พาราแรว

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

C1 : เธอคือใครคนนั้นหรือเปล่า [70%]

ชื่อตอน : C1 : เธอคือใครคนนั้นหรือเปล่า [70%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 625

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ค. 2562 01:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
C1 : เธอคือใครคนนั้นหรือเปล่า [70%]
แบบอักษร

:: Hyunbin || High Talk ::

พวกเรามีคอนเสิร์ตที่เมืองไทยหลังจากที่ไม่ได้มีมานานหลายปี รอบนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อรู้ว่าจะได้มาเมืองไทย ทั้งๆที่เมื่อก่อนแทบจะไม่ได้อยู่ในสายตาของผมเลยก็ว่าได้ ให้ตายเถอะ!! ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างรอผมอยู่ที่นั่น ให้ผมได้ตามไปค้นหาคำตอบ

ขณะที่ผมกำลังยืนรออยู่ที่เคาน์เตอร์เพื่อรอเชคอิน พูดคุยกันเรื่องห้องว่าใครนอนห้องไหนและทำการแจกกุญแจอยู่นั้นเอง ผมก็หันไปเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งเข้า เธอสวยมาก ดูแล้วคุ้นตาเหมือนผมเคยเจอเธอที่ไหนมาก่อน

ในฝันหรอ? ใช่ เธอเหมือนผู้หญิงที่ผมมักจะฝันถึง หน้าเธอดูคุ้นตามาก แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก ผมมองเธอตั้งแต่เธอเดินลงจากรถ และมีผู้ชายตัวสูงหน้าเด็กคนนึงวิ่งมาจับมือและโอบกอดเธอ หุ่นแบบนี้โคตรน่าเอาเลย เสียดายมีแฟนแล้วหวะ เธอหันหลังกลับเมื่อมีผู้ชายคนนึงดูเหมือนจะเป็นคนขับรถโรงแรมยื่นถุงอะไรซักอย่างให้

เด็กตัวสูงคนนั้นปล่อยมือจากเธอ ก่อนที่จะเป็นคนถือถุงนั่นแทน เธอเป็นคนต่างชาติเหมือนกันสินะ ว่าแต่ชาติอะไรนี่สิ ครั้นจะไปถามเดี๋ยวจะดูแปลกๆ ทำได้แค่มองเธอเดินผ่านไป

“ไปขึ้นลิฟต์ได้แล้ว” เสียงผู้จัดการดังขึ้นปลุกผมจากในภังค์ “นายไหวนะฮาย ดูท่าทางเหม่อๆ”

“ไหวครับ ผมแค่ดูผู้หญิงคนนั้น เหมือนผมเคยรู้จักเธอ หรือเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อน ʕ♡˙ᴥ˙♡ʔ

“ใครวะ?”

“คนนั้นไงพี่ ʕ ·ᴥ·ʔ ” ผมบอกกับพี่กงซู และพี่กงซูก็มองตามมือผมไป แต่ทำได้เพียงแค่เห็นข้างหลังสุดเซ็กซี่ของเธอที่เป็นตาข่ายผูกเชือกเห็นถึงสปอร์ตบลาสีชมพู ผมหลงไหลหลังเนียน ขาวสวยของเธอมากจริงๆ

“อ๋อ ไม่รู้จัก นายคงเจอผู้หญิงมามาก ดูใครก็คุ้นตาไปหมดน่ะสิ”

พี่กงซู่นี่ก็แปลก ไม่รู้จักแล้วจะอ๋อทำไม

พวกเราทั้งหมดเดินมาอยู่หน้าลิฟต์โดยมีพนักงานกดลิฟต์ให้ ป่านนี้เธอคงไปพักชั้นไหนของตึกแล้วล่ะ เสียดายชะมัด อยากทำความรู้จักซักหน่อย ถูกชะตาแล้วสิ!! ถึงผมจะลดความเป็นเสือลงมามาก แต่ยังไงซะมันก็ยังมีเล็บเสือคุบเหยื่ออยู่เสมอ เรารอลิฟต์กันอยู่พักใหญ่เพราะคนค่อนข้างเยอะ

ตึ่ง ดึ่ง

ลิฟต์เปิดออกเผยให้เห็นผู้หญิงผมยาวปลายผมดัดรอนและมัดสูงครึ่งหัวกำลังก้มดูมือถืออยู่ ผมยกยิ้มที่มุมปาก ให้ตายเถอะ! เธอมาปรากฏตรงหน้าผมอีกครั้ง แต่รอบนี้ไม่มีผู้ชายคนนั้นแฮะ

พอเธอเงยหน้ามาจากหน้าจอมือถือและกำลังจะออกจากลิฟต์ ดวงตากลมโตคู่สวยนั้นเบิกกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตกใจสินะได้เจอ IDOL ชื่อดังจากประเทศเกาหลีตัวเป็นๆถึง 5 คน ยืนเรียงกันหน้าลิฟต์แบบนี้

หึ!! หลงเสน่ห์ผมเข้าสิ ผมหล่อสุดในวงแล้ว แม้จะอายุมากสุดก็ตาม ผมเห็นเธอปรายตามองผมก่อนจะเดินพุ่งตรงออกจากลิฟต์ไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เธอออกจากลิฟต์ไปได้ไม่นานเธอก็เดินกลับเข้ามาในลิฟต์แต่ทว่าลิฟต์ก็เต็มแล้ว แต่มารอบนี้ในมือเธอถือแฟ้มขนาดใหญ่มาด้วย

“ขอเข้าลิฟต์ด้วยได้ไหมคะ” เธอพูดขึ้น ฮ๊ะ!! เดี๋ยวนะนี่เธอพูดภาษาเกาหลีได้ด้วยเหรอ

“เต็มแล้วครับ ไม่ได้จริงๆ”

พี่มันเซผู้จัดการของคิมชินซองที่กดลิฟต์อยู่พูดขึ้น เธอมองกราดไปรอบลิฟต์เหมือนหาช่องว่างที่ความจริงแล้วก็ไม่ได้เต็มแบบที่พี่มันเซพูดหรอก แต่เพราะว่าในลิฟต์นี้มีแต่ผู้ชายและสมาชิกในวง พี่มันเซแค่ป้องกันไม่ให้คนอื่นรู้ว่าพวกเราอยู่ชั้นไหน ส่วนผู้หญิงสวยคนนี้ไม่พูดอะไรนอกจากยื่นมือมาประกบลิฟต์ที่กำลังจะปิดลงเสียงดังปั้ง! ทำเอาพวกเราทั้งหมดในลิฟต์ตกใจ และยามที่ยืนเฝ้าลิฟต์อยู่ข้างหน้าก็ดูนิ่งเฉยไม่มาห้ามใดๆ ด้วย ประตูลิฟต์ถูกเปิดออกพร้อมกับมือเธอที่เอื้อมมาสัมผัสอะไรบางอย่างที่หน้าจอในลิฟต์

“ระบบคำนวณน้ำหนักลิฟต์ Korea version” เธอพูดอะไรบางอย่าง ก่อนที่ลำโพงในลิฟต์จะดังขึ้น

“ลิฟต์หมายเลข 1 รับน้ำหนักได้สูงสุด 2000 กิโลกรัม ขณะนี้มีผู้โดยสารน้ำหนักรวม 1710 กิโลกรัม” เสียงลำโพงดังขึ้น

“ฉันน้ำหนักไม่ถึง 290 กิโลกรัมค่ะ” เธอพูดจบก็แทรกตัวเข้ามาในลิฟต์ทันที ให้ตายเถอะ เท่ชะมัด ทุกคนในลิฟต์พากันมองเธอเป็นตาเดียว น้ำเสียงที่นิ่งและเย็นเฉียบแบบนั้นทำได้ยังไง เล่นเอาพี่มันเซพูดไม่ออกเลยทีเดียว

“เข้ามาด้วยสิ” เธอพูดอะไรไม่รู้กับผู้หญิงที่ยืนรออยู่ข้างนอก ก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะผงกหัวรับและเดินเข้ามาในลิฟต์ตาม หลังจากนั้นเธอก็สัมผัสที่หน้าจอลิฟต์อีกครั้ง

“สวัสดีค่ะคุณพิชญา ขึ้นชั้นไหนดีคะ”

“รัตนสมบัติ home at first and have one visitor”

อะไรกันเธอพูดโต้ตอบกับลิฟต์เหรอ ทุกคนในวงและคนอื่นๆ ต่างพากันมองหน้ากันไปมา และไม่มีใครพูดจาอะไรกัน

ไม่นานนัก ประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นห้องกระจกใสๆที่เปิดไฟเพียงไม่กี่ดวงและรูปปั้นมังกรสีทองสวยงามรวมถึงกิเลน 2 ตัวที่ตั้งอยู่ทางออกลิฟต์ แต่พอผู้หญิง 2 คนนั้นลงลิฟต์ไปเท่านั้นแหละ ไฟก็เปิดสว่างจ้าขึ้นอัตโนมัติเผยให้เห็นเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่เห็นทะลุไปถึงข้างในตกแต่งด้วยลายหินอ่อนสวยงาม มีโซฟาตกแต่งแบบยุโรป รวมถึงป้ายขนาดใหญ่เขียนติดเป็นภาษาไทย ซึ่งผมเองก็อ่านไม่ออกหรอกรู้แต่ว่ามันเหมือน home office มากกว่า

“Welcome to Rattanasombat home Miss Pitchaya and visitor”

ตามด้วย Maxwell ที่เอาแต่เล่นมือถือไม่ได้มองว่าควรลงลิฟต์หรือยัง

“Warnning Warnning”

ʕ •̀ o •́ ʔ

มีไฟสีแดงกระพริบขึ้นหน้าลิฟต์และมีเสียงประกาศขึ้นมา ผู้หญิง 2 คนนั้นหันหน้ากลับมามอง Maxwell ด้าน Maxwell เองก็เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ก่อนที่จะหันมามองคนในลิฟต์ที่กวักมือเรียกเข้าลิฟต์ ผู้หญิงที่ถือแฟ้มสุดสวยที่ผมหมายตาไว้นั้นพูดขึ้นว่า “Stop” เสียงดัง ก่อนที่ไฟสีแดงจะดับลง ʕʘ‿ʘʔ

เธอเดินตรงไปหา Maxwell และผายมือเชิญ Maxwell เข้าลิฟต์ ʕʔ

“ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้ตกใจ เชิญเข้าลิฟต์ก่อนนะคะ ไปชั้นไหนคะ?” เธอพูดกับแม็กเวลอย่างสุภาพ แต่ก็ดูมีท่าทางสงวนท่าทีอยู่ดี

“เออคือ” แม็กเวลไม่กล้าบอกเพราะกลัวเป็นพวกซาแซงที่อยากล้วงความลับ

ผมเห็นเธอยักคิ้วให้พร้อมกับถอนหายใจออกมา และสายตาที่ดูจะรำคาญหน่อยๆ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปกดหน้าจอลิฟต์และพูดขึ้นมาว่า “New” และถามพี่มันเซเรื่องชั้นที่พักแต่ก็ไม่มีใครกล้าพูด พี่มันเซจึงบอกว่าพวกเราจะกดเอง เธอจึงยอมเดินถอยออกไป

เหอะ! ผู้หญิงคนนี้น่าสนใจและน่าค้นหาชะมัดเธอเป็นใครกันแน่วะ ตอนนี้เธอกดเปิดประตูและประตูใบใหญ่ก็เปิดออก เธอเดินเข้าไปข้างในบ้านแล้ว ไฟข้างนอกก็ค่อยๆ ดับลง แต่สิ่งที่ยังเหลืออยู่คือใจของผมนี่แหละที่มันเต้นให้กับแววตาที่มองมาทางผมอย่างเรียบเฉย ก่อนเดินออกลิฟต์เมื่อสักครู่ เธอเป็นใครกันแน่ ทำไมผมถึงได้คุ้นตาเธอขนาดนี้

“ผมจะเรียนภาษาไทย” ผมพูดขึ้นในห้องพัก

“นายเนี่ยนะ จะเรียนภาษาไทย” พี่กงซูพูดพร้อมกับวางกระเป๋าลง

“ใช่”

“นึกคึกอะไรขึ้นมา อยากเอาใจแฟนคลับเหรอ”

“ก็แค่อยากเรียน”

“เดายากชะมัด แล้วแต่เหอะ ว่าแต่คืนนี้ให้พี่หาใครสักคนให้ไหม”

“พอก่อนเถอะพี่ คืนนี้ผมไม่เอาใครทั้งนั้นแหละ เพิ่งจะเดินทางมาถึงเอง”

“ตั้งแต่นายป่วยไปรอบก่อน รู้สึกจะปฏิเสธเรื่องผู้หญิงหลายครั้งเลยนะ”

“ไม่รู้สิ ผมรู้สึกอิ่มตัวแล้วน่ะ”

“หรือว่ามีแฟนแล้ว เฮ้ยย!! นายมีความรักเหรอ”

“ผมไม่รู้เหมือนกัน ผมเหมือนกำลังตามหาใครสักคน แต่นึกไม่ออกว่าเค้าคือใครสักที ได้แต่ฝันถึง”

“ช่วงนี้นายหันมาเสพยาอีกแล้วหรือไง อย่าเชียวนะฮาย ถ้ารอบนี้นายโดนจับได้มีหวังได้ล้มสัญญาแน่ๆ”

“ผมเลิกได้ 4 ปีแล้วนะ ไม่กลับไปเสพอีกแล้ว มีแต่เรื่องวุ่นๆ งานก็หาย โดนแบล็คลิสอีก เก็บตัวเหมือนคนไม่มีสังคม”

เหอะ! ผมหลับตาคิดเรื่องราวที่ผ่านมาในชีวิต โครตแย่! ทั้งต้องเก็บตัว ปิดตัวเอง อยู่คนเดียว จะทำอะไรก็ต้องเป็นความลับ ติดต่อใครแบบเปิดเผยก็ไม่ได้ ห้ามถ่ายรูป ห้ามเดินทางไปไหน ใช้ชีวิตแค่ที่บ้าน ที่ทำงาน และโรงพยาบาล วนไปวนมา

“รู้ก็ดีแล้ว พักผ่อนได้แล้วน่า แล้วก็อย่าลืมกินยาที่หมอสั่งด้วย จะได้ไม่มีภาพหลอนอีก”

“รู้แล้วน่า เออพี่ พี่ว่าคนเราจะฝันถึงใครสักคนแล้วจู่ๆ เราก็มาเจอในชีวิตจริงไหม”

“ฮ๊ะ!! ไม่รู้ดิ เคยแต่ฝันถึงคนในชีวิตจริง แต่ก็ไม่แน่ นายอ่านบทละครเยอะไปหรือเปล่าเนี่ย? เริ่มเพี้ยนแล้วนะ ถามอะไรแปลกๆ”

“ผมก็แค่ถามดู ทำไมต้องว่าผมเพี้ยนด้วย”

“เลิกคิดมากแล้วพักผ่อนได้แล้ว พี่ไปแล้วนะ พรุ่งนี้อย่าสาย เดี๋ยวพี่มาเรียก”

พูดจบพี่กงซูก็เดินออกจากห้องผมไป สมาชิกคนอื่นๆ พักกันเป็นคู่แต่ผมพักคนเดียวมาตลอด เพราะว่าเป็นคนที่นอนไม่ค่อยจะหลับ ต้องพึ่งยาแก้เครียดและยานอนหลับทุกคืน และมันก็เป็นแบบนี้มาตลอด 5 ปีนับตั้งแต่วันที่ผมล้มป่วยลงไปเมื่อครั้งก่อน แม้ก่อนหน้านั้นจะมีอาการจิตหลอนบ้างแต่ไม่หนักเท่ากับช่วงที่ผ่านมานี้ที่เริ่มคิดว่าเรื่องในฝันคือเรื่องจริง และพอมาวันนี้ภาพผู้หญิงที่เจอในลิฟต์มันดันซ้อนเป็นภาพเดียวกับผู้หญิงที่ผมฝันนี่สิ ที่ทำให้ผมต้องคิดหนักไปอีก

“แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆฮาย คนในฝันมันจะมาอยู่ในชีวิตจริงได้ไงวะ แค่หน้าคล้ายหรอกน่า”

ผมวางมือและเอียงหัวเข้ากับโซฟาตัวใหญ่

“หรือว่าจะใช่คนเดียวกันวะ”

นึกขึ้นได้ก็แก้เครียดด้วยการหยิบมวนบุหรี่ขึ้นมาสูบทันที ʕ´•`ʔσ” หวังว่าพรุ่งนี้ผมจะเจอเธอที่นี่อีก และถ้าเป็นแบบนั้นผมจะสืบให้ได้ว่าผู้หญิงสุดสวยคนนั้นคือใคร โทษฐานมาป่วนสมองและหัวใจของผมดีนัก หึ ʕʔ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น