Hecatia3120

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แกล้ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 28 พ.ย. 2561 10:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แกล้ง
แบบอักษร

 ตำหนักองค์ชายสอง

"คำว่าตอนเย็นมันคือยามใดกัน ไม่ได้ถามเสียด้วยสิ"เยว่จือที่เพิ่งมาถึงตำหนักเอ่ยขึ้น นางคงต้องรออีกหลายชั่วยามทีเดียว ตอนนั้นสมองของนางดันตื้อคิดอะไรไม่ออกจึงไม่ถามเวลาให้ชัดเจน นี่เป็นความผิดของนางเอง

 "มาถึงแล้วก็ทำหน้าที่เสียสิ" เสียงทุ้มดังขึ้นที่มุมห้องด้านหลังฉากกันสำหรับผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ ร่างสูงที่เปลือยเปล่าท่อนบนเดินออกมาแล้วตรงมาทางนาง

 เยว่จือถึงกับตาโตก่อนจะก้มหน้าเอามือปิดตาเอาไว้ ใบหน้างามเห่อร้อนแดงก่ำราวคนเมาสุรา   "มะ หม่อมฉันจะมาใหม่นะเจ้าคะ เอ่อ พะ เพคะ" นางเอ่ยตะกุกตะกัก ก้าวถอยหลังอย่างอัตโนมัติ นางคงมาเร็วเกินไปเขาเลยยังแต่งตัวไม่เสร็จ รีบกลับออกไปคือวิธีที่ดีที่สุด

 "ไม่ต้อง"กล่าวสั้นๆแต่ยังคงเดินเข้ามาหานางเรื่อยๆ เยว่จือก็ถอยไปเรื่อยๆเช่นกัน การถอยแบบไร้ทิศทางของนางทำให้ร่างบางถอยไปชนกับผนังอย่างจัง ไม่สามารถถอยได้อีกแล้ว 

 ร่างสูงยิ่งเห็นนางเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งนึกอยากแกล้งนาง เขาเอามือข้างนึงยันกำแพงเอาไว้ในขณะที่อีกข้างดึงมือของนางออก

 "มะ หม่อมฉันกลัวแล้วเพคะ อย่าทำอะไรหม่อมฉันเลย!><" ร่างบางสั่นราวกับเจ้าเข้านางยังไม่ถึงวัยปักปิ่นเลยนะ ไม่เอาแล้วคราหลังจะไม่เข้าใกล้องค์ชายผู้นี้อีก

"รีบวัดตัวเสียทีข้ามีงานต้องทำอีกมาก" พูดจบก็ปล่อยนางแล้วเดินกลับมารอที่กลางห้อง เยว่จือลืมตาขึ้นมองก็พบว่าเขาใส่เสื้อผ้าอาภรณ์เรียบร้อยตามเดิมแล้ว นางก้าวขาสั่นๆเข้าไปหาเขา

 มือเล็กสั่ยเทาเอื้มไปบนความก้างของไหล่ นางสูงเลยเอวของเขาขึ้นมานิดเดียวเอง          ให้ตายสิ TT ทำไมเค้าสูงขนาดนี้นะ นางเปลี่ยนเป้าหมายไปวัดส่วนอื่นๆก่อน จดบันทึกลงสมุดเล่มเล็กเอาไว้กันลืม

 กว่าจะวัดเสร็จเล่นเอาหัวใจแทบวาย จะอะไรซะอีก คนตรงหน้ายุกยิกเขยิบตัวไปมาไม่ยอมให้นางวัดดีๆเลย 

 ส่วนคนถูกวัดตัวน่ะรึ ยิ้มแล้วยิ้มอีก ดีที่นางไม่เห็น เขาจงใจเขยิบตัวไปมาให้ชนกับนาง จะว่าไปเขาคงเสียสติไปแล้ว ไม่รู้ทำไมผิวนางถึงนุ่มนิ่มขนาดนี้ 

 "เอ่อ...องค์ชายนั่งลงก่อนได้รึไม่เพคะ" เมื่อไม่มีทางเลือกจึงเอ่ยออกไป คงต้องให้เขานั่งลงเท่านั้นแหละนางถึงจะวัดได้--'

 "ตัวก็เล็กผอมบางจนลมพัดแทบปลิว เมื่อไรเจ้าจะโตเสียที" ร่างสูงยอมนั่งลงแล้วมองคนตัวเบ็กแวบนึง ใช่เมื่อไหร่นางจะโตสักทีเขาจะได้...

 เยว่จือไม่ตอบนางต้องรีบวัดให้เสร็จจะได้กลับออกไป ในห้องนี้ไม่มีใครอยู่เลยมันน่าเกลียดหากนางเข้ามานานๆ อีกอย่างเขาก็น่ากลัวด้วย

 "องค์ชายอยากได้ชุดสีอะไรเพคะ" 

 "ข้าใส่แต่สีดำ"

 "เพคะ หม่อมฉันจะรีบตัดเย็บแล้วให้คน.."

"ไม่ได้!! เจ้าต้องเป็นคนนำมาให้ข้าด้วยตนเอง!" ตอบออกไปอย่างหัวเสีย แค่นำชุดมาให้มันลำบสกมากนักรึ!

 "พะ เพคะ หม่อมชั้นจะนำมาให้><" แค่นี้ก็ต้องขึ้นเสียงใส่กันด้วย อีกนิดเขาก็กินหัวนางได้แล้ว ทำไมต้องโมโหแค่เรื่องคนที่นำชุดมาให้ด้วยล่ะ เรื่องแค่นี่เองใครนำมาให้ก็เหมือนกัน

โรงเก็บสุรา    

"พวกท่านช่วยนำบันทึกวันเดือนปีที่หมักสุราและรายละเอียดสุราแต่ละชนิดมาให้ข้าทีนะ"  เสียงใสเอ่ยขึ้น จิงซินยังใหม่จึงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับหน้าที่ของตนใหม่หมด แล้วก็ต้องรู้ให้ลึกรู้ให้ละเอียดจะพลาดไม่ได้

 "เช่นนั้นข้าจะนำบันทึกไปให้ท่านเย็นนี้นะเจ้าคะ สุราเหล่านี้มีด้วยกันหลายสูตรคงต้องรวบรวมตำรากันหน่อย" นางกำนัลที่มีอายุมากกว่าเอ่ยขึ้น

 "เช่นนั้นก็ได้ พวกท่านมีสิ่งใดก็ไปทำเถิด ข้าขอดูสุราในห้อนี้เสียหน่อย"

 เจ้าค่ะ/เจ้าค่ะ

 "ข้าไม่เข้าใจเลยจริงๆเหตุใดให้เด็กอย่างข้ามาอยู่กับสุราพวกนี้เล่า หน้าที่อื่นก็มีออกถมเถ" จิงซินบ่นอีบอย่างห้ามไม่ได้ เด็กกับสุราจะไปทำได้อย่างไร เรื่องนี้คงต้องหาทางเปลี่ยนตำแหน่งเสียแล้ว

 นางเดินดูสุราที่กำลังหมักอยู่แต่ละถังด้วยความอยากรู้อยากเห็น นางไม่รู้วิธีการทำด้วยซ้ำ ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิดที่ได้ตำแหน่งนี้มา ร่างบางเดินจนเหนื่อยหอบยิ่งมีกลิ่นจากเหล้าหมักยิ่งชวนให้เวียนหัว

 นางหยุดการสำรวจไว้เพียงเท่านั้น เดินโซซัดโซเซออกจากโรงสุราแห่งนี้ นางยังไม่ทันได้แตะมันแม้แต่หยดเดียวแต่ทำไมถึงมึนไปหมดเช่นนี้

ปึก!!!!

"กรี๊ดดดด><" จิงซินหลับตาปี๋ ครานึงนางคงได้ล้มก้นกระแทกพื้นเป็นแน่ เจ็บตัวอีกแล้ว      จิงซินเอ๊ยยย      "เป็นเด็กเป็นเล็กหัดดื่มสุรารึ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นจากด้านหลังของนาง นางไม่ได้ล้มลงไป!!! เมื่อตั้งสติได้ว่ากำลังถูกโอบด้วยแขนของคนข้างหลังร่างเล็กถึงกับตกใจรีบผละออกมาทั้งที่ทรงตัวแทบไม่อยู่ นางจับขอบประตูเอาไว้เป็นที่พิงไม่ให้ตนเองล้มลง

 "ข้าไม่ได้ดื่มนะเจ้าคะ ข้าแค่เปิดดูว่าสุราแต่ละถังทำมาจากอะไร รู้ตัวอีกทีก็มึนหัวไปหมดแล้ว>w<"

 "อ่อ ที่แท้ก็คิดจะขโมยสูตร?"

 "ข้าเปล่าเสียหน่อย อย่ามากล่าวหาข้านะ ข้าเพิ่งได้รับหน้าที่ให้คอยดูแลเรื่อสุราพวกนี้"

นางไม่ได้สังเกตุแม้แต่น้อยว่าชายตรงหน้าเป็นใคร ร่างสูงโปร่งสวมใส่อาภรณ์สีขาวสะอาดตา ใบหน้าหล่อเหลาหมดจนราวเทพเซียนดวงตาคมเข้มสีน้ำตาลอ่อน

 ร่างบางยืนอยู่ได้ไม่นานก็เริ่มรู้สึกคันตามผิวหนังขึ้นมา เนื้อตัวเริ่มขึ้นสีแดง อาการแบบนี้คงไม่ต้องคาดเดาแล้ว นางต้องแพ้สุราชนิดใดชนิดหนึ่งในสุราพวกนี้เป็นแน่!

 "ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ" นางพยายามพยุงร่างตัวเองไปหาหมอหลวงฝึกหัดซึ่งเป็นญาติๆกัน เวลาแบบนี้ควรรีบออกห่างจากที่นี่ นางคงต้องไปรายงานหวังกงกงขอร้องให้เข้าย้ายตำแหน่งให้เสียใหม่

 ฟรึ่บ!

 "โอ๊ยยย เจ็บๆๆๆ" ไปไม่ทันพ้นบันไดขั้นสุดท้ายก็ล้มเสียแล้ว ในที่สุดก็เจ็บตัวจนได้สินะ แบบนี่กว่าจะถึงเรือนพักของหมอหลวงนางไม่ช้ำไปทั้งตัวหรอกรึ

 "เห้ออ"เฟยเทียนถอนหายใจออกมาอย่างนึกรำคาญ สภาพเช่นนี้เขาบอกได้เลยนางไปไม่พ้นหน้าโรงสุรานี้หรอก แค่รั้วชั้นในก็ล้มตกบันไดเช่นนี้แล้ว 

 "รออยู่ที่นี่แหละข้าจะตามหมอหลวงมาให้" ออกเสียงสั่งด้วยใบหน้าเรียบเฉยเย็นชาเหมือนเดิมแล้วเดินจากไป 

 "อะไรกันจะช่วยข้าลุกก็ไม่มี ยังจะมาวางอำนาจออกคำสั่งอีก จะให้นั่งรออยู่ตรงนี้เนี่ยน่ะรึ คนผู้นี้เป็นใครกันคิดว่าตามหมอหลวงได้ง่ายเช่นนั้นเลยรึ!" นางบ่นด้วยความหงุดหงิด 

 "นางกำนัลหม่าจิงซินนี่เองรึ?"เสียงหมอหลวงชราเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นนางพยายามเดินมาที่ประตูด้านหน้าโรงสุรา 

เขาได้รับคำสั่งจากองค์ชายสามเฟยเทียนให้มารักษาสตรีนางนึงที่ดูเหมือนจะแพ้สุราอย่างหนัก แต่ไม่คิดว่าองค์ชายที่ไม่เคยสนใครอย่างเขาจะไปตามตนที่เรือนด้วยตนเองเพื่อให้มารักษานางกำนัลผู้นี้!

 "ทะ ท่านหมอหลวง!!" นี่เค้าไปตามหมอหลวงมาได้จริงๆรึ!!! คนผู้นี้เป็นใครกันแน่ หลังจากได้ทั้งยาทาและยาสำหรับดื่มนางก็ได้หยุดพักถึง7วัน หวังกงกงมาหานางด้วยตนเองเพื่อบอกนางถึงหน้าที่ใหม่! นางได้ไปอยู่กองสังคีตดนตรีแทน เอาเถอะอย่างน้อยก็ดีกว่าอยู่ในโรงหมักสุราต่อล่ะนะ

 ----------------------------------

ชอบไม่ชอบเม้นได้น้าาา😁

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น