Hecatia3120
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : แย่ง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2562 01:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
แย่ง
แบบอักษร

​เช้าวันต่อมา

วันนี้เป็นวันที่จะมีการทดสอบการชงชา ฟังดูอาจเป็นเรื่องง่ายเพราะชาเป็นสิ่งที่คนดื่มได้ตลอดทั้งวัน แต่ความจริงยังมีเรื่องละเอียดอ่อนแทรกอยู่ด้วย

เริ่มตั้งแต่การคัดเลือกชา ชาแต่ละชนิดให้สี กลิ่น และรสชาติ ที่ต่างกัน ชาบางชนิดมีฤทธิ์เป็นชาสมุนไพรรักษาโรครักษาแผลได้ การเลือกชาที่ดีที่สุดจึงเป็นหนึ่งในหัวข้อของการชงชาครั้งนี้

"การทดสอบในรอบนี้จะมีหวังกงกง เป็นผู้คัดเลือกด้วยตนเอง พวกเจ้าจงใช้ความรู้และฝีมือทำการชงชาที่ดีที่สุดออกมา ข้ามีโอกาสให้พวกเจ้าสอบถามสิ่งที่อยากรู้ได้คนละหนึ่งข้อเท่านั้น"

"เริ่มการทดสอบได้!"

ในการทดสอบมีชาวางอยู่หลายชนิดด้วยกัน มีทั้งที่คุณภาพดีและคุณภาพแย่ บางชนิดหากไม่สังเกตุก็จะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าใบชานั้นขึ้นราแล้ว!!!

การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น เหล่าคุณหนูจากจวนต่างๆต่างเลือกที่จะถามคำถามคล้ายๆกันคือ ชาชนิดใดเป็นชาที่ดีที่สุด หายากที่สุด หรือแม้กระทั่งหวังกงกงชอบดื่มชาชนิดใด

"ซือเยว่จือถามคำถามได้!"

"ข้าขอถามว่าช่วงนี้สุขภาพของกงกงเป็นเช่นไรเจ้าคะ" คำถามทั่วไปที่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆถึงกับมึนงง นี่นางถามเรื่องไร้สาระออกไปเพื่ออะไร หรือแค่คิดประจบประแจงกงกงเฒ่า!

กระดาษคำตอบถูกส่งมาให้นางก่อนจะนำคำตอบนั้นไปให้ผู้ที่ทดสอบไปแล้วดูเพื่อความโปร่งใส เยว่จือจัดการชงชาส่งให้หวังกงกงทันที

"ชาอูหลงรึ!" ขันทีเฒ่าถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่แท้จริงในใจอดจะชื่นชมนางไม่ได้     นางถามคำถามได้ถูกต้องเรื่องสุขภาพ นอกจากนี้ไม่เพียงแต่จะแยกแยะชนิดของชาได้นางยังเลือกชาที่คุณภาพดีที่สุดได้ถูกต้องอีกด้วย เวลาในการชงก็พอดี นับว่าสมควรแล้วที่องค์ชายฝากฝังนางเอาไว้ให้เขาดูแล

"เจ้าค่ะ เมื่อครู่กงกงตอบคำถามข้ามาว่ามีอาการร้อนใน ชาอูหลงมีสรรพคุณแก้ร้อนใน ช่วยดับกระหายช่วยให้ชุ่มคอชาอูหลงยังมีประโยชน์อีกหลายประการ เช่น  ป้องกันโรคหอบป้องกันฟันผุช่วยชะลอความชราช่วยขับปัสสาวะ ชาชนิดนี้จึงเหมาะสมที่สุดเจ้าค่ะ"

"ซือเยว่จือผ่าน!"

"ขอบพระคุณเจ้าค่ะ^^"

"คนต่อไป หม่าจิงซิน"

"ข้าขอถามว่าท่านหวังกงกงอายุกี่ขวบปีแล้วเจ้าคะ" เอาอีกแล้วถามคำถามแปลกๆอีกแล้วรึ ทุกคนต่างก็คิดเช่นนี้ คำถามมีมากมายนางจะถามอายุไปทำไมกัน หรือคิดจะถอนตัว

 

นางไม่สนใจเสียงซุบซิบเหล่านั้น เมื่อได้คำตอบก็ไปชงชาของตนทันที นางนำกาน้ำชามาวางแล้วรินส่งให้กงกงทันที

 

"จากคำตอบแล้วเช่นนั้นก็ต้องชาผู่เอ๋อเจ้าค่ะ^^"

หลังจากจิบชากงกงเฒ่าถึงกับมุมปากกระตุก นี่นางกำลังว่าเขาชราอยู่ใช่รึไม่ คิดจิกกัดเขาผ่านชาถ้วยนี้งั้นรึ หึ่มมันน่านัก

 

"ชาผู่เอ๋อเหมาะสำหรับคนชรา^^  แต่ข้าไม่ได้จะสื่อเช่นนั้นนะเจ้าคะ ข้าแค่ไม่รู้จะถามอะไรก็เท่านั้น ก่อนเริ่มแข่งขันข้าเห็นกงกงไอบ่อยๆ ข้าเลยเลือกชาที่มีสรรพคุณแก้ไอเจ้าค่ะ"

"หึๆ หม่าจิงซินผ่าน!!"

"คิกๆ ขอบพระคุณเจ้าค่ะ^^"

"เจ้านี่แสบจริงๆข้ารู้นะว่าเจ้าต้องการเย้ากงกงเรื่องอายุนั่นน่ะ^^"เยว่จือเอ่ยกับเพื่อนที่ทำหน้าตามีความเสียเหลือเกินที่ทำให้กงกงหงุดหงิดได้

"ข้าแค่ไม่อยากให้หวังกงกงเครียดต่างหาก^^"

"เจ้าสองคนยิ้มบ่อยเกินไป...." หวังกงกงพูดจบก็เดินผ่านไป ทิ้งคนทั้งสองให้ขนลุกเกลียวเสียวสันหลังวาบอย่างห้ามไม่ได้ ใครจะไปคิดว่าจู่ๆคนที่กำลังพูดถึงจะมาอยู่ตรงนี้ได้-Δ-'

 

หลังการทดสอบเรื่องชาแล้วก็ยังมีการทดสอบอื่นๆตามมา ทั้งวาดรูป เขียนอักษร เต้นรำ ร้องเพลง ซึ่งในรอบรองสุดท้ายเหลือสตรีที่ผ่านเพียงไม่กี่นางเท่านั้น

รอบสุดท้ายนี้เป็นการทดสอบสติปัญญาและความรอบรู้ของเหล่าว่าที่นางสนมด้วยการให้ท่องวรรณกรรม โดยในรอบนี้จะคัดสตรีเพียง50นางไปแต่งตั้งเป็นสนมของฮ้องเต้

"จิงซินรอบนี้ข้าว่าสมควรที่เราจะถอนตัวแล้วล่ะ"เยว่จือเอ่ยขึ้น พวกนางต่างไม่อยากเป็นสนมทั้งที่คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่งและสอง หากไม่ผ่านในรอบนี้อย่างน้อยก็คงได้เป็นนางกำนัลตำหนักใหญ่ๆ

"เท่านี้ก็นับว่าไม่อายไปถึงวงศ์ตระกูลแล้วข้าเองก็ขอหยุดเพียงเท่านี้เช่นกัน"

ทั้งสองต่างท่องวรรณกรรมไปเพียงแต่ครึ่งเดียว กรรมการที่ตัดสินมานับครั้งไม่ถ้วนอย่างหวังกงกงมีรึจะดูไม่ออกถึงความคิดพวกนาง แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำอะไรไม่ได้ถึงจะเสียดายอยู่มากก็เถิด

หลายวันต่อมา

"นี่พวกเจ้าได้ยินเรื่องการแย่งนางกำนัลกันรึเปล่า" เสียงนางสตรีคนนึงเอ่ยขึ้น

"ได้ยินสิ เห็นว่าเป็นสองคนในหมู่พวกเราที่มาคัดเลือกใช่รึไม่" อีกคนนึงพูดเสริม

"ใช่แล้วล่ะ ไม่บอกข้าก็พอเดาได้ว่าต้องเป็นสองคนที่ตกรอบสุดท้ายนั่นแน่ๆ พวกนางจงใจไม่ท่องให้จบใครๆก็รู้"

"ว่าแต่ตำหนักใดกันที่แย่งตัวนางทั้งสองคน" หนึ่งในนั้นเอ่ยถามด้วยความสงสัยหลังจากฟังมานาน

"ก็ตำหนัก.....หวังกงกง!!!!" เพียงแค่เอ่ยชื่อทุกคนก็ก้มลงคำนับอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่ต้องคิด

"อยู่ในวังจงสำรวมคำพูด หน้าต่างมีหูประตูมีช่องจำเอาไว้"

"พวกเจ้าไปรวมได้แล้ว"เอ่ยบอกแล้วเดินจากไป

 

"ท่านหวังกงกงนี่เป็นคนรึภูติผีกันแน่ ชอบโผล่มาเงียบๆเเล้วก็เดินจากไป ข้าขนลุกทุกที"นางเอ่ยขึ้นก่อนที่จะพากันไปรวมเพื่อที่จะรอฟังว่าตนจะได้ไปอยู่ตำหนักใดทำงานอะไร

การประกาศรายชื่อผ่านไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงเยว่จือและจิงซิน ทั้งคู่ได้ทำงานในตำหนักฮองเฮา

เยว่จืออยู่ฝ่ายภูษาได้ขึ้นเป็นหัวหน้าแผนกเย็บปักทั้งที่เพิ่งเข้าวัง ส่วนจิงซินไปอยู่กองห้องเครื่อง ได้เป็นหัวหน้านางกำนัลแผนกน้ำจัณฑ์(สุรา)​

"เจ้าคิดเหมือนข้ารึไม่"เยว่จือที่รู้สึกแปลกๆเอ่ยถามขึ้น จะเป็นไปได้อย่างไรแค่เข้ามาก็ได้ตำแหน่งสูงเช่นนี้ คนที่อยู่มาสี่ปีห้าปีมีตั้งมากมาย

"นั่นสิ ข้าว่าต้องมีเรื่องอะไรแปลกๆเกิดขึ้นเป็นแน่ หรือเป็นเพราะฝีมือในรอบอื่นๆที่ผ่านมา" จิงซินเริ่มตั้งสมมติฐานที่เป็นไปได้มากที่สุด

"นั่นสินะ"เยว่จือลองคิดตาม เหตุผลนี้ใช้ได้ทีเดียว

"ท่านหัวหน้าเจ้าคะ!!! แย่แล้วเจ้าค่ะ!!" นางกำนัลคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา อะไรนางเรียกใครกัน?

"ท่านหัวหน้าใครรึ?"เยว่จือถามออกไป

"ดูท่านรีบร้อนบอกข้ามาเถิดเผื่อข้าจะบอกได้ว่าคนที่ท่านหาอยู่ที่ใด"จิงซินเสริมอีกคน

"ข้ามาตามท่านนั่นแหละเจ้าค่ะหัวหน้าฝ่ายเย็บปัก"นางรีบร้อนตอบ เยว่จือถึงกับตะลึงอย่าบอกนะว่าวันแรกนางก็งานเข้าเสียแล้ว!

"หาข้า หาทำไมรึ..."

"องค์ชายสองต้องการให้ท่านตัดชุดให้ด่วนเจ้าค่ะ ทุกทีไม่เคยมาด้วยตัวเอง ครานี้มาที่กองภูษาเพื่อตามท่านโดยเฉพาะเลยเจ้าค่ะ!" นางรีบบอกจะได้รีบกลับไป ทุกคนต่างเกรงกลัวองค์ชายสองผู้นี้ นางกำนัลคนอื่นมือสั่นจนเข็มตำนิ้วไปหลายแผลแล้ว

"ชะ เช่นนั้นนำข้าไปที! จิงซินข้าไปก่อนนะ!"

เวลาต่อมา

"หม่อมฉันมาแล้วเพคะ" เยว่จือเอ่ยปนเสียงเหนื่อยหอบ นางรีบวิ่งมาที่นี่ ดีจริงๆนางเพิ่งจะสิบสามต้องมาเป็นหัวหน้า แล้วตอนนี่คนที่ทุกคนกลัวเกรงหนักหนาก็อยู่ตรงหน้านาง แค่เห็นแผ่นหลังนางก็ใจเต้นจนจะระเบิดออกมาแล้ว!

"เจ้ามาช้า" เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย บรรยากาศรอบห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เยว่จือมองคนตรงหน้าด้วยความตกตะลึง ชุดสีดำ ผมที่ถูกมัดรวบเก็บไว้ดูทะมัดทะแมง น่าเกรงขามแต่แฝงไปด้วยความทรงเสน่ห์อย่างน่าประหลาด ดวงตาคมดุจเหยี่ยวสีอำพัน หากไม่นับดวงตาและน้ำเสียงเย็นชานั่นก็นับว่าสมบูรณ์แบบ

"ประเมินข้าเสร็จรึยัง??" คำถามสั้นๆทำเอาคนฟังหลุดจากภวังค์ ทุกคนในห้องมองมาที่นาง สีหน้าทุกคนแย่ไม่ต่างกันคงจะอึดอัดเหมือนที่นางกำลังรู้สึก

มือบางกำเจ้านกที่ทำจากหยกสีเขียวไว้มั่น นางทำเช่นนี้จนเป็นนิสัยเวลาเจอเรื่องที่นางหวาดกลัวหรือเวลาเจอกับปัญหา เขามองที่มือนางด้วยตาเป็นประกายแวบนึง แน่นอนไม่มีใครสังเกตุเห็น

"องค์ชายเทียนจินมีสิ่งใดให้ข้ารับใช้หรือเพคะ" รีบกลั้นใจถามออกไป ที่นี่เริ่มอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้มีนางกำนัลคนนึงเป็นลมล้มพับไปแล้ว!!!

"ข้าอยากได้ชุดใหม่และต้องการให้เจ้าเป็นคนตัดเย็บให้ข้า ถึงแม้เจ้าไม่ใช่คนตำหนักข้าแต่ก็เป็นคนของเสด็จแม่ ข้าคงใช้เจ้าได้?"

องครักษ์อึ้งกันอีกครั้งในรอบหลายวัน องค์ชายที่ขึ้นชื่อว่าไม่ค่อยพูด เงียบขรึม กลับพูดกับนางกำนัลผู้นี้ยาวเหยียดเสียยิ่งกว่าตอนสนทนากับฮ้องเต้เสียอีก!

"เอ่อ...ดะ ได้เจ้าค่ะ"

"เช่นนั้นก็ดี ไปรอที่ตำหนักข้าตอนเย็นเจ้าต้องวัดตัวข้าให้เสร็จวันนี้เท่านั้น!" พูดจบก็เดินจากไปทันทีไม่รอฟังคำตอบรับปฏิเสธใดๆ ทุกคนถอนหายใจโล่งอกก่อนจะมองมาที่ร่างเล็กที่ยังมึนงงตกตะลึงไม่หายอย่างให้กำลังใจ

คิดในแง่ดีงานนี้คงเป็นงานที่นางจะได้พิสูจน์ฝีมือว่าตนเหมาะสมกับตำแหน่งนี้หรือไม่ แต่คิดอีกที หากนางพลาดนางคงได้เป็นเป้าซ้อมยิงซ้อมฟันดาบแทนหัวหน้าฝ่ายเย็บปักเป็นแน่

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น