Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : โกรธ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ย. 2561 12:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
โกรธ
แบบอักษร

หลายวันต่อมา

วันนี้เยว่จือออกมาเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายสายตา นางนั่งหลังขดหลังแข็งตัดเย็บชุดให้เทียนจินจนใกล้เสร็จแล้ว คงไม่เกินสองวันชุดนี้ก็จะแล้วเสร็จ    "ฮึก ฮืออออออ" เสียงคนร้องไห้ดังออกมาจากมุมหนึ่งของสวน ที่สำคัญเป็นเสียงผู้ชายอีกด้วย!!! 

 โดยปกติสวนนี้จะห้ามพวกบุรุษเข้ามา แล้วเสียงผู้ชายที่กำลังร้องไห้จะเป็นเสียงใครกัน หรือจะเป็น......ผี!!!!

 นางก้าวถอยหลังเตรียมวิ่งหนีทันที แต่ด้วยชุดที่ใส่ซึ่งเป็นกระโปรงมีความกว้างไม่มากนางจึงสะดุดล้มเข้าอย่างจัง

"โอ๊ย!!"

 "ใครน่ะ!!!!" เสียงของชายที่ร้องไห้อยู่เมื่อครู่เอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงคนร้องโอดโอย

 "ฮืออออ อย่าทำอะไรข้าเลยข้ากลัวแล้ว อย่ามาหลอกมาหลอนกันเลยนะ>w<" นางพนมมือไหว้งงๆหลับหูหลับตาไม่มองอะไรทั้งนั้น

 "นี่เจ้าเสียสติรึ! เห็นข้าเป็นผีรึอย่างไร" นางเป็นใครกันถึงกล้ามาว่าองค์ชายอย่างเขาว่าเป็นผีสาง 

 "ทะ ท่านเป็นคนรึ ก็ท่านมานั่งร้องไห้อยู่ในสวนที่ห้ามบุรุษเข้ามาข้าก็คิดว่าผีน่ะสิ"

 "นี่เป็นสวนของเสด็จแม่ข้าเหตุใดข้าจะเข้าไม่ได้เล่า! นี่อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้จักข้า!"

 "เสด็จแม่รึ!!! เช่นนั้นท่านก็!!!!" ตาเบิกโตทันที นอกจากจะไม่ใช่ผีไม่ใช่คนธรรมดาคนผู้นี้กลับเป็นถึงองค์ชายเชียวรึ!

 "ใช่ ข้าองค์ชายหกลู่หมิง โอรสของ            อิ๋นกุ้ยเฟย" ยืดอกตอบอย่างภาคภูมิใจ ดูจากชุดของนางเขาก็รู้แล้วว่านางต้องเป็นนางกำนัล

 เสด็จแม่ของเขาเป็นที่โปรดปราณเพียงใดใครๆก็รู้ ไม่มีใครกล้าหาเรื่องเขา และนี่ก็เป็นสาเหตุที่เขามานั่งร้องไห้เช่นกัน ใครไม่เป็นเขาไม่รู้หรอกว่าการไม่มีเพื่อนเลยสักคนมันโดดเดี่ยวเพียงใด

"เป็นองค์ชายแล้วเหตุใดมาร้องไห้อยู่ที่นี่เล่า  หรือมีใครรังแกใช่รึไม่" นางไม่ได้สนใจเรื่องใครเป็นมารดาของเขาแต่สนใจเรื่องที่เขามานั่งร้องไห้ตรงนี่เสียมากกว่า เขาก็อายุเท่านางแต่ยังมายั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งเช่นนี้มันออกจะดูแปลกๆ

 "นี่เจ้าแอย่าไปบอกใครเรื่องเห็นข้าร้องไห้นะ!!! หากใครรู้เข้าข้าแย่แน่ๆ" 

 "หม่อมฉันจะไม่บอกใครเพคะหากองค์ชายบอกเหตุผลมาก่อน"

 "นี่กล้าขู่ข้าเชียวรึ!"

 "ไม่บอกก็ไม่บอกเจ้าค่ะ หม่อมฉันคงไม่อาจขู่บังคับองค์ชายได้ หม่อมฉันขอตัวนะเพคะ" ในเมื่อเจ้าตัวไม่บอกนางก็ไม่อยากรู้ มีเรื่องให้นางคิดตั้งมากมายแค่นี้ก็ปวดหัวจะแย่

 "ดะ เดี๋ยวสิ!!! " เยว่จือหันกลับมายกคิ้วข้างนึงเป็นเชิงถามว่าเขาเรียกนางทำไม

 "เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าพูดคุยกับข้า เป็นคนแรกที่กล้าเมินใส่ข้า เจ้านี่แหละเหมาะสมที่สุด!"

 "เหมาะสม? เหมาะสมอะไรเพคะ?" ยิ่งเขาพูดนางก็ยิ่งงง

 "เจ้าเหมาะจะเป็นสหายของข้า! ต่อไปนี้เจ้าเป็นเพื่อนของข้าแล้ว เจ้าชื่ออะไรอยู่ตำหนักไหนบอกข้ามาให้หมด"  นี่อย่าบอกนะว่าเขาร้องไห้เพียงเพราะเหงาที่ไม่มีเพื่อน แล้วจู่ๆมามัดมือชกให้นางเป็นเพื่อนเนี่ยนะ แล้วดูถามนางแต่ละอย่างเหมือนพวกโจรที่ชอบพูดว่ามีสิ่งใดมีค่า   ส่งมาให้หมดไม่มีผิด

"บอกข้ามาเร็วเข้า"  ลู่หมิงเอ่ยอีกครั้ง เขาจะให้นางเนี่ยเเหละมาเป็นเพื่อน จะให้ท่านแม่ขอนางมาอยู่เล่นกับเขา!

 "เห้ออ ข้าซือเยว่จือ จากตำหนักฮองเฮาเพคะ" นางตอบออกไปเพราะเห็นใจคนไม่มีเพื่อนอย่างเขา อย่างไรบอกไปก็เท่านั้น นางคงไม่เจอกับเขาอีก

 "เยว่จือรึ เยว่จือต่อไปนี้เจ้ากับข้าเป็นเพื่อนกันแล้วนะ เจ้าต้องเล่นเป็นเพื่อนข้า"กล่าวด้วยรอยยิ้ม 

 'เป็นเอามากนะเนี่ย' นางคิดในใจก่อนจะยิ้มตอบเขาไป แล้วเขาก็พานางเล่นจริง เขาพานางเล่นหมากรุก!! นี่เห็นนางดูฉลาดขนาดนั้นเชียวรึ นางเล่นไม่เป็นเขาก็สอนให้นางเล่นจนได้ กว่าจะจบกระดานก็เกือบเย็น 

 เวลาต่อมา

 "ท่านหัวหน้าเจ้าคะ" นางกำนัลคนนึงเดินมาที่ห้องของเยว่จือ หลายวันมานี้นางมีหน้าที่มาตามผู้เป็นหัวหน้านทุกๆช่วงเย็นให้ไปที่ตำหนักองค์ชายสองเทียนจินตามคำสั่ง

 "ข้ารู้แล้ว กำลังจะไป"เยว่จือตอบอย่างเซ็งๆ นางปรับตัวกับที่นี่ได้แล้วแต่ที่ปรับไม่ได้เห็น    จะเป็นเรื่องการต้องไปทำงานนอกสถานที่เพียงเรื่องเดียว ทำไมต้องให้ไปนั่งตัดเย็บที่นั่นก็ไม่รู้

 ร่างบางจำต้องหอบข้าวของที่จำเป็นไปที่ตำหนักองค์ชายสอง เมื่อไปถึงก็เห็นเขานั่งรออยู่ก่อนแล้ว

 "ถวายพระพรเพคะ" นางเห็นเขาเมินเฉยจึงเอ่ยออกไป เขาจะได้รู้ว่านางมาถึงแล้ว

 แต่อีกฝ่ายกับไม่ตอบกลับปล่อยนางย่อตัวทำความเคารพอยู่เช่นนั้น ทำแบบนี้คิดจะแกล้งกัยรึไร!

"หม่อมฉันทำอะไรผิดรึไม่เจ้าคะ?" เมื่อทนต่อความปวดเมื่อยไม่ไหวจึงเป็นฝ่ายถามออกไปอีกครั้ง หน้าที่นางก็ไม่ใช่เหตุใดต้องมาทนคนเช่นนี้ด้วยเล่า เสร็จงานนี้เมื่อใดอย่าได้พบได้เจอกันอีกเลย!

 "เจ้าไม่รู้รึ?" อะไรอีกนี่เขาจะหาเรื่องอะไรนางอีกเนี่ย เยว่จือถอนหายใจเบาๆแต่คนที่ไม่อยากให้ได้ยินกลับได้ยินอย่างชัดเจน 

 "หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ หากมีสิ่งใดที่คิดว่าหม่อมฉันทำผิดก็พูดออกมาเลยเพคะ ไม่เช่นนั้นก็ลงโทษหม่อมฉันเลยก็ได้" เอ่ยอย่างเริ่มหงุดหงิดเต็มทีจะอะไรก็ไม่ทำนางย่อตัวค้างจนขาสั่นหมดแล้ว!

"เมื่อกลางวันเจ้าไปทำสิ่งใดมา!" เอ่ยขึ้นด้วยความโมโห นี่นางไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ว่าตัวเองไปสร้างเรื่องอะไรไว้!

เขาเห็นนางอยู่กับองค์ชายหก หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ไปตำหนักของเสด็จแม่ หากเขาไม่ไปเยี่ยมเสด็จแม่คงไม่รู้ว่าอิ๋นกุ้ยเฟยมาขอตัวนางไปอยู่ที่ตำหนักกุ้ยเฟย! 

 "ทำสิ่งใดเจ้าคะ?" มีเรื่องอะไรเมื่อกลางวันรึ นางแค่พบองค์ชายหกแล้วก็ได้นั่งเล่นหมากรุกกันกระดานนึงก็เท่านั้น

 "หึ! ยังไม่ทันถึงวัยปักปิ่นก็คิดอยากออกเรือนแล้วรึ! อยากเป็นสนมแล้วเหตุใดจึงแกล้งอ่านบทกวีไม่ได้เล่า! รึเจ้าไม่อยากเป็นสนมของเสด็จพ่อ แต่อยากเป็นสนมของเจ้าหกแทน!" แค่คิดก็โมโหจนแทบบ้าแล้ว ชีวิตของนางเขาเป็นคนช่วยเอาไว้จะยกนางให้คนอื่นง่ายๆได้อย่างไร!

 เยว่จือที่ได้ฟังคำพูดของอีกฝ่ายก็โกรธขึ้นมา  เขาคิดว่านางเป็นเช่นนั้นจริงๆน่ะรึ แต่ในเมื่อเขาเป็นองค์ชายนางเป็นแค่นางกำนัลจะให้นางต่อว่าขึ้นเสียงใส่เขานางก็ทำไม่ได้ ได้แต่ยืนกำหมัดแน่นทนฟังถ้อยคำดูถูก สิ่งที่นางทำไม่จำเป็นต้องอธิบาย เพราะดูแล้วเขาคงไม่รับฟัง

 "ทีนี้เจ้ารู้รึยังว่าทำผิดอะไร!" ถามย้ำด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

 "หม่อมฉันไม่รู้จริงๆเพคะ" นางสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วเอ่ยตอบออกไป พยายามปรับน้ำเสียงให้เรียบที่สุด แต่แววตากลับจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว 

 "เจ้า!!!!!"

 "หม่อมฉันไม่คิดว่าการมีสหายคือสิ่งผิด แล้วการเล่นหมากรุกก็คงไม่อาจทำให้หม่อมฉันขึ้นเป็นถึงพระสนมองค์ชายหกได้ด้วย "

 เทียนจินนิ่งเงียบไปหลังจากได้ฟังคำพูดของนาง ใจนึงก็ดีใจ อีกใจก็เริ่มคิดหงุดหงิดตัวเองที่อารมณ์ร้อนพูดจาไม่ดีกับนางทั้งที่ปกติเขาจะคิดอย่างรอบครอบทุกครั้งก่อนจะพูดออกไป แต่ตั้งแต่พบนาง นางก็เป็นข้อยกเว้นเพียงคนเดียวในทุกๆอย่างทุกๆเรื่อง

 "อีกอย่างนะเพคะ...หม่อมฉันมีคนที่รักอยู่แล้ว ออกจากวังเมื่อใดหม่อมฉันคงจะได้พบกับคนๆนั้น ระหว่างนี้หม่อมฉันคงไม่สนใจใครทั้งนั้นเพคะ" เอ่ยต่อไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ใช่นางตั้งใจแล้วว่าจะสืบหาคนๆนั้นให้เจอ เจ้าของนกน้อยที่ทำจากหยกสวยงามตัวนี้

 ดีใจอยู่ได้ไม่นานก็ต้องคิดหนัก นางบอกว่ามีคนที่รักแล้วอย่างนั้นรึ!! บุรุษผู้นั้นเป็นใครกัน!!! เขากำลังจะเอ่ยถามแต่นางก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

 "ข้างนอกเริ่มมืดแล้วคงไม่เหมาะที่จะอยู่ลำพังในตำหนัก หม่อมฉันทูลลาเพคะ" ครานี้นางไม่รอเขาตอบอีก นางรีบออกจากตำหนักแห่งนี่กลับเรือนอย่างรวดเร็ว ขืนอยู่ต่อเขาอาจชวนนางทะเลาะหาเรื่องนางได้อีก

------------------------------- อ้าวน้องงอนแล้วววว องค์ชายไหนว่าพูดน้อยไง เนี่ยพอพูดมากแล้วปากเสีย😅

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น