ดองกี้

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 32

คำค้น : อาคราม เพลย์เยอร์ อาหลาน ดองกี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.5k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2561 22:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32
แบบอักษร

WTF! :: 32

"แฮ่ก...อาคราม...ผมไม่ไหวแล้วนะ" ผมร้องบอกพลางถดตัวหนีสะโพกสอบที่หยัดเข้ามาถี่ๆ...ให้ตายเถอะ! เขาไปเอาแรงมาจากไหนเยอะแยะ!

"อืม..ก็ใครสั่งให้ชั้นคาไว้ล่ะหืม?...รู้มั้ยว่าแกดูดชั้นแรงจนแข็งน่ะเพลย์" ผมเม้มปากแน่นแล้วเบือนหน้าหนีก่อนสะดุ้งเฮือกเมื่อส่วนหัวที่เข้ามาลึกกระแทกโดนจุดเสียว เหมือนอาครามจะรู้ทันเพราะเขากระแทกที่จุดนั้นย้ำๆ!จนผม..ทนไม่ไหว

"อ๊าา!..แฮ่ก...อ่ะ" น้ำสีขาวขุ่นพุ่งออกมาจากส่วนหัวจนเลอะหน้าท้อง ผมนอนหอบหนักก่อนเบนสายตามองนาฬิกาบนหัวเตียง

07:50น.

!!!

นี่มันจะสายแล้วนะ!

"อ..อาคราม! จะสายแล้วนะ!"

"เออน่า ใกล้แล้ว" สิ้นเสียงก็เร่งซอยสะโพกเข้ามาหนักๆจนกระทั่งน้ำอุ่นๆไหลเข้ามาในตัวผม ผมไล่อาครามไปอาบน้ำก่อนที่ตัวเองจะสอดนิ้วเข้าควานเอาน้ำรักที่คั่งค้างในตัวออกมา...โคตรจะเยอะ!

"อ่ะ...ซี๊ด..เจ็บจังวะ" ผมเบ้ปากนิดๆก่อนเอื้อมมือบีบก้นเบาๆ...เจ็บช่องทางมากๆ ปวดเอวปวดขาชนิดที่ว่าไม่อยากเดินไปไหนเลย

"เป็นอะไร?" เงยหน้าคนถามแล้วชี้สะโพกตัวเอง

"เจ็บก้น ปวดเอวปวดขา...ไม่อยากทำอะไรแล้ว"

"บ่นไปได้ เข้าไปอาบไปชั้นจะไปดูเติมกับเต็มหน่อย" อาครามผลักกัวผมเบาๆก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกห้องไป ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วลุกขึ้นยืนเดินเข้าห้องน้ำ แต่ละก้าวโคตรจะลำบากเสียดช่องทางสุดๆ

"ซี๊ด...เจ็บว่ะ" พูดเสียงเบาแล้วเริ่มอาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปทำงาน ผมค่อยๆเดินออกจากห้องแต่ละก้าวคือนับวิได้เลย...อะไรจะช้าขนาดนั้น

"พ่อปล่อยข่าวเรื่องนี้ไปหรอวะ!"

"แกจะบ้าไงไอ้คิล! ชั้นจะปล่อยข่าวเพื่ออะไรล่ะหะ!"

"ถ้าพ่อไม่ปล่อยแล้วข่าวพวกนี้จะมีได้ไง?! แล้วไอ้เพลย์มันจะอยู่ได้หรอวะ!!"

"แกฟังชั้นอธิบายก่อนได้มั้ยเจ้าคิล! อย่าเสียงดังโวยวายคนเดียว!"

"โถ่เว้ย! มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่!!!"

เสียงเอะอะโวยวายจากข้างล่างทำให้ผมขมวดคิ้วอย่างสงสัยก่อนที่จะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นและผมก็ถึงบางอ้อเมื่อเห็นพี่คิลกับอาครามกำลังปะทะคารมกัน...แต่..ทะเลาะเรื่องอะไรล่ะ? ผมเดินเข้าไปหาทั้งคู่จังหวะนั้นพี่คิลหันมาเห็นผมพอดีเขาเลยโยนหนังสือพิมพ์มาให้

"อ่านซะ" ผมหยิบมันขึ้นมาอ่านตามที่พี่คิลบอกทันที

'ข่าวฮอต! นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงวัยสี่สิบห้ายอมรับว่ามีความสัมพันธ์ฉันท์คนรักกับหลานชายวัยยี่สิบห้า!ทั้งๆที่ทั้งคู่มีสายเลือดเดียวกัน! ไม่รู้ว่าสาวๆจะว่ายังไง *อ่านต่อหน้า4*'

"อาคราม...นี่มัน..."

"ไม่ต้องไปสนใจอะไรทั้งนั้น" ถึงอาครามจะบอกแบบนั้นแต่ผมกลับหยุดความคิดของตัวเองไม่ได้เลย ผมนั่งลงบนโซฟาก่อนเปิดไปหน้าสี่เพื่ออ่านเนื้อข่าวที่ต่อจากพาดหัวข้อใหญ่ด้านหน้า

'ไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มที่เพียบพร้อมจะยอมรับว่ามีคนรักเป็นผู้ชาย!แถมยังเป็นหลานชายแท้ๆอีกต่างหาก! งานนี้ทางสื่อข่าวต่างรีบบุกไปรอที่บริษัทเพื่อหาคำตอบด้วยตัวเอง! แล้วก็เป็นจริงอย่างที่ได้รับรายงานมาว่าทั้งคู่แอบคบหากันอยู่จริงๆด้วยคำประกาศิตจากคราม หรือ นายคชินทร์ นักธุรกิจหนุ่มวัยสี่สิบห้า

'ผมกับหลานเรารักกันเกินความสัมพันธ์แบบอาหลาน ไม่ใช่ความรักแบบฉาบฉวย...เรื่องทั้งหมดเกิดจากความผิดพลาดของผมที่เมาจนลากหลานชายมาบนเตียงจัดหนักจนเดินไม่ได้..หึๆ แต่ผมก็มีความรับผิดชอบมากพอที่จะรับผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำ'

คำตอบที่มั่นคงและจริงจังแอบทำนักข่าวเราเขวเหมือนกันนะค่ะ! และมากับอีกคำตอบนึงที่ทำเราต่างหงายไปตามๆกัน

'หึ จะให้ผมรู้สึกอะไร? สังคมไม่ยอมรับ? สังคมแบน? แล้วยังไง? ผมไม่ได้ขอข้าวจากสังคมกิน ไม่ได้ขอเงินใช้ ไม่ได้ขอที่ซุกหัว...ผมมีทุกอย่าง ผมจะกลัวอะไรอีก? แล้วความรักของสายเลือดเดียวกันมันผิดหรือไง? ถึงเมียผมจะมีสายเลือดเดียวกันแต่อีกครึ่งเขามีสายเลือดของคนอื่นนั่นคือแม่เขา พี่ชายผมไม่ได้จับคนในครอบครัวทำเมีย...หากความรักของเราถูกกีดกันจากสังคม สังคมไม่ยอมรับ...ถ้าอย่างงั้นอย่ามาระรานหรือมายุ่งกับพวกผมแล้วกัน ต่างคนต่างอยู่ต่างใช้ชีวิตกันไปซะอีกไม่นานก็ตายจากกันไปเอง...มีอะไรอีกมั้ย?'

เอาแล้วสิคะสาวๆ คุณครามเขาแน่วแน่มั่นคงแบบนี้แล้ว ยอมแพ้กันหรือยังคะ?

แต่เมื่อเร็วๆนี้ทางสายข่าวก็ได้รับรายงานมาว่า...หลานชายคนนี้เป็นเมียน้อยค่ะ! เมียหลวงที่แท้จริงแล้วคือพนักงานหน้าสวยของบริษัท เอ~ ว่าแต่ใครกันคะ?'

ทันทีที่อ่านจบผมก็แทบจะบ้า! เมียน้อยงั้นหรอ?...เจ็บเป็นบ้าเลยว่ะ!

‪#‎ด้านของตุลย์

"ขอบคุณที่มากันนะครับ...ผมบอกแล้วว่าประธานที่นี่ไม่ธรรมดา"

(จริงค่ะ ว่าแต่น้องรู้ได้ไงคะ?)

ตุลย์ยิ้มเศร้าก่อนที่จะยกมือทาบที่อกด้านซ้ายของตัวเองก่อนกรอกเสียงลงไป

"เพราะผมถูกเขาแย่งคนรักไปน่ะสิครับ"

(หะ!? ยังไงคะ!)

"ผมกับคุณคราม...เรารักกันครับ แต่เมื่อหลายเดือนมานี้...อยู่ๆเขาก็เปลี่ยนไป..ฮึก..เขาไปรักกับหลานชายของเขา..แล้วปล่อยผมไว้คนเดียวในโลกที่เขาสร้างขึ้น" น้ำตาเม็ดเล็กไหลลงมาก่อนที่จะถูกเช็ดออกแต่มุมปากกลับยิ้มสะใจ

(น้อง...โอเคนะคะ?)

"ครับ...ผมโอเค...แต่ผมก็ดีใจกับเขาด้วยนะ..เพลย์..เป็นเมียน้อยที่โชคดีจริงๆเลยครับ" ตุลย์พูดจบก็แสร้งร้องไห้ก่อนที่จะกดวางสายไป ตุลย์เหยียดยิ้มก่อนที่จะกดเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปคู่กับคราม เขาแอบถ่ายไว้เมื่อวันนั้น...วันที่มีอะไรกันที่ตึกสภา ภาพทุกภาพ...ล้วนจัดฉากว่ารักกันขนาดไหน

"หึ ในเมื่อกูทำลายมึงด้วยคนในบริษัทไม่ได้...กูก็จะใช้คนข้างนอกเพื่อทำลายมึงเพลย์!"

"ตุลย์! ทำแบบนี้พี่ว่ามันแรงไปนะ" ทัศกรที่แอบดูอยู่นานเดินออกจากที่ซ่อน ตุลย์เก็บโทรศัพท์แล้วยิ้มหวานพลางยกเเขนโอบรอบลำคอหนา

"พี่ทัศ...ตุลย์อยากเห็นเพลย์พังเหมือนที่ตุลย์พัง...พี่ทัศว่ามันไม่โอเคหรอครับ?"

"พี่ยังไม่เห็นว่าเราจะโดนเพลย์ทำอะไรเลยนะ"

"พี่ทัศ! อยากเป็นแบบฟาร์มมากหรือไง!!" ด้วยความลืมตัวตุลย์เลยเผลอตะคอกใส่ทัศกรไป ทัศขมวดคิ้วคว้าข้อมือเรียวมาจับไว้แน่น

"หมายความว่าไง!!"

"ปล่อยตุลย์! ตุลย์จะไปทำงาน!"

"บอกพี่มา!!"

"อย่ามาตะคอกตุลย์นะ! อย่าคิดว่าตุลย์รักแล้วจะไม่ทำอะไรพี่เลย! ปล่อยมือตุลย์เดี๋ยวนี้!" ตุลย์ตวาดกร้าวแล้วกระชากข้อมือออกก่อนหันหลังเดินออกไป ในใจเต้นรัวราวกับจะหลุดออกจากอก...เกือบไป...เกือบพลั้งปากว่าฆ่าฟาร์มแล้วสิ

ทางด้านทัศกร เขามองตามแผ่นหลังคนรักไปจนสุดสายตาก่อนที่จะถอนหายใจแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปคู่เขากับตุลย์

"พี่ไม่เคยเห็นตุลย์ร้ายขนาดนี้...เรื่องที่บอกพี่ว่ามาเอดะจะฆ่า...โกหกพี่ใช่มั้ยคนดี?" ทัศกรถอนหายใจแล้วเก็บโทรศัพท์ลงก่อนที่จะให้คำสัญญากับตัวเองว่าเขา...จะไม่โอนเงินให้มาเอดะอีกแล้ว

รักมาก...แต่ก็ไม่ยอมพาคนรักไปในทางที่ผิด...ถึงจะหลวมตัวทำไปแล้ว...แต่ยังมีเวลาที่จะแก้ไขทุกๆอย่าง ต่อไปนี้เงินเดือนของเขาจะถูกโอนเข้าบัญชีของบริษัทเพื่อชดใช้เงินที่เขาโอนออกไป..ต่อให้ต้องอดไปหลายเดือนแต่เพื่อความถูกต้อง...เขายอม

ทันทีที่เข้ามาในบริษัทเสียงซุบซิบก็ดังมาตลอดทาง ผมทำเป็นไม่ได้ยินแต่ก็แอบจี๊ดทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า 'เมียน้อย' เมื่อเช้าหลังอ่านข่าวจบผมก็นิ่งเงียบไม่ทำตัวโวยวาย ไม่อยากให้อาครามรู้เนื้อในของข่าว ผมไม่รู้ว่าอาครามอ่านมันหรือยังแต่ดูจากสถานการณ์ผมว่าน่าจะยังแต่ก็ดีแล้วล่ะ อาครามจะได้ไม่อาละวาดไป

"เพลย์ แกโอเคหรือเปล่า?" อาครามถามขึ้นเมื่อเข้ามาในลิฟท์ ตอนนี้มีกันแค่สองคน ผมมองหน้าอาครามก่อนเดินเข้าไปหาแล้วเอนหัวพิงกับอกกว้างพลางถอนหายใจหนักๆ

"เรา...จะรักกันได้จริงๆหรอครับ?"

"ทำไมแกถามแบบนี้หะ?"

"ผมกับอา..เราสายเลือดเดียวกันนะ ยิ่งมีคนรู้แบบนี้แล้ว...ยิ่งใช้ชีวิตอยู่ยาก..ผมทนไม่ได้หรอกนะถ้ามีใครมาว่าอา"

"ชั้นก็เหมือนแกนั่นแหละเจ้าเพลย์...แกฟังชั้นนะ ชั้นไม่สนใจว่าคนรอบข้างหรือคนในสังคมจะด่าจะว่าชั้นยังไงตราบใดที่ชั้นทำงานหาเงินด้วยน้ำมือของตัวเอง..มันก็ไม่จำเป็นที่ชั้นต้องไปแคร์คำพูดสั่วๆจากคนพวกนั้น..ชั้นดูแลแกมาตั้งแต่เด็กได้ทำไมชั้นจะปกป้องแกไม่ได้? แกไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น..แกห่วงแค่ว่าแกจะทำหน้าที่ของเมียได้ดีหรือเปล่าเท่านั้นพอ" ผมเงยหน้ามองอาครามแล้วยิ้มขำก่อนที่จะทำสิ่งที่ไม่น่าทำกับคนในวัยนี้คือ...หยิกแก้มอาครามแรงๆอย่างหมั่นไส้

"ผมทำได้ทุกอย่าง..แม้กระทั่งให้นมสามีนะครับ" หัวเราะเสียงดังแล้วรีบถอยห่างแต่ก็ถูกวงแขนแกร่งโอบเอวผมแล้วดึงเข้าหาตัว

"แต่มีสิ่งเดียวที่แกยังไม่ได้ทำ"

"หืม? อะไรครับ?" ขมวดคิ้วมองงงๆ

"หึๆ แต่งงานกับชั้นไงล่ะ"

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}