facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 105 : ไข่ดาวฟองที่ 3

ชื่อตอน : ตอนที่ 105 : ไข่ดาวฟองที่ 3

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 25.9k

ความคิดเห็น : 47

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ย. 2561 16:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 105 : ไข่ดาวฟองที่ 3
แบบอักษร

ตอนที่ 105 : ไข่ดาวฟองที่ 3


“อ้าว ตื่นแล้วเหรอไป๋”

เสียงของอิฐดังทักขึ้นมาเป็นอย่างแรก หลังจากเขาตื่นนอนเต็มตาแล้วเรียบร้อยในวันเสาร์ที่แสนจะเต็มไปด้วยละอองขี้เกียจลอยอยู่ในอากาศนั้น เขาจัดการอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย ก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอนเข้ามาสู่ส่วนของห้องนั่งเล่นในคอนโดมิเนียม และพบว่าอิฐกำลังง่วนอยู่ในครัวที่อยู่ถัดต่อไป

“มึงทำอาหารเหรอ กูว่าจะสั่งเดลิเวอรี่ กูจะได้จัดการถูก”

ไป๋ร้องถามขณะที่เดินจิ้มโทรศัพท์มือถือมาหย่อนตัวลงบนโซฟาตัวโตหน้าโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่น เขามองไม่เห็นว่าไอ้อิฐกำลังทำอะไรอยู่ในครัว ไป๋จึงต้องถามเพื่อจะได้ตัดสินใจหาอะไรมารองท้องได้ถูก

“ไม่ต้องสั่งนะไป๋ อิฐทำแล้ว” อีกฝ่ายรีบบอกออกมาอย่างกลัวว่าเขาจะกดสั่งอาหารมาชนกัน

“อ้าวเหรอ โอเค เดี๋ยวกูไปช่วย”

ไป๋ดันตัวเองขึ้นจากเบาะนั่ง วางโทรศัพท์มือถือทิ้งไว้บนโต๊ะ และเดินเข้าไปในส่วนครัวของคอนโดมิเนียม อิฐชอบทำอาหารกินกันเองในวันหยุด ในขณะที่ตัวเขาเฉยๆ ติดจะชอบสั่งสำเร็จรูปเข้ามากินเสียมากกว่า

“ไป๋ช่วยอิฐตักข้าวสวยใส่จานก็พอ”

ชายหนุ่มในชุดผ้ากันเปื้อนสีน้ำเงินพูดเบาๆ พร้อมหันมามองเขาครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปสาละวนกับกระทะตรงหน้าอีกครั้ง

“ทอดทำไมหลายฟองวะ อยากกินเหรอ”

ไป๋ถามแบบงงๆ แต่ก็เดินไปตักข้าวจากหม้อหุงข้าวใส่จานโดยดี ถัดออกมาไม่ห่างมีสลัดไก่ย่างราดน้ำจิ้มซีฟู๊ดอยู่หนึ่งจาน ผัดกะหล่ำปลีหมูสับอีกจาน และไข่ดาวที่ทอดเรียบร้อยแล้ว 2 ฟอง เขาถามออกไปก็เพราะว่าไอ้อิฐยังง่วนอยู่กับการทอดไข่ดาวอีกฟองในกระทะ ทั้งๆ ที่ในจานก็มีไข่ดาวที่ทอดเรียบร้อยอยู่ 2 ใบแล้ว

“ตอนแรกกระทะมันไม่ร้อน กว่าไข่ขาวจะสุกไข่แดงก็สุกไปแล้ว ไป๋ชอบกินแบบไข่ขาวสุกไข่แดงไม่สุกนี่เลยทอดให้ใหม่” อิฐตอบทั้งที่ยังคงง่วนควักน้ำมันในกระทะไปราดไข่ดาวอยู่

“โอ๊ย ไม่ต้องก็ได้อิฐ กูกินได้” เขาส่ายหัวไปมาพร้อมพูดตอบ

“นานๆ ได้มีเวลาว่างด้วยกัน อิฐก็อยากให้ไป๋ได้กินอะไรที่ไป๋ชอบนี่นา”

พ่อครัวมือสมัครเล่นพูดพร้อมปิดเตา และใช้ตะหลิวตักไข่ดาววางพักในจาน อิฐหันเอาไข่ดาวมาอวดเขาอย่างภูมิใจที่ทำไข่ดาวแบบที่เขาชอบได้จนสำเร็จ

“นานๆ อะไรวะ นอนก็นอนด้วยกันทุกคืน เสาร์อาทิตย์ก็อยู่ด้วยกันตลอด” ไป๋พูดพลางส่ายหน้าเบาๆ และทยอยยกจานเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น

“นั่นแหละนานแล้ว”

อิฐพูดขณะที่หยิบจานที่เหลือเดินตามเข้ามาในห้องนั่งเล่น หลังจากถอดผ้ากันเปื้อนวางพาดไว้กับเก้าอี้ในครัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“มึงไม่ต้องล้างนะ เดี๋ยวกูล้างเอง”

ไป๋พูดหลังจากจัดที่จัดทางในการนั่งกินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาพูดพร้อมกับเอามือกดรีโมททีวีไปเรื่อย ในขณะที่อีกมือหนึ่งก็จิ้มไก่ย่างจากจานสลัดมาจะชิมอย่างสบายอารมณ์

“โห วันนี้ไป๋จะล้างตัวให้อิฐด้วยเหรอครับ ดีจัง เราไม่ได้อาบน้ำด้วยกันมาตั้งนานแล้ว” อิฐแกล้งพูดแบบทำหน้าใสซื่อ

“ล้างจาน”

ปัณฑูรพูดพร้อมกับเอาส้อมที่จิ้มไก่ย่างในมือยัดไปในปากคนข้างตัวอย่างหมั่นไส้ อิฐถึงกับหัวเราะร่วนออกมาอย่างร่าเริง พร้อมกับเอื้อมมือมากุมมือเขาไว้เพื่อจะชิมชิ้นไก่ย่างอย่างถนัด แหวนเซรามิกในมือซ้ายของพวกเขาทั้งคู่ชนกันเบาๆ จนเกิดเสียงเล็กๆ ระหว่างการหยอกเย้าของทั้งสองคน

“อิฐล้างเองก็ได้ ไป๋ทำงานมาเหนื่อยๆ จะได้พักผ่อน” อิทธิกรพูดพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“มึงก็ทำงานเหมือนกันไหม มึงไม่ได้ว่างงานสักหน่อย” เขาเถียงไปจิ้มอาหารที่ไอ้อิฐบรรจงทำให้เขากินในวันหยุดอีกด้วย

“ก็ไป๋ดูเหนื่อย” อิฐพูดพร้อมจิ้มไก่อีกชิ้นยื่นมาตรงหน้าเขา ในขณะที่เขาก็เอื้อมปากไปให้อีกฝ่ายป้อนอย่างว่าง่าย

“ก็เหนื่อยทั้งคู่นั่นแหละ” ไป๋ตอบหลังจากเคี้ยวไก่ในปากจนหมดแล้ว

“งั้นเดี๋ยวค่อยล้างนะ แช่ไว้ก่อน มานอนดูหนังกับอิฐก่อน ตอนเย็นเดี๋ยวค่อยล้างทีเดียว” อิฐยื่นข้อเสนอพร้อมกับตักไข่ดาวในจานกลาง ชิ้นที่จงใจทอดแบบที่เขาทอดมาใส่ในจานเขา

“ก็ได้” ไป๋ยกไหล่ตกลง

“แล้ววันนี้ไป๋จะออกไปไหนหรือเปล่า อิฐว่าจะออกไปซื้อพวกของใช้ในบ้านหน่อยนะ ครีมโกนหนวดใกล้หมดแล้ว ยาสระผมก็เหลือนิดเดียว อิฐว่าจะชวนไปซูเปอร์มาร์เก็ต ของมันถูกกว่าร้านสะดวกซื้อ ซื้อหลายอย่างทีเดียวก็ประหยัดดี” อิฐเอ่ยปากชวน

“พรุ่งนี้ได้เปล่า ขี้เกียจแต่งตัว วันนี้อยากอยู่ห้อง” เขาตอบ

“ได้ดิ แล้วเดี๋ยวมื้อเย็นก็หาอะไรกินกันเลยนะ” อิฐเอ่ยชวน

“เอาดิ มึงอยากกินอะไรเป็นพิเศษเปล่า เลือกๆ ได้เลยนะ กูได้หมด” บทสนทนาของพวกเขาดำเนินไปเรื่อย พร้อมกับอาหารมื้อเที่ยงที่พร่องลงตามลำดับ

“ได้ๆ งั้นอิฐเลือกร้านไว้ก่อนเลยนะ” อีกฝ่ายพูดออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง

“เอาสิ ไม่มีปัญหา” ไป๋พูดตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มที่มอบให้อีกฝ่ายเช่นกัน




“ไป๋อยากดูแนวไหน”

เสียงของอิฐถามขึ้น ในขณะที่พวกเขากำลังเลือกหนังที่มีให้เลือกดูในโปรแกรมดูหนังและซีรีย์แบบที่จ่ายค่าสมาชิกรายเดือน ไป๋ในเวลานี้ถือวิสาสะนอนตักแฟนหนุ่มและดูอีกฝ่ายจิ้มเลื่อนรายการหนังที่มีให้ดูไปเรื่อยเปื่อย เขาใช้ท่อนขาหนาของอีกฝ่ายแทนหมอนอย่างคุ้นเคย ตอนแรกเขาก็นอนบนหมอนหนุนตรงโซฟานี่แหละ แต่อีกฝ่ายไม่ยอม บังคับให้เขานอนตักให้ได้ ทำไปทำมา การนอนตักไอ้อิฐเพื่อดูโทรทัศน์ในยามบ่ายก็กลายเป็นความเคยชินของเขาไปเสียแล้ว

“เรื่องนี้ก็ได้” เขาตอบไปอย่างง่ายๆ ขณะที่อิฐกดเข้ามาอ่านเรื่องย่อของหนังเรื่องหนึ่งที่เปิดให้ดูในโปรแกรม

“เหมือนจะไม่ใช่หนังนะไป๋ น่าจะเป็นแนว documentary มากกว่า” อิทธิกรพูดพลางอ่านเนื้อเรื่องสรุปบนจอ

“น่าสนุกดีออก มึงไม่อยากรู้เหรอว่าเวลาคนโดนถูกลักพาตัวไปเกาหลีเหนือ เค้าโดนจับไปยังไง”

ไป๋พูด สารคดีที่ว่าเป็นเรื่องราวของผู้กำกับภาพยนตร์และนางเอกชื่อดังที่ถูกลักพาตัวไปที่เกาหลีเหนือเพื่อทำหนังให้ท่านผู้นำของโสมแดงดู ก่อนที่ทั้งคู่จะหนีจากการควบคุมตัวและกลับมาบอกเล่าประสบการณ์ให้โลกรู้ได้ในที่สุด

“โอเค”

อิฐพูดพร้อมกดเลือกภาพยนตร์เรื่องนั้น ชายหนุ่มเอื้อมมือมาลูบศีรษะของเขาที่วางอยู่บนตักตัวเองอย่างคุ้นเคย แสงแดดอ่อนๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านชั้นนอกผืนบางเข้ามาให้แสงสว่างกับห้องนั่งเล่นของพวกเขา บรรยากาศยามบ่ายของพวกเขาดำเนินไปอย่างเรียบง่าย คุ้นเคย แต่แสนจะอบอุ่นไปด้วยความสัมพันธ์ที่กลมกล่อมของคนทั้งสองคน




“ไป๋ไปไหน”

เสียงของอิฐเอ่ยถามขึ้น ในจังหวะที่เขาดันตัวขึ้นจากตักของอีกฝ่าย พร้อมกับเดินเข้าไปในห้องนอน ภาพยนตร์เรื่องเกี่ยวกับการลักพาตัวไปเกาหลีเหนือดำเนินมากว่าครึ่งเรื่องแล้ว ดูไปดูมาก็เพลินดี เขาเองก็ไม่รู้มาก่อนว่าท่านผู้นำนี่มีรสนิยมชอบดูหนังจากประเทศอื่นจากโลกภายนอกด้วย

“เล็บมึงยาวแล้ว”

เขาตอบพร้อมกับเดินกลับออกมาที่ห้องนั่งเล่นภายในช่วงอึดใจเดียว ในมือของเขาถือกรรไกรตัดเล็บอันเล็กที่เพิ่งหยิบออกมาจากกล่องอุปกรณ์จิปาถะ

“อ่า”

อิฐพูดพร้อมยื่นมือจะไปรับกรรไกรตัดเล็บมาจากคนตรงหน้า ในขณะที่สายตาของชายหนุ่มก็มัวแต่ดูจอโทรทัศน์อย่างติดพัน

“ไม่ต้อง”

ปัณฑูรพูดสั้นๆ ในขณะที่หย่อนตัวลงที่พื้นด้านข้างของแฟนหนุ่มที่ตอนนี้ยังคงนั่งอยู่บนโซฟา ไป๋ดึงเท้าของอีกฝ่ายมาวางบนตักตัวเอง พร้อมกับทำท่าจะจัดการเล็บที่ยาวขัดหูขัดตาด้วยอุปกรณ์ในมือ

“โอ๊ย เดี๋ยวอิฐตัดเอง ไป๋ไม่ต้อง”

อีกฝ่ายร้องขึ้นทันทีด้วยท่าทีเกรงใจ แต่เขาก็จับขาอีกฝ่ายไว้มั่นอย่างไม่ยอม ความจริงเขาก็ตัดทั้งเล็บเท้าเล็บมือให้อีกฝ่ายมาตลอด แต่มันก็ดูไม่มีท่าทีจะคุ้นเคยสักที

“ไม่ต้องเลย มึงไม่ยอมตะไบตรงข้างๆ เห็นแล้วรำคาญลูกตา” ไป๋พูดพร้อมลงมือสาละวนกับเล็บเท้าของคนรัก ในขณะที่เจ้าของเล็บก็ได้แต่บ่นไปบ่นมาอย่างเกรงใจ

“โถ่ อิฐตัดเองได้น่า” อีกฝ่ายร้องอุทธรณ์

“เงียบไปเลย ไม่งั้นนิ้วมึงจะได้หลุดออกมาพร้อมเล็บด้วย”

ไป๋บ่นไปเรื่อยเปื่อย ในขณะที่อิฐก็ปล่อยให้เขาทำอะไรไปตามใจชอบ สายตาของมันก็ยังคงดูที่จอโทรทัศน์ต่อไป ส่วนมือซ้ายของอิฐก็ลูบไปมาที่ไหล่เขา เหมือนจะใช้แสดงคำขอบคุณ




“ไป๋ดูเร็ว สองคนนี้หนีออกมาจากเกาหลีเหนือได้แล้ว”

อิฐพูดอย่างตื่นเต้นพร้อมกับตบบ่าให้อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาดูจอ แทนการเอาแต่ตะไบเล็บมืออย่างเพลิดเพลิน เขาเงยหน้ามองหน้าอีกฝ่ายชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปดูจอ และก้มลงตะไบเล็บตรงหน้าต่อไป

“ก็ต้องหนีออกไปได้อยู่แล้ว” เขาพูดเรียบๆ แบบน้ำเสียงไร้ความตื่นเต้น

“ห๊ะ ไหงพูดงั้นอะไป๋ นี่มันหนีออกจากเกาหลีเหนือเลยนะ” อิฐพูดแบบไม่เข้าใจ

“นางเอกหนังอะโดนลักพาตัวจริง แต่ผู้กำกับอะไรนั่นหนะไม่ได้โดนลักพาตัวหรอก น่าจะตกลงปลงใจจะไปเกาหลีเหนือเองด้วยซ้ำ ความจริงจะออกมาจากเกาหลีเหนือก็คงออกได้แหละ แต่พอเมียตัวเองไม่รู้ว่าตัวเองแปรพักตร์แล้วก็เลยต้องแสดงว่าหนีออกมาได้” ไป๋พูดอย่างวิเคราะห์สารคดีนั่นอย่างทะลุปรุโปร่ง

“ทำไมไป๋ถึงคิดแบบนั้นหละ”

อิฐหันมามองหน้าเขาแบบไม่เข้าใจ สลับไปมากับการหันไปดูเรื่องเล่าจากนางเอกภาพยนตร์ชื่อดังที่ตอนนี้หนีออกมาจากเกาหลีเหนือได้ ในสารคดีมีการสัมภาษณ์หน่วยข่าวกรองและหน่วยสายลับมากมาย ในขณะที่ผู้กำกับที่ดูเหมือนจะเป็นต้นเรื่องของหนังเรื่องนี้ก็ได้เสียชีวิตลงไปไม่นานนักหลังจากหนีออกมา

“ไอ้ยาสลบแบบโปะที่ผู้ชายคนนั้นบอกไม่มีจริงหรอก ยาที่เทใส่ผ้าเช็ดหน้าแล้วมาอุดจมูกแค่ไม่ถึง 10 วิแล้วคนสลบเป็นตายได้มีแต่ในนิยายแค่นั้นแหละ ถ้ามียาสลบที่ออกฤทธิ์ได้มหัศจรรย์ขนาดนี้ วิสัญญีแพทย์ไม่ต้องมานั่งวัดสัญญาณชีพกันตอนผ่าตัดกันแล้ว”

ไป๋พูดเชิงกลั้วหัวเราะ พร้อมกับมองไปที่ภาพบนจอ เหมือนจะรู้สึกว่าเรื่องราวโกหกของผู้กำกับคนนั้นช่างตื้นเขิน และจับได้ง่ายอย่างน่าขัน

“ก็ไม่แน่นะไป๋ เกาหลีเหนืออาจจะคิดค้นยาแบบนี้มาก็ได้ไง สไตล์ประเทศสายลับโจรกรรมอะไรแบบนี้” อิฐลองแย้งดูแบบไม่จริงจัง

“ถ้าคิดยาวิเศษแบบนั้นได้จริง ทำไมตอนลักพาตัวผู้หญิงถึงใช้ยานอนหลับแบบฉีดและมีคนเฝ้าชีพจรตลอด แต่พอลักพาตัวผู้ชายกลับใช้ยานอนหลับแบบโปะแล้วก็ปล่อยให้นอนอยู่บนเรือเฉยๆ หละ ฟังดูมันก็ไม่สอดคล้องกันตั้งแต่คำบอกเล่าของทั้งสองคนแล้ว” ไป๋แย้งไปตามเรื่อง

“ไป๋นี่ฉลาดเกินไปแล้วนะ อิฐไม่กล้าปิดบังอะไรไป๋แล้วเนี่ย” อิทธิกรแกล้งพูด

“...” ไป๋ไม่พูดอะไร แต่ยักไหล่แบบไม่รู้จะตอบอะไรดี




“เดี๋ยว” อิฐพูดขึ้นเสียงเบา

“อะไร”

ไป๋ถามขณะที่วางมือของอีกฝ่ายลงหลังจากที่จัดการเล็บของคนตรงหน้าจนสะอาดเรียบร้อย เขาเลื่อนตัวขึ้นมานอนอยู่บนตักของคนรักตามเดิม

“ไป๋จับอะไรอิฐได้บ้างเปล่าเนี่ย” อิทธิกรถามพร้อมขมวดคิ้วอย่างสนใจ

“มึงเคยโกหกอะไรกูไว้บ้างหละ คุณอิทธิกร” ไป๋ยิ้มมุมปากออกไปอย่างถือสนุก

“ไม่ต้องมาหลอกถามเลย ไม่สำเร็จหรอก” อิฐส่ายหน้าไปมาอย่างรู้ทัน

“...” ไป๋ไม่ตอบอะไรออกไป นอกจากยื่นมือไปบิดจมูกเจ้าของตักไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว

“ไหนคุณปัณฑูรคนฉลาดลองบอกความลับให้ผมฟังหน่อยสิครับ ว่าจับผิดอะไรผมได้บ้าง ดูซิว่าคุณปัณฑูรจะฉลาดสมคำร่ำลือจริงไหม” อิฐพูดอย่างยั่วเย้า

“ไร้สาระน่า” ไป๋ตอบแบบปัดๆ

“เอาน่า อิฐอยากรู้” อีกฝ่ายพูดอย่างสนุก

“อืม” เขาพูดในลำคออย่างใช้ความคิด

“...” อิฐไม่พูดอะไรแต่ยิ้มกว้างอย่างรอคอยคำตอบ

“ยกตัวอย่างก็เช่น ทุกครั้งที่มึงจะจูบกูหลังตื่นนอน มึงจะแอบลุกขึ้นไปแปรงฟันก่อนที่จะมาทำเนียนว่าตื่นมาแล้วจูบกู” ไป๋พูดออกไปอย่างนึกขึ้นได้

“ห๊ะ” อิฐอุทานแบบตกใจ

“ใช่ไหมหละ วันไหนที่มึงจะจูบกูตอนเช้า มึงจะลุกขึ้นไปแปรงฟันก่อน แล้วค่อยทำมาว่าตื่นมาแล้วจูบกูเลย ทั้งที่ความจริงมึงแอบไปแปรงฟันมาก่อนแล้ว” ไป๋พูดแบบขำๆ

“เฮ้ย ไป๋รู้ตัวตอนอิฐลุกจากเตียงเหรอ” อีกฝ่ายถามแบบงงๆ

“ก็ไม่” เขาตอบ

“แล้วไป๋รู้ได้ยังไง หรือปากอิฐมีกลิ่นแปรงสีฟัน” คนรักของเขาถามด้วยสีหน้างุนงงจนเขานึกตลก

“วันไหนที่มึงจูบกูตอนเช้า แปรงสีฟันของมึงจะเปียกเสมอ เบาะแสแค่นี้พอไหมครับ คุณอิทธิกร”

ไป๋พูดพร้อมกลั้วหัวเราะ ปรกติเขาจะเป็นคนเข้าห้องน้ำก่อนตอนเช้าในวันทำงาน เขาจับสังเกตเรื่องนี้มาได้นานแล้ว ร้อยวันพันปี ไอ้อิฐจะมาจูบเขาตอนเช้าสักที ซึ่งทุกครั้ง แปรงสีฟันของมันจะเปียกเสมอ

“โอ๊ย” เสียงของอีกฝ่ายร้องขึ้นอย่างเซ็งๆ

“จริงไหมหละ” เขาถามกลับยิ้มๆ

“อิฐจะปิดบังอะไรไป๋ได้บ้างเนี่ย ฮึ มีอะไรที่ไป๋ยังไม่รู้บ้างไหม” อิทธิกรพูดเป็นเชิงยอมรับ พร้อมกับเอามือมาดึงแก้มเขาไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว




“บางที การเป็นคนรู้น้อยก็อาจจะมีความสุขมากกว่าก็ได้นะ”

ไป๋พูดพร้อมยื่นมือไปลูบใบหน้าของเจ้าของตักที่ตัวเองยืนมาใช้หนุนนอนอยู่ด้วยความรัก






นายพินต้า

อย่าลืมติดตามเฟส ทวีต และกดติดตามนายพินต้า ninepinta ในแอปนี้ไว้น้า นิยายเรื่องใหม่ใกล้เปิดตัวแล้ว เดี๋ยวพลาดนะเอ้อ อิอิ

เคาน์ดาวน์นิยายเรื่องนี้ไปด้วยกันนะ ตอนสุดท้ายน่าจะลงในคืนสิ้นปีพอดี มาลุ้นกับความสัมพันธ์ของนายปัณฑูรกับอิทธิกรไปด้วยกัน ว่าแต่ ตอนนี้ก็อย่าลืมเมนต์นะ อิอิ

ความคิดเห็น