Cactusz

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Lesion : 9

คำค้น : BTS kookv มิสเตอร์จอน

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 499

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2561 22:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Lesion : 9
แบบอักษร

“อืออ” เสียงหวานครางอื้ออึงในลำคอ กายบางขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจะพลิกตัวหลังจากเอาหน้าซุกไออุ่นข้างกายมาทั้งคืน ทำให้วงแขนแกร่งที่โอบกอดเอวบางไว้คลายออกเล็กน้อยเพื่อให้คนในอ้อมแขนที่ตัวเองกกกอดไม่รู้สึกอึดอัดเกินไป ก่อนที่จะพยายามดึงแขนที่ข้างที่อีกคนใช้ต่างหมอนออกมาเบา ๆ ในช่วงจังหวะที่อีกคนกำลังเปลี่ยนท่าทางการนอน อาการปวดเจ็บจี๊ดตามมาทันทีเมื่ออาการชาหายไปทำให้ใบหน้าคมเบ้ลงเล็กน้อย แต่เรื่องแค่นี้คงไม่สามารถทำลายความตั้งใจของตัวเองลงได้ ก่อนที่จะเท้าแขนกับที่นอนยกตัวขึ้นมองอีกคนที่ยังคงนอนหลับอยู่ข้าง ๆ


จองกุกตื่นมาได้สักพักแล้ว จะบอกว่าตื่นแล้วคงไม่ถูกนัก ต้องบอกว่าเขาแทบไม่ได้นอนเลยต่างหาก แต่เหตุการณ์เมื่อคืนทำเอาเขาอดที่จะกระตุกยิ้มบาง ๆ มุมปากไม่ได้


ปากอิ่มสีแดงระเรื่อตรงหน้ามันชวนให้เขาอยากจะลองชิมดูอีกสักครั้งว่ายังคงหอมหวานเหมือนเดิมอย่างที่ผ่านมาหรือเปล่า และแน่นอนว่าเขาไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเจ้าของมันที่ยังคงหลับใหลอยู่


ใบหน้าคมเลื่อนลงไล่พรมจูบแผ่วเบาไม่ต่างจากแมลงปอโฉบผิวน้ำไปตามใบหน้าหวานแล้วจึงกดจูบย้ำ ๆ ไม่หนักไม่เบานักบนปากอิ่มที่เผยอออกน้อย ๆ ดวงตาคมไล้มองอีกคนในระยะประชิดที่ห่างแค่เพียงลมหายใจกั้นเท่านั้น


คิ้วเรียวขมวดเบา ๆ ใบหน้าหวานส่ายไปมาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดผิวหน้า รู้สึกได้ถึงบางอย่างที่กำลังรบกวนการนอนของเขา ถึงแม้จะรู้สึกรำคาญหากแต่ลึก ๆ แล้วมันก็...อุ่นดี


ความเหนื่อยล้าปวดร้าวร่างกายจากเรื่องราวเมื่อคืนก่อนหน้านั้นทำให้เมื่อคืนแทฮยองนอนไม่สบายตัวนัก ถึงแม้จะดีหน่อยที่คืนก่อนมีกลิ่นอุ่น ๆ อันคุ้นเคยของเจ้าของเตียงอย่างน้อยก็พอให้เขาข่มตาหลับได้บ้างแม้ว่าภายในใจจะไม่ได้นิ่งสงบชวนให้หลับสบายสักเท่าไร ดังนั้นในตอนนี้ที่เขานึกรู้ว่าตัวเองอยู่ในที่ที่เป็นของตัวเองถึงแม้จะอยู่ภายใต้การดูแลของคนใจร้ายอีกคนแต่มันกลับทำให้แทฮยองสามารถหลับได้อย่างสนิทใจ โดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าโดนใครอีกคนขโมยลักหลับตัวเองไปมากแค่ไหน


“หึ เวลาหลับแบบนี้ก็น่ารักดี” จองกุกที่เฝ้ามองวงหน้าหวานอยู่อดที่จะพึมพำออกมาไม่ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรการที่อีกคนหายไปทั้งคืนโดยที่เขาไม่ได้อนุญาตแน่นอนว่าย่อมต้องได้รับโทษ แต่ตอนนี้คงต้องปล่อยให้นอนพักไปก่อนสินะ


แทฮยองพลิกตัวกลับไปกลับมา ทำให้คอเสื้อตัวนิ่มเปิดออก จองกุกเห็นรอยจ้ำแดงช้ำตรงบริเวณหน้าอกขาว คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นก่อนที่มือหนาจะเลื่อนเปิดผ้าห่มออกหลังจากนั้นนิ้วเรียวก็ไล่ปลดกระดุมจนหมดแล้วจึงแหวกสาบเสื้อออกจากกัน สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าทำให้เขาต้องอดที่จะสบถออกมาเบา ๆ อย่างหัวเสียไม่ได้


ร่องรอยสีแดงช้ำที่ยังคงมองออกว่าเกิดจากอะไรเป็นจ้ำ ๆ ที่ตอนนี้กลายเป็นรอยถลอกไม่ต่างจากการถูกเล็บข่วนเอา ประปรายทั่วทั้งอกขาว รอยถลอกพวกนี้คงเป็นฝีมือเจ้าตัวเองที่เป็นคนทำ แต่รอยจ้ำที่ยังเหลือร่องรอยให้เห็นนี่มาจากไหน และใครเป็นคนทำ จริงอยู่ที่พี่ชายเขาเล่าเรื่องราวที่เกิดกับแทฮยองให้เขาฟังแล้ว แต่จะรู้ได้ยังไงว่าร่องรอยเหล่านี้เป็นของคนขับแทกซี่จอมปลอมคนนั้น ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านั้นแทฮยองไปได้รอยนี้มาจากคนอื่นหรือไง แค่คิดก็อดที่จะกัดฟันข่มอารมณ์ไม่พอใจของตัวเองไว้ไม่ได้ รอให้ตื่นขึ้นมาก่อนเถอะ แล้วเขานี่แหละจะเค้นเอาความจริงออกมาจากคนตรงหน้านี้ให้ได้แล้วจะจับล้างน้ำให้สะอาดเองด้วยตัวเอง


เมื่อสรุปกับตัวเองได้ก็ตัดสินใจผละตัวลุกออกจากเตียงไปเมื่อเห็นว่าอีกคนกำลังจะตื่นขึ้นมา จะให้อีกคนรู้ไม่ได้ว่าเมื่อคืนเขาไม่ยอมนอนห้องของตัวเอง แต่กลับพาตัวเองมานอนกกกอดใครอีกคนอยู่ในห้องนี้แทน


“อือ เช้าแล้วเหรอ” แทฮยองบิดกายไปมาเล็กน้อยอยู่บนเตียง เปลือกตาสีมุกค่อย ๆ กะพริบเปิดแต่ก็ต้องหยีตาลงอีกครั้งเมื่อแสงแดดจ้ายามสายสอดส่องเข้ามาจากม่านหน้าต่าง


‘ใครเปิดม่าน’


แต่เมื่อปรับโฟกัสสายตาได้ เขาก็นึกอยากหลับลงไปอีกครั้ง สายตาคมดุที่จ้องตอบกลับมานั้นทำให้เขารู้สึกไม่อยากตื่นขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ไม่ใช่ว่าเขาเกรงกลัวหรือว่าอะไรหรอกนะ แต่เขาไม่อยากมานั่งตอบคำถามในสิ่งที่ผ่านมาแล้วต่างหาก แต่ดูท่าแล้วคงหนีไม่พ้นหรอกมั้ง


“ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้างละ หายไปทั้งคืนกับผู้ชายมา ไปถึงไหนต่อถึงไหนกันแล้วละ”


“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย” เสียงหวานแหบพร่าตอบกลับพร้อมกับพลิกตัวหันหลังให้อีกคนทันที แทฮยองไม่อยากพูดถึงเรื่องนั้น ถึงเขาจะทำให้ตัวเองไม่สนใจ แต่ก็ใช่ว่าจะรู้สึกดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น


“หึ เกี่ยวอะไรงั้นเหรอ นั่นสินะ ฉันว่าตัวฉันเองก็เลี้ยงดูนายอย่างดีแล้ว แต่คงดูแลนายไม่ได้ทุกเรื่องสินะ ถึงต้องวิ่งโร่ไปอ้าขาให้คนโน้นที คนนี้ทีน่ะ อันที่จริงถ้านายบอกฉัน ฉันสนองให้นายได้นะ อาจจะดีกว่าไอ้พวกนั้นด้วยซ้ำ แต่..ฉันคงไม่มีปัญญาซื้อของแพง ๆ ให้นายหรอกนะ” จองกุกลุกขึ้นก้าวมาข้างเตียงก่อนจะกล่าวถ้อยคำที่หวังให้อีกคนเจ็บปวด แต่แค่พริบตาเดียวมือหนาก็ต้องรับเอาหมอนหนุนใบโตเอาไว้เมื่ออีกคนปามันมาหวังให้โดนหน้าเขา


“นาย!” แทฮยองจ้องอีกคนเขม็ง ความรู้สึกตีกันวนไปวนมาพาให้ปวดหัวจนตาลาย แทฮยองปิดตาลงแน่น ๆ หายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะลืมตาที่มีแต่ความว่างเปล่าจดจ้องไปยังคนที่ทำหน้าเป็นยักษ์อยู่ในตอนนี้


“ทำไมเหรอ พูดความจริงแล้วรับไม่ได้หรือไง อย่าบอกว่านายไม่ได้ทำอย่างที่ฉันว่า แล้วนี่อะไร รอยนี่มันอะไร ห๊ะ!! คิม แทฮยอง นายนี่มันร่านไม่เลือกจริง ๆ!!” มือแกร่งกระชากเอาชุดนอนจนกระดุมขาดก่อนที่นิ้วเรียวจะกดลงไปยังร่องรอยพวกนั้น


“โอ๊ย ทำบ้าอะไรของนาย ปล่อย!!” แทฮยองเองก็ตกใจ จะโมโหอะไรนักหนา ตัวก็ตัวเขาไม่ใช่เหรอ จะมาเดือดร้อนแทนตัวเขาทำไมกัน


“หึ คิดเหรอว่าคนสกปรก ๆ อย่างนาย ฉันจะอยากแตะต้องนัก แต่นายอย่าลืมสิว่าตอนนี้นายเป็นคนของฉัน! และถ้าอะไรก็ตามที่ฉันไม่อนุญาตนายก็ไม่มีสิทธิ์ทำ! ส่วนรอยพวกนี้มันสกปรก! และทุเรศมาก! ฉันจะล้างมันออกเอง มานี่!” ว่าแล้วจองกุกก็กระชากอีกคนขึ้นจากเตียง ลากไปยังห้องน้ำ


“จะไปไหน! ฉันไม่ไป นี่! ปล่อยนะ” เสียงหวานเอ่ยประท้วงเมื่ออีกคนคว้าแขนของตัวเองเอาไว้แล้วฉุดกระชากให้ลุกออกจากเตียง


“ไม่ปล่อย! อย่างนายฉันต้องล้างอีกกี่น้ำถึงจะสะอาด ห๊ะ!” จองกุกไม่ฟังเสียงร้องโวยวายจากอีกคนแม้แต่น้อย พยายามที่จะฉุดกระชากลากอีกคนไปยังห้องน้ำให้ได้


“นายเป็นบ้าเหรอ ปล่อย! จะทำอะไร! อ๊ะ! ปล่อยสิวะ!” แทฮยองเองก็ไม่ยอมให้อีกคนได้ทำตามที่ต้องการเช่นกัน มือเรียวเกาะขอบเตียงเอาไว้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นเพื่อไม่ให้อีกคนลากตัวเองไปได้ แต่แล้วก็ต้องตกใจร้องเสียงหลง เมื่อจองกุกกลับปล่อยมือจากที่จับแขนเรียวเอาไว้เปลี่ยนมาเป็นช้อนตัวอีกคนขึ้นอุ้มเดินไปยังห้องน้ำแทน ทำให้แทฮยองอดที่จะโวยวายออกมาไม่ได้


เมื่อเข้ามายังห้องน้ำได้แล้วจองกุกปล่อยให้แทฮยองลงไปยืนในอ่างน้ำ แต่เมื่อพอเท้าเรียวบางแตะพื้น ความเย็นของอ่างอาบน้ำทำให้คนตัวบ้างสะดุ้งโหยงแล้วรีบก้าวเท้าออกจากอ่างเพื่อออกไปข้างนอกทันที


จองกุกเองที่หลังจากปล่อยแทฮยองลงกับอ่างแล้วก็หมุนตัวกลับมาเพื่อล็อกประตูห้องน้ำ ก่อนจะหันกลับมาเจอแทฮยองที่กำลังจะเดินสวนออกไป แขนเรียวจึงคว้าเอวบางเอาไว้แน่น


“จะไปไหน! มานี่!”


“ปล่อย! จะบ้าก็บ้าคนเดียวสิวะ! อย่ามายุ่งกับฉัน!” แทฮยองพยายามแกะมือหนาออกจากเอวของตัวเอง บางครั้งเขาเองก็อยากจะถามเหมือนกันนี่มันแขนคนหรือคีมตัดเหล็ก ทำไมมันแข็งงี้วะ


“ไม่! ฉันบอกแล้วไง ว่าจะพานายมาล้างน้ำ และใช่ ฉันจะเป็นคนล้างเอง! มานี่เลย!”


“ล้างน้ำบ้าบออะไรของนาย ปล่อย! ปล่อยสิวะ อ๊ะ!” จองกุกที่เห็นอีกคนพยายามที่จะดิ้นหนีไปทางประตูห้องน้ำให้ได้ จึงอดไม่ได้ที่จะคว้าอีกคนเข้ามาแนบอกแล้วยกไปวางให้อ่างน้ำเหมือนเดิมพร้อมกับตัวเองที่ก้าวตามเข้ามาด้วย มือหนาเลื่อนไปเปิดฝักบัว แน่นอนว่าไม่มีการปรับน้ำให้อุ่นแต่อย่างใด ทำให้น้ำเย็นจัดรดตัวคนทั้งคู่ จองกุกเองไม่มีปัญหากับเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่เหมือนอีกคนจะไม่ใช้ ก็พอจะรู้อยู่ว่าอีกคนขี้หนาวขนาดไหน แต่แล้วไงใครจะสนกันละ ทำให้ร่างบอบบางที่สัมผัสน้ำเย็นจัดสะดุ้งและพยายามดิ้นหนีทันที


“นิ่ง ๆ สิ จะดิ้นอะไรนักหนา” อดที่จะกระซิบติดใบหูขาวไม่ได้ เมื่ออีกคนยังคงพยายามดิ้นหนี ตัวบางที่แนบติดกับตัวเขาเริ่มจะสั่นสะท้านจากความเย็นเล็กน้อย


“อื้อ หนาว ไม่เอา ปล่อยนะ” แทฮยองที่รู้ว่าตัวเองคงไม่สามารถไปจากหนีจากอ้อมกอดนี้ได้ก็อดไม่ได้ที่จะเบียดตัวเข้าหาร่างอุ่น ๆ ของอีกคนแทน และวงแขนแกร่งที่ตอนนี้เจ้าของมันยังไม่ยอมเอาออกจากเอวของเขาเลย


“หึ ถ้านายไม่ดื้อ ฉันจะรีบอาบให้เสร็จเร็ว ๆ ไง แต่ถ้านายดื้อก็ยืนกันอยู่แบบนี้แหละ ฉันไม่มีปัญหาอยู่แล้ว” จองกุกว่าด้วยน้ำเสียงยียวน มือหนาพยายามถอดเสื้อที่อีกคนใส่อยู่ออก แต่ตากลมก็ตวัดสายตามองค้อนเขาทันทีที่ร่างกายโดนคุกคามแบบนั้น


“นาย อึก นายออกไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันอาบเอง” เมื่อรู้แล้วว่าตัวเองคงขัดอะไรอีกคนไม่ได้ แทฮยองเลยพยายามต่อรองถึงสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ และแน่นอนว่ามันเหมือนเดิม จองกุกไม่ได้สนใจ


“นายนี่มันยังไงกัน ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะเอานายมาล้างน้ำเผื่อว่าไอ้ความร่านมันจะหลุดออกไปจากตัวนายบ้าง”


“มันจะมากไปแล้วนะ ปล่อย! ฉันจะร่านยังไงมันก็เรื่องของฉัน ปล่อยสิวะ! ....หรือว่านายเองก็อยากได้เหมือนผู้ชายพวกนั้นเหมือนกัน ถึงได้ยุ่งวุ่ยวายกับฉันนักหนาน่ะห๊ะ!” คำพูดร้ายกาจเหล่านั้นทำให้ความรู้สึกที่จะยอมอ่อนลงให้อีกคนปลิวหายแทบจะในทันที


“ปากดีเหลือเกินนะ ฉันอยากจะรู้นักว่าจะปากดีได้ตลอดหรือเปล่า” จองกุกไม่ว่าเปล่า มือแกร่งลงมือฉีกกระชากชุดนอนตัวบางออกจากคนตรงหน้าอย่างไม่ปรานี แทฮยองเองก็ไม่ยอม สองมือน้อย ๆ พยายามปัดป้องตัวเองเท่าที่จะทำได้ แต่สุดท้ายแล้ว แทฮยองก็เหลือเพียงแค่ชั้นในตัวบางติดตัวเท่านั้น จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดจังหวะทำให้จองกุกต้องผละออกจากร่างนุ่มนิ่มของแทฮยองออกไปรับโทรศัพท์ก่อน โดยสั่งให้แทฮยองรออยู่ในห้องน้ำห้ามออกไปไหน และแน่นอนว่าแทฮยองเองก็ไม่คิดจะฟังเหมือนกัน แขนเรียวคว้าเอาผ้าเช็ดตัวมาคลุมตัวเองไว้ก่อนจะรีบก้าวออกจากอ่างอาบน้ำ


“จีมจะมาเหรอครับ ไม่เป็นไรครับ ครับ ได้ครับ เดี๋ยวผมรอที่ห้องนะครับ” จองกุกวางสายจากจีมินที่โทรมาบอกว่าจะเข้ามาติวบทเรียนพร้อมกับแทฮยอง เขาจึงโทรบอกให้ลูกน้องเปิดประตูให้หากอีกคนมาถึงแล้ว


หึ วันนี้รู้สึกจะมีเรื่องสนุก ๆ ให้ทำอีกแล้ว


ลับหลังจองกุกที่เดินออกจากห้องน้ำไป แทฮยองเองก็รีบวิ่งออกจากห้องน้ำไปเหมือนกัน แต่ลืมระวังไปว่าพื้นตรงหน้ามันลื่นทำให้เสียหลักล้มลงเข่ากระแทกพื้นอย่างแรง


“โอ๊ย เจ็บ อึก” แทฮยองพยายามลุกขึ้น แต่แล้วกลับทำไม่ได้ เสียงร้องของแทฮยองทำให้จองกุกหันมามองก่อนจะรีบวางสายแล้วเข้ามาดูคนตัวบางที่นั่งพับเพียบอยู่กับพื้นห้องน้ำอันเย็นเฉียบ


“โง่” ง่าย ๆ คำเดียวได้ใจความ แต่การกระทำกลับไม่ใช่ จองกุกก้มลงช้อนตัวอีกคนไปวางในอ่างเหมือนเดิม แล้วจึงเปิดน้ำวนรอบอ่าง ก่อนจะใส่บับเบิ้ลกลิ่นกุหลาบจนกลายเป็นฟองนุ่มนิ่มเต็มอ่าง และแน่นอนแทฮยองเองก็กลับมาเกือบเปลือยเปล่าอีกครั้ง


แทฮยองมองดูสิ่งที่อีกคนทำโดยไม่ได้แย้งอะไรออกไป ด้วยคิดว่าแย้งไปก็เสียเวลาเปล่า อีกอย่างตอนนี้เขาเองก็ปวดตรงที่เข่ากระแทกเมื่อกี้ด้วย ไหนจะอาการปวดตามร่างกายที่ยังหลงเหลืออยู่อีก เมื่อมีคนมาจัดการโน่นนี่นั่นให้ก็รู้สึกสบายดีไปอีกแบบถึงแม้จะเหม็นหน้าคนคนนั้นขนาดไหนก็ตาม


“เสร็จแล้วก็ออกไป ฉันจะอาบเอง”


“ฝันอยู่หรือไง” จองกุกว่าแล้วถอดเสื้อผ้าออก ทำให้แทฮยองต้องหันหน้าหนีไปทางอื่น แก้มนิ่มขึ้นสีแดงจัดเมื่ออีกคนก้าวลงมาในอ่างเดียวกัน โดยจองกุกนั่งซ้อนหลังแทฮยองทำให้แทฮองไม่เห็นว่าอีกคนพอใจแค่ไหนที่ทำให้แทฮยองเขินอายได้ขนาดนี้


“จะเบียดทำไมเนี่ย” เสียงหวานว่าอย่างเหวี่ยง ๆ เมื่ออีกคนขยับมาชิดกับตัวเขา


“จะอายอะไร แค่นี้นายคงเคยเห็นจากผู้ชายคนอื่นจนเบื่อแล้วไม่ใช่หรือไง รวมฉันเขาไปอีกคนจะเป็นไรไป หืม” จองกุกก้มกระซิบชิดติดพวงแก้มแดงระเรื่อก่อนจะไล้จมูกสูดดมกลิ่นกายของคนตรงหน้า


...กลิ่นนี้ที่คุ้นเคย กลิ่นนี้ที่ทำให้เขารู้สึกหวงแหน


“อ๊ะ จะทำอะไร เอามือออกไป” แทฮยองถึงกับสะดุ้งเมื่อจู่ ๆ มือของอีกคนกลับลูบแขนเรียวของตัวเองเบา ๆ ราวกับบีบนวดให้ผ่อนคลาย


“นิ่ง ๆ น่า จะโวยวายอะไรนักหนา” จองกุกว่าอย่างตัดรำคาญ แต่มือหนากลับยังไม่ละออกจากผิวนิ่มลื่นตรงหน้า ยิ่งได้สัมผัสยิ่งเพลิน จนกลายเป็นว่าตอนนี้ สองมือแกร่งกำลังลูบไล้ไปตามผิวนิ่มลื่นจากแขนไล่มายังไหล่มนบีบนวดเบา ๆ อีกข้างผลุบหายลงใต้น้ำคว้าเอวบางเข้าแนบชิดตัวเอง ก่อนลูบวนเบา ๆ ตรงหน้าท้อง ทำให้แทฮยองเองต้องเกร็งตัวเอาไว้ มือเรียวบางของแทฮยองเองก็จับมือของอีกคนเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย


“ฮือ เอามือออกไป ไม่เอา” แทฮยองว่าเสียงเบาหวิวคล้ายฝืนตัวเองไม่ให้คล้อยตามสัมผัสของอีกคน แต่มันช่างยากเหลือเกินเมื่อสัมผัสนั้นช่างนุ่มนวนชวนผ่อนคลาย อีกทั้งน้ำวนในอ่างที่ราวกับนวดตัวเบา ๆ ให้หายปวดเมื่อย ไหนจะกลิ่นอาโรม่าอ่อน ๆ นี่อีก คนที่ร่างกายและใจเพิ่งจะฟื้นคืนจากเรื่องร้ายก็เริ่มจะคล้อยตามได้ไม่ยาก


“ชู่ว์ ไม่ทำอะไรหรอกน่า” จองกุกว่าเสียงพร่าก่อนจะกดจมูกตรงท้ายทอยขาวตรงหน้า จนคนตรงหน้าต้องย่นคอหนีลมหายใจร้อนที่รดอยู่อย่างช่วยไม่ได้


“อืออ ไหนว่าจะพามาล้างตัวออกไง รีบ ๆ สิ มันหนาวนะ” เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยแผ่วเบาราวกระซิบไม่ต่างกัน


“นี่ไงกำลังล้างอยู่ ไม่เห็นหรือไง” ใช่จองกุกกำลังล้างอยู่ ล้างตามวิธีของเขานี่แหละ ใช่ว่าเขาอยากจะรุนแรงด้วยทุกครั้งเสียที่ไหน มือหนาเลื่อนมากดหน้าอกบางให้เอนตัวพิงลงมายังตัวเอง แต่แทฮยองกลับฝืนตัวเอาไว้ไม่ยอมผ่อนตาม


“เด็กดี ไม่ดื้อสิ” เสียงกระซิบแผ่วเบาพร้อมลมหายใจอุ่นข้างหูทำให้แทฮยองยินยอมที่จะผ่อนกายพิงร่างกับอีกคน จองกุกที่เห็นดังนั้นก็ยกยิ้มพอใจ มือหนาจึงเริ่มบีบนวดไปทั่วร่างบาง แทฮยองที่แรกเริ่มขัดขืนอย่างไม่คุ้นชิน แต่ตอนนี้กลับหลับตาพริ้ม แต่เมื่อมือของจองกุกสัมผัสกับแผลที่ยังหลงเหลืออยู่ แทฮยองเองก็อดที่สะดุ้งขึ้นมาไม่ได้


“อึก เจ็บ”


“อืม” จองกุกตอบรับสิ่งที่อีกคนบอก แต่ยังคงถูนวดเบา ๆ ตรงบริเวณนั้น ปากหยักเองก็กดจูบตรงขมับอีกคนเรื่อย ๆ ราวปลอบโยน ไม่มีตรงไหนที่จองกุกไม่ได้สัมผัสเพียงแต่มันเป็นการสัมผัสที่แสดงออกถึงความหวงแหนและต้องการเป็นเจ้าของเพียงคนเดียวเท่านั้น


ความเงียบเจือความอึดอัดบางเบา หลาย ๆ อย่างทำให้แทอยองเริ่มจะตาปรืออีกครั้ง จองกุกที่เห็นอีกคนอ้าปากหาวแล้วก็อดที่จะยกยิ้มเอ็นดูไม่ได้ ตอนนี้สติแทฮยองเองใกล้จะหลุดลอยเต็มที มือหนายังไม่หยุดลูบไล้นวดผ่อนคลายไปตามร่างกายผอมบางของอีกคน


เวลาผ่านไปไม่นาน สุดท้ายแล้วร่างบางตรงหน้าก็ทิ้งร่างกายลงมายังตัวเขาเองทั้งหมด ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอบ่งบอกให้รู้ว่าอีกคนหนีเขาเข้าไปยังทุ่งแห่งฝันเสียแล้ว ใบหน้ายามหลับในตอนนี้ที่ดูจะผ่อนคลายมากกว่าเมื่อยามค่ำคืนที่ผ่านมา ทำให้จองกุกเองรู้สึกสบายใจขึ้นมาได้เล็กน้อย


…ไม่ว่าแทฮยองจะเจออะไรมา หรือเป็นอะไรร้ายแรงมากแค่ไหน เขานี่แหละที่จะเป็นคนรักษาให้เอง เพราะคนที่สามารถทำลายแทฮยองได้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์


หลังจากปล่อยให้แทฮยองหลับคาอกเขาไปได้ไม่นาน จองกุกจึงจัดการอาบน้ำให้อีกคนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะอุ้มออกมาพันด้วยผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่แล้วจึงพาเข้าห้องนอนไป จับร่างบอบบางแต่งตัวตามที่เขาต้องการ แต่เมื่อปล่อยให้แทฮยองนอนบนเตียงกว้างคนเดียวกลายเป็นว่าร่างข้างหน้ากลับกระสับกระส่ายไปมา ปากอิ่มพึมพำคิ้วขมวดฟังไม่ได้เป็นคำ จนจองกุกต้องก้มลงไปใกล้ สัมผัสอุ่นร้อนของลมหายใจที่กำลังเป่ารินรดใบหน้ามน ทำให้แขนเรียวคว้าโอบกอดรอบคอแกร่งเอาไว้แล้วดึงเข้าหาตัวทำให้ใบหน้ามนซุกลงตรงซอกคออุ่น ก่อนที่จองกุกจะได้ยินเสียงครางฮือในลำคออย่างพอใจแล้วร่างตรงหน้าแน่นิ่งไปอีกครั้ง ทำให้จองกุกอดคิดไม่ได้ว่าอีกคนเป็นอะไร


หนาว? หรือละเมอ? หรือ ติดกลิ่นของเขา?


ตามที่พี่ชายเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนที่แทฮยองไปพักที่ห้องของตัวเองให้ฟัง ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คงดีไม่น้อย


“หึ เจ้าลูกหมาเอ้ย” จองกุกก้มลงจรดจมูกกับขมับขาว ก่อนจะช้อนตัวอีกคนขึ้นแนบอกแล้วเดินออกจากห้องของแทฮยองไปยังห้องนอนของตัวเอง เพราะตอนนี้ตัวเขาเองมีแค่ผ้าเช็ดตัวพันเอวเอาไว้เท่านั้น ส่วนแทฮยองน่ะเหรอ หึ มีแค่เสื้อเชิ้ตตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นบางเบาเท่านั้น และแน่นอนทุกอย่างเป็นสีขาวทั้งเสื้อและกางเกงเพราะเขาคิดว่าคนอย่างคิม แทฮยองเหมาะกับสีขาวที่สุดแล้ว


แกรก เมื่อเปิดประตูออกมาสายตาคมมองเห็นใครอีกคนนั่งอยู่ตรงห้องรับแขก ก่อนจะกระตุกยิ้มเบา ๆ


‘มาเร็วดีเหมือนกันนี่’


“อ้าว จีมมาถึงนานแล้วเหรอ” จองกุกที่ตอนนี้เดินมาหยุดอยู่ตรงด้านหลังโซฟาเอ่ยถามแขกอีกคนที่นั่งหันหลังให้กับเขาอยู่


“อะ อ้าว จองกุก แล้วนั่น..แทฮยอง ทำไม” จีมินหันมามองตามเสียงด้วยความดีใจ ใบหน้าเรียวประดับด้วยรอยยิ้มกว้างก่อนจะค่อย ๆ หุบลงเมื่อพบว่าเจ้าของห้องอยู่ในสภาพไหน


“นี่น่ะเหรอ ไม่มีอะไรหรอก”


“แล้วแทฮยองเป็นอะไรเหรอ ทำไมถึง..”


“จีมไม่ต้องเป็นห่วงแทฮยองหรอก เขาไม่ได้เป็นอะไรมากแค่เพลียแล้วหลับไปน่ะ ผมต้องขอโทษด้วยนะที่ออกมาด้วยสภาพไม่เรียบร้อยแบบนี้ เดี๋ยวยังไงให้เลขาของผมดูแลจีมก่อนระหว่างที่ผมไปเปลี่ยนชุดนะครับ อาหลิง รับรองคุณจีมด้วยนะ เดี๋ยวผมมา” จองกุกว่าแล้วก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเมื่อคนในอ้อมแขนขยุกขยิกตัวเหมือนจะตื่นขึ้นมา


“เดี๋ยวสิ จองกุก เอ่อ แล้วจะพาแทฮยองไปไหน” จีมินอดไม่ได้ที่จะยื่นมือมาคว้าแขนแกร่งของเจ้าของห้องเอาไว้ ก่อนจะจ้องหน้าคนในอ้อมแขนของจองกุกเขม็งแล้วเปลี่ยนเป็นสายตาน้อยใจให้กับจองกุกแทนเมื่อจองกุกทำท่าจะอุ้มแทฮยองเข้าไปยังห้องที่เขาจำได้ว่าเป็นของจองกุก


“พอดีแทฮยองเขาเจอเรื่องไม่ค่อยดีมาน่ะ ตอนนี้คงกำลังเสียขวัญอยู่ถึงได้ไม่ปล่อยให้ผมห่างตัวเลย อีกอย่างเขาเป็น ‘คนของผม’ ถ้าผมจะดูแลเขาหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกครับ ชู่ว์..ไม่มีอะไร หลับนะ ยังไงจีมรอผมแปบนึงนะครับ” จองกุกพูดกับอีกคนก่อนจะยิ้มหวาน กระชับอ้อมแขนเบา ๆ เมื่อคนตัวบางครางฮือ แล้วจึงเงยหน้ามาส่งยิ้มหวานให้จีมินก่อนจะสาวเท้าเดินเข้าห้องตัวเองไป


“ไอ้บ้าเอ๊ย ทำไมเป็นอย่างนี้วะ” จีมินสบถเบา ๆ ได้แต่กำมือแน่น ปากเรียวเม้มเข้ากันเป็นเส้นตรง จนอาหลิงที่ยืนอยู่ได้แต่ร้องถามด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่จะขอตัวไปจัดการของว่างมารับรองตัวเอง


จีมินไม่เข้าใจว่าทำไมจองกุกถึงได้ดูหวงแหนแทฮยองนัก ทั้ง ๆ ที่คนของเขาที่จ้างวานให้ไปย่ำยีแทฮยองก็รายงานว่างานเรียบร้อย และตามหลักแล้วจองกุกต้องโกรธ เกลียด และสั่งลงโทษอีกคนไปแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วนี่อะไรทำไมมาดูแลมันแบบนี้ หรือเผลอ ๆ อาจจะยกเลิกสัญญาเป็นติวเตอร์ให้กับแทฮยองเลยก็ได้ แต่นี่กลับไม่เป็นไปอย่างที่เขาคิด หรือว่าไอ้น้องนอกไส้นั่นมันจะมารยาจนจองกุกหลงมันเข้าไปแล้ว ไม่ได้! ยอมไม่ได้เด็ดขาด คนคนนี้ต้องเป็นของเขา ของเขาคนเดียวเท่านั้น อีกอย่างอะไรที่เขาอยากได้ เขาต้องได้! แต่สภาพของคนสองคนเมื่อสักครู่มันทำให้เขาอดคิดไม่ได้ว่าสองคนนั้นไปถึงขั้นไหนกันแล้ว แต่แล้วยังไงละ คนอย่างเขาจะมาแพ้ให้น้องนอกไส้อย่างคิม แทฮยองน่ะเหรอ หึ ไม่มีวันซะละ ในเมื่อเดินเกมส์คนเดียวมันยากนัก ถ้าเขาจะมีตัวช่วยเพิ่มคงไม่เป็นไรสินะ


จีมินลุกขึ้นออกไปยังระเบียง กดโทรศัพท์โทรออกหาใครบางคน ใครบางคนที่เขาคิดว่าคงพร้อมที่จะยอมลงเรือลำเดียวกับเขา


“สวัสดีครับ ผมจีมินนะครับ ไม่ทราบว่าคุณพอจะมีเวลาว่างทานมื้อเย็นกับผมสักมื้อไหมครับ ครับ พอดีผมมีธุระเกี่ยวกับ ‘สินค้า’ ของคุณพ่อจะพูดคุยกับคุณสักหน่อยน่ะครับ ครับ ขอบคุณครับ แล้วเจอกันครับ” จีมินวางสายจากการติดต่อใครบางคน สายตาทอดมองออกไปไกล มุมปากยกยิ้มอย่างนึกสนุกกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น อ่า แค่คิดก็มีความสุขแล้ว


“แล้วนายจะมีความสุขกับของขวัญที่ฉันจัดให้แน่ ๆ คิม แทฮยอง”


จีมินเดินกลับมานั่งยังโซฟารับแขกเมื่ออาหลิงเลขาคนสนิทของจองกุกมาสอบถามว่าต้องการอะไรเพิ่มหรือเปล่า แต่เขาปฏิเสธออกไป อีกฝ่ายจึงขอตัวไปทำอย่างอื่นต่อ



ภายในห้องนอนของจองกุก


จองกุกวางอีกคนลงบนเตียงของตัวเอง ในคราแรกแขนเรียวไม่ยอมปล่อยออกจากการโอบรอบคอของเขา แต่เมื่อเขาล้มตัวลงนอนข้าง ๆ เจ้าตัวก็ปล่อยมือออกก่อนจะขดตัวเข้าหากันแล้วจึงซุกหน้าเข้ากับท่อนแขนของเขา เมื่อเห็นแทฮยองนิ่งไปแล้วจองกุกก็ดึงเอาผ้านวมมาห่มให้ก่อนจะลุกออกมานั่งข้าง ๆ ตาคมเห็นอีกคนซุกหน้าเข้ากับหมอนพร้อมกับสูดหายใจเข้าหนัก ๆ แล้วผ่อนออกมาแผ่วเบา ก่อนจะที่เจ้าตัวจะมุดหน้าเข้ากับผ้าห่มแล้วนิ่งไป จองกุกเห็นดังนั้นก็ได้แต่ยกยิ้มอย่างพอใจ สงสัยที่พี่ชายเขาเคยบอกไว้จะเป็นเรื่องจริง เมื่อมองจนพอใจแล้วก็พาตัวเองไปแต่งตัวแล้วเดินออกไปหาอีกคนที่รออยู่ข้างนอก ปล่อยให้แทฮยองหลับใหลอยู่กับห้องที่มีแต่กลิ่นของตัวเขาเองต่อไป


“ขอโทษที่ให้รอนะครับ” จองกุกนั่งลงตรงโซฟาฝั่งตรงข้ามกับจีมิน ตาคมจ้องมองอีกคนด้วยรอยยิ้ม


“ไม่เป็นไร จีมรอได้ ว่าแต่แทฮยองเขาไปไหนแล้ว” จีมินอดที่จะถามถึงอีกคนที่หายเข้าห้องไปพร้อมกับจองกุกไม่ได้ จะบอกให้ถูกต้องบอกว่าโดนอุ้มเข้าไปต่างหาก


“อ่อ ผมให้เขานอนพักน่ะ เมื่อคืนเขาคงเหนื่อยไปหน่อย” จองกุกยังคงยิ้มให้อีกคนเหมือนเดิม คำพูดสองแง่สองง่ามชวนให้คิดไกล แต่หากสังเกตสักนิดจะเห็นว่าดวงตาของเขาไม่ได้ยิ้มไปด้วย


“อ่อ งั้นเหรอ แล้วอย่างนี้จีมจะติวพร้อมกับแทฮยองได้ยังไง หรือว่าต้องรอให้แทฮยองตื่นก่อน” จีมินทำหน้าราวกับเสียดายที่จะไม่ได้ติวพร้อมแทฮยอง


“จะให้ผมติวให้ก่อนก็ได้ครับ ยังไงแทฮยองก็ยังคงอยู่กับผมอีกนาน ยังมีเวลาอีกเยอะ ว่าแต่จีมทานอะไรมาแล้วยัง ออกไปทานข้าวกับผมก่อนไหม แล้วเดี๋ยวค่อยกลับมาติวกัน”


“จองกุกว่างเหรอ จีมรบกวนหรือเปล่า” จีมินสบตากับอีกคนนิ่งพร้อมรอยยิ้มหวาน


“ไม่หรอกครับ สำหรับจีมแล้ว ผมว่างเสมอ” จองกุกกระตุกยิ้มมุมปากให้อีกคนพร้อมตาคมที่ต้องมองอีกคนอย่างมีความหมาย


จีมินเห็นสายตาที่อีกคนมองมาก็ลุกไปยืนตรงหน้าของจองกุก จองกุกเองก็เงยหน้าสบตาเข้ากับตาหวาน ก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงมือบางไล้ลูบไปตามหน้าอกเรื่อยไปไล้มาจนถึงบ่าแข็งแรงแล้วจึงเพิ่มแรงกดลงไปทำให้ในตอนนี้กลายเป็นจองกุกเอนหลังพิงพนักของโซฟา แขนทั้งสองข้างวางพาดไปตามความยาวของโซฟาดวงตาคมมองสบตากับอีกคนนิ่ง ๆ พร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก


จีมินยอมรับอย่างไม่อายว่าเขาหลงใหลผู้ชายคนนี้มากมายนัก ยิ่งสายตาคมเข้มลึกล้ำน่าค้นหานั่นอีก ริมฝีปากหยักที่กำลังยกยิ้มน้อย ๆ ความหล่อร้ายตรงหน้าช่างชวนให้ลิ้มลองมันทำให้เขาอดใจไม่ไหวที่อยากจะลองสัมผัส


ใบหน้าหวานเคลื่อนลงหน้าอีกคนช้า ๆ ทั้ง ๆ ที่ดวงตาสองคู่ยังไม่ได้ละไปไหน ต่างจดจ้องซึ่งกันและกัน หากแต่คงต่างกันที่ความรู้สึก


...หนึ่งหลงใหลอยากครอบครองเป็นของตน


...หนึ่งหยั่งเชิงอย่างอยากรู้การกระทำต่อไป


แต่ก่อนที่ริมฝีปากร้อนทั้งสองจะได้แตะสัมผัสกัน จองกุกกลับเลือกที่จะเบี่ยงใบหน้าหลบริมฝีปากอิ่มตรงหน้า ทำให้จีมินเองก็ชะงักค้างไปเหมือนกัน


“ทำไม” เสียงหวานเอ่ยถามอย่างข้องใจ


“ผมว่ามันเร็วเกินไป ผมไม่อยากเอาเปรียบคุณ” จองกุกตอบกลับด้วยรอยยิ้มก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างกอบกุมมืออีกฝ่ายไว้ จ้องสบตาอีกฝ่ายอย่างต้องการแสดงออกถึงความจริงใจ


“แต่..”


“เวลาของเรายังมีอีกเยอะ ยังมีอะไร..สนุก ๆ ให้เราทำกันอีกเยอะ” เสียงทุ้มกระซิบตอบปัดอย่างแผ่วเบา เสียงทุ้มหวานที่แหบพร่าทำให้ใบหน้าของอีกคนขึ้นริ้วสีแดงจาง ๆ ได้ไม่ยาก จนทำให้จีมินลืมสังเกตถึงสรรพนามที่อีกคนใช้เรียกตัวเองว่ามันต่างไปจากเดิม


“โอเค งั้นจีมขอมัดจำก่อนละกัน”


ฟอด


“ถือว่าหายกันนะจองกุก” หลังจากกดจมูกลงบนแก้มของอีกฝ่ายได้แล้วก็ผละออกมายืนปกติ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้อีกคนเหมือนเดิม


“หึ ครับ งั้นเราไปกันเถอะครับเจ้าหญิง” จองกุกลุกขึ้นทำท่าย่อตัวอย่างสุภาพบุรุษพร้อมผายมือเชิญอีกคน


“ไปสิ” จีมินอดที่จะยิ้มกว้างให้กับคนตรงหน้าไม่ได้


จองกุกผายมือเชิญให้อีกคนเดินไปทางประตูอย่างหยอกล้อ เรียกเสียงหัวเราะจากอีกคนได้เป็นอย่างดี ก่อนที่จีมินจะถือโอกาสควงแขนจองกุกเดินออกจากห้องไป


เสียงหัวเราะแว่วหวานเรียกสายตาให้เลขาคนสนิทมองตามไปจนเจ้านายและแขกอีกคนลับสายตาไป อาหลิงถึงกับต้องถอนหายใจน้อย ๆ เมื่อนึกถึงคุณหนูอีกคนที่อยู่ในห้อง เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าตอนนี้เจ้านายของเขาอย่างจองกุกต้องการทำอะไรกันแน่ โดยเฉพาะเรื่องของคนตัวบางที่ยังคงนิทรารมณ์อยู่ด้านใน ทั้งเรื่องที่สั่งให้กว้านซื้อหุ้นจากบุคคลที่ต้องการเข้ามายุ่งกับคุณหนู ที่สำคัญคือให้โอนเป็นชื่อของคุณหนูเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วเพราะถือว่าคุณหนูเธอเป็นผู้เสียหายเธอจึงควรได้สิ่งปลอบขวัญ ไหนจะคำสั่งที่ให้คอยอยู่ดูแลอีกคนไม่ห่างนี่อีก คำสั่งนี่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นแต่มีมาสักพักแล้วต่างหากถึงแม้ตอนแรกจะเป็นแค่การสั่งให้จับตาดูแต่หลังจากเหตุการณ์ร้ายที่คุณหนูพบเจอทำให้คำสั่งเปลี่ยนเป็น ‘ฝาก’ ดูแลแทน และล่าสุดก่อนจะออกไปพร้อมคุณจีมินก็สั่งให้เขาทำตามใจคุณหนูเมื่ออีกคนตื่นขึ้นมาไม่ว่าอีกคนต้องการอะไรหรือจะไปที่ไหนให้เขาสามารถพาไปได้เลยแต่มีเงื่อนไขแค่ว่าเขาต้องไปด้วยเท่านั้นเอง แต่เอาเถอะ ถึงอย่างไรซะเขาเองก็เอ็นดูอีกคนไม่น้อยและคาดหวังว่าอีกคนจะมาเป็นเจ้านายของเขาอีกคนด้วยซ้ำ ส่วนแขก ‘คนสำคัญ’ อีกคนน่ะเหรอ หึ ถ้ากล้าแตะคุณหนูอีกละก็ เขานี่แหละที่จะเป็นคนเชือดเอง อ่า แต่มันผู้นั้นจะตกมาถึงมือเขาเหรอ ไม่ใช่ว่าโดนเชือดจากเจ้านายเขาก่อนแล้วหรือไงกัน


เวลาล่วงเลยมาจนถึงช่วงบ่ายของอีกวัน คนตัวบางขยับกายเล็กน้อย ก่อนที่เปลือกตาสีมุกจะเผยให้เห็นดวงตาหวาน แทฮยองหันมองไปรอบ ๆ ห้องเมื่อสัมผัสได้ว่านี่มันไม่ใช่ห้องของตัวเอง ว่าแต่เขาเข้ามาอยู่ในห้องนอนของอีกคนได้อย่างไร แต่ก็ช่างมันเถอะ


แทฮยองลุกขึ้นจัดเก็บที่นอนให้เรียบร้อย ก่อนจะต้องหน้าร้อนเมื่อเดินผ่านหน้ากระจกแล้วมองเห็นชุดที่ตัวเองใส่อยู่ ในเมื่อเขามั่นใจว่าไม่ได้ใส่เองแน่ ๆ ก็คงไม่พ้นเป็นอีกคนที่จับเขาแต่งตัวอีกเช่นเคย นี่อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกที่อีกคนทำแบบนี้ แต่ไม่ว่าจะอีกกี่ครั้งก็บอกได้เลยว่าภายใต้ใบหน้าที่เขาพยายามให้มันไม่รู้สึกอะไรมันกลับเต็มไปด้วยความเขินอายจริง ๆ


“บ้าเอ๊ย” ผมได้แต่สถบกับตัวเองเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก่อนจะพาตัวเองเดินออกจากห้องเพื่อกลับไปยังห้องของตัวเอง วันนี้เขาตั้งใจจะไปที่ที่หนึ่งที่เขาไม่ได้กลับไปหานานแล้ว

‘แทฮยองลูก’


ภาพผู้หญิงผมยาว ผิวสีแทน ใบหน้าดุคมแต่ปากอิ่มอย่างคนสุขภาพดีขับให้ร่างบางระหงส์ตรงหน้าดูมีเสน่ห์เย้ายวน เขามั่นใจว่าหากใครได้เห็นเป็นต้องหลงใหล ผู้หญิงคนนั้นกำลังมองมายังเขา พร้อมกับยื่นมือเรียวมาหาเขา ร้องเรียกหาเขาด้วยรอยยิ้มที่บอกไม่ได้ว่าดีใจหรือเสียใจกันแน่ ในตัวผู้หญิงคนนั้นมีหลายอย่างช่างคล้ายกับเขาหรืออาจจะเป็นเขาเองที่มีหลายส่วนที่ละม้ายคล้ายกับผู้หญิงคนนั้น คนที่เขาเรียกว่า ‘แม่’



“คุณหนูจะไปไหนครับ” อาหลิงเอ่ยถามเมื่อเห็นเจ้านายอีกคนกำลังจะเดินผ่านเขาไป


“ผมจะออกไปข้างนอกน่ะครับ”


“ผมขอไปด้วยไหมครับ”


“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่รบกวนดีกว่า ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมไม่หนีหรอก อีกอย่างผมจะหนีเจ้านายอาหลิงไปไหนได้” แทฮยองส่งยิ้มน้อย ๆ ให้อาหลิง


“ไม่รบกวนหรอกครับ ให้ผมไปด้วยเถอะนะครับคุณหนู คุณหนูต้องการไปไหนผมจะพาไปเอง” อาหลิงยิ้มให้อีกคนอย่างผู้ใหญ่คนหนึ่งที่เอ็นดูคนตัวบาง


“แต่..” แทฮยองกำลังจะปฏิเสธ แต่กลับโดนอีกคนขัดขึ้นมาเสียก่อน


“นะครับ คุณหนู ไม่เห็นแค่คุณจองกุกก็เห็นแก่ความปลอดภัยของตัวเองเถอะครับ” อาหลิงไม่ยอมให้คุณหนูตัวบางปฏิเสธแน่ ๆ


“เห้อ ก็ได้ครับ แต่ผมขอขับรถเองนะครับ” ที่ที่เขาไม่ได้เป็นความลับอะไรหรอก เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าเขาจะใช้เวลานานแค่ไหนต่างหาก และอีกอย่างเขาไม่อยากเห็นแววตาสงสารเวทนาจากใครด้วย


“ครับ แต่ก่อนไป คุณหนูทานอะไรสักหน่อยดีกว่าครับ ผมจัดการไว้ให้แล้ว เชิญครับ” แทฮยองไม่ได้เอ่ยคำตอบรับหรือปฏิเสธ หากแต่ก็เดินตามการผายมือเชิญของอีกคนเข้ามาในห้องครัว แล้วจึงลงมือจัดการอาหารตรงหน้าไปเงียบ ๆ


อาหลิงขอสาบานเลยว่า เขาจะไม่ให้คุณหนูเธอขับรถอีกแล้ว ไม่ใช่ว่าเขากลัวความเร็ว แต่นี่มันไม่ต่างไปจากคนที่ซิ่งรถหนีตายแม้แต่น้อย ‘คุณหนูฝีเท้าผีมากเลย’ ขนาดคนที่เจนโลกอย่างเขายังต้องนั่งเกร็ง ตลอดเส้นทางไม่มีเสียงพูดคุยใด ๆ คุณหนูเองก็เอาแต่นิ่งเงียบมาตลอด ละเขาเองก็ไม่ควรที่จะพูดอะไรออกมาเหมือนกัน


รถหรูขับออกมานอกชานเมืองได้สักพัก จนมาจอดลงตรงโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยรอบโรงพยาบาลมีต้นไม้ให้ความร่มรื่นมากมาย บางมุม บางโซนก็มีผู้ป่วยที่ออกมานั่งพักผ่อน แต่ขณะเดียวกันก็มีพยาบาลตามประกบ ผู้ป่วยบางคนที่เดี๋ยวบางครั้งก็หัวเราะราวกับมีเรื่องราวสนุกเกิดขึ้น บางครั้งก็ร้องไห้ราวกับสูญเสียของที่รักไปตลอดกาล บรรยากาศโดยรอบช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย


...ความรู้สึกหลากหลายที่โดนความบัดซบของโลกใบนี้ทำร้ายจนต้องสร้างวิมานฝันปิดกั้นสร้างความสุขให้ตัวเอง


ขาเรียวก้าวลงจากรถเดินเข้าตัวตึกไปเงียบ ๆ ก่อนจะแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อขอเข้าพบใครบางคนที่เขาไม่ได้มาหาสักพักแล้ว


“คุณคิม แทฮยองใช่ไหมคะ คุณผู้หญิงเธออยู่ตรงสวนพักใจค่ะ ตามดิฉันมาได้เลยค่ะ”


“ทำไมแม่ไปอยู่ตรงนั้นละครับ” แทฮยองที่ได้ยินสถานที่ที่แม่เขาอยู่แล้วได้แต่ขมวดคิ้วเข้าหากัน


“เป็นความต้องการของคุณผู้หญิงเธอค่ะ” พยาบาลสาวยิ้มให้เขาเล็กน้อยแล้วค้อมหัวเดินนำหน้าเขาไป


ขาเรียวพาร่างกายตัวเองที่เริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ ในทุกย่างก้าวที่ก้าวเดิน แต่ในเมื่อเขาตัดสินใจแล้วที่ที่จะผิดสัญญาและแอบมาหาคนที่เป็นที่ยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียวของใจเขาไว้ แทฮยองยืดตัวขึ้นตรง ตั้งใจแน่วแน่ในเมื่อเลือกแล้วเขาต้องก็ไหวแม้มันจะหนักหนาเหลือเกิน


พื้นที่ด้านหน้าเป็นส่วนหย่อมเหมือนกับที่บ้านของเขา กลิ่นอายของความรักความเอาใจใส่ที่อบอวลทำให้กระบอกตาร้อนผ่าว ตรงชิงช้าใต้ต้นไม้มีผู้ป่วยหญิงนั่งไกว่ชิงช้าเบา ๆ หันหลังให้กับเขาอยู่ ผมสีดำราวสีของรัตติกาลยาวสลวยทิ้งตัวตามแผ่นหลังบอบบาง เสียงร้องเพลงกล่อมเด็กเบา ๆ ดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินตามสายลม ภาพตรงหน้าช่างสวยงามราวภาพวาด ถ้าหากตรงแขนทั้งสองข้างไม่มีสายระโยงระยางห้อยกับเสาน้ำเกลือที่ยืนตระหง่านอยู่ข้าง ๆ อีกด้านเป็นพยาบาลกับบุรุษพยาบาลที่มีหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด หากเป็นผู้ป่วยรายอื่นที่อาการหนักขนาดนี้คงไม่มีใครออกมานั่งรับลมเล่นแบบนี้หรอก คงมีแต่นอนติดเตียงเพื่อรอเวลาเท่านั้น แต่อาการป่วยเหล่านั้นคงไม่อาจห้ามผู้หญิงตรงหน้าได้


ริมฝีปากอิ่มขบเม้มเข้าหากันแน่น มือเรียวกำจิกเข้าหากันจนเลือดซิบ แทฮยองหลับตาหลบซ่อนดวงตาปวดร้าวเอาไว้ สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ริมฝีปากอิ่มเอ่ยเรียกคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสดใส

“แม่ครับ แทกลับมาแล้ว”


>>>>><<<<<

กลับมาแล้วฮับ ! :)

อ่านให้สนุกนะคะ หลังจากนี้หวังว่ตัวเองจะได้มาอัพได้เร็วมากกว่าเดิม (?) คึคึ

ขอบคุณทุกคอมเม้น ทุกไลค์น๊า //โค้ง 90 องศา

ขอบคุณที่ยังอยู่ด้วกันนะคะ :)

ปล. เนื่อเรื่องก็ยังคงเรื่อย ๆ และเลาไม่ถนัดดราม่า เพราะงั้นเรื่องนี้คงไม่ม่า (หรอกมั้ง) แฮร่ ๆ

#มิสเตอร์จอน  , T : Cactusz_kk

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น