ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 34

คำค้น : อาคราม เพลย์เยอร์ อาหลาน ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.8k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2561 22:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34
แบบอักษร

WTF! :: 34

ตกเย็นผมกับอาครามเก็บของกลับบ้านกันแต่พอลงมาถึงรถแล้วผมกลับนึกขึ้นได้ว่าลืมโทรศัพท์ไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงาน ผมขึ้นมาเอาโดยบอกให้อาครามกลับรถรอเลย ผมใช้เวลาห้านาทีกว่าๆก็มาถึงหน้าห้องทำงานผมตรงไปที่โต๊ะทำงานตัวเองแล้วเปิดลิ้นชักเพื่อหยิบโทรศัพท์...แต่มันไม่มี!

"หายไปไหน!?" ตั้งคำถามกับตัวเองพลางขมวดคิ้วนิดๆแล้วลื้อค้นโต๊ะให้ทั่วแต่กลับไม่มีวี่แววเลย

"หาไอ้นี่อยู่ใช่มั้ย?" เงยหน้ามองตามเสียง ตุลย์ชูโทรศัพท์ผมขึ้น ผมมองหน้ามันนิ่งๆ...มันเอาไปตอนไหน? ตุลย์แสยะยิ้มแล้วเดินเข้ามาใกล้กว่าเดิม ดวงตาของมันแดงก่ำดูก็รู้ว่าผ่านการร้องไห้มา

"คืนกูมา" บอกเสียงนิ่งแล้วแบมือตรงหน้ามัน ตุลย์มองมือผมแล้วขำ

"ฮ่ะๆ กูไม่คืนจนกว่ามึงจะรับข้อเสนอของกู"

"อะไร?"

"ยกคุณครามให้กู!แล้วมึงจะไปไหนก็ไป!" ตุลย์ตวาดเสียงดังแววตาสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด

"เหอะ! มึงจะมั่นใจไปหรือเปล่า! กูไม่มีวันยกอาครามให้ใคร!" ผมเองก็ไม่ยอมตวาดกลับด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่า เราสองคนมองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใครจนกระทั่ง

ปึก!

"งั้นมึงก็อย่าอยู่เลยไอ้เพลย์!" ตุลย์ปาโทรศัพท์ให้หน้าผมอย่างแรง ตัวโทรศัพท์กระแทกเข้าที่หน้าผากส่งผลให้ผมมึนชั่วขณะตอนนั้นเองมือเรียวก็บีลเข้าที่คอผมเต็มมือ!

หมับ!

"อึก! แค่กๆ! ป..ปล่อย!" ผมพยายามแกะมือมันออก..ตอนนี้ตุลย์เหมือนคนคลั่งมากแววตาของมันเรียบนิ่งไร้ความรู้สึก

"กูไม่ปล่อย! ฮึก..มึงรู้มั้ยว่ากูรักคุณครามมากแค่ไหน! ฮึก มึงรู้มั้ย!" อยู่ๆมันก็ร้องไห้ออกมา ผมเม้มปากแน่นก่อนรวบรวมแรงทั้งหมดยกเท้าถีบขามันจนมันล้มลงกับพื้น

ตุบ!

"แค่กๆ..แฮ่ก..แล้วมึงรู้มั้ยว่ากูเองก็รักอาครามมากไม่แพ้มึง!" ผมลูบลำคอเบาๆพลางหอบตัวโยน ตุลย์เช็ดน้ำตาลวกๆก่อนลุกขึ้นแต่ผมไม่ปล่อยให้มันลุกแน่ เท้าผมยกขึ้นอัตโนมัติถีบเข้าที่ช่วงไหล่จนมันนอนลง ผมตามไปนั่งทับช่วงท้องมันไว้แล้วกระชากคอเสื้อมันแรงๆ

"เลิกบ้าได้แล้ว! พอสักที! แฮ่ก ต่อให้ไม่มีกู..อาครามก็ไม่มีวันรักคนอย่างมึง! คนที่ฆ่าคนแบบมึงน่ะ...มันเลวเกินที่จะมีคนรัก!"

"ก..กูไม่เคยฆ่าคน! ถ้าจะฆ่า..มึงคือคนแรก!" ตุลย์อึ้งก่อนพูดกลบเกลื่อน ผมยิ้มขำก่อนบีบแก้มมันด้วยแรงทั้งหมด

"ตอแหล! มึงเป็นคนฆ่าฟาร์ม! ได้ยินมั้ยว่ามึงเป็นคนฆ่าฟาร์ม!"

"หึ เออ! กูฆ่ามันเอง! มึงจะทำไม!อยากตายเหมือนไอ้โง่นั่นมั้ยล่ะหะ!?!" ผมแอบสะดุ้งกับแววตาที่เปลี่ยนไปของมัน ตุลย์ใช้จังหวะที่ผมเผลอผลักผมลงก่อนที่มันจะนั่งทับตัวผมไว้

"ถ้าไม่มีมึงสักคน! คุณครามต้องเป็นของกู!"

[พาร์ทพิเศษ :: พิพากษา ผู้ช่วยก้องภพ]

สวัสดีครับผมชื่อพิพากษาเป็นผู้ช่วยของพี่ก้องภพ อืม...จะว่าไปผมก็ไม่ได้ติดต่อกับพี่เขาสักพักแล้วนะเพราะตั้งแต่แยกย้ายกันทำงานผมก็เอาแต่วุ่นกับในสภาที่มีปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน อ่า แล้วก็นะ ผมขอแนะนำตัวง่ายๆแล้วกัน 'พันตำรวจตรี พิพากษา ฤทธิลักษณ์กุล' ผู้ช่วยชั่วคราวของพันตำรวจเอกก้องภพ ผมแฝงเข้ามาในสภาเป็นเวลาสามปีแล้วพร้อมๆกับพี่ก้องที่เข้าไปในบริษัทหนึ่งในสภา ผมไม่รู้ว่าทางนั้นเป็นยังไงบ้างแต่ทางนี้..โคตรจะวุ่นวาย คนในสภาล้วนกินเงินใต้โต๊ะกันทั้งนั้นซ้ำยังยักยอกเงินจากบริษัทของตัวเองเข้ากระเป๋ากันอย่างหน้าด้านๆแค่นั้นยังไม่พอ ทุกๆสิ้นเดือนสภาจะเก็บเบี้ยกับประชาชนอย่างน้อยครัวเรือนละ5,000บาท ผมไม่เข้าใจว่าทำไมข่าวนี้ถูกปิดเงียบจนเมื่อมาปีที่สองที่ผมมาอยู่ที่นี่ผมถึงรู้ สำนักข่าวได้เงินใต้โต๊ะมหาศาลและประชาชนเองก็โดนข่มขู่ห้ามพูดเรื่องนี้ออกไป...นี่มันบ้าชัดๆ! เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและประโยชน์ทางธุรกิจ..ทุกคนล้วนมองข้ามความสำคัญของกลุ่มประชาชนตาดำๆที่ต้องใช้เงินหมุนภายในครอบครัว ผมไม่ชอบใจเลยให้ตายสิ!

"พาก! มึงมาช่วยกูขนของเลยสัส!" ผมหลุดออกจากภวังค์แล้วมองร่างโปร่งตหน้าที่กำลังขนลังใหญ่ๆเข้าด้านในตึก ผมขำแล้วเข้าไปช่วยมัน ไอ้นี่มันชื่อนิรุธ อายุมันเท่าผมเลยคือ 26 ผมรู้จักมันก็ตอนที่เข้ามาที่นี่ อ้อ ผมแฝงตัวเป็นพนักงานสภาธรรมดาที่มีหน้าที่ขนของและจัดงานเลี้ยงแต่ด้วยความที่ผมมีความสามารถเยอะเลนมักจะถูกเรียกให้เข้าไปช่วยในห้องงานของสภาทั้งเจ็ดอยู่ตลอดเพราะแบบนี้ผมถึงได้รู้อะไรมากมาย ในสภาคนที่ร้ายที่สุดคือ ซาโกะซัง รายนี้ถือว่าร้ายไม่มีที่ติ ร้ายจนผมยอม เมื่อเร็วๆนี้ผมได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับใครสักคนที่ชื่อตุลย์ ถึงจะจับใจความไม่ค่อยได้แต่รอยยิ้มและแววตาบอกได้เลยว่าไม่ใช่เรื่องดีแน่

"รุธ..ถ้าหากวันนึงกูทำลายสภาขึ้นมา..มึงจะยังอยู่กับกูหรือเปล่าวะ?" ผมลองเชิงถาม รุธมันมองหน้าแล้วขำลั่นก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจังและติดเล่นนิดๆ

"อยู่ดิวะ มึงเพื่อนกูนี่..กูยังต้องอยู่ยืมเงินมึงไปนานๆ ฮ่าๆ" ผมมองหน้ามันแล้วยิ้มนิดๆ นิรุธไม่ใช่ผู้ชายหน้าตาดีอะไรออกจะบ้านๆด้วยซ้ำ ธรรมดาสุดๆแต่รู้อะไรมั้ย...มันขโมยหัวใจผมไปเต็มๆ เอาล่ะ...อีกสองเดือนผมจะเปิดโปงความโสมมของสภานี้ในระหว่างนั้นผมต้องรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุด

[จบพาร์ท]

สิ้นเสียงมือเรียวของมันก็บีบคอผมเต็มแรงแววตาแดงก่ำจ้องหน้าผมอย่างเกลียดชัง ผมพยายามแกะมือมันออกทั้งจิกทั้งข่วนแต่แรงผมดูเหมือนจะน้อยกว่าตุลย์มาก

"อึก..แค่ก!.." ผมเริ่มหายใจไม่ออกแต่ผมจะไม่ยอมหยุดแค่นี้ ผมรวบรวมสติที่มีแล้วเอื้อมมือจิกหัวมันกระชากไปข้างๆจนมันเผลอคลายแรงบีบผมเลยใช้จังหวะนี้ผลักมันแล้วลุกขึ้นยืนหอบตัวโยน

"แฮ่ก..บ้าชะมัด!" ผมสบถกับตัวเองพลางลูบลำคอไปมา..เจ็บชิบ

"แรงเยอะดีนี่! แต่มันไม่พอหรอกนะ!" ตุลย์เหยียดยิ้มก่อนพุ่งเจ้ามาหาผม ผมรีบหลบแล้วสะกัดขามันจนมันล้มลง

ตุบ!

"โอ้ย!...อึก...มึงกล้าทำกูหรอไอ้เพลย์!"

"ไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่! กูจะกลัวทำเหี้ยไร!" ผมตวาดกลับแล้วมองหาโทรศัพท์ก่อนเห็นมันนอนนิ่งบนพื้นไม่ไกบมาก ผมรีบวิ่งไปหยิบแล้วกลับมาก่อนเอาโทรศัพท์ปาใส่หัวมันคืนด้วยแรงทั้งหมด

ปึก!

"กูคืนให้!" ต่างคนต่างมองหน้ากัน เลือดสีแดงไหลจากหน้าผากลงมาที่แก้มขาว ตุลย์ยกมือแตะดูมันตวัดสายตามองผมทันที

"เพลย์...กู..จะ..ฆ่ามึง!"

"ทำได้ก็เข้ามา!"

ผมไม่สงสัยเลยว่าทำไมตุลย์ถึงฆ่าฟาร์มลง...ก็เพราะแววตาของมันไร้ชีวิตน่ะสิ! มันไม่สนว่าคนๆนั้นจะรู้สึกยังไง..ขอแค่ได้ฆ่า ได้ทำให้อีกฝ่ายทรมาณ...แค่นี้มันก็พอใจแล้ว ตุลย์มันวิ่งไปที่โต๊ะทำงานผมแล้วรื้อหาอะไรบางอย่าง ผมมองของในมือมันอึ้งๆก่อนก้าวถอยหลัง..นี่มันจะฆ่าผมจริงๆ! ปลายมีดคัตเตอร์คมๆในมือเรียวหันชี้มาทางผม รอยยิ้มเย็นเยียบถูกส่งมาให้ก่อนที่มันจะวิ่งเข้ามาหาผมโดยตรง!

หมับ!

"มึงบ้าไปแล้วหรอหะ!!" ผมจับข้อมือมันไว้ทันแล้วเบี่ยงปลายมีดออกไปด้านข้างก่อนตวาดเสียงดังลั่น ตุลย์แค่นยิ้มแล้วเริ่มใช้แรงที่มีเข้าสู้

"กูบ้าได้ยิ่งกว่านี้...ต่อให้ต้องบ้ามากแค่ไหน...ถ้าผลที่ตามมาคือกูได้คุณคราม..มันก็คุ้ม!" พูดจบก็เบี่ยงปลายมีดกลับมาที่หน้าผมอีกครั้ง ยอมรับว่าเหงื่อตกผมคิดไม่ถึงว่ามันจะใช้ของมีคมแบบนี้

"อาครามเขาไปทำอะไรให้มึงถึงได้รักเขานักหนา!"

"รักมันต้องมีเหตุผลด้วยหรอ!? ต้องมีความดีด้วยหรอ! ต้องมีความประทับใจด้วยหรอ! กูรักของกู! รักมากกว่าชีวิตกู! แค่นี้ก็พอแล้ว!"

"กูนับถือความรักของมึงนะตุลย์! แต่มันต้องไม่ใช่แบบนี้! มึงตาสว่างได้แล้ว!"

"ฮึก...พวกที่ได้รับความรักมาตั้งแต่เกิดอย่างมึงอย่ามาพูดเลย! แค่อยู่เฉยๆกลับมีคนรักวิ่งเข้ามาหา...ต่างกับกูที่ต้องดิ้นรน! พยายาม! ออกวิ่งจนเจ็บไปทั้งกาย!..แต่กูไม่เคยได้อะไรกลับมา!...แบบนี้แล้วมึงยังจะให้กูถอยอีกหรือไง!"

ฉึบ!

"ซี๊ด..บ้าเอ้ย! คนที่รักมึงจนไม่สนใจใครมันมี!แต่มึงฆ่าเขาไปแล้ว! ได้ยินมั้ยตุลย์! มึงฆ่าเขาไปแล้ว!" ปลายมีดคัตเตอร์กรีดเข้าที่แก้มจนเลือดซิบแต่ผมก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะพูดให้มันตาสว่าง..ความรักของมันที่มีต่ออาครามยิ่งใหญ่มาก...แต่มันก็มืดมนจนหาแสงสว่างไม่เจอ

"กูไม่ได้รักมัน! คนที่กูรักคือคุณคราม! ฮึก..แค่คุณครามเท่านั้น!"

"พ่อแม่มึงล่ะตุลย์! มึงไม่รักเขาหรอหะ!"

"หึ...ตั้งแต่จำความได้..กูไม่เคยพูดคำพวกนั้นเลย" ผมอึ้ง...นี่มัน..อยู่ตัวคนเดียวมาตลอด? ไม่เคยได้รับความรักของพ่อแม่?...เลยหรอ มิน่ามันถึงวิ่งหาความรักอย่างบ้าคลั่งขนาดนี้

"อาคราม!" ผมแกล้งเรียกชื่ออาคราม ตุลย์รีบหันควับไปมองผมเลยใช้จังหวะนั้นปัดมีดลงพื้นแล้วเตะไปให้้ไกลๆ

ตุบ! ครืด~

"มึงหลอกกู!" ตุลย์หันกลับมามองผมด้วยความโกรธถึงขีดสุด ผมตีหน้านิ่งแล้วยิ้มรับ

"เออ กูหลอกมึง"

"ไอ้เหี้ยเพลย์!" สิ้นเสียงมันก็พึ่งเข้ามาประชิดตัวผมด้วยความเร็วจนผมตั้งตัวไม่ทัน! มือเรียวง้างขึ้นก่อนกำแน่นเตรียมจะฟาดลงบนหน้าผมแล้วตอนนั้นเองที่เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"หยุดเดี๋ยวนี้!!!"

อาครามตวาดกร้าวแล้วย่างสามขุมเข้ามาก่อนกระชากแล้วเหวี่ยงตุลย์ลงกับพื้น

"ค...คุณคราม..."

"ไม่เป็นไรมากใช่มั้ย?" อาครามสำรวจตามร่างกายผมก่อนปลายนิ้วโป้งจะปาดเช็ดเลือดบนแก้มให้ ผมส่ายหน้ายิ้มๆ

"อืม ผมไม่เป็นไร" อาครามยิ้มให้ผมก่อนสีหน้าน่ากลัวจะหันไปทางตุลย์ที่นั่งน้ำตาคลออยู่ที่พื้น

"สงสัยชั้นคงต้องจัดการแกจริงๆจังๆแล้วสิ"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}