ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 21: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เมื่อภาคย์ต้องเป็นฝ่ายง้อ! 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 21: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เมื่อภาคย์ต้องเป็นฝ่ายง้อ! 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.1k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2561 00:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 21: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น] เมื่อภาคย์ต้องเป็นฝ่ายง้อ! 100%
แบบอักษร


​HATE LOVE 21: เมื่อภาคย์ต้องเป็นฝ่ายง้อ !

บ้านรัตนโยธิน...


หลังจากที่ได้คุยกับอัศนัยจนทุกอย่างดูจะคลี่คลายไปในทางที่ดี ภาคย์ได้คิดทบทวนถึงการหาวิธีการจัดการปัญหาต่างๆที่กำลังรุมล้อมเข้ามา เขาให้ธกฤตคนของเขาไปจับตาดูสองแม่ลูกเจ้าปัญหารวมถึงหาทางทำลายพวกบัญชีและใบกำกับภาษีปลอมเพราะรู้ว่ายังไงแล้วอัญชนาคงไม่ยอมหยุดอยู่แค่นี้ ภาคย์นั่งลงบนโซฟาด้วยความอ่อนล้า ช่วงนี้เขาเร่งที่จะทำงานหามรุ่งหามค่ำเพื่อที่อัศนับกลับเข้ามาแล้วจะได้ไม่ลำบากในการเริ่มต้นใหม่


"วันนี้กลับไวหรอภาคย์ หิวไหมลูก" วาณิริณเดินยิ้มเข้ามาหาพร้อมยกถาดขนมกล้วยมาด้วย "วันนี้คุณย่าเขาทำขนมกล้วยใส่บาตรตอนเช้า แม่จำได้ว่าเมื่อก่อนตอนที่ลูกๆปิดเทอมแล้วพ่อกับแม่พาไปที่พิษณุโลก ภาคย์น่ะชอบทานขนมกล้วยมากมีกี่อันก็ทานหมด แม่เลยทำเผื่อเอาไว้เหมือนกับรู้ว่าวันนี้ภาคย์จะกลับเร็ว" 


ภาคย์ยิ้มแล้วหยิบขนมกล้วยของชอบขึ้นมาทานหนึ่งชิ้น "นานแล้วนะครับที่ผมไม่ได้ทานขนมพวกนี้" เขาค่อยๆเอนตัวลงนอนลงบนตักอันแสนอบอุ่นของผู้เป็นแม่ "ผมไม่เคยรู้สึกเหนื่อยเท่าวันนี้เลยครับ เพิ่งได้เข้าใจว่าผมทำผิดพลาดไปหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องของตัวเอง"


วาณิริณลูบผมลูกชายเบาๆด้วยรอยยิ้ม เธอรู้ว่าเขากำลังรู้สึกอะไรและคิดถึงใครอยู่ "แม่จะเล่าอะไรให้ฟังนะ เมื่อก่อนที่จะมีลูกๆแม่น่ะเกลียดพ่อเขามากเลยนะ เกลียดเป็นที่สุดเลย กว่าจะมีลูกสามคนของแม่ได้นานมากเลยล่ะกว่าแม่จะใจอ่อน ภาคย์คิดดูสิว่าผู้หญิงคนหนึ่งถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้ชายที่เพิ่งจะได้พบหน้าโดยที่ไม่รู้เลยว่าจะหาความสุขจากชีวิตคู่ได้จากที่ไหน  แต่สุดท้าย...ก็อยู่กันมาได้จนลูกสามคนโตกันหมดแล้ว" ภาคย์ยังคงเป็นผู้ฟังที่ดีและรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากเมื่อได้ยิน ก็สิ่งที่เขาได้เห็นทุกวันนี้คือพ่อกับแม่ของเขาดูรักกันดีและรักกันมากเสียด้วย หญิงวัยกลางคนหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นแววตาอันช่างสงสัยของลูกชาย "อะไรที่มันผ่านไปแล้วก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้ภาคย์จะต้องใส่ใจแค่ความรู้สึกของตัวเองก็พอ อย่าปล่อยให้พังลงเพราะความไม่เข้าใจแบบนี้เลยนะ"


ชายหนุ่มหลับตาลงพร้อมกับคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาอีกครั้ง แม้ว่าจะเคยผิดหวังอย่างถึงที่สุดมาแล้วแต่ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้มันจบลงอีก เขาเข้าใจแล้วความรู้สึกของอินทุกรเป็นอย่างไร?...


เวลาผ่านไปราวๆสามชั่วโมงไม่นานภิชญ์ก็เดินเข้ามาพร้อมกับนนท์ธวัช ช่วงนี้ทั้งสองคนค่อนข้างที่จะสนิทกันเป็นพิเศษเพราะผู้กองหนุ่มต้องอาศัยความสามารถทางด้านการถ่ายภาพของภิชญ์มีช่วยในคดีที่เขากำลังทำอยู่ แต่ทว่าทั้งสองคนก็ต้องหยุดชะงักเมื่อภาคย์นั่งอยู่เงียบๆท่ามกลางความมืด


"เล่นอะไรวะไอ้ภาคย์ ตกใจหมด!!" นนท์ธวัชบ่นอุบก่อนจะนั่งลงข้างๆเพื่อนสนิทของเขา ภิชญ์มองสักพักก็เดินไปเปิดไฟเพื่อเพิ่มความสว่างให้กับพื้นที่ "นี่มึงยังไม่ตายใช่ไหม?"


"ยัง" เขาตอบ "กูมีเรื่องจะขอให้มึงกับไอ้ภิชญ์ช่วย"


ภิชญ์มองหน้าพี่ชายของเขาอย่างพิจารณา เพราะตั้งแต่วันงานนั้นจบลงก็แทบจะไม่ได้คุยอะไรกันเลย "ถ้าเป็นเรื่องน้องไออุ่นล่ะก็ผม...."


"แกต้องช่วย! มึงด้วยไอ้นนท์" ภาคย์ที่ดูเคร่งเครียดและจริงจังจนสองคนที่อยู่ด้วยไม่กล้าที่จะเอ่ยแย้งสิ่งใดออกมา "เวลาง้อผู้หญิงต้องทำยังไงบ้าง คือผู้หญิงชอบอะไร?"


"....."


"ตอบมาสิเว้ย!!"


"ดอกไม้ สร้อย แหวน ของสวยๆงามๆ" นนท์ธวัชตอบด้วยน้ำเสียงอันสุดแสนประหลาดใจ "โดยเฉพาะดอกกุหลาบ มึงก็ลองไปคิดดู"


"ดินเนอร์สุดหรูหรือว่าบรรยากาศใต้แสงเทียน" ภิชญ์ถอนหายใจไม่นานก็ทำตาโตขึ้นมา "แล้วทำไมผมต้องมาช่วยพี่ภาคย์ด้วยล่ะเนี่ย!!"


มันเป็นเรื่องยากสำหรับภาคย์เพราะเขาไม่เคยง้อใครเลยถ้าไม่ใช่คนในครอบครัว เขาหนักใจพอใจควรเพราะไม่รู้ว่าอินทุกรจะชอบใจในสิ่งที่เขากำลังจะทำหลังจากนี้หรือไม่นั้นก็ต้องลุ้นเอาอีกที ภาคย์ไม่อยากจะปล่อยให้ปัญหาระหว่างเขาและเธอให้คาราคาซังอีกต่อไปแล้ว หวังว่าความโชคดีจะเข้าข้างผู้ชายที่โง่เขลาอย่างเขาบ้าง


ทุกอย่างไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป...


ภาคย์ใช้ความพยายามอย่างหนักทั้งๆที่ไม่ใช่ตัวตนของเขาในการที่จะต้องพยายามง้อขอโอกาสจากอินทุกร ครั้งนี้หญิงสาวใจแข็งเหมือนจะตัดขาดจากเขาเสียให้ได้ ภาคย์ขับรถมาที่มหาวิทยาลัยพร้อมกับกุหลาบสีชมพูช่อโตสำหรับเธอซึ่งตัวเขามารอตั้งแต่เช้าจรดเย็นก็ยังไม่เห็นวี่แววของอินทุกรเลยแม้แต่น้อย ดูจากตารางเรียนแล้ววันนี้เธอมีเรียนทั้งวันก็ไม่น่าจะคลาดกันได้ จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจขับรถออกจากมหาวิทยาลัยแล้วมุ่งหน้าไปยังบ้านของเธอทันที


บ้านจิรวัฒนานนท์...


ภาคย์จอดรถนิ่งสนิทแล้วเดินเข้ายังบริเวณบ้านหลังใหญ่ด้วยความคุ้นเคยพร้อมกับช่อดอกไม้ในมือ พอเข้าไปด้านในก็เห็นอัศนัยและอินทุกรกำลังดูภาพถ่ายของครอบครัวพวกเขาอยู่ในห้องโถง ชายหนุ่มยกมือไหว้ทักทายเจ้าของด้วยความสุภาพก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ๆ


"มาพอดีเลยนะ อากำลังจะทานข้าวเย็นกัน ภาคย์ก็อยู่ทานด้วยกันเลยสิ" อัศนัยยิ้มต้อนรับ "อุ่นเป็นอะไรหรือเปล่าลูก?" เขาหันไปถามลูกสาวที่ดูจะมีสีหน้าหนักใจ ซึ่งเธอไม่ได้พูดตอบกลับมาแต่ทำเพียงส่ายหน้าตอบ


"ขอบคุณครับอา" ภาคย์เอ่ยด้วยอาการสุขุม "เอ่อ อาครับ! คือผม..."


อัศนัยมองตาเขาก็เข้าใจความหมายที่จะสื่อออกมาทันที "ได้สิ งั้นอาไม่กวนแล้วล่ะนะ"


เมื่อได้โอกาสแล้วภาคย์ก็ยังคงเก้ๆกังๆแต่สุดท้ายก็มอบช่อดอกไม้ให้กับเธอ "คือพี่... พี่ขอโทษ"


อินทุกรมองแล้วรับช่อดอกไม้ของเขามาไว้ที่มือ สีหน้าของเธอกลับนิ่งเฉยจนเขารู้สึกหวั่นอยู่ด้านใน "พี่ภาคย์ขอโทษทำไมคะ? ไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อย"


"ผิดสิ แต่พี่อยากจะขอโอกาสได้ไหม?"


"อุ่นมีสิทธิ์ด้วยหรอคะ? ที่เคยบอกสิทธิ์ขาดจะอยู่ที่ภาคย์คนเดียว ความรู้สึกของอุ่นถูกทำลายไปมากแล้วล่ะค่ะไม่ใช่เพราะคำพูดของพี่ชะเอมเลย แต่เป็นเพราะพี่ภาคย์..." อินทุกรก้มหน้าลงมองช่อดอกไม้ที่เขามอบให้ "อุ่นขอคืนให้นะคะ ยังไม่พร้อมจริงๆ ฝากบอกคุณพ่อด้วยนะคะว่าอุ่นยังไม่หิว" หญิงสาวเดินเลี่ยงกลับขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง ภาคย์ยืนนิ่งรับสิ่งของที่ตั้งใจจะนำมาให้เธอราวกับโดนสตาร์ฟเอาไว้


แต่เขาจะยอมแพ้แค่ตรงนี้จริงๆน่ะหรอ? ภาคย์ใช้พยายามอยู่นานในการที่จะให้ได้พูดปรับความเข้าใจสักนิดก็ยังดี เขายอมที่ออกไปยืนตรงด้านนอกบ้านตามคำปรึกษาผู้จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อหวังว่าอินทุกรจะใจอ่อนบ้าง...


ครืนน ครื่นนน...


ในค่ำคืนที่ฝนฟ้ากระหน่ำจนสะเทือนไปทั่ว อินทุกรมองไปยังนอกหน้าต่างห้องของเธอก็ยังคงเห็นภาคย์ยืนท่ามกลางสายฝน เขาอยู่ตรงนี้มาราวๆชั่วโมงกว่าๆได้แล้วแต่เธอก็พยายามจะใจแข็ง อย่างน้อยๆเขาคงจะได้รู้สึกบ้างว่าการที่ถูกปล่อยให้รออย่างไม่มีความหวังนั้นมันทรมานแค่ไหน 


"ใจแข็งเข้าไว้ไออุ่น อย่าลืมสิว่าเขาชอบทำให้เธอเสียใจนะ" หญิงสาวเองแม้พยายามจะบอกตัวเองสักแค่ไหนสุดท้ายก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี คอยแอบเปิดผ้าม่านดูเขาจากช่องหน้าต่างอยู่ตลอด อยู่แบบนั้นนานๆเดี๋ยวจะป่วยเอาเสียได้ จะทำยังไงให้ยอมกลับไปเสียทีจนในที่สุดเธอต้องเปิดประตูระเบียงและตะโกนบอกเขาอีกครั้ง "กลับไปเถอะค่ะ! อุ่นไม่อยากเห็นหน้าพี่ภาคย์ตอนนี้!!"


ส่วนคนที่กำลังพยายามมาตามง้อในตอนนี้ เมื่อเขาได้ยินดังนั้นแววตาก็หม่นหมองลงในทันที...


ตัวของภาคย์เปียกชุ่มไปด้วยสายฝนที่ร่วงหล่นลงมา เขารู้สึกผิดกับเธอแล้วจริงๆรวมถึงอยากจะบอกให้รู้ว่าตอนนี้เขารู้สึกอะไร แต่ดูเหมือนว่ามันจะสายเกินไปและต่อให้เขายืนตากฝนจนปอดบวมตายอยู่ตรงนี้เธอคงไม่ลงมาสนใจอย่างแน่นอน อย่างไรเสียก็จะยอมแพ้ไม่ได้...ในหัวตอนนี้มีแต่คำที่นนท์ธวัชและภิชญ์พูดวนเวียนและดังก้องอยู่ในหัว


ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก...แต่มันจะใช้ได้ผลกับอินทุกรหรือไม่นั้นเขาก็จะได้รู้ในวันนี้ 


"พี่ขอโทษ ให้โอกาสคนโง่อย่างพี่อีกสักครั้งจะได้ไหม?" คนอย่างภาคย์ไม่เคยคิดที่จะง้อใครมาก่อน แต่ครั้งนี้เขาอยู่เฉยต่อไปไม่ได้อีกแล้ว นอกจากแม่ น้องสาวและผู้หญิงที่อยู่ในครอบครัวของเขาก็มีอินทุกรที่สำคัญที่สุดในชีวิต ตอนนี้เขารู้แล้วว่าหัวใจกำลังเรียกร้องหาแต่เธออยู่ตลอดมีแต่ตัวเขาเองนั่นแหละที่โง่เขลา


ปล่อยทุกอย่างให้ล่วงเลยมาจนอาจจะสายเกินแก้...


"กลับไปก่อนเถอะภาคย์ ไออุ่นแค่กำลังน้อยใจไม่ได้โกรธอะไรมากมายหรอก เอาไว้ให้ใจเย็นลงกว่านี้แล้วค่อยคุยกันดีกว่า ตากฝนแบบนี้ถ้าป่วยขึ้นมาแล้วจะแย่" อัศนัยกล่าวด้วยความเห็นใจ เขาเดินกลางร่มท่ามกลางสายฝนที่กำลังตกกระหน่ำลงมาเพื่อที่จะเกลี้ยกล่อมให้ชายหนุ่มยอมกลับไปก่อน "กลับไปตั้งหลักก่อน ไม่ได้หมายความว่ายอมแพ้หรอกนะภาคย์"


ภาคย์หลุบตาลงพลางครุ่นคิดไปด้วยสักพักแล้วพยักหน้าตอบกลับไป "ครับอา วันนี้ผมจะกลับก่อน" เขายกมือลูบใบหน้าที่เปียกปอนของตัวเองก่อนจะกลับไปมองยังห้องนั้นอีกครั้ง "บอกไออุ่นด้วยนะครับ เสร็จงานแล้วผมจะมาหาใหม่"


อัศนัยแตะไหล่เขาไม่นานก็เดินไปส่งที่รถ ภาคย์ที่สภาพเปียกชุ่มไปทั้งตัวได้ขับรถออกจากบ้านหลังนี้ไปด้วยสีหน้าที่เศร้าหมอง แต่เป็นแบบนี้ก็เหมาะสมสำหรับเขาแล้ว ภาคย์สัญญากับตัวเองในใจว่าถ้าหากเขาสามารถปรับความเข้าใจกับอินทุกรได้สำเร็จแล้วจะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจเพราะเขาอีกแน่นอน


######


อีกด้านหนึ่ง...


อัญชนาเข้ามาอาศัยในคอนโดแทนที่อินทุกรนั่งจิบไวน์แล้วมองบรรยากาศด้านนอกอย่างสบายอารมณ์ ทันทีที่ย่างกายเข้ามาเธอก็จัดการเก็บของใช้ของอินทุกรทั้งหมดแพ็คใส่กล่องส่งกลับบ้านให้อย่างเรียบร้อย ก่อนหน้านี้ที่ย้ายออกจากบ้านต้องเช่าห้องพักของโรงแรมอยู่ซึ่งหาความเป็นส่วนตัวก็ไม่ได้ สู้มาอยู่ตรงนี้อยากจะทำอะไรก็ได้ เปิดเพลงดังแค่ไหนก็ได้สบายใจกว่าเยอะ แถมยัง...ไม่ต้องจ่ายค่าเช่ารายวันเพื่อนำเงินเหล่านั้นไปใช้จ่ายอย่างอื่นได้อีกมาก


"แม่ว่าที่นี่มันเล็กไปนะเอม ห้องนอนก็มีแค่ห้องเดียว ไหนบอกว่าไอ้ภาคย์มันเปย์นังไออุ่นไง ทำไมให้อยู่ห้องแคบๆแบบนี้ล่ะ" สิรินบ่นเพราะไม่คิดว่าที่อยู่ใหม่จะไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ถ้าเธอได้เคยมาที่นี่ก่อนคงจะไม่บอกให้อัญชนาไปบังคับเอากุญแจห้องจากอินทุกรเป็นแน่


"อยู่ไปก่อนน่ะแม่ ช่วงนี้เราต้องประหยัด ที่นี่ก็ไม่ค่อยเลวเท่าไหร่นักหรอก" หญิงสาวถอนหายใจพลางเล่นโทรศัพท์ไปพร้อมๆกัน "ไอ้ภาคย์น่ะมันเปย์ให้นังไออุ่นมากกว่าตอนที่มันบอกรักเอมซะอีก หางานนั่นี่ให้จนกลายเป็นเน็ตไอดอลไปแล้ว เห็นสร้อยที่มันใส่ไหมล่ะ...เอมจำได้ว่าเส้นนั้นไอ้ปวันมันออกแบบราคาเหยียบแสนเลยล่ะ"


"อ่ะๆ แม่จะอยู่ไปก่อนก็ได้ แต่แม่รู้ว่าเอมอยากมีพื้นที่ส่วนตัว งั้น...หาคนมาจัดพื้นที่ให้แม่ก็แล้วกัน" 


อัญชนายิ้ม "แม่นี่รู้ใจเอมเป็นที่สุดเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้เอมจะจัดการให้" เธอลุกขึ้นเดินมองบรรยากาศรอบๆห้องแล้วแสยะยิ้ม แววตาโฉบเฉี่ยวมองแหวนในมือด้วยความรู้สึกที่คิดว่าตัวเองกำลังชนะเหนือทุกคน "ทนอีกหน่อยเถอะแม่ เอมจะรีดไถพวกมันให้หมดตัวเลยล่ะ แล้วแม่อยากจะไปเล่นบ่อนไหนก็ตามใจเลยเอมจะไม่ห้ามอีก"


ความแค้นที่มีอยู่เต็มอกกำลังจะเอ่อล้นออกมาโดยเฉพาะกับภาคยื ตอนนี้ที่อัญชนารู้สึกได้ว่าความโชคร้ายที่เกิดขึ้นกับเธอทั้งหมดเป็นเพราะเขาคนเดียว แต่ก็ใช่ว่าเธอจะสิ้นไร้ไม้ตอกแต่อย่างใด...ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าสิ่งที่จะทำให้ภาคย์รู้สึกเจ็บปวดได้มากที่สุดก็คืออินทุกร ลองถ้าอินทุกรเกลียดเขาจนไม่อยากจะเห็นหน้าอีกในชาตินี้หรือเกิดอะไรขึ้นกับอินทุกรตรงๆแล้วล่ะก็...


คงจะสะใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว...


######


สามวันต่อมา...


ร้าน DDM GEMS...


หลังจากเลิกเรียนแล้วกันตาก็เดินทางมาทำงานในทันที ปกติที่พอได้เข้ามาแล้วก็จะเจอพวกพนักงานประจำอยู่ที่หน้าร้านแต่ทว่าตอนนี้กลับไม่มีใครเลยและร้านก็ดูเงียบมากๆ ทันใดนั้นเองเธอก็เห็นปวนเดินออกมาจากด้านหลังพร้อมกับกระดาษแผ่นใหญ่สองแผ่น เขายิ้มทักทายกับคนที่เพิ่งมาถึงด้วยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่น


คนที่ได้เห็นกลับรู้สึกใจสั่นขึ้นมาเสียดื้อๆ


"สวัสดีครับ นึกว่ากันย์จะไม่มาทำงานซะแล้ว" เขาทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม


"ขอโทษทีค่ะ วันนี้กันย์มีสอบเลยมาช้าไปหน่อย" 


เขาวางอุปกรณ์ทุกอย่างลงบนกระจกตู้โชว์ "วันนี้อาจจะเหนื่อยหน่อยนะครับ พนักงานหน้าร้านตอนนี้เหลือแค่กันย์คนเดียวแล้วล่ะ"


กันตาทำสีหน้าประหลาดใจขึ้นมาทันที ""ทำไมล่ะคะ? คนอื่นไปไหนกันหมด"


"ลาออกกันไปเมื่อกี้นี่เองล่ะครับ พวกเขาหาว่าผมเอาใจกันย์เป็นพิเศษเลยพร้อมใจกันลาออก" ปวันถอนหายใจแต่สีหน้าของเขากลับไม่มีความกังวลอะไรออกมาเลย "แต่ผมก็ไม่แคร์หรอกนะ เพราะพนักงานออกไปผมก็ประกาศหาใหม่ได้"


กันตาวางกระเป๋าลงแล้วมองใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังสนทนากับเธออยู่ในตอนนี้ "อย่าคิดแบบนั้นสิคะ พวกเขาทำงานก็ตั้งใจกันมาก คุณปวันก็น่าจะรั้งเอาไว้หน่อยก็ดี"


"คนที่มีทัศนคติแคบแบบนั้นผมไม่อยากได้หรอกครับ ที่ผมอยากได้ก็คือพนักงานที่ทำงานโดยไม่คิดว่าใครจะเอาเปรียบหรือคิดจะเอาเปรียบใคร ทำงานตามที่ผมมอบหมายให้ดีที่สุด" เขาเดินมาใกล้ๆพร้อมยื่นใบหน้าเข้าไปทำเอากันตาต้องถอยหนีไปสองก้าว "อันที่จริงแล้วพวกเขาก็พูดถูกอย่างหนึ่งนะ หมายถึงเรื่องที่ผม...สนใจกันย์นั่นแหละคือเรื่องจริง"


"คุณปวัน!!" หญิงสาวใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อแล้วหันซ้ายหันขวาเพื่อที่จะพยายามตั้งสติ "ถือว่ากันย์ไม่ได้ยินนะคะ"


ปวันหัวเราะออกมาให้กับท่าทางเขินอายของเธอ "จะไม่ได้ยินได้ยังไงล่ะครับ ผมพูดเสียงดังออกอย่างนี้ ผม...ชอบกันย์จริงๆนะ"


ผมชอบกันย์นะ...


คำนี้ดังก้องซ้ำๆอยู่ในหัวของกันตาอยู่เรื่อยๆ วันนี้แทบจะไม่มีสมาธิทำงานเลยแม้แต่นิดเดียว ยิ่งปวันออกมานั่งทำงานข้างนอกด้วยแล้วเธอยิ่งทำอะไรไม่ถูก ทำไมรู้สึกว่าเขาเอาแต่จ้องเธออยู่ตลอดเลยหรือว่าจะจับผิดกันนะ...จะลาออกตามคนอื่นๆไปดีหรือไม่ แต่สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกความคิดนั้นไปทันที


"กันย์เป็นอะไรครับ? กลัวผมหรอ?" ปวันที่ออกมาทำงานนอกห้องได้แต่ยิ้มให้กับอาการของเธอ "ไม่ต้องซีเรียสนะ ผมแค่อยากจะเปลี่ยนบรรยากาศในการทำงานเฉยๆ จะว่าไปพวกนั้นลาออกก็ดีเหมือนกันนะ ผมได้มาเห็นกันย์ตอนทำงานแบบนั้นแล้วรู้สึกชอบไปอีกแบบ"


"เลิกพูดเล่นเถอะ กันย์ไม่ได้คิด..."


"ผมไม่รีบครับ รอได้" ปวันยังคงยิ้มให้กับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าเขา "ผมรู้และจะไม่ทำให้กันย์ต้องอึดอัด ขอแค่ให้รู้ว่าผมรู้สึกยังไงก็พอ ส่วนที่เหลือก็แต่ว่าอนคตมันจะเป็นแบบไหน"


เพราะเขากำลังแกล้งเธอมาเกินไปหรือเปล่านะเลยทำให้หญิงสาวมีอาการที่ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง ปวันเก็บงานของตัวเองแล้วกลับเข้าไปยังห้องทำงานของตนเองโดยปล่อยให้กันตาได้อยู่คนเดียว เขาเพิ่งเคยได้พบผู้หญิงแบบกันตาและคิดว่านี่แหละคือคนแบบที่เขาคาดหวังอยากจะให้อัญชนาเป็น แต่ก็อย่างว่า...ตัวตนของใครก็ของคนนั้น จะให้เปลี่ยนก็คงทำได้เพียงแค่ฝัน


แต่เมื่อหลุดพ้นออกมาแล้ว เหมือนได้พบกับแสงสว่างที่ค้นหามาเป็นเวลานาน...


#######


บ้านรัตนโยธิน...


ในค่ำวันนั้นที่ลูกชายคนโตของบ้านได้เดินทางกลับจากที่ทำงาน ภาคย์เดินลงจากรถด้วยท่าทีที่โรยราและใบหน้าของเขาบัดนี้ดูซีดราวกับไก่ต้ม เขารู้สึกว่าร่างกายของตัวเองกำลังฟ้องว่าตอนนี้ควรจะพักจากเรื่องราวต่างๆเสียบ้าง ไอร้อนในร่างกายเริ่มปะทุออกมาเรื่อยๆ อันที่จริงก็เริ่มรู้สึกตัวตั้งแต่การตากฝนตั้งแต่วันนั้นแล้ว เพราะความหัวดื้อและคิดว่าอินทุกรจะลงมาสนใจบ้างแต่เปล่าประโยชน์


นอกจากเธอจะไม่สนใจแล้วยังไม่ยอมให้เขาได้พบเสียอีก...


"กลับมาแล้วหรอภาคย์ ไม่สบายหรือเปล่าลูก" วาณิริณเห็นลูกชายของเธอกลับบ้านด้วยสภาพไร้เรี่ยวแรงก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เธอเดินเข้าไปเอามือแตะหน้าฝากเบาๆ "ตายจริง! ตัวร้อนขนาดนี้ฝืนขับรถไปทำงานได้ยังไง?"


"ผมไม่เป็นไรครับ พักสักหน่อยคงจะหาย" ภาคย์ยิ้มก่อนจะก้าวขาพยายามจะเดินขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน


แต่ทว่า...


ฟุบ !!


"ว้าย! พี่คิณคะ! ภิชญ์!! ช่วยหน่อย ภาคย์เป็นลม!!" วาณิริณตะโกนสุดเสียงด้วยความตกใจจนถึงขีดสุด เธอทรุดกายประคองร่างลูกชายคนโตของเธอเอาไว้ "เร็วๆหน่อย ภาคย์ตัวร้อนมากเลยค่ะ"


"ภิชญ์ไปเอารถออกมาเร็วลูก" ภาคิณหันไปบอกลูกชายคนเล็กด้วยอาการหวั่นวิตก เขาพยุงร่างของภาคย์ขึ้นมาอย่างทุลักทุเล


"ครับ" ตากล้องหนุ่มไม่รีรอสิ่งใดทั้งนั้นโดยที่เขารีบออกมาสตาร์ทรถในทันที หลังจากผ่านช่วงชุลมุนไปได้พวกเขาก็พาร่างของภาคย์มาส่งยังโรงพยาบาลในทันที เพราะความดื้อรั้นและอาการป่วยไม่ได้รับการรักษาจึงส่งผลให้ภาคย์มีอาการช็อคเพราะอุณภูมิในร่างกายขึ้นสูงมาก แถมพิษไข้ค่อยๆก่อตัวจนยากที่จะหายได้ด้วยตนเอง


โรงพยาบาล...


ภัทธิราที่ตามมาภายหลังรีบวิ่งไปยังห้องพักคนไข้ตามที่ภิชญ์ได้ส่งข้อความไปบอก เมื่อมาถึงก็เห็นวาณิริณกำลังนำผ้าชุบน้ำหมาดๆคอยเช็ดตัวให้พี่ชายฝาแฝดของเธอที่นอนป่วยเป็นผักอยู่บนเตียง สายน้ำเกลือทอดยาวดูก็รู้แล้วว่าอาการของเขานั้นหนักพอสมคสร ใจหนึ่งก็เห็นใจส่วนอีกใจก็อยากจะบอกว่าสมน้ำหน้าเสียเหลือเกิน


"ภาคย์เป็นยังไงบ้างคะ?" แฝดผู้น้องถามถึงอาการพี่ชายในทันที


"ทางกายก็หนักเอาเรื่องนะครับ ส่วนทางใจนี่คงสาหัสสุดเลยล่ะ" ภิชญ์พูดด้วยความหมั่นไส้ "เล่นตากฝนคิดว่าน้องไออุ่นจะเห็นใจ สุดท้ายป่วยไม่เป็นท่าเสียชื่อพี่ภาคย์หน้าเคร่งหมด"


"เฮ่อ ไอ้ลูกคนนี้นี่มันน่าจริงๆ" ภาคิณส่ายหัวช้าๆ "ภัทรมาก็ดีแล้ว อยู่เฝ้าภาคย์ไปก่อนนะลูก เดี๋ยวพ่อกับแม่ว่าจะให้ภิชญ์กลับไปส่งเตรียมของที่บ้านก่อน หมอบอกว่าต้องอยู่ดูอาการสักสองวันเพราะต้องดูว่าปอดติดเชื้อด้วยหรือเปล่า" ชายวัยกลางคนลุกขึ้นเตรียมตัวให้พร้อมสรรพ 


วาณิริณวางอุปกรณ์ทุกอย่างลงบนถาดแล้วหันมาทางลูกทั้งสอง "คืนนี้แม่ว่าจะมาเฝ้าเองก่อน ส่วนพรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที"


"ค่ะ เดี๋ยวภัทรดูแลคนหัวดื้อนี่เอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ" ภัทธิราจับมือผู้เป็นแม่เอาไว้ให้เธอคลายกังวล หญิงสาวเดินไปนั่งที่โซฟาในห้องพักพร้อมกับมีความคิดบางอย่างเกิดขึ้นในหัว เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปภาคย์ที่ยังนอนซมอยู่ด้วยฤทธิ์ไข้เพื่อโพสต์ลงไอจีพร้อมกับคำบรรยายที่ว่า


​ผลของการฝืนก็เลยต้องมีสภาพแบบนี้...

เธอมองภาพแฝดพี่แล้วถอนหายใจออกมาหนักหน่วย "อยากจะบอกว่าสมน้ำหน้าก็สงสารอีก บอกแล้วว่าให้ทำตามใจตัวเองสุดท้ายก็ต้องมาลำบากคนอื่นเขาแบบนี้ หวังว่าจะช่วยได้บ้างนะ"


หวังว่าอินทุกรจะใจอ่อนจากภาพที่เธอโพสต์ลงไอจีไปได้บ้าง ด้วยความเป็นฝาแฝดเลยทำให้มีความรู้สึกบางอย่างเชื่อมต่อเข้าหากันได้โดยง่าย เพียงแค่เธอมองตาเขาก็รู้ทันทีว่าเขารู้สึกหรือว่าคิดอะไรอยู่ ภัทธิรารู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตของภาคย์...เพราะก่อนหน้าเขาเคยรักอัญชนาถึงขั้นคิดวางแผนเรื่องแต่งงาน พอถูกหักหลังจากชายหนุ่มที่สดใสก็กลายเป็นคนที่เกลียดความรักไปในทันที แต่พอมีอินทุกรเข้ามาเธอก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของภาคย์ที่เกิดขึ้นและหวังว่าหลังจากนี้ทุกอย่างจะลงเอยด้วยดีเสียที


เรื่องนี้มันจะยืดเยื้อนานเกินไปแล้ว...


_______________________________________ 100%_______________________________________


ติดตามการอัพเดทนิยายได้ผ่าน Page: นิยายออนไลน์ By ชะโดตัวโต


ตอนหน้าเขาจะดีกันได้ไหมนะ... มาๆลุ้นกันจ้าา ยังมีมาม่าอีกมากมายรออยู่นะคะ 

ว่างแล้วไรท์ก็มาน๊าาา อย่าเพิ่งทิ้งไรท์ไปไหนกันน๊าาาาา

พี่ภาคย์ต้องเจอบทเรียนแบบไหนดีนะถึงจะสาสม เล่นตัวดีนัก! คริๆ


คอมเม้นติชม ให้กำลังใจกันได้นะคะ

แล้วเจอกันค่าาา

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}