deeppublishing

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 5 [100%]

ชื่อตอน : ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 5 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2561 16:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 5 [100%]
แบบอักษร

ขึ้นเตียงครั้งที่ 5

กงจื่อเปยชุย : เขียน,  เฟินเถา : แปล

**ต้นฉบับนี้ยังไม่ผ่านการพิสูจน์อักษร จึงอาจมีคำผิดปรากฏอยู่บ้าง**



วังไห่มือหนึ่งเชยคางของหม่าเจา อีกมือไล้ลงไปตามช่วงเอว บีบนวดแก้มก้นของหม่าเจาราวนวดแป้ง

อารมณ์ปรารถนาของทั้งคู่พุ่งถึงขีดสุดฉับพลัน หม่าเจาโอบลำคอวังไห่ดึงขึ้นเตียง ล้มลงบนเตียงในสภาพหม่าเจาอยู่ข้างล่าง วังไห่อยู่ข้างบน

วังไห่ประกบจูบหม่าเจาอีกครั้ง มือไม้ปลดเปลื้องสิ่งปิดบังร่างกายของหม่าเจาเร็วรี่ หม่าเจาตอบสนองจุมพิตของวังไห่พลางยกตัวให้ถอดเสื้อผ้าได้อย่างราบรื่น ไม่นานนัก ทั้งคู่เปลือยเปล่าเผชิญหน้ากัน หม่าเจาไม่ชอบแสงสว่างมากนักขณะร่วมรัก  จึงเอื้อมมือไปดับไฟแขวน เหลือเพียงไฟหัวเตียงดวงเล็กๆ

ภายใต้แสงไฟสลัวราง ร่างขาวผ่องอมชมพูที่นอนเหยียดบนเตียงยิ่งดูน่าลุ่มหลง ช่วงล่างของวังไห่แทบระเบิด ตอนนี้อดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว หยิบหมอนสองใบมารองใต้บั้นเอวหม่าเจา งอเข่าแล้วแยกขาสองข้างของหม่าเจาออก แล้วฝังหน้าลงไป

ใต้ท่อนเนื้อสีม่วงแดงคือถุงหนังห่อหุ้มลูกกลมรีสองใบ ลงไปอีกเป็นปากโพรงที่ซุกตัวอยู่กลางพุ่มไพรหร็อมแหร็ม บริเวณปากทางลับของหม่าเจามีขนอ่อนขึ้นบางส่วน เขาบอกว่าจะโกนทิ้งหลายครั้งแต่หม่าเจาปัดป้องต่อสู้จนตัวตาย แถมสำทับว่าขนอยู่คนอยู่ ขนหายคนตาย เขาจึงได้แต่รามือ แต่ในใจวางแผนจะโกนขนตรงนั้นให้เกลี้ยงเข้าสักวัน ดูทีว่าหม่าเจายังมีหน้าออกไปลอบขโมยกินข้างนอกหรือไม่

“จะทำก็เร็วหน่อย!” หม่าเจาฝืนทนความอายเร่งเร้า รออยู่นานสองนานไม่เห็นวังไห่ลงมือ แต่แววตาร้อนแรงแทบเผาช่วงล่างของเขาจนมอดไหม้อยู่แล้ว

สองตาของวังไห่เอาแต่ชื่นชมบุปผาดอกเล็กสีชาดอกนั้น ประเดี๋ยวหุบประเดี๋ยวคลาย ช่วงเกสรยังชุ่มด้วยประกายน้ำ นึกถึงความรัดรึงบีบตอดของส่วนในนั้น มือยื่นออกไปลูบคลำโดยไม่อาจควบคุม มือหยาบใหญ่นาบเกินครึ่งของบั้นท้าย นิ้วชี้บี้คลึงส่วนเว้านั้น

“อูย...อา...อย่าเอาแต่เขี่ยสิ เป็นผู้ชายก็เร็วหน่อย” ปากโพรงอันน่าอายนั้นถูกหยอกเย้า ต่อให้เป็นหม่าเจาผู้หน้าด้านหน้าทนก็ยังสะกดกลั้นความอายไว้ไม่อยู่

“เป็นผู้ชายหรือเปล่า เดี๋ยวคุณก็รู้” วังไห่ตอบเสียงแหบพร่า นิ้วมือสอดเข้าไปในปากโพรงที่ถูกเขาบดคลึงจนผ่อนคลาย “ลุง พกเจลหล่อลื่นมาไหม”

“แม่ง! ใครจะพกของแบบนี้ไว้ตลอดกันล่ะ นายเบาหน่อย อ๊า...”

หม่าเจายังพูดไม่จบ วังไห่ก็สอดครึ่งนิ้วมือเข้าไปอย่างแรง ไม่ได้ทำมาหลายวัน ด้านในรัดรึงราวกับสาวพรหมจารี ไม่มีสิ่งใดหล่อลื่น แห้งผากจนครึ่งนิ้วไม่อาจแทรกเข้าไปได้อีก หม่าเจาเจ็บเสียจนสูดปาก ชี้ไปที่โต๊ะหัวเตียง

“ในนั้นมีถุงยาง”

วังไห่ถอนนิ้วออก เปิดลิ้นชัก ในนั้นมีถุงยางหลายซอง วังไห่ไม่เสียดาย ฉีกเปิดทุกซอง ถุงยางไม่ใช้ ใช้เพียงเจลหล่อลื่นบนตัวถุงยาง

ใช้ถุงยางไปสามซอง ปริมาณเจลหล่อลื่นที่รีดออกมาได้ก็ยังน้อยมาก ทว่าตอนนี้ได้แต่ประทังไปก่อน

เมื่อนิ้วมือที่เคลือบเจลหล่อลื่นชุ่มชื้นเย็นเฉียบสัมผัสปากโพรง หม่าเจาก็กระถดตัวอย่างไม่คุ้นชิน แต่ถูกวังไห่กดตัวไว้อย่างรวดเร็ว

เพื่อให้หม่าเจาผ่อนคลาย มือหนึ่งของวังไห่กอบกุมท่อนลำของหม่าเจาไว้ อีกมือสอดนิ้วที่มีเจลหล่อลื่นเข้าไป ช่องโพรงอุ่นร้อนตอดรัดนิ้วมือของเขา ร้อนเร่าจนไม่อยากพรากจาก

“อืม อา...”

นิ้วยาวหนาของวังไห่หมุนคว้านกดนวดในช่องลับ งอข้อนิ้วเสียดสีผนังอันอ่อนนุ่ม ท่อนกำยำที่แข็งมาตลอดทั้งคืนถูกกอบกุมด้วยรักและความอ่อนโยน หม่าเจาถูกสองความเสียวซ่านสยิวจนตัวกระตุกสั่น แม้กัดฟันก็ไม่อาจขวางกั้นเสียงครางกระเส่าอันหวานซึ้งที่ลอดออกมาตามไรฟัน

“ร้องออกมา ผมชอบฟังเสียงคุณมากที่สุด” วังไห่เงยหน้ามองหม่าเจาที่เหงื่อแตกเต็มศีรษะ ใบหน้าแดงซ่าน กึ่งสั่งกึ่งอ้อนวอน

“อูย...อา...ทำของนายไป...ขออะไรมากมาย...” หม่าเจาปากแข็ง โดยเฉพาะตอนอยู่บนเตียง ปากหวานหอมมักพ่นวาจาที่ทำให้ผู้คนคลุ้มคลั่ง

วังไห่ยิ้มมุมปาก เผยยิ้มอันตรายให้เห็น สามนิ้วงอพร้อมกัน ปลายนิ้วควานหาส่วนนูนโป่งขึ้นเล็กน้อย จากนั้นออกแรงกดลงไป

“อ๊า...ขอนั่นขอนี่...อูย...อย่าแตะตรงนั้น อา...ไอ้บ้า...อา…อา...ปล่อยสิ...”

ต่อมลูกหมากที่ทำให้ผู้ชายถึงจุดสยิวง่ายที่สุดถูกกดถูกบี้เป็นระยะ หม่าเจาสัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้ารุนแรงแล่นปราดจากบั้นท้ายขึ้นมาสู่ห้วงสมอง จากนั้นหักเลี้ยวพุ่งลงสู่ปลายเท้า ท่อนลำที่ถูกวังไห่กอบกุมพองตัวถึงขีดสุด ทันใดนั้นท้องน้อยหดเกร็ง บั้นท้ายขมิบแน่น แสงขาวสายหนึ่งวาบผ่านเบื้องหน้าสายตา

“ลุง คุณสบายตัวแล้ว ตอนนี้ตาผมบ้าง”

หลังถึงจุดทะลักทลายแล้ว ทั้งเนื้อทั้งตัวก็อวลกลิ่นกามโลกีย์ วังไห่เห็นแล้วเพลิงกำหนัดลุกโชน ของด้านล่างแข็งจนแทบระเบิด ทนต่อไปเขาคงเสื่อมสมรรถภาพทางเพศแล้ว

ชักสามนิ้วออกมาพร้อมกัน เปลี่ยนเป็นท่อนแข็งกร้าวจ่อที่ปากทาง ถูไถลงไปด้านล่าง รับรู้ถึงความเสียวซ่านจากแรงตอดรัดปลายหยักของรอยยับย่น จากนั้นจับเข่าหม่าเจาไว้ บั้นเอวแอ่นขย่มรุนแรง

“ห่า! นายจะเอาฉันจนตายหรือไง โอย...อา...รีบชักออกมา...อา...อา...”

ไม่รอให้เขาฟื้นจากความสยิวเกร็ง นิ้วมือที่ฝังในช่องถูกชักออก ทางลับไม่ทันได้ว่างเปล่า ก็ถูกอวัยวะอุ่นร้อนเบียดแทรกแทนที่ แม้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่หม่าเจายังคงรู้สึกเจ็บจนไม่มีความสุข

ท่อนขนาดเขื่องสอดพรวดเข้าไปสุดลำในคราวเดียว ช่องทางรัดแน่นขยายตัวถึงขีดสุด ภายในอันเร่าร้อนโอบคลุมท่อนเนื้อเขาไว้แน่น วังไห่เสียวกระสันจนไม่อาจควบคุม ไม่ทันคำนึงถึงความรู้สึกของหม่าเจา ค้างไปสามวินาที ก่อนยืดเอวตรง ชักน้องชายออกมาครึ่งลำ แล้วเสือกแทงเข้าไปจนสุดโดยไม่ปรานี

“อ๊า...อ๊า...”

หม่าเจาแหงนหน้าโหยครางอย่างสุดทานทน นิ้วมือจิกผ้าปูเตียงแน่นด้วยแรงมหาศาลจนเส้นเอ็นบนท่อนแขนปูดโปน

 คืนนี้วังไห่เร่าร้อนประหนึ่งสูญเสียการควบคุม เร่งขย่มไม่หยุด ทุกครั้งกระแทกชนส่วนลึกสุด รวดเร็วและห้าวหาญ

“ลุง ผมทำให้ลุงสบายตัวไหม” วังไห่ถามเสียงแหบพร่า

“อา...เบาหน่อย อูย...ไอ้...บ้า...”

หม่าเจาราวเรือสำเภาผุพังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายกลางคลื่นนาวา เอ่ยสักประโยคก็ถูกอัดกระแทกจนแตกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

“เห็นชัดๆ ว่าสบายตัวมากไม่ใช่เหรอ ข้างหน้าแข็งอีกแล้ว” วังไห่เอ่ยเย้า

“สบาย...อา...นายแม่ง...เอาเบาๆ หน่อย...อา...อา...” หม่าเจาเกลียดแค้นร่างกายของตนเองนัก ทำไมถึงได้อ่อนไหวขนาดนี้ เพิ่งแตกทะลักไม่นาน ก็ตั้งโด่ขึ้นอีกเพราะถูกวังไห่กระทำ น่าขายหน้านัก! หากดุ้นนี้ไม่ใช่ของเขา เขาคงเฉือนทิ้งแล้วเอาไปเลี้ยงสุนัข

อาการปากอย่างใจอย่างของหม่าเจาทำให้วังไห่จนปัญญาอย่างมาก วิธีการรับมืออย่างจนปัญญาก็คือใช้ท่อนล่างขนาดใหญ่ของเขาร่วมรักกับคนใต้ตัวเขาอย่างรุนแรง ให้ปากของหม่าเจาพ่นได้แต่เสียงครวญครางหวานเชื่อม เอ่ยคำหยาบไม่ออกสักคำ

“อา...อย่าโดนตรงนั้น อา...”

“สบายไหม” วังไห่ออกแรงเสียดแทงตรงนั้น

“ไม่...อา…อา...”

“ลุง บอกผมสิ สบายไหม”

“อูว์...สบาย อา...สบายเหลือเกิน อืม...”

ทุกครั้งที่วังไห่เค้นถามล้วนผสมผสานแรงกระแทกทะลุทะลวงจนหม่าเจารู้สึกว่าอวัยวะภายในถูกตอกอัดจนแทบล้นขึ้นมาจุกที่ลำคอ แต่ที่มาพร้อมความรู้สึกเจ็บแปลบนี้กลับเป็นความเสียวซ่านที่เขาไม่อาจปฏิเสธ จุดสุดยอดวาบจากแนวสันหลังกระจายไหลเวียนไปทั่วร่างตามเส้นเลือด สายตาและสติสัมปชัญญะของเขาค่อยๆ พร่าเลือน กระทั่งสมองยังถูกกามราคะควบคุม ร่างกายเริ่มเคารพอารมณ์ดิบเถื่อนตั้งแต่ยุคบุพกาล ดำดิ่งเข้าสู่การสมสู่อันหฤหรรษ์รัญจวนพร้อมหนุ่มเผด็จการผู้ครอบครองร่างของตน

“ลุง ช่องของลุงรัดแน่นขึ้นทุกที ตอดจนผมสบายตัวเหลือเกิน!” กล้ามเนื้ออ่อนหยุ่นลื่นเหนียวในโพรงตอดรัดแท่งเนื้อของเขา ช่องทางที่ขมิบเกร็งไม่หยุดราวปากที่ต้องการประจบเจ้านายก็ไม่ปาน ดูดตอดอย่างถึงอกถึงใจจนท่อนเนื้ออ่อนระทวย เสียวซ่านจนหนังหัวชาวาบ

“ทำของนายไป อา...อย่าพล่ามให้มาก...”

หม่าเจายังพูดไม่จบก็ถูกแรงกระแทกที่เพิ่มเร็วขึ้นชนจนสะดุ้ง ปากทางที่ถูกกระหน่ำทำให้เขานอกจากร้องโหยครางแล้วก็ไม่มีทางเลือกอื่น

มองใบหน้าน้ำตานองของหม่าเจา ฟังเสียงที่แยกแยะไม่กระจ่างว่าเจ็บปวดหรือหฤหรรษ์ของหม่าเจา กามปรารถนาของวังไห่พุ่งถึงขีดสุดทันที รู้ตัวว่าตนเองแทบถึงจุดทะลักล้น วังไห่ก็ไม่พูดจาอีก เพ่งสมาธิทั้งหมดไปที่หว่างขา พลันเห็นความเป็นชายของหม่าเจาลุกตั้งอีกครั้ง ความคิดจะถึงจุดหมายไปพร้อมหม่าเจาบังเกิดขึ้น วังไห่คว้าความเป็นชายนั้นไว้อีกครั้ง

“อูย...”

หม่าเจาผู้ตกเป็นเชลยศึกแห่งความกามกำหนัดยักย้ายส่ายบั้นเอวที่ไม่ใคร่อ่อนไหวนักไปพร้อมการกระตุ้น สอดรับการโจนจ้วงของวังไห่

วังไห่ครางเสียงทุ้ม ท้องน้อยเริ่มหดเกร็ง สองลูกด้านล่างที่กระทบเนื้อบั้นท้ายขาวผ่องของหม่าเจาไม่หยุดหดตัวราวกับกำลังสั่งสมแรงปะทุของน้ำหลาก วังไห่ชักเข้าชักออกต่อไปหลายสิบครั้ง พลันเขื่อนพังทลาย ของเหลวเหนียวข้นอุ่นร้อนระลอกแล้วระลอกเล่าฉีดพ่นใส่ส่วนลึกของหม่าเจา

วังไห่เงยหน้าถึงจุดสุขสม ช่วงคางที่มั่นคง ลูกกระเดือกเล็กๆ เคลื่อนไหวขึ้นลงเมื่อกลืนน้ำลาย เหงื่อไหลย้อยลงมาไม่หยุด ผ่านช่วงคางสู่ลำคอลงมาถึงแผงอก วังไห่ในตอนนี้เย้ายวนรัญจวนใจจนไม่อาจต้านทาน

หม่าเจาถูกนาบจนสะท้าน ความเป็นชายถูกกำโดยแรง หลั่งน้ำรักครั้งที่สองของวันนี้ตามวังไห่ไปติดๆ

วังไห่ล้มฟุบอยู่บนร่างของหม่าเจา ดื่มด่ำท่วงทำนองแห่งความสุขล้นไปกับหม่าเจา มองหัวนมเล็กๆ ที่สะท้านขึ้นลงเบื้องหน้าสายตาแล้วก็กลืนน้ำลายเอื๊อก  แลบลิ้นออกมาเลียครั้งหนึ่ง

“อูว์...”

ลิ้นสากสัมผัสถูกยอดถัน หม่าเจารู้สึกหนังหัวชาวาบ แอ่นอกไปด้านหน้าโดยไม่รู้ตัว ส่งหัวนมเข้าปากวังไห่พอดิบพอดี

วังไห่อ้าอมขบเลียหัวนมเล็กๆ ที่ยื่นส่งเข้ามาในปาก ทำให้หัวนมค่อยๆ แข็งชัน

“อา...อย่ากัด...อูย...”

หม่าเจาเอ่ยอย่างยากจะทานทน เขาไม่รู้ว่าร่างกายตนเองภายใต้การปลุกเร้าเย้าแหย่ของวังไห่ทำไมถึงได้อ่อนไหวถึงเพียงนี้ พยายามควบคุมสุดกำลัง แต่ความหวานชื่นที่ส่งผ่านจากหัวนมมาไม่ขาดสายทำให้เขาไม่อาจสะกดกลั้น

“หัวนมลุงไวมาก แตะโดนนิดหน่อยก็ชี้แล้ว”

วังไห่ยิ้มอย่างชั่วร้าย ฟันยังคงขบกัดดูดเม้มหัวนมหม่าเจา ยังอมเนื้อรอบๆ เข้าปากเป็นระยะด้วย ดูดไปมือก็เลื่อนลงข้างล่าง ไม่ผิดจากที่คาด ความเป็นชายของหม่าเจาแข็งผงาดอีกแล้ว

“อย่ากัด แม่ง! เจ็บนะ...”

วังไห่ออกแรงขบ รสเค็มคาวอ่อนๆ อวลในช่องปาก จากนั้นปลายลิ้นกวาดเลียแผ่วเบาบริเวณที่ผิวแตก ร่างของหม่าเจาสั่นรุนแรง ของด้านล่างนั่นพองขยายขึ้นมาอีกสองส่วน

“ถ้าคุณพูดคำหยาบอีก ผมจะกัดมันให้หลุด!” วังไห่หนีบหัวนมบวมแดงออกแรงดึง เหมือนจะกระชากมันออกกระนั้น

“โอ๊ย! อย่าดึง เจ็บนะไอ้ระยำ! โอ๊ย! ฉันไม่พูดแล้ว ไม่พูดแล้ว ปล่อยมือ โอย...”

หม่าเจาร้องโวยวายยอมแพ้ ช่วงล่างที่ผงาดเงยและหัวนมที่ลุกชูชันเพราะถูกยั่วเย้าจนอ่อนไหวอย่างยิ่งตกเข้าสู่เงื้อมมือหมาป่าพร้อมกัน หม่าเจากลัวว่าถ้าต่อต้านต่อไปจะได้รับบาดเจ็บทั้งคู่

“แบบนี้ถึงจะว่าง่าย!”

วังไห่จูบหางตาที่มีน้ำตาเกาะของหม่าเจา จากนั้นพาดสองขาขาวผ่องของหม่าเจาโอบลำคอตนเอง จ่อส่วนที่แข็งมานานเนิ่นเข้ากับปากทางแฉะชื้น อาศัยน้ำเหนียวข้นที่ไหลทะลักออกมาไม่หยุดสวนแทงเข้าไปจนสุดทาง

“อู้ว!”

ผ่านการรูดกระตุกด้านหน้า หน้าด่านรักอ่อนนุ่มอย่างยิ่ง ความกำยำของวังไห่สอดแทรกเข้าไปโดยไม่มีอุปสรรค ใหญ่โตมโหฬารจนขยายช่องทางจนสุด อวัยวะรวมเลือดลมที่เต้นเร่าราวรัวกลองกระแทกเข้าชักออกเสียดสีผนังโพรงอ่อนหยุ่นไม่หยุด การปล้นชิงอันมุทะลุดุดันของวังไห่ทำเอาหม่าเจาสับสนว้าวุ่น เข้าสู่สภาพเตลิดอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ปากโพรงหุบเข้าบานออกตามกลไกการตอบสนองของร่างกาย

ช่องทางที่ขมิบตัวฉับพลันรัดส่วนล่างแน่นตึง ความกระชับรัดรึงที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนเกือบทำให้วังไห่ฉีดพุ่ง อุณหภูมิด้านในที่เพิ่มสูงขึ้นไม่หยุดหลอมละลายเขาอยู่ตรงนั้น วังไห่ก่นด่าเสียงหนึ่ง จับสองขาหม่าเจาแน่น ขย่มเร็วขึ้นราววัวตัวผู้ติดสัด บั้นเอวสั่นพลิ้วทรงพลัง กระแทกชนจนคนด้านล่างกระดอนขึ้นลง ดวงตาพร่าพราย

“อูย...เบาหน่อย อา...เร็วไปแล้ว อ๊า...”

หม่าเจาโหยครางอย่างเจ็บปวด คมเนื้อหยาบแข็งทุกครั้งตอกชนส่วนที่ทำให้เขาทั้งเสียวสะท้านทั้งเจ็บปวด บั้นท้ายที่สั่งสมพละกำลังเต็มที่ซอยขย่มเร็วรี่ ความเป็นชายอัดกระแทกในช่องโพรง ยันจนเขาแทบจะเหินลอยขึ้น ปากหุบไม่ลง เสียงครางครวญอันหวานเลี่ยนและน้ำลายที่กลืนลงคอไม่ทันไหลออกมาจากมุมปาก

หม่าเจาถูกกระแทกกระทั้นจนน้ำตาใสๆ สองสายเอ่อท้นออกจากหางตารื้นแดงบนใบหน้าขาวหมดจดเปรอะคราบแดงซ่านจากความใคร่ สองตาปรือนอกจากความเลื่อนลอยและสภาพของเขาแล้วก็ไม่มีสิ่งใดอื่น ริมฝีปากแดงก่ำคู่นั้นสั่นระริกจนประกบปิดไม่อยู่ เสียงครางกระเส่าผสมคำหยาบสองสามประโยคที่ทะลักออกจากลำคอทำให้วังไห่เลือดลมพลุ่งพล่าน อยากจัดการให้ตายใต้หว่างขาเขาเหลือเกิน

“อา...อูว์...”

“เอาจนคุณถึงใจไหม”

“ถึงใจหะ...อา...ถึงใจ...อา...”

ของเหลวที่หลงเหลืออยู่ภายในทำให้เกิดเสียงแจ๊บๆ ไปพร้อมการเคลื่อนไหวของท่อนล่าง เสียงสะท้อนก้องภายในห้อง ผสมผสานกับเสียงครางหอบๆ หนักหน่วงเคล้าเสียงดังกังวานของหยาดฝนซึ่งไม่รู้ว่าตกกระทบหน้าต่างตั้งแต่เมื่อไหร่ ยิ่งกระตุ้นประสาทอันบอบบางของทั้งคู่

ชักเข้าชักออกหลายร้อยครั้ง วังไห่คิดว่าท่านี้ไม่ดีพอ จึงวางขาหม่าเจาลง แล้วโถมทับบนตัวหม่าเจา ก้มหน้าประกบปิดปาก ส่วนช่วงล่างใช้พละกำลังทั้งร่างทิ่มแทงครั้งสุดท้าย

“อืมห์!” หม่าเจาไม่อาจควบคุม โอบไหล่วังไห่ไว้แน่นด้วยความเสน่หา แลกลิ้นหวานเชื่อมกับวังไห่

ยากที่หม่าเจาจะเป็นฝ่ายรุก ทำให้วังไห่อดกลั้นไม่อยู่อีกต่อไป ออกแรงดูดกลืนลิ้นเรียวของหม่าเจา หว่างขาออกแรงกระแทก ของเหลวอุ่นร้อนสายหนึ่งฉีดใส่ส่วนนูนโป่งออกมา

“อ๊า!”

ของเหลวขาวข้นร้อนลวกดังลาวาฉีดพ่นใส่ไม่ขาดสายทำให้ร่างอันไวต่อสัมผัสของหม่าเจาเข้าสู่จุดสุขสมอีกครั้ง สองมือจิกบ่าของวังไห่แน่น เล็บกลมมนจมเข้าไปในกล้ามเนื้อแน่นตึง

หากหม่าเจาเป็นฝ่ายรุก คืนหนึ่งเจ็ดครั้งก็ไม่มีปัญหา แต่ในฐานะฝ่ายรับ สามครั้งเขาก็รับไม่ไหวแล้ว ปวดเมื่อยบั้นเอว แข้งขาอ่อน ด้านหลังยังแสบร้อน อ่อนระทวยไปทั้งตัว กระทั่งแรงขยับนิ้วมือยังไม่มี

“อย่า...อย่าทำอีกเลย ฉันรับไม่ไหวแล้ว”

มือของวังไห่เพิ่งลูบมาถึงแก้มก้น หม่าเจาก็ใบหน้าซีดเผือดวิงวอน

วังไห่บีบนวดแก้มก้นของหม่าเจา ทั้งสงสารทั้งจำใจ “ผมเป็นสัตว์ป่าถึงขนาดนั้นเหรอ ผมแค่อยากอุ้มคุณไปอาบน้ำ เมื่อครู่พ่นเข้าไปตั้งมากมาย ไม่เอาออก พรุ่งนี้คุณจะปวดท้อง”

“บอกให้สวมถุงยางทุกครั้งก็ไม่ยอม” พูดถึงจุดนี้หม่าเจาก็ไม่พอใจ ทุกครั้งที่เสร็จกิจจะต้องทำความสะอาด ทำให้เขาตะขิดตะขวงไม่น้อย

“สวมถุงยางจะสบายเท่าเนื้อแนบเนื้อกับลุงได้ไง”

วังไห่พูดยิ้มๆ ความรู้สึกแตกทะลักด้านในถึงใจขนาดนี้ เขาจะพลาดได้อย่างไร

“นายอย่าหน้าด้านแบบนี้ได้ไหม” หม่าเจาปรามอย่างหมดแรง

“นี่เป็นเรื่องบนเตียงของเราสองคน พูดบนเตียงจะเป็นอะไรไป” วังไห่ลุกขึ้นช้อนอุ้มหม่าเจาที่นอนตัวอ่อนหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่บนเตียง “ผมจะพาคุณไปอาบน้ำ”

เข้าสู่ห้องอาบน้ำ เติมน้ำในอ่างจนเต็ม แล้วอุ้มหม่าเจาวางในอ่างจากุซซี่ ปล่อยให้น้ำวนอุ่นๆ ท่วมร่างของทั้งคู่

หม่าเจาในตอนนี้ก็ไม่ดิ้นแล้ว ปล่อยตัวตามสบายพิงแผงอกกำยำของวังไห่ ให้น้ำอุ่นเปิดรูขุมขน บรรเทาความเหนื่อยล้า พลันสองนิ้วมือสอดเข้าไปในปากทาง กล้ามเนื้อหูรูดของหม่าเจาขมิบแน่นทันที

“ผ่อนคลาย!” วังไห่หอมแก้มหม่าเจาไปด้วย ขยายช่องทางไปด้วย ให้ของเหลวด้านในออกมา รู้ว่าหม่าเจาเหนื่อยมาก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ปลุกเร้าหม่าเจาอีก

ทำไมลุงถึงเงียบขนาดนี้ จู่ๆ หม่าเจาก็นิ่งเงียบ วังไห่ออกจะไม่ชิน เรียกเบาๆ สองครั้ง หม่าเจาก็ไม่ตอบสนอง จึงเบือนหน้าไปมองก็พบว่าหม่าเจาหลับไปแล้ว ผมเปียกปอนแนบอยู่บนหน้าผาก ขนตายาวงอนแนบอยู่บนหนังตา น่าเอ็นดูเป็นพิเศษ กระทั่งเสียงหายใจออกยังอ่อนเบาเสียขนาดนั้น ทำเอาใจของวังไห่อ่อนยวบยาบ

ทั้งชีวิตนี้ยอมสยบบนร่างลุงแล้ว!


--------------------------------------------


เมื่อคืนตอนเข้านอน นอกหน้าต่างยังฝนตกกระหน่ำดังซู่ๆ เช้าวันถัดมา ด้านนอกสาดส่องด้วยแสงตะวันสดใส แสงอรุโณทัยอันอบอุ่นลอดผ่านม่านโปร่งเข้ามา วังไห่สะลึมสะลือปรือตาขึ้น เห็นการประดับประดาตกแต่งห้องที่ไม่คุ้นเคยก็ชะงักไป นึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เขาอยู่ในห้องของคลับ

แม้ผ่านไปหนึ่งคืน กลิ่นอายกามโลกีย์ของเมื่อวานยังไม่ซ่านสลายไปโดยสิ้นเชิง ประหวัดถึงเรื่องร้อนแรงเมื่อคืน วังไห่อดยิ้มมุมปากไม่ได้ พลันรู้สึกไม่ชอบมาพากล เอื้อมมือไปคลำเตียงข้างๆ ว่างเปล่า? สีหน้าแปรเปลี่ยนจากสดชื่นเป็นอึมครึมทันที ดีละ ดูท่าสามครั้งเมื่อคืนยังไม่ถึงใจลุง ถึงทำให้เขาฟ้ายังไม่ทันสางก็วิ่งสะเปะสะปะไปทั่ว

หม่าเจาที่ราวกับนั่งบนพรมเข็มรู้สึกเย็นวาบกลางสันหลัง หันไปมองรอบทิศ หน้าต่างรถก็ปิดแน่นดี ต้องเป็นเขารู้สึกไปเองแน่

แม่ง! ก้นระบมไปหมด รู้อย่างนี้ซื้อเบาะอ่อนมาวางเตรียมในรถจะดีกว่า ตอนนี้จะได้ไม่ต้องทนทรมาน จะว่าไปต้องโทษหมอนั่น ทุกครั้งที่เสร็จกิจกับวังไห่ไม่เอวยอกขาอ่อนก็เจ็บแปลบที่ประตูหลัง แต่ก่อนเขาขึ้นเตียงกับผู้หญิง ไม่ว่าทำกี่ครั้ง ตื่นมาวันถัดไป ผู้หญิงเหล่านั้นต่างสดใสกระปรี้กระเปร่า

เฮ้อ! มีแต่ของแข็งไม่มีประโยชน์ เทคนิคต่างหากที่สำคัญที่สุด หากสลับตำแหน่งกัน เขาจะทำให้วังไห่กระสันซ่านเจียนตายจนไม่อาจหยุดได้

“ฮัดชิ้ว! ฮัดชิ้ว!”

วังไห่ที่กำลังแปรงฟันจู่ๆ ก็จามสองครั้ง เอามือถูปลายจมูก หรือว่าเมื่อคืนไม่ได้ห่มผ้าให้ดี เป็นหวัดเข้าแล้ว


----------------------------------------------------


“เมิ่งฉินเหยียน นายมันไร้สัจจะ เมื่อคืนถึงกับผิดนัด”

หม่าเจาเพิ่งกลับถึงห้องทำงาน ไม่ทันนั่งในห้องทำงานของตนก็แจ้นไปชั้นบนสุดเพื่อเอาเรื่องคนไม่รักษาคำพูด

คนยังไม่ถึง เสียงมาก่อน เลขานุการสาวได้แต่ทอดถอนใจ เคราะห์ดีชั้นนี้มีเพียงเมิ่งฉินเหยียนและห้องทำงานของบรรดาเลขาฯ ไม่เช่นนั้นพฤติกรรมวู่วามเช้านี้ของหม่าเจาหากให้พนักงานด้านล่างเห็นเข้า ต่อไปจะมีที่ยืนต่อหน้าพวกเขาอย่างไร

“ไม่ต้องแจ้งแล้ว ฉันเข้าไปเอง”

หม่าเจายกมือปรามเลขาฯที่กำลังจะลุกขึ้น มือประกบที่บั้นเอวกะโผลกกะเผลกเข้าไปในห้องทำงานท่านประธาน

เมิ่งฉินเหยียนกำลังทำงาน ถูกรบกวนเข้าสีหน้าก็ไม่น่าดูนัก กำลังจะสั่งสอนหม่าเจาสักสองประโยคว่าให้สงบท่าทีในที่ทำงานสักหน่อย แต่พอเห็นท่าจับบั้นเอว ขาถ่างและสีหน้าซีดเผือด ความคิดจิตใจหมุนวนในสมอง ผ่านไปพักใหญ่ถึงได้เอ่ยปาก

“นั่ง”

หม่าเจากำลังจะนั่ง ก้นยังไม่ทันแตะเก้าอี้ ก็เด้งตัวยืนตรง

“ไม่ต้องแล้ว ฉันไม่เหนื่อย”

เมิ่งฉินเหยียนพยักหน้า หมุนปากกาในมือ ก้มหน้าอ่านเอกสารต่อไป

“มีธุระอะไร”

“เมื่อคืนทำไมถึงผิดนัด เกินไปแล้ว เสียแรงที่ฉันอุตส่าห์เอาเหล้าสะสมหลายปีของต้วนเจ๋อออกมาจะดื่มพร้อมพวกนาย” หม่าเจาว่าอย่างโมโห

ถ้าไม่ใช่ว่าเมื่อคืนดื่มไปมาก เขาก็คงไม่มึนงงเลอะเลือนขึ้นเตียงไปกับวังไห่ ขึ้นเตียงยังเป็นเรื่องรอง แม้เสร็จกิจแล้วยังระบมบั้นท้าย แต่ตอนทำก็สบายตัวดี เรื่องสมประโยชน์ทั้งสองฝ่ายนี้ละเว้นไม่เอ่ยถึงได้ ที่สำคัญคือเขาดันไปตกปากรับคำจะคบกับวังไห่ คบกับหนุ่มที่เด็กกว่าเขาสิบสามปี จากคู่นอนกลายเป็นคู่รักในชั่วพริบตา การเปลี่ยนแปลงระหว่างนี้รวดเร็วเกินไป เขาเหมือนจะแบกรับไม่ไหว

“เมื่อคืนหลินโม่ไม่สบาย ฉันอยู่บ้านเป็นเพื่อนเขา” เมิ่งฉินเหยียนเอ่ยเสียงเรียบ

“ไม่สบาย? ไม่หนักใช่ไหม อย่างงั้นหลังเลิกงานฉันซื้อผลไม้ไปเยี่ยมพี่สะใภ้หน่อยดีไหม” หม่าเจาถาม

“ไม่ต้องแล้ว เป็นหวัดธรรมดา” เมิ่งฉินเหยียนปฏิเสธความหวังดีของหม่าเจาอย่างไม่ไว้หน้า เพราะเขาคิดว่าแม้หม่าเจาอยากไป แต่ร่างกายก็ไม่อำนวย

“ช่างไม่มีหัวใจจริงๆ ฉันไม่กินเมียนายสักหน่อย” หม่าเจาค้อนปะหลับปะเหลือก

“นายเอวยอกหรือเป็นริดสีดวง” เด่นชัดว่าเป็นคำถาม แต่เมิ่งฉินเหยียนใช้น้ำเสียงฟันธงในการถาม

“ใครว่าฉันเป็นริดสีดวง ตะกี้ตอนออกจากบ้านไม่ระวังเลยเอวเคล็ด แค่เอวเคล็ดเท่านั้น” หม่าเจาแทบกระโดดเต้น

“อืม ตอนเย็นนายเลิกก่อนหนึ่งชั่วโมงไปหาหมอได้” เมิ่งฉินเหยียนเอ่ยอย่างปรานี “ประตูอยู่ทางนั้น ไม่มีอะไรแล้วก็กลับไปห้องทำงานนาย”

ช่างไม่มีหัวใจจริงๆ!

หม่าเจาเอียงตัวนั่งตรงหน้าโต๊ะทำงาน มองเอกสารกองสูงสามสิบเซนติเมตรท่วมหัวท่วมหูแล้วน้ำตาไหลนองเต็มหน้า




HASHTAG TWITTER

#วังไห่หม่าเจา #ท่านประธานชวนขึ้นเตียง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น