โซซอล

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1-1 ริกซ์ผู้ถูกเซ่นสังเวย

ชื่อตอน : บทที่ 1-1 ริกซ์ผู้ถูกเซ่นสังเวย

คำค้น : พันธะแห่งมังกร นิยายเกาหลี

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ย. 2561 22:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1-1 ริกซ์ผู้ถูกเซ่นสังเวย
แบบอักษร

“โลกจบสิ้นแล้ว”

เป็นคำกล่าวที่เคยแพร่หลายในยุคก่อน เพราะในช่วงเวลานั้นทั้งโลกต้องทนทุกข์ทรมานด้วยภัยพิบัติอันไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับว่ามันคือคำเตือนถึงจุดจบของโลก ทั่วทุกสารทิศบนโลกต่างประสบกับหายนะมากมายเหลือคณานับ ไร้ซึ่งลางบอกเหตุ ไร้ซึ่งวิธีรับมือ ผู้คนต่างเล่าลือกันไปว่าพระเจ้าเกิดพิโรธ หรือไม่ก็คงเกิดคลุ้มคลั่ง

ผู้คนต่างพากันบูชามังกรผู้บันดาลภัยพิบัติตามอำเภอใจนั้นด้วยจิตใจที่กลัวเกรง มังกรที่ไม่ต่างอะไรกับพระเจ้า ผู้คนต่างลงความเห็นว่าพวกเขาบันดาลความหายนะเพราะความพิโรธเป็นแน่

มนุษย์วิงวอนต่อท่านมังกรผู้ยิ่งใหญ่ขณะที่แหงนมองฟ้า ได้โปรดเวทนามนุษย์ที่น่าสงสารด้วยเถิด!

เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นงั้นหรือ เสียงของมนุษย์ส่งถึงสิ่งมีชีวิตอันสูงส่งนั่น

มังกรเรียกร้องการเซ่นสังเวยเป็นการตอบแทน

สิ่งนี้ไม่ต่างอะไรจากเจตนารมณ์ของสวรรค์ที่มนุษย์ต้องปฏิบัติตาม จากนี้ไป ไม่ว่าจะปรารถนาสิ่งใด คำขอเหล่านั้นก็ไม่อาจได้รับการอนุญาต แต่ทว่าแทนที่มังกรจะรับเครื่องเซ่นสังเวยด้วยชีวิต กลับประสาทพรที่เรียกว่าเวทมนตร์ให้แก่มนุษย์ หลังจากนั้น ความหายนะที่เคยเกิดขึ้นอย่างน่าใจหายก็ค่อยๆสงบลง

ในประวัติศาสตร์ได้กล่าวถึงคนจำนวนไม่น้อยที่ได้เสียสละตนเองเพื่อเป็นเครื่องสังเวย คนกลุ่มน้อยอันสูงส่งที่ได้เสียสละเพื่อให้มนุษย์อีกจำนวนมากได้มีชีวิตอยู่อย่างสงบสุข ในบรรดาผู้คนเหล่านั้น มีปฐมกษัตริย์ผู้รอดชีวิตกลับมาจากการสังเวยอย่างปาฏิหาริย์ และได้นำพาจักรวรรดิไปสู่ยุคทองแห่งไสยเวทย์

มันกลายเป็นตำนาน ซึ่งหากล้วงลึกเข้าไปในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นดินแดนไหนต่างก็มีเรื่องเล่าที่เป็นตำนานอยู่

แต่ทว่ามังกรในยุคสมัยนี้กลับหลบซ่อนตัวอย่างไร้ร่องรอย ทั้งยังไม่ยอมรับเครื่องสังเวย และแล้วในระหว่างที่มังกรดำเนินชีวิตไป มนตร์คาถาที่ดูเหมือนจะเคยเป็นนิรันดร์ก็ค่อยเสื่อมสลาย ยุคสมัยแห่งเวทมนตร์ที่เคยโชติช่วงก็ได้ดับมืดลง ความหายนะที่เคยสงบค่อยๆ คืบคลานกลับมาสู่โลกอีกครั้ง

หรือครั้งนี้อาจจะเป็นจุดจบของโลกจริงๆ ผู้คนต่างนึกถึงเรื่องราวในยุคก่อน ยุคที่เป็นดั่งนรก และแล้วมังกรได้ส่งเสียงถึงมนุษย์อีกครั้ง วันเวลาอันยาวนานได้สิ้นสุดลง และบัดนี้มันถูกนับว่าเป็นตำนานหรือไม่ก็เป็นความเชื่อที่งมงายสำหรับมนุษย์

ครั้งนี้มังกรก็เรียกร้องการสังเวยอีกเช่นเดิม


* * *


ริกซ์ลืมตาขึ้น เธอขนลุกชันเพราะได้ยินเสียงอันน่าขนลุก แสงที่เล็ดลอดเข้ามาทางซอกประตูทำให้รู้ว่าตอนนี้ได้เวลาฟ้าสางแล้ว               

เหม่อมอง เมื่อครู่เหมือนจะฝันอะไรสักอย่าง แต่กลับจำอะไรไม่ได้เลย ในขณะที่ริกซ์เอื้อมมือออกไปเพื่อคลายความวิงเวียนศีรษะ ก็ได้ยินเสียงเคร้งคร้าง เสียงของโซ่ที่ล่ามเธอเอาไว้ เธอควบคุมสติเอาไว้อย่างยากลำบาก สิ่งนี้มีไว้เพื่อป้องการการปลิดชีพตนเองนั่นเอง

ริกซ์ก้มมองข้อมือที่ถูกล่ามโซ่ด้วยสายตาว่างเล่า เธอพยายามนึกให้ออกว่าตัวเองถูกจับเอาไว้แบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน พยายามจำให้ได้ว่าถูกจับมาขังในห้องนี้นานแค่ไหนแล้ว แต่ก็นึกอะไรไม่ออกเลย ยิ่งเธอลองคิดก็ยิ่งมีเสียงอื่นดังเข้ามาแทรก

แกร๊ก—

เสียงบางอย่างทำให้เธอเหมือนตื่นขึ้นจากความฝัน ริกซ์หันไปมองประตูเหล็กที่เปิดออกทันทีและหลับตาลงแน่นเพราะแสงที่สาดเข้ามาภายในห้องอันมืดมิด เธอลืมตาไม่ขึ้นจนกระทั่งเสียงฝีเท้าของคนสองคนคืบคลานเข้ามาใกล้

“ลุกขึ้นซะ”

น้ำเสียงช่างคุ้นหู เสียงขององค์รัชทายาทนิกซ์

“นะ นิกซ์...... อ้าก!”

ก่อนที่ริกซ์จะได้แหงนหน้าขึ้นมองนิกซ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้า เธอถูกกระชากเข้าที่เส้นผมที่ปล่อยยาว จนกระทั่งริกซ์ถูกลากตัวไปอย่างถูลู่ถูกังด้วยโซ่ที่ล่ามเอาไว้จนตึง

“ยังอยู่ดีอยู่นี่”

“อะ อึ้ก...”

นิกซ์หันหลังกลับไปมองเมื่อได้ยินริกซ์ส่งเสียงโอดครวญ และปลดโซ่ที่เคยล่ามริกซ์เอาไว้ออกในครั้งเดียว เสียงเศษเหล็กที่ถูกเหวี่ยงลงบนพื้นช่างน่าขนลุกจนทำให้ริกซ์สะดุ้งโหยง เขาไม่ยอมให้เธอทำตัวชักช้าอืดอาด ร่างของเธอถูกดึงให้ลุกขึ้น

ด้านนอกมีใครบางคนคอยอยู่ก่อนแล้ว เขาสวมโค้ทยาวระพื้น ลวดลายของราชวงศ์ที่ถูกปักลงบนเสื้อด้วยสีทอง สามารถบ่งบอกยศฐาของเขาได้ว่าเป็นพ่อมด

ขณะที่สายตาของริกซ์สบเข้ากับดวงตาสีดำอันไร้อารมณ์ของพ่อมด ทันใดนั้นเองเธอก็ห่อไล่เข้ากับตัว แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงสายตาอันดุดันของพ่อมดที่ส่งมาอย่างไม่ลดละจากที่ใดที่หนึ่งอยู่

เป็นเพราะอยู่แต่ในที่มืด ทำให้ริกซ์ที่ถูกลากตัวออกมานอกประตูเหล็กไม่สามารถลืมตาขึ้นได้  เสียงฝีเท้าจังหวะเนิบนาบไร้การหยุดชะงักและตามมาด้วยเสียงเดินอย่างไม่มั่นคงดังขึ้นที่ระเบียง

องค์รัชทายาทนิกซ์เดินและมองไปข้างหน้าเท่านั้น เขานวดคลึงขมับพลางเปิดปากพูด แต่ไม่ได้กล่าวกับริกซ์

“ข้าสั่งให้ตามหาเวทมนตร์ที่หายไป แต่นี่มันอะไรกัน ไม่ตลกเลยสักนิด”

“...ฝ่าบาท”

“รัชทายาทกับผู้ถือครองเครื่องหมายในยุคสมัยเดียวกันงั้นหรือ ยิ่งไปกว่านั้น นี่ไม่มีสิ่งใดเลย.......”

นิกซ์ไม่พูดสิ่งใด เขาครางในลำคอขณะที่เอามือกุมหน้าผาก ริกซ์เงยหน้าที่เคยก้มลงมองขึ้นเพื่อพินิจดูเขา ทว่าสายตาของหล่อนกลับเห็นสิ่งอื่นเสียก่อน

เหล่าคนรับใช้ที่บังเอิญเดินเข้ามาพบต่างก็ก้มหน้าหลบ คนพวกนั้นกระซิบอะไรกันบางอย่าง แม้จะไม่ได้สบตากันก็ตาม แต่ริกซ์ก็รู้ดีว่าคนพวกนั้นกำลังทำสีหน้าแบบใดอยู่

ความอับอายของราชวงศ์ ริกซ์คุ้นเคยกับการถูกปฏิบัติเช่นนี้ดี ด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่เคยห้ามปรามคนอื่นๆ ในราชวงศ์ไม่ให้แสดงอากัปกิริยาก้าวร้าวเช่นนั้น และเธอก็ไม่ทำการลงโทษใดๆ

พ่อมดที่เดินตามมาเงียบๆ ด้านหลังเอ่ยขึ้น

“ฝ่าบาท นั่นเป็นเรื่องที่คาดว่าจะเกิดพ่ะย่ะค่ะ”

“อย่างนี้อีกแล้ว พวกพ่อมดก็ไม่อาจรู้ได้สินะ”

พ่อมดทำเสียงต่ำตอบในลำคอให้กับคำพูดอันไร้เรี่ยวแรงของนิกซ์

“พ่ะย่ะค่ะ เป็นเรื่อง ‘ธรรมชาติ’ พ่ะย่ะค่ะ นั่นคือเหตุผลที่ต้องเป็นทั้งผู้ถือครองเครื่องหมายและเป็นทั้งรัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”

สุดทางเดินของระเบียงมีประตูเหล็กหนักมหาศาลอยู่สองบาน บนนั้นมีภาพแกะสลักลวดลายรูปปีก เกล็ด และโล่ของมังกรอยู่ มันคือสัญลักษณ์แห่งความกรุณาของมังกรที่มีต่อราชอาณาจักร เสียงกระซิบกระซาบอย่างไร้ที่สิ้นสุดดังมาจากด้านในประตูนั้น ดูเหมือนจะอยู่ในระหว่างการเตรียม ‘พิธีกรรม’

นิกซ์ออกแรงผลักบานประตูที่ดูภายนอกเหมือนจะหนักเอามากๆ นั้นด้วยมือเพียงข้างเดียว ด้านหลังนั้นคือริกซ์ ตามด้วยพ่อมดที่มีดวงตาดำมืด

เสียงกระซิบกระซาบหยุดชะงักลงทันทีที่พวกเขาเข้าไป มีเพียงคนเดียวในนั้นที่เข้ามาแสดงความเคารพต่อองค์รัชทายาทและพ่อมด จากนั้นสายตาของทุกคนก็มาหยุดอยู่ที่ริกซ์อย่างพร้อมเพรียง

“พิธีกำลังจะเริ่มขึ้น ณ บัดนี้”

ริกซ์ที่ทราบดีว่าสิ่งนั้นหมายถึงอะไรจึงถอดเสื้อผ้าออกจนหมด ไร้แม้กระทั่งชุดชั้นใน เธอถอดเศษเหล็กที่ห้อยอยู่ออก เผยให้เห็นร่ายกายเปลือยเปล่าอันผอมบาง ริกซ์ถอดเสื้อออกอย่างไร้ความตะขิดตะขวงใจ แว่วเสียงถอนหายยาวอย่างลุ้นระทึก ชัดเจนว่ามันหมายความว่าอย่างไร

องค์รัชทายาทนิกซ์กดขมับแน่นขณะที่แสดงสีหน้าขุ่นมัว ถึงจะโดนชี้นิ้วด่าทอเพราะเกิดมาเป็นผู้หญิง แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าก็คือความจริง

แม้จะถูกเส้นผมยาวของหญิงสาวบดบังอยู่ก็ตาม แต่รอยด้านหลังที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนนั้นกำลังแสดงให้เห็นถึงความจริงว่า เธอคือหญิงสาวผู้สืบราชบัลลังก์ที่โชคชะตากำหนดไว้ และเป็นถึงเชื้อพระวงศ์

เครื่องหมายแห่งมังกร ลวดลายที่เป็นเสมือนกับการพยากรณ์ว่าผู้ถือครองเครื่องหมายนั้นจะเกี่ยวข้องกับราชบัลลังก์ ขณะที่มังกรสูญสิ้นและวันเวลาล่วงผ่านเลยไป ลวดลายนั้นที่เคยเลือนรางลงทีละน้อยนั้นก็ปรากฏอย่างเด่นชัดที่ตัวริกซ์อย่างน่าตกใจ จึงต้องรักษาขนบธรรมเนียมที่สืบต่อกันมาอย่างยากลำบากเอาไว้

ถ้าหากหญิงสาวไม่ใช่ลูกนอกสมรส ความชัดเจนของเครื่องหมายนี้จะทำให้เธอกลายเป็นรัชทายาทลำดับที่หนึ่ง

ทว่าในขณะนี้ไม่มีทั้งเวทมนตร์อันแข็งแกร่งซึ่งปกครองจักรวรรดิ และไม่มีทั้งมังกรที่มอบเวทมนตร์นั้นให้ สิ่งที่เหล่ามังกรซึ่งปรากฏตัวอยู่ปลายสุดของที่ว่างอันแสนห่างไกลนั้นร้องขอคือเชื้อพระวงศ์ให้มาเป็นเครื่องสังเวย

มังกรต้องการเครื่องสังเวยจากราชอาณาจักร ตามขนบธรรมเนียบแล้ว ผู้ถือครองเครื่องหมายจะต้องเป็นเครื่องสังเวย ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าเป็นผู้ใดที่ถูกเลือก ก็สามารถกลายเป็นที่จดจำของผู้คน

ในอาณาจักรที่มีวิธีสืบทอดราชบัลลังก์ในแบบพิเศษนี้จะมีองค์รัชทายาทสองคน แม้กระทั่งเรื่องชนชั้นก็ไม่สำคัญ รัชทายาทอันดับหนึ่งอย่างนิกซ์ ผู้ถือครองเครื่องหมายแห่งมังกร แม้เครื่องหมายนั้นจะเลือนรางก็ตาม และลูกนอกสมรสอย่างริกซ์ ต่างก็เป็นรัชทายาทแห่งอาณาจักรทั้งคู่

แม้ว่าทั้งคู่จะเป็นองค์รัชทายาทตามคำทำนายที่บอกว่าผู้ถือครองเครื่องหมายจะได้เป็นจักรพรรดิก็ตาม แต่ต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดก็คือริกซ์ผู้ปรากฏตัวขึ้นในตอนที่สายไปแล้ว ณ อาณาจักรที่มีผู้สืบทอดที่ได้รับคำอวยพรก่อนอยู่ก่อนแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ถ้าหากนิกซ์ไม่ได้มีชีวิตอยู่ ก็ไม่แน่ว่าริกซ์อาจจะเป็นรัชทายาทผู้ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีก็ได้


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น