะไปรู้อะไร!” คาทาโอกะฝืนแรงตะโกนขึ้นมา


“ก็บอกอยู่ว่าอย่าขัด... เจ็บตัวแย่เลยสินั่น...”


“ทาเคบายาชิคุง เท่าที่ฟังมาพอจะรู้รึยังว่ารับเชื้อมาได้ยังไง~” ว่าแล้วเขาก็ชี้ไปทางหนุ่มแว่นตระกูลนายแพทย์


“ถ้าที่คุณบอกมาเป็นความจริง มันไม่ใช่โรคติดต่อ และก็ไม่น่าใช่โรคที่จะติดทางอากาศด้วย ....อืม...น่าจะรับเชื้อมาจากทางปากสินะ... ฉะนั้นเราก็ควรคิดไว้ว่าอาจจะได้รับเชื้อจากทางอาหารและเครื่องดื่นที่เราได้รับ จะบอกว่ามันคือไวรัสที่เจาะจงมาหาพวกเราโดยเฉพาะก็ได้” ทาเคบายาชิคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบไป


“ถูกต้องครับ... ต่อไปก็ฟูวะซัง พอจะสันนิษฐานได้ไหมครับว่าเรารับเชื้อมายังไง” ทีนี้เขาหันไปหาสาวตัวเล็กผมบ็อบ ผู้ชื่นชอบการ์ตูนนักสืบ


“อืม.... อาหารและเครื่องดื่มสินะ... สิ่งที่พวกเราต้องกินเหมือนกันก็มีแค่อาหารและเครื่องดื่นบนเรือ.... ฉันไม่มั่นใจว่าทุกคนได้ดื่นเครื่องดื่นที่มีคนมาเสิร์ฟรึเปล่า แต่...อาหาร... มิมูระคุงกับโอคาจิมะคุงที่ไม่ได้ทานอาหารบนเรือเพราะทำหนังให้อาจารย์โคโระอยู่กลับติดเชื้อก็ทางเดียว เครื่องดื่ม! ฉันขอตอบว่าเครื่องดื่มที่เรากินบนเรือตอนบ่าย!” จากท่าทางครุ่นคิดเธอก็เงยหน้าขึ้นมาอย่างมั่นใจ


“ถูกต้องนะคร้าบบบ!!” ดูเหมือนอากิจะหลวมตัวไปเล่นรายการเกมโชว์กับเธอเสียแล้ว...


พวกเอ็งเล่นอะไรกันเนี่ย.... ตูจะตายแล้วนะเห็นมั้ย!!! เช่นเดิม ไม่มีใครแรงเหลือพอจะเข้าไปตบมุข


“แน่นอนว่าทางรักษามีทางเดียวคือต้องหายาเฉพาะ...” อากิกลับมาจริงจังเหมือนเจ้าหนูยอดนักสืบอีกครั้ง


“ต่อไปก็คือคุณ! อาจารย์คาราสึมะ!! คุณคิดว่าคนร้ายเป็นใคร?” เขากลับไปชี้หน้าอาจารย์


“แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไง?” อาจารย์ที่โดนโบ้ยมาแบบงงๆก็ถามกลับ


“อะแฮ่ม...งั้นผมใบ้ให้ก็ได้... เป็นคนที่มีความแค้นกับเราและเกี่ยวข้องกับคดีของกระทรวงกลาโหม”


“เด็กห้องเราก็ไม่ได้ไปแค้นกับคนใหญ่คนโตนี่นา....” คาราสึมะเริ่มก้มหน้าลงพึมพำ


“คดีที่เกี่ยวกับกองทักตอนนี้ก็ตั้งหลายคดี ไม่ว่าจะเป็นเงินสำหรับฆ่าโคโระที่หายไป.... เพื่อนร่วมงานเก่าของเราที่พบศพอย่างปริศนา..... และการหายตัวไปของทา....!!! หรือว่า!!!!” เมื่อคิดได้เขาก็รีบเงยหน้าขึ้นมาอย่างตกตะลึง


“ใช่แล้ว.... คนร้ายก็คือ อาจารย์ทาคาโอกะยังไงล่ะ!!!” ให้ตายซิ มันดันตายไปแล้วเลยชี้หน้าตามสูตรไม่ได้เลย โถ่เว้ย!


“มะ... ไม่จริงน่า อาจารย์ทาคาโอกะงั้นหรอ...” ดูเหมือนหลายๆคนในห้องก็จะตกตะลึงไปตามๆกัน


“ใช่แล้วล่ะ... ทาคาโอกะและนักฆ่าอีก3คนได้ร่วมมือกันวางแผนนี้ขึ้นมาเพื่อแก้แค้นพวกเราและจับเป็นตัวประกันเอาไว้ฆ่าอาจารย์โคโระยังไงล่ะ” เมื่อพูดจบทุกคนก็ยิ่งตะลึงกันไปอีก


“ไวรัสนี่ก็เป็นฝีมือของ1ในนักฆ่ามืออาชีพที่มันจ้างมา อ้อ จากเงินที่เขาขโมยมาจากกองทัพนั่นแหละครับ” เขาหันไปมองคาราสึมะเล็กน้อย


“ละ...แล้วเราจะทำยังไงกันดี...” ทุกคนเริ่มกลัวกันมากยิ่งขึ้นไปอีก


...อากิก็ได้จับจ้องไปที่อาการเหล่านั้นและถามขึ้นมา


“รู้ว่าเขาทำขนาดนี้แล้ว.... พวกคุณอยากจะฆ่าเขามั้ยครับ?”


“แหงสิ! ยังไงก็ต้องฆ…!” โอคาจิมะที่อาการหนักรีบพูดด้วยความโกรธก่อนจะถูกหยุดลง


“ฟังผมดีๆนะครับ... ที่ผมหมายถึงก็คือ ถ้าคุณมีโอกาสจะได้เอาปืนยิงไปที่หัวเขาพวกคุณจะทำมั้ย ในเมื่อเขาทำกับคุณและคนในห้องขนาดนี้ รวมถึงสิ่งที่เขาคิดจะทำในหัวด้วย... นี่ต่างหากคือความหมายของคำว่า’ฆ่า’ที่ผมหมายถึง...” เมื่อพูดจบทุกคนกลับเงียบและไม่มีใครกล้าพูดอะไร


“อ้อ ไม่ต้องกลัวไปนะ มันก็แค่เหตุการณ์สมมุติ ถึงฆ่าไปก็ไม่ติดคุก” แต่ทุกคนก็ยังเงียบ.... จนนางิสะพูดขึ้นมา


“อากิคุง... ถ้าเป็นผมก็คงไม่ฆ่าหรอก... อาจจะเอาคืนที่มาทำแบบนี้สักนิดหน่อยแต่ก็จะไม่ฆ่า ให้เขาไปรับโทษจากสิ่งที่เขาทำอย่างถูกต้องจะดีกว่า”


“เห... ที่คุณพูดแบบนั้นเพราะคุณคิดจริงๆหรือว่าเพราะคุณไม่ได้ติดเชื้อและรับรู้ความเจ็บปวดแบบที่คนอื่นกำลังเป็นกันแน่ครับ~” ดูเหมือนนางิสะจะได้รับผลจากคำนั้นไม่น้อย เขาถึงกับต้องนั่งลงไปคิดกับตัวเองอีกรอบ


“มะ...ไม่หรอกอากิคุง แค่กๆ ฉันก็คิดแบบเดียวกับนางิสะคุงนั่นแหละ การแก้แค้นไม่จำเป็นต้องฆ่าเสมอไป ปล่อยให้คนแบบนั้นเข้าไปสำนึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำก็ไม่แย่หรอกนะ แค่กๆ ชีวิตคนมันมีค่ามากกว่ามาฆ่ากันตายแบบนี้” ฮาระสาวอวบใจดีพูดขึ้นมาราวกับนักบุญจนทุกคนคิดได้


ใช่ๆ


ให้มันรับโทษก็คงดีกว่า


ดูเหมือนหลายๆคนจะคล้อยตาม


“แล้วคารุมะคุงล่ะ? คุณดูจะรุนแรงที่สุดในห้องแล้ว คิดยังไงครับ...?”


“รุนแรงนี่หมายถึงอะไรกันวะ? ถ้าเป็นฉันก็คงไม่ฆ่าหรอก..... แต่ยังไงก็ขอทรมานมันให้เต็มที่ก่อนส่งตำรวจละกัน หึๆ หึๆ” ว่าแล้วเขาก็ยิ้มมาแบบปีศาจร้าย


ฟู่ว.... อากิถอนหายใจออกมา


“พวกคุณนี่ใจอ่อนจังนะครับ... ถ้ากับศัตรูยังฆ่าไม่ได้แล้วจะฆ่าอาจารย์ของตัวเองได้ยังไงกัน?” ทุกคนที่กำลังยิ้มแย้มก็ต้องหยุดชะงักลงด้วยคำพูดนั้น... จริงสิ ถ้าพวกเขาใจอ่อนแบบนี้จะฆ่าอาจารย์ได้ยังไง แต่นั่นหมายความว่าพวกเขาต้องกลายเป็นคนโหดร้ายไปงั้นหรือ?


อาจารย์โคโระที่นั่งในถุงมานานก็พูดขึ้น


“อากิคุงก็พูดแรงไปนะครับ... อย่าคิดมากกันเลยนะครับทุกคน การฆ่าคนเพื่อแก้แค้นให้ตนเองหรือพวกพ้องย่อมมีความผิดและป่าเถื่อน แต่การฆ่าอาจารย์เพื่อคนทั้งโลกมันต่างกันลิบลับเลยนะครับ” ทุกคนมีสีหน้าดีขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น....


“เฮ้อ... พอแล้วๆ อย่าคิดมากเลย ผมก็พูดไปอย่างนั้นแหละ พวกเราพึ่งม.ต้นเองนะ ไม่สมควรที่จะฆ่าใครอยู่แล้ว” อากิถอนหายใจและส่ายหัวไปมา


“แต่เพื่อความมั่นใจ.... อาจารย์คาราสึมะครับ ถ้าเราฆ่าทาคาโอกะในสถานการณ์อย่างนี้จะผิดมั้ยครับ?” เขาหันไปถามคาราสึมะ


“ถ้าว่ากันตรงๆก็มี แต่ถ้าเธอมีหลักฐานพียงพอก็รอดได้สบาย การที่ทาคาโอกะคิดจะฆ่าพวกเธอซึ่งเป็นความหวังและเสี่ยงต่อการทำให้เจ้านี่โกรธจนทำลายโลกแล้วล่ะก็ จะตายไปเพราะมือเธอหรือใครก็ไม่มีใครสนใจหรอก”


“งั้นหรอครับ....” อากิก้มลงไปกดมือถือตัวเองเล็กน้อย


“ผมส่งคลิปเสียงที่อัดคำสารภาพของทาคาโอกะเข้าเมลอาจารย์ไปแล้วนะครับ”


“นี่เธอ...!”


“พวกคุณนี่แตกต่างจากผมดีนะครับ... แต่ผมยอมเป็นปีศาจดีกว่าถ้ามีใครมาทำอะไรพรรคพวกของผม” ว่าแล้วเขาก็ยิ้มพร้อมควักสิ่งที่คล้ายตัวจุดระเบิดออกมา


หยุด...!!! คาราสึมะพยายามจะวิ่งเข้าไปแย่งแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว


บึ้มมมมม!!!!


ตูมมมมม!!!!

เสียงระเบิดดังออกมาจากโรงแรมบนภูเขาด้านหลังอากิ ส่วนบนของโรงแรมดูเหมือนจะลุกเป็นไฟ


(นึกภาพว่าระเบิดอยู่ไกลๆแทนละกันนะ)



“ผมทำให้มันเอิกเกริกไปอย่างงั้นแหละครับ ไม่มีใครตายหรอกสบายใจได้ แถมระเบิดนี่เจ้าทาคาโอกะก็วางเองไว้ด้วยซ้ำ....” จากนั้นเขาก็เริ่มเล่าแผนของทาคาโอกะและการที่ตนบุกเดี่ยวเข้าไปทำลายมันเป็นฉากๆ แน่นอนว่าเขาข้ามเหตุผลที่เขารู้ถึงมันและเทคนิคเหนือมนุษย์ของเขาไป จากนั้นเขาก็เล่าต่อถึงแผนของทาคาโอกะที่วางไว้และจะเกิดขึ้นเมื่อเขาไม่ได้บุกไป โดยอากิได้ปรับเปลี่ยนจากการที่ทาคาโอกะติดระเบิดไว้ที่กระเป๋าเพื่อทำลายมันต่อหน้าทุกคนเป็นการติดระเบิดไว้ที่ชั้น9-10เพื่อฆ่าทุกคนก่อนจะขึ้นฮอ.หนีไป แน่นอนว่าเขาไม่ได้บอกว่าฆ่าและทรมานทาคาโอกะยังไง เขาบอกไปเพียงแค่ว่าประลองกับมันจนทาคาโอกะพลาดตายเองเท่านั้น และที่เขาต้องกดระเบิดก็เพราะว่าทาคาโอกะได้ตั้งเวลาเอาไว้แล้ว เมื่อครบเวลาระเบิดจะลามไปชั้นอื่นด้วย อากิจึงต้องกดระเบิดก่อนเพราะว่าชั้น9-10ไม่มีคนอยู่ แน่นอนว่านี่เป็นคำลวง เขาเพียงแค่แอบไปปล่อยก๊าสและราดน้ำมันไว้จนทั่วทั้งสองชั้นเพื่อให้ระเบิดมันยิ่งใหญ่และสืบหาหลักฐานมาค้านคำโกหกของเขาไม่ได้


.


.


.


“เข้าใจแล้ว... ฉันจะนำเรื่องไปบอกกระทรวงให้” คาราสึมะตอบรับไป แม้จะสงสัยบ้างแต่ก็เลือกที่จะมองผ่าน


“นะ...นี่ อากิคุง” นาคามูระที่เริ่มได้สติก็เรียกเขา


“ครับ?”


“แล้วถ้าเธอระ...ระเบิดมันไปแล้ว จะรักษาพวกเราได้ยังไงกัน?” ดูเหมือนหลายๆคนก็จะสนใจคำถามนี้


“เรื่องแค่นั้นเอง ไม่เห็นยากเลย....”


“ยาถอนพิษก็อยู่นี่แล้วไม่ใช่หรอ?” อากิชูกระเป๋าเดินทางขึ้นมาพร้อมกับเอียงคออย่างสงสัย


“ก็เอ็งไม่พูดแล้วใครจะไปรู้ฟะ!!!!!” คราวนี้ดูเหมือนทุกคนจะมีแรงพอตะโกนแล้ว


“อ่าวหรอ ฮะๆ ฮะๆ เอาไปสิ ฝากให้ทาเคบายาชิคุงที่เชี่ยวเรื่องนี้ดูแลก็แล้วกันนะ...” ว่าแล้วเขาก็โยนกระเป๋าไปทางอีกฝ่าย เพราะเขารู้ว่าข้างในมันมีของกันกระแทกอยู่


“อย่าโยนสิโว๊ย!!! นั่นชีวิตพวกตูนะ!!!!” ได้รับคำด่าไปอีกชุด


“แหะๆ คนที่กินน้ำนั่นไปแต่ยังไม่มีอาการก็รับยาไปด้วยนะครับ ส่วนผมที่ไม่ได้กินก็ขอตัวกลับห้องก่อนนะ...” แต่ทันทีที่เขาหันหลังกลับไปก็ถูกดึงคอเสื้อไว้


แอ่ก...! ใครน่ะ?


“แหมๆ แผนช่างล้ำเลิศเหลือเกินนะอากิคุง~” สะ...เสียงนี้มัน!


“วางยาสลบชั้นแล้วแอบออกไปทำภารกิจคนเดียว ช่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติเลยนะอากิคุง~” เขาค่อยๆหันกลับไปจนพบกับแฟนสาวกับรอยยิ้มฆาตกร


“ผะ....ผม ไม่ได้วางยาคุณนะ...”


“ฉันบอกว่าวางยาก็วางยาสิ!!!” เออว่ะ จะบอกว่าเราติ้วเธอจนสลบไม่ได้สินะ


“คะ...ครับ...” เขาได้แต่ตามน้ำไป


“ถือว่าดีนะที่ฉันตื่นทันแผนการฆ่าเจ้าปลาหมึกนั่น แต่ดูเหมือนเธอจะมาสายจนฉันเป็นห่วง แต่ไม่เป็นอะไรเพราะเธอมาทันสินะอากิคุง~” ดูสีหน้านั่นสิ ไม่ให้แก้ตัวเลยสินะ....


“ครับ.....”


“แต่เมื่อแผนล้มเหลวเธอกลับเดินเข้าป่าไปเปลี่ยนชุดและเอากระเป๋าโดยไม่มองฉันที่ตามไปเลยสินะอากิคุง~” เชี่ย!! ตอนไหนวะนั่น!!! (ชุดเอามาจากยามนะจ๊ะ)


“ดูเหมือนการที่นำทุกคนมาและอธิบายความรู้ของตัวเองในชุดเท่ๆโดยไม่สนใจอาการเจ็บของเพื่อนๆจะทำให้เธอดูcoolมากเลยสินะอากิคุง~” ม่ายยย อย่าปล่อยจิตสังหารขนาดน้านนน


“จากนั้นเธอก็เล่าวีรกรรมเสี่ยงตายและผิดกฎหมายทั้งๆที่เป็นเด็กม.ต้นด้วยความภูมิใจใช่มั้ยอากิคุง~”


“และที่พูดมาทั้งหมดนี่เธฮไม่ได้รับรู้เลยสินะว่าฉันเองก็อยู่ในเหตุการณ์ที่นี่ด้วยน่ะอากิคุง~” เชี่ย!! เธอมีmisdirectionด้วยหรอเนี่ย ทำไมเรามองไม่เห็นกัน!


“สีหน้าแบบนั้นแสดงว่าเธอลืมฉันจริงๆสินะอากิคุง~” เออว่ะ!! จริงด้วย!!!


“มะ...ไม่ใช่นะ....” ต้องแก้ตัว...


ปั๊ก!


อัก!!


“ไม่ต้องมาแก้ตัวย่ะ!!!” อีรินถีบเขาเข้าอย่างจังจนตัวอากิลอยออกไปนอกประตู


“สำหรับที่เธอไปเสี่ยงอันตรายและลืมฉันโดยสิ้นเชิง.... คืนนี้นอนนอกห้องไปก็แล้วกัน!” อีรินโชว์กุญแจห้องของเขาออกมาก่อนจะสะบัดผมเดินกลับห้องไป


ด้านทุกคนที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าก็ได้ชูนิ้วโป้งขึ้นมาพร้อมกับคิดในใจ ‘กู๊ดจ็อบจารยบิช!!! สั่งสอนไอ้ตัวน่าหมั่นไส้นั่นเลย!!’


“นะ..นี่ทุกคน...” อากิหันไปหาเพื่อนๆ


“ขอไปนอนกับพวกนายสักคืนได้มั้ย?....”


“ไม่โว้ยยย!!!!” ทุกคนตอบมาเป็นเสียงเดียวกันจนเขาต้องคอตกไป


“อากิคุง” คาราสึมะเรียก


“เธอจะไปนอนห้องฉันก็ได้นะ คืนนี้ฉันจะต้องจัดการเจ้านี่ คงไม่ได้เข้าห้องตัวเอง” คาราสึมะที่ไม่เข้าใจอะไรเลยก็ทำท่าจะโยนกุญแจมาให้เขา


อากิที่เห็นก็ตาโตและรอรับ แต่แล้ว....


ฟึบ...


“อย่างแกน่ะ... นอนตากลมสักคืนก็คงสำนึกบ้างนะ” คารุมะดันโดดตัวมารับกุญแจไว้ได้ก่อน


“คารุมะ!!....กรอด...” อากิที่ทำงานหนักมาทั้งวันก็ไม่เหลือแรงพอจะไปต่อล้อต่อเถียงแล้วจริงได้แต่กัดฟันและเดินหันหลังกลับไป โดยไม่รู้ตัวว่าได้มีคนแอบมองอยู่...


.


.


.


“ป่าแถวนี้ก็มีแต่ต้นไม้บางๆไม่ก็ต้นมะพร้าว... จะไปนอนในนั้นก็ไม่ได้ นอนบนชายหาดนี่แหละวะ! น้ำข้งน้ำขึ้นอะไรก็ช่างมัน จะจมเดี๋ยวก็ตื่นเองแหละ....” อากิที่เปลี่ยนชุดกลับมาเป็นเสื้อยืดธรรมดาก็ได้เดินมาแถวชายหาดว่างๆและล้มตัวลงนอนทันที


“อา...ไม่มีความสบายเลย...” แต่ด้วยความเหนื่อยล้าทำให้เขาหลับไปแทบจะทันที


.


.


.


“ให้ตายสิ...ไม่เข้าใจผู้หญิงเลยรึไงนะ แค่ขอโทษมาคำเดียวก็จะยอมแล้วแท้ๆ...” อีรินที่แอบตามอยู่เรื่อยๆพึมพำออกมาจากหลังต้นไม้ริมหาด


“....เรานี่ก็ใจอ่อนจริงนะ... เฮ้อ...” ว่าแล้วเธอก็เดินออกไปหาเขา


ฟึบ...


อีรินปูผ้าห่มผืนหนาลงไปบนตัวเขาอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายตื่น คงเป็นเพราะทิฐิที่มือทำให้เธอไม่อุ้มเขากลับไป...


จุ๊บ..


“วันนี้ทำได้ดีมากเลยนะ คนเก่งของฉัน...” เธอจุมพิตลงที่แก้มเขาเบาๆก่อนจะเดินกลับไป.....





พรุ่งนี้จะเป็นตอน-2ตอนสุดท้ายของโลกนี้แล้วสัญญาเลย.... อย่าพึ่งเบื่อกับความยืดของไรท์นะ5555

ส่วนคำที่อากิจะใช้แทนตัวเองหรือคนอื่นนี่ก็แล้วแต่อารมณ์นะ บางอารมณ์ถ้าคิดว่าเป็นเพื่อนกันจริงๆก็จะสนิทหน่อย บางอารมณ์ที่มองเป็นแค่ตัวละครก็จะห่างออกมาอีก

เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมีโหวตโลกต่อไปนะ


ปล. ปกติไรท์อัพทีละ2ตอนอ่ะ บางคนที่ไม่รู้ว่าอัพตอนไหนไปก็ลองกดย้อมไปสักตอนสองตอนนะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น