ST 76

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 10) Assassination Classroom

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ย. 2561 17:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10) Assassination Classroom
แบบอักษร

อากิทำท่าจะเดินเข้าไปด้วยสีหน้าแบบเดิมแต่ก็ต้องหยุดลงจากสัมผัสของตุ่มบนไหล่

“พอแค่นั้นล่ะคร้าบบ ผลแพ้ชนะออกมาแล้วนะครับอาจารย์คาราสึมะ” เป็นอาจารย์โคโระที่ปรากฏตัวออกมาเรียกสติทุกคนรวมถึงคาราสึมะ

“แหมๆ ก็เพราะใช้มีดจริงแบบนี้ลูกศิษย์ผมถึงกับเผลอไปทำร้ายคนเข้าเลยนะครับ ต้องขอโทษแทนเขาด้วยนะครับอาจารย์ทาคาโอกะ~” อากิที่รู้สึกถึงแรงกดของหนวดบนไหล่ที่แน่นขึ้นก็รีบก้มหัวรับผิด

วะ..ว้าว!

สุดยอด!

ดีจังเลยอากิคุง!!

ไม่รู้ว่าใครเริ่มแต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะยิ้มอย่างยินดีและเริ่มเข้ามาหาเขากัน

“อะไรกันน่ะอากิคุง ผมมองตามไม่ทันเลย” นางิสะถามเขาด้วยแววตาที่มีแต่ความอยากรู้

“ใช่ๆ นายขว้างมีดออกไปหรอ ชั้นเห็นมันไปตกอยู่ตรงใต้ต้นไม้แน่ะ”

จากนั้นหลายๆคำถามก็เริ่มถาโถมเข้ามา อากิรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ไม่มีใครไปสนใจหรือให้ความสำคัญกับอาการบาดเจ็บของทาคาโอกะเลย....

“แหะๆ ชั้นแค่ทำตามที่อาจารย์คาราสึมะบอกเท่านั้นเอง อีกฝ่ายเขาเก่งมากชั้นก็เลยอาศัยช่องโหว่ตอนที่เขาวิ่งมาและข้างมีดไปมั่วๆนะ กะว่าจะให้เฉี่ยวหรืออะไรจนนับว่าชนะแท้ๆ ดันไปเล่นแรงจนเลือดออกซะได้” ดูเหมือนว่าหูที่ตกกับพื้นจะหายไปแล้ว แถมที่หูของทาคาโอกะก็มีผ้าพันแผลอยู่ มิน่าทุกคนถึงไม่ตกใจ คงมีแค่เราคนเดียวที่มองทันหูนั่น จากนั้นอาจารย์โคโระก็คงรีบไปเก็บมันพร้อมปิดบังแผลที่หูของทาคาโอกะสินะ

‘อะ... อะไรกัน! ถึงจะพูดแบบนั้น แต่การแสดงที่เป็นธรรมชาติในตอนแรกเพื่อหลอกเป้าหมาย ไหนจะรอยยิ้มนั่นที่แสดงไปเพื่อขัดสมาธิอีกฝ่าย แล้วไอ้ที่บอกโยนมั่วๆนั่นก็พุ่งไปกลางหัวทาคาโอกะเลยไม่ใช่รึไง! ขนาดสัญชาตญาณของทหารมืออาชีพระดับหัวกะทิยังหลบไม่พ้นจนหูขาด ดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้แล้วแต่ก็ไม่ดีมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างที่มือสมัครเล่นควรจะมี… พรสวรรค์! นี่มันพรสวรรค์ในการลอบฆ่าที่แหลมคมยิ่งกว่านางิสะเสียอี!ก แต่ว่า.... การมีพรสวรรค์แบบนั้นเขาจะไม่เดินทางผิดไปหรอ....’ คาราสึมะเริ่มมีหลายความคิดวิ่งเข้ามาในหัวจนเคร่งเครียด

“ใจเย็นๆก่อนครับอาจารย์คาราสึมะ สับสนแบบนี้ไม่สมกับเป็นคุณเลยนะ” อาจารย์โคโระเดินเข้ามา

“รอดูสิ่งที่จะเกิดต่อไปเถอะ”

.

.

.

!!!

“แก!!! ไอ้เด็กบ้า!....” ทาคาโอกะลุกขึ้นมาด้านหลังของอากิจนทุกๆคนตกใจ

“แค่ฟลุ๊คครั้งเดียวอย่าโอหังนัก…. มาสู้กันใหม่! คราวนี้ชั้นจะฉีกแกเป็นชิ้นๆเลย!!!” คงเพราะความที่ได้รับบาดเจ็บ ทาคาโอกะพูดเพียงเท่านั้นก็พุ่งเข้ามาทันทีไม่ได้รั้งรอเหมือนในอนิเมะ

พรึบ…!

ปั้ง!!!

ตุบ...

ทุกคนตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งพร้อมกับร่างของทาคาโอกะที่ตกลงไปบนพื้น

.

.

.

ย้อนไป

‘มาแล้วสินะ... แต่ทำไมมันไม่รอฟังคำคมเหมือนในเมะเลยวะ....’ อากิที่เกร็งตัวรอไว้ก็สัมผัสได้ว่าทาคาโอกะพุ่งมาหาตนอีกครั้ง

‘ไอ้โง่เอ้ย ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยจริงๆ.... มองแต่หน้าชั้นแบบนี้ก็ตายง่ายๆเลยสิ’ ด้วยความแค้นทำให้ทาคาโอกะจับจ้องไปแต่ใบหน้าของอากิ ซึ่งเขาเองก็ใช่ว่าจะยืนเฉย อากิชักปืนยางออกมาจากกระเป๋ากางเกงที่พกไว้และยิงเสยขึ้นไปที่คางของอีกฝ่ายก่อนที่จะโดนประชิดตัว แม้ว่าจะเป็นกระสุนยางแต่ความแรงของปืนก็ไม่ต่างกัน ยิ่งเมื่อโดนที่ปลายคางแล้วก็ทำให้เสียหลักง่ายๆ

ปั้ง!! นี่คือเทคนิคที่เขาใช้ไปตั้งแต่การขว้างมีดแล้ว ก็จริงอยู่ที่misdirectionคงไม่ได้ผลมากนักในการหลบซ่อนและลอบเข้าไปใกล้เป้าหมายในสถานการณ์เช่นนี้ แต่อย่างไรเสีย หลักการของskillนั้นก็คือการเบนความสนใจและลอบทำสิ่งต่างๆโดยที่อีกฝ่ายไม่รับรู้ถึงความจืดจางของเรานั่นเอง อย่างตอนคาราสึมะเมื่อตอนที่แล้วเขาเองก็ถูกมองเห็นโดยคาราสึมะได้หลายครั้ง แต่ทุกๆครั้งก็จะถูกเมินไปเพราะอีกฝ่ายสนใจอย่างอื่นมากกว่า ครั้งนี้ก็เช่นกัน ทาคาโอกะเอาแต่จับจ้องไปที่ใบหน้าของเขา แม้ว่าส่วนอื่นๆจะอยู่ในระยะสายตาแต่จุดโฟกัสก็เป็นใบหน้า ซึ่งนั่นก็เพียงพอแล้วต่อแผนของเขา คราวแรกเขาก็ใช้ประโยชน์จากจุดนี้ในการแอบเล็งและใช้Skill การใช้มือที่หมั่นฝึกซ้อมเอาไว้เพื่อขว้างมีดออกไปอย่างแม่นยำ คราวนี้ก็เช่นกัน เขาแอบนำมือไปชักปืน เล็ง และยิงออกไปโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัว จะเรียกว่าเป็นการใช้misdirectionเฉพาะส่วนก็ได้

.

.

.

หลังจากทาคาโอกะมันก็ยังไม่หมดสติเสียทีเดียว มันยังคงจับจ้องมาที่อากิอย่างเคียดแค้นและรอเวลาที่สติจะกลับมาสมบูรณ์เพื่อไปต่อ

ตึก ตึก ตึก

อากิเดินเข้าไปหาเขาอย่างเชื่องช้าราวกับมันไม่สามารถทำอันตรายเขาได้ ซึ่งนี่ก็ยิ่งทำให้ทาคาโอกะโกรธมากขึ้นและพยายามจะพลิกตัวเพื่อคลานมา

“อยู่เฉยๆหน่อยสิ...” ปัป! อากิเตะที่ตัวไปเบาๆหนึ่งทีและเอาเท้ากดหน้าอกมันไว้ไม่ให้ดิ้น

แกร๊ก! เขาใส่ลูกกระสุนเพิ่ม

ทาคาโอกะเริ่มเหงื่อแตกและหวาดกลัวขึ้นมา แม้จะรู้ว่านั่นคือปืนยางแต่ก็อดไม่ได้ที่จะกลัวท่าทีของเด็กหนุ่มที่ดูราวกับจะฆ่าตนได้ทุกขณะ

“นี่สำหรับมาเอฮาระคุง...” เขาคือเด็กหนุ่มโชคร้ายที่ถูกทาคาโอกะตีเข่าไปเพราะไม่เห็นด้วยกับเขา

ปั้ง!!! ปืนยางถูกยิงไปที่ลิ้นปี่ของมันอย่างแม่นยำ

อ่อก..! แม้จะมีเสื้อผ้าบังไว้แต่ความแรงของกระสุนก็แทบจะไม่ลดลง

อากิเริ่มขยับปืนต่ำลงมา

“ส่วนนี่สำหรับคุณคันซากิ...” เธอคือผู้กล้าที่พูดออกไปว่าไม่อยากเรียนกับเขาจนโดนตบเข้าฉาดใหญ่

“ยะ...อย่า..” แม้จะสิ้นเสียงจนแทบพูดไม่ได้แต่เมื่อเห็นว่าปืนของอากิถูกเล็งไปที่ไหนทาคาโอกะก็ต้องฮึดขึ้นมาทันที

“ไม่อ่ะ...”

ปั้ง!!!

ไม่มีเสียงใดๆตามมาเพราะทาคาโอกะสลบไปเสียแล้ว แม้จะมีเสื้อผ้ากันอยู่สองชั้นแต่โดนยิงอัดที่เป้ากางเกงก็คงเจ็บเจียนตาย

.

.

.

“ฮ่าห์ สบายแล้วเนอะทุกคน~” อากิเก็บปืนไปและหันกลับมาอย่างยิ้มแย้มไม่สนใจอดีตครูที่นอนน้ำลายฟูมปากอยู่

“จริงสิ! อาจารย์โคโระไม่ก็อาจารย์คาราสึมะฝากตามคนมาเก็บซากไปไม่ก็จะอุ้มไปส่งที่กลาโหมเลยก็ได้นะครับ~ ถ้าพวกเขาไม่ฟังก็บอกไปเลยว่า “ถ้าแค่เด็กนักเรียนยังแพ้ก็ไม่สมควรจะมาสอน” ส่วนทางโรงเรียน ผมเชื่อว่าท่านผ.อ.ที่อยู่ข้างหลังคงเห็นด้วยนะครับ”

เมื่อได้ยินดังนั้นทุกคนก็รีบหันไปทันที

แปะๆ แปะๆ

“เก่งมากเลยนะครับ ฟูจิวาระ อากิโอะ ที่ล้มทหารมืออาชีพได้ แถมดูท่าผลการเรียนของคุณจะดีเยี่ยมอีกด้วย สนใจจะย้ายมาห้องAมั้ยครับ?” ผ.อ.โรคจิตเดินออกมาจากเงามืดและพูดด้วยรอยยิ้มอันเสแสร้ง

“ผมไม่กล้ารับคำชมท่านผ.อ.หรอกครับ ส่วนเรื่องย้ายห้องคงต้องขอปปฏิเสธไปก่อนนะครับ ผมยังชอบห้องเรียนนี้อยู่น่ะ” อากิก็ตอบไปด้วยความจอมปลอมไม่ต่างกัน

“แหมๆ น่าเสียดายจริงๆที่คุณต้องมาจมปลักในโคลนนี้....” ผ.อ.เริ่มกระดาษบางอย่างออกมาเซ็นและยัดปากทาคาโอกะ

“นั่นคือใบไล่ออกนะครับ ถ้าใครจะเอาเขาไปก็อย่าลืมบอกกระทรวงด้วย”

“ละ...แล้ว ท่านผ.อ.มีธุระอะไรงั้นหรอขอรับ เชิญบอกมาได้เลย ผมยินดีรับใช้” อาจารย์โคโระรีบเดินเข้าไปประจบประแจงตามนิสัย

“ผมมาเดินตรวจโรงเรียนและดูอาจารย์คนใหม่น่ะครับ แม้จะผิดหวังแต่ก็ดูเหมือนจะได้เจอสิ่งที่น่าสนใจเข้า....” ที่ท้ายประโยคเขาก็ได้มองไปทางอากิ

“ลาก่อนนะครับทุกคน” และก็เดินจากไป

.

.

.

ทางด้านอาจารย์คาราสึมะก็เริ่มตั้งข้อสงสัยและเครียดกับความเลือดเย็นของอากิ จนมองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ตน

“...เอ่อ... อาจารย์ครับ” คาราสึมะสะดุ้งจนเผลอจะฟาดไปแต่ก็เก็บมือทัน

“มะ..มีอะไร...”

“ทะ... ที่ผมทำร้ายเขาไปขนาดนั้นนี่จะโดนแจ้งข้อหาอะไรมั้ยอ่ะครับ....” อากิพูดไปด้วยความกังวลและก้มหน้าอย่างสำนึกผิด

‘สุดท้ายก็ยังเป็นเด็กม. ต้นล่ะนะ คิดมากอะไรของเรากัน’ คาราสึมะถอนหายใจ

“ไม่หรอก ยิ่งทางกระทรวงได้รับรู้ว่าเป็นฝีมือเธอพวกเขาคงไม่กล้าฟ้องอะไร เพราะว่าเธอจะเป็นความหวังใหม่”

“งั้นหรอครับ รอดไปที่ ฟู่ว...” อากิยิ้มอย่างยินดีก่อนจะถอนหายใจออกมา

“นี่ๆ อาจารย์คาราสึมะ พวกเราช่วยให้คุณได้ตำแหน่งกลับมา จะไม่เลี้ยงอะไรหน่อยหรอ?” เด็กสาวหลายคนถามขึ้นมา

“หึ... ก็ได้ อยากกินอะไรก็บอกมาเลย...”

เย้ๆๆ

จะได้กินเค้กร้านนั้นให้หนำใจเลย

.

.

.

“พวกเธอ...”

“ลืม...”

“ชั้นไปแล้วหรอยะ!!!”

อีรินตะโกนออกมาอย่างหัวเสียพร้อมกับจิตสังหารอันท่วมท้น

ฟรึบ...

ทุกคนพร้อมใจกันแหวกทางให้

แน่นอนว่าที่ปลายทางคืออากิโอะ....

ตึง... ไม่รู้ว่าทำไม ทุกการก้าวธรรมดาของเธอให้ความรู้สึกหนักอึ้งราวกับไดโนเสาร์สำหรับอากิ

“อะ...เอ่อ คือ... ผมไม่ได้ลืมคุณเลยนะ...” เหงื่อเย็นเริ่มไหลออกมา

ตึง...

“ฟะ...ฟังก่อนสิ ที่ผมทำไปก็เพื่อทุกคนนะ”

ตึง...

“ว้ากก ผมขอโทษๆ” นี่เป็นก้าวสุดท้ายแล้ว อากิก็เริ่มเกร็งทั้งทองและใบหน้า ไม่ต่อยก็ตบแน่ๆ

ฟึบ..

เอ๊ะ?

กอดหรอ???

ฮะ... ฮืออออออ

แงงงงงงงงงงงง

จู่ๆอีรินก็สวมกอดใส่เขาและร้องไห้ออกมาอย่างหนัก

“ปะ...เป็นอะไรน่ะ” ที่เตรียมใจไว้หายไปโดยสิ้นเชิงจนอากิปรับตัวไม่ทัน

“ไอ้เด็กบ้า!! ไอ้บ้า! บ้า! บ้า! บ้า! ไปสู้กับผู้ใหญ่แบบนั้นได้ยังไงกัน! เดี๋ยวก็ได้เจ็บตัวขึ้นมาหรอก…” อีรินพูดออกมาขณะรัวหมัดทุบไปที่หน้าอกของเขา

ตุบๆๆๆ นี่แหน่ะๆๆๆ

โอ๊ยๆ “พอแล้วน่า”

“ผมก็อยู่ตรงนี้แล้วไง เห็นมั้ย?” อากิที่พอจะเข้าใจแล้วก็จับใบหน้าของเธอมามองตน

“มันไม่เกี่ย...อื้อ!” เธอถูกขโมยจูบไปอีกซะแล้ว

อ่าห์~

“ผมรักคุณนะ ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง” อากิยิ้มกระชากใจสาวไปตามสูตรจนอีกฝ่ายหน้าแดงจัด

เพี๊ยะ!

“จะไปตายที่ไหนก็ไปเลย!” ว่าแล้วเธอก็วิ่งหนีไป



คาแร็กเตอร์นางนี่ไม่สมควรจะเป็นนักฆ่าเลยจริง55555

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น