OM.G

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 17 ความทรงจำที่หายไป

ชื่อตอน : บทที่ 17 ความทรงจำที่หายไป

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 122

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2561 14:25 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 17 ความทรงจำที่หายไป
แบบอักษร

บทที่  17  ความทรงจำที่หายไป

                        ต่อหน้านางพญาจีคุกเข่าและก้มลง  นางพญามองร่างที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะนึกไม่ถึงว่าคนที่นางเคยช่วยชีวิตเอาไว้จะทำร้ายคนถึงสองคนที่นางรัก  นางมองคนตรงหน้าอย่างเกลียดชั่ง                

“เจ้าเอาไอราไปไว้ที่ไหน” เสียงกังวานของนางพญาเอ่ยขึ้น  จียังคงนิ่งเงียบในสมองกับว่างเปล่า                 

“ข้าถามทำไมเจ้าไม่ตอบ”  นางพญามองเมื่อเห็นจีปากแข็งก็สั่งให้ทหารโบยหลังของจี  เสียงปึก  ปึก  ที่ไม้ลงกระทบหลังสร้างความเจ็บปวดให้กับจี  แต่จีก็ยังคงนิ่งเงียบ                 

การทำโทษยังคงดำเนินไปจนจีกระอักเลือดออกมาและสลบไป  แต่พอโดนสาดน้ำจีก็สะลึมสะลือเงยหน้าขึ้นมามอง  ข้างนางพญา  จีเห็นเชนที่ยืนหน้าซีดเซียวเพราะการบาดเจ็บและดวงตาข้างที่สูญเสียไปถูกพันแผลเอาไว้  แต่ที่จีเห็นและไม่ลืมคือสายตาเคียดแค้นชิงชัง  จนแม้แต่จีเองก็ยังไม่กล้าที่จะสบตาเพราะมันทำให้จีเจ็บไปถึงข้างในใจ  จียังคงไม่เปิดปาก  เชนเองจึงมองท่านย่า                

“เราจะทำยังไงดี  มันปากแข็งมาก”  ท่านย่าเองก็ส่ายหน้า ก่อนจะเอ่ยขึ้น                

“เห็นที่เราต้องใช้วิธีสุดท้าย”  ก่อนจะพยักหน้าเป็นสัญญาณให้กับทหาร                

 ทหารนำร่างสองร่างเขามาเมื่อจีได้เห็นก็ร้องออกมาสุดเสียง                 

“ท่านพ่อ!! ท่านแม่!!”                 

“ใช่พ่อกับแม่ของเจ้า  เอาล่ะถ้าไม่อยากที่จะให้ทั้งสองคนเป็นอะไรไป  ก็จงบอกมาว่าเจ้าพาไอราและอัญมณีไปไว้ที่ไหน”  นางพญามองก่อนจะเอ่ยขึ้น                  

“ท่านพ่อ!!  ท่านแม่!!”  จียังคงร้องเรียกแต่ท่านพ่อท่านแม่ มืดพยายามเอื้อมไปหาคนทั้งสอง นางพญาเริ่มโมโห                 

“ข้าถามเจ้าได้ยินหรือเปล่า” นางพญาตวาดออกมาดังลั่นห้องโถง เชนทนไม่ไหวก่อนจะเดินลงไปพร้อมกับชักดาบออกมาและเสียบเข้าไปที่ร่างของท่านพ่อจี  จีมองอย่างตกตะลึง                

“ท่านพ่อออออออ!!!!” จีร้องเรียกสุดเสียง หัวใจที่มีรอยร้าวแตกสลาย  จีเงยมองสบตากับเชนด้วยสายตาปวดร้าว ลึกไปถึงข้างใน  มือที่ยกขึ้นมากุมหน้าอกข้างซ้าย จีอยากจะควักมันออกมาให้หายเจ็บปวดเหลือเกิน  อยากให้ความเจ็บปวดหายไปให้หมด                  

เชนที่หันมามองจีก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา                

“ถ้าเจ้ายังไม่บอก  ข้าจะทำให้เขาทรมานจนตาย”  เชนเอ่ยข่มขู่                   

“ก็ได้ข้ายอมรับผิดแล้ว ข้ายอมรับแล้ว ปล่อยพวกท่านไป  ปล่อยพวกท่านไป”  จีร้องตะโกนออกมาราวคนเสียสติ  

เชนยังคงไม่ได้หนีไปไหนแต่ยังคงเสียบดาบเขาไปอีกครั้ง  คราวนี้ร่างของพ่อจี  งอตัวก่อนจะส่งเสียงร้องออกมาและทรุดลง                 

“ข้ายอมรับแล้วทำไม!!!  ทำไม!ยังทำท่านพ่อข้า  ท่านพ่อข้าไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย” จีเอ่ยบอกเสียงดังราวกับจะขาดใจ มองร่างของท่านพ่อที่ทรุดลง  จีพยายามจะดิ้นรนไปหา  แต่กับถูกพวกทหารตรึงร่างเอาไว้                

เชนมองก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดไม่แพ้กัน                

“ไอราก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องเหมือนกัน”                 

“งั้นก็มาทำร้ายข้าซิอย่าทำร้ายท่านพ่อท่านแม่”  จีโต้กลับไปอย่างดุดัน  แววตาที่เจ็บปวดค่อยแข็งกร้าวขึ้น  เย็นชาขึ้น                

หญิงกลางคนผู้เป็นแม่ทนเห็นสามีและลูกทรมานไม่ได้ก็พุ่งร่างของตนเองเข้าผสานกับร่างสามีเชนเองก็ตกใจรั้งดาบไม่ทัน ร่างทั้งสองจึงเสียบคาอยู่และล้มลง  จีมองก่อนจะร้องออกมาเสียงดัง                

“ท่านพ่อ!!!  ท่านแม่!!!!”  จีขัดขืนเล่าทหารออกมาได้  อาจเพราะพวกนั้นตกใจ  จีคลานอย่างรวดเร็วเข้ามาประคองร่างทั้งสอง  คนเป็นแม่ลืมตาขึ้นมาก่อนจะยกมือลูบใบหน้าของหญิงสาว                 

“ดูซิเจ้ามอมแมมมากเลยนะ”  คนเป็นแม่พยายามใช้ชายแขนเสื้อเช็คใบหน้าให้กับจี  จีสะอื้นออกมา  พึมพำออกมามือก็จับมือของท่านแม่เอาไว้                 

“ท่านแม่ ! ท่านแม่  ฮือออ  ข้าขอโทษ  ข้าขอโทษ  ข้าขอโทษ  ข้าทำให้พวกท่านเดือดร้อน  ข้าเป็นเด็กไม่ดี ฮือออ”  จีพยักหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้น                 

“แล้วเจ้าทำหรือเปล่า  ถ้าไม่ได้ทำเจ้าก็ไม่ต้องรู้สึกผิด  เด็กดีของแม่  ต่อไปเจ้าก็ต้องดูแลตัวเองนะ  ไม่มีพ่อกับแม่มาคอยดูแล เจ้า...  เจ้าต้องกินข้าวให้...... ตรงเวลา  อย่ามัวแต่ซน  และ.....นี้คงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่พ่อกับแม่จะช่วยเจ้าได้” คนเป็นแม่มองจะสะอื้นออกมา  เลือดที่ไหลออกมามุมปากทำให้พูดลำบาก พร้อมกับมือที่ลูบใบหน้าลดลงและค่อยตกลงไป จีตกตะลึงหยาดน้ำตาร่วงลงมามากมาย   จีมองก่อนจะกอดร่างทั้งสองเอาไว้  พร้อมกับพึมพำออกมาเหมือนคนบ้า                

“ทำไม!!!!  ทำทำไม  ท่านพ่อ ท่านแม่  ท่านไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย   ทำไม!!!”  จีกอดร่างทั้งสองก่อนจะพยุงร่างทั้งสองขึ้นอย่างทุลักทุเลแต่ไม่มีใครขยับเข้ามาจับจีเอาไว้  แม้แต่เชนเอง ก็เช่นกัน  เชนมองอย่างเวทนา  แต่ความแค้นก็เข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว                 

จนเมื่อเชนได้สบตากับจีอีกครั้งกับพบสายตาที่ว่างเปล่าแต่ความว่างเปล่าเย็นชา เต็มไปด้วยความโกรธ  แค้นชิงชังเช่นกัน  พร้อมกับที่จีตะโกนออกมาสุดเสียง                

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!”  จนแม้แต่พวกทหารก็ยังต้องเอามือปิดหูเอาไว้เพราะพลังเสียงของจีรุนแรงมาก                 

“ข้าผิดเอง  ข้าทำให้ท่านพ่อท่านแม่ต้องตายเพราะการตัดสินใจจากข้า”  จีชี้มือมาทางเชนพร้อมกับที่แสงจากฝ่ามือเปล่งประกายออกมา  และเหมือนรากไม้พุ่งตรงไปที่ร่างของเชนจีมองอย่างโกรธแค้นรากไม้ยังคงพุ่งตรงไป  จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้นในโสตประสาทของจี               

*“เจ้าหนู  คิดให้ดีนะ  ว่าเจ้าฆ่าเขาตอนนี้แล้วอะไรจะดีขึ้นมาหรือเปล่า”*                

หลังสิ้นเสียงจีกำมือรากไม้นั้นหยุดนิ่งพอดีกับที่คอของเชน  เชนเองก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหน  จีหันมามองก่อนเอ่ยขึ้น                 

“สักวันเจ้าจะเสียใจที่ทำแบบนี้กับข้า  แต่ข้าจะไม่มีวันที่จะอภัยให้กับเจ้าไม่มีทาง”  จีพูดพอกับที่รากไม้หายกับมาที่มือและปีกทั้งสองของจีกางปีกที่ด้านซ้ายโปร่งแสงหงิกงอราวกับโดนไฟไหม้  แต่ยังคงสวยงาม  ปีกข้างขวาที่ขาวบริสุทธิ์  แสงสว่างจ้า  ปีกที่กางออกท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนทั้งหมด  จีเหิรทะยานออกไปพร้อมกับร่างที่หมดลมหายใจของพ่อกับแม่  จีเสียใจถึงกับร้องตะโกนไปจนสุดทาง                

ร่างทั้งสองถูกนำมาฝังอยู่ที่หน้าผาริมทะเล  จีคุกเข่าและเพราะอารมณ์ของจียังคงเสียใจ  และขุ่นมัวอยู่ทำให้ปีกไม่สามารถกับคืนได้ปีกทั้งสองกระพือพัดเบาๆ  จีร้องไห้จนน้ำตาไม่มีให้ไหล  ตาทั้งสองข้างบวมแดงและริมฝีปากแดงช้ำจากการถูกทำโทษ  ปีกเองก็แสดงอาการบอบช้ำจากากรที่มีขนในบางส่วนหลุดร่วงลงมาและมีเลือดช้ำๆเต็มไปหมด  แต่จีไม่ได้สนใจตัวเองเลย  จีเฝ้าแต่โทษตัวเองและนึกถึงความดื้อรั้นของตนเองที่จะทำเพื่อจะรับผิดเพราะรักเชนแต่กลายเป็นว่าต้องพาพ่อและแม่มาพบกับจุดจบแบบนี้  มันทำให้จีนึกถึงคำพูดของลีขึ้นมา  ‘ใช่มันจะมีประโยชน์อะไรถ้ารักของเราเป็นแค่รักข้างเดียว  ทำยังไงก็ไม่มีทางที่เขาจะหันมา  ต่อให้รับผิดยังไงก็ไม่มีอะไรดีขึ้น’  เมื่อนึกมาถึงตรงนี้แล้วความเสียสละทั้งหมดที่ผ่านมามันคืออะไรกัน  จียิ่งเสียใจเข้าไปอีกเพราะความเสียสละของตนเองที่มีต่อเชน  มีแต่ทำให้คนรอบข้างเดือดร้อนและจากตนเองไปที่ละคน  จีก้มลงเอาศีรษะโขกกับพื้นเพื่อให้ความเจ็บปวดเข้าแทนที่ความเจ็บปวดในใจ  แต่แล้วพลันศีรษะกับเจ็บแปลบขึ้นมาราวกับฟ้าแลบ  และบังเกิดเป็นภาพซ้อนขึ้นมา  นั้นเป็นภาพของจีนี้นาแต่อยู่กับใคร  ใครกันเด็กผู้ชายคนนั้นตัวโตกว่า  จีได้ยินเสียงตนเองเรียกพี่ชาย  จีพึมพำกับภาพที่เห็นพี่ชายเหรอ  และแล้วภาพนั้นดับวูบลงไปอีกภาพกลายเป็นจีกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเปลี่ยนตัวกัน  จีให้เด็กหญิงคนนั้นไปเรียนหนังสือแทนตนเอง ได้ยินเสียงเรียกนัดหมายและเอ่ยชื่อเด็กหญิงคนนั้น  ‘ไอรา’  จีตกใจไอรางั้นเหรอนางเป็นอะไรกับข้ากันแน่  จีพึมพำก่อนจะเอามือกุมศีรษะก่อนจะปวดหัวขึ้นมาเป็นริ้วๆ จนทนไม่ไหว  จีต้องพุ่งตัวขึ้นบินบนท้องฟ้าก่อนจะบิดร่างไปมา  พร้อมกับภาพในอดีตที่บินวนผ่านเข้ามาภาพแล้วภาพเล่า  และภาพสุดท้ายที่ผสานต่อกันเข้ามามันคือภาพจีกับไอราในกองไฟ  กองไฟที่อสูรสร้างขึ้นเพื่อทำร้ายครอบครัวและพี่ชายโดนกระชากหายไป  จีกับไอราติดอยู่ในกองไฟและสุดท้ายกิ่งไม้หล่นมา  จีลืมตาก่อนจะลอยนิ่งอยู่บนอากาศ  จีรู้แล้วทำไมไอราถึงได้คอยหาเรื่องทำร้ายจี  เพราะคิดว่าจีรู้อดีตของนางและรู้อะไรบางอย่างที่จีไม่ควรรู้  อย่างนี้เองไอราถึงหาทางกำจัดจี  แต่อะไรเล่าที่ทำให้ไอราถึงกับทำร้ายเชนและเอาอัญมณีไป  หรือว่าจะจริงอย่างที่ลีว่าเอาไว้นางทรยศต่อเผ่าตนเองและช่วยเผ่าอสูรหาอัญมณี  จีสงบสติอารมณ์ได้ก่อนจะค่อยลงสู่พื้นดินและปีกหุบเข้า จีทรุดลงเพราะอาการบาดเจ็บเริ่มฟ้องพร้อมกับที่หมดสติลงไป

โอมาเดินจนเหนื่อยก่อนจะขอพักลีมองเห็นความเหนื่อยล้าของโอมาและองค์ชายน้อยจึงให้พักและบอกว่าตนเองจะไปหาน้ำ  โอมาพยักหน้าแต่ก่อนที่ลีจะไปโอมากับฉุดมือเอาไว้                

“จีจะเป็นอะไรไหม” โฮมาถามออกมาอย่างเป็นห่วงเพื่อน                   

“ไม่รู้  อาจจะโดนทรมาน  อาจจะตาย”  ลีบอกออกมา  โอมาหน้าซีดจนลีสังเกตเห็นก่อนจะเอ่ยขึ้น  “มันก็แค่สมมติฐานนะ  แต่จีดวงแข็งคงไม่เป็นอะไรหรอก”  ลีเอ่ยก่อนจะบีบไหล่โอมา  โอมาพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะทรุดนั่งลง  องค์ชายน้อยลงมาทรุดนั่งข้างๆ ก่อนจะสังเกตเห็นโอมาน้ำตาปริ่ม  องค์ชายน้อยโอบกอดโอมาและเอ่ยขึ้น                

“ข้ารู้นะ  ข้าเองก็เคยสูญเสียเหมือนเจ้าและต้องหนีแบบนี้”  โอมากอดตอบก่อนจะพยักหน้าขอบคุณในคำปลอบใจ  ลีเดินกลับมาเห็นจึงปล่อยให้ทั้งสองปลอบกันไปก่อน ส่วนตนเองก็นึกกังวลอยู่ในใจว่าจีจะเป็นเช่นไร


ไอรายื่นอัญมณีของเผ่ามังกรให้กับเอส  เอสยื่นมือมารับด้วยสายตาเย็นชาจนไอราอยากจะชักมือกลับแต่พอได้สบตากับเอสก็ต้องยอมปล่อยให้อัญมณีไปอยู่กับเอส  เอสมองก่อนจะส่งสัญญาณกับเหล่าอสูรเมื่อได้ยินสัญญาณต่างส่งเสียงโห่ร้องและออกเดินทาง  ไอรามองลงไปก่อนจะเอ่ยถามอย่างแปลกใจ               

“พวกมันจะไปไหนกัน”  เอสมองตามขบวนอสูรที่เคลื่อนออกไปก่อนจะเอ่ยขึ้นพร้อมกับโอบกอดไอรา                

“เจ้าอยากจะรู้ไปทำไม  หรือว่าเจ้าไม่อยากที่จะได้รับรางวัล” เอสเอ่ยขึ้นถึงแม้กิริยาอาการที่แสดงออกมาจะทำให้ไอราพอใจอยู่ไม่ใช่น้อยแต่สายตาของเอสก็ยังคงเย็นชาเช่นเดิม  นั้นคือสิ่งเดียวที่ไอรารู้สึกขัดใจทุกครั้งที่มองสบตา  แต่เอสก็ทำเป็นไม่สนใจ  ไอราโอบกอดตอบก่อนจะกระซิบที่ข้างหูของเอส                

“ท่านยังไม่ตอบข้าเลย”                 

เอสโอบกอดก่อนจะก้มลงซุกไซ้รที่ซอกคอของไอราจนไอราเริ่มที่จะเคลิ้มตาม                 

“เจ้าจะรู้ไปทำไม”  เอสย้อนถาม                

ไอราแม้จะเคลิ้มแต่ก็ยังส่งเสียงตอบโต้                

“ก็ต่อไปนี้ข้าต้องอยู่กับท่านตลอดแล้วนี้  ข้าก็อยากรู้ว่าท่านจะทำอะไรต่อไป  เผื่อที่ข้าจะได้ช่วยแบ่งเบาได้”        

เอสหัวเราะในลำคอ ฮึ  ฮึ                 

“ถ้าข้าบอก  เจ้าจะแล่นไปช่วยเขาหรือเปล่าล่ะ”                

ไอราผลักอกของเอสออกก่อนจะเอ่ยขึ้น                

“ท่านหมายความว่าอย่างไรกัน  ท่านสงสัยในตัวข้า  ว่าจะทรยศท่านงั้นหรือ  หรือว่าความรักที่ข้าแสดงต่อท่านยังไม่เพียงพอ”                 

เอสไม่ได้เอ่ยสิ่งใดก่อนจะหันไปยืนริมหน้าต่างพร้อมกับกระชากร่างของไอรามายืนด้วยและเอ่ยขึ้น                 

“ข้าจะถล่มเผ่ามังกรให้ย่อยยับไปเลย  และจะไปเอาอัญมณีที่เหลือในป่าศักดิ์สิทธิ์  ส่วนเจ้า” เอสหันมามองไอราก่อนจะเอ่ยขึ้น  “หน้าที่ต่อไปคือตามล่าหาตัวองค์ชายน้อยของเจ้าให้เจอและนำเอาอัญมณีที่เหลือกลับมาให้ได้”  ไอรามองก่อนจะพยักหน้าและซบลงไปที่อกของเอส                 

“อะไรที่ท่านต้องการข้าจะหามาให้ท่าน”  เอสลูบศีรษะก่อนจะมองออกไปนอกท้องฟ้าสุดลูกหูลูกตา


จีขยับร่างไปมามือไขว่คว้าไปทั่วก่อนจะร้องออกมาสุดเสียง                 

“ช่วยด้วย  ช่วยด้วย”  พร้อมกับสะดุ้งและลืมตาขึ้นมา                

ก่อนจะมองไปรอบๆ  มันเป็นห้องในกระท่อม  จีมองก่อนจะนึกทบทวนว่าตนเองมาอยู่นี้ได้อย่างไรแต่ยังไม่ทันไรประตูก็เปิดออก  จีมองร่างนั้นอย่างพร่ามัวก่อนเพราะแสงส่องเข้าตามา  ก่อนจะปรับสายตาได้คนนั้นก็นั่งลงตรงหน้าแล้วจีพยายามขยับตัวแต่ก็ปวดร้าวจนต้องร้องออกมา  คนตรงหน้าจึงเอ่ยขึ้น                

“ไม่ต้องกลัวหรอกถ้าจะทำอะไรเจ้าคงทำไปตั้งแต่เจ้าสลบอยู่ที่ริมผาแล้วล่ะ”                 

“ไม่ใช่ก็แค่อยากขยับตัว” จีบอกออกมา                

“ก็นั้นแหละจะขยับตัวเพื่อตั้งหลัก  ถ้าเกิดข้าทำอะไรขึ้นมาเจ้าก็เตรียมจะซัดข้าเหมือนกัน”  ชายหนุ่มหัวเราะก่อนจะตอบจีออกไป                

“ทำไมเจ้าคิดอะไรอย่างนั้น  ในเมื่อเจ้าเป็นคนบอกเองนะว่าถ้าจะทำคงทำไปนานแล้ว”  จีมองสบตาคนตรงหน้าที่ราวกับอ่านใจนางได้                

“ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น  แต่ข้ามองอาการของเจ้าออก”  คนตรงหน้าให้เหตุผล ก่อนจะยักไหล่  จียอมแพ้ไม่อยากเถียงต่อจึงหลับตาลง                

“อ้าวหลับแล้วเหรอเจ้าต้องกินยาก่อนนะ”  คนตรงหน้าพยายามเขย่าแขนปลุกให้จีเตือน                

จีลืมตาขึ้นแต่ขยับตัวไม่ได้ ชายหนุ่มจึงเข้ามาพยุง  จีเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยใกล้ชิดกับชายหนุ่ม  แต่กับคนตรงหน้านี้กับทำให้จีรู้สึกแปลกๆ  จนอยากที่จะผลักหนีเพราะความอายอย่างนั้น  จีนึกในใจบ้าไปแล้วเรานี้นะอาย  พร้อมกับรับยามาดื่มเมื่อดื่มเสร็จก็ยื่นคืนให้  ชายหนุ่มยังยิ้มอยู่อย่างนั้นจนจีเอ่ยถามอย่างแปลกใจ                

“เจ้ายิ้มอะไร” จีถามเสียวห้วน                

“ก็มีเจ้าคนแรกที่กินยาของข้าหมดโดยที่ไม่บ่นถึงรสชาติเลย”  ชายหนุ่มเอ่ยบอกอย่างดีใจ แววตาวิวับ               

“ข้าป่วยบ่อยก็เลยชินกับรสชาตินะ  เอาล่ะกินยาแล้วข้าก็อยากที่จะพัก”  จีบอกไปอย่างตัดรำคาญ                 

“ได้ซิงั้นข้าออกไปก่อนนะ  แล้วพอถึงเวลาอาหารเย็นข้าจะมาเรียก  รับรองว่าเจ้าต้องติดใจแน่  ฝีมือทำอาหารของข้าเป็นที่หนึ่งใน..” ยังไม่ทันพูดจบจีก็ลืมตามองชายหนุ่ม                 

“เจ้าเป็นผู้ชายคนแรกที่พูดมากที่สุดที่ข้าเคยเจอเลยแหละ” จีว่าคนตรงหน้าพร้อมกับหลับตาลงทันที ชายหนุ่มหน้ามุ่ยก่อนจะเดินออกไป                

จีลุกขึ้นนั่งอีกครั้งหลังจากที่ชายหนุ่มตรงหน้าหายไปพักใหญ่  จีมองสำรวจชายหนุ่ม                

“เจ้าเป็นคนของเผ่ามังกรเหรอ  ทำไมข้าไม่เคยเห็น”  จีถามออกมา               

“เผ่ามังกรอะไร  ก็เป็นคนบนนี้แหละเจ้าจะถามทำไมกัน” ชายหนุ่มยกยิ้มตอบกวนๆ               

“มาช่วยข้าไวไม่กลัวว่าจะเดือดร้อนเหรอ  ข้าเป็นผู้ต้องหาของเผ่ามังกรนะ  ทางที่ดีเจ้าควรจะหนีไปซะและทิ้งข้าเอาไว้ที่นี้” จีเตือนคนตรงหน้า                

“เจ้านี้แปลกนะมาบอกทำไมมาเป็นคนที่ถูกตามล่า  เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะขายเจ้าเหรอ”  ชายหนุ่มว่าจีออกมา จีส่ายหน้า                

“เจ้าสบายใจได้ข้าไม่ยุ่งเรื่องของเจ้าแน่  แต่ว่าข้าก็แค่ช่วยเจ้าเท่านั้นเอง  สิ่งเดียวที่ข้าต้องการคือตามหาคนคนหนึ่งเท่านั้นแหละ”  ชายหนุ่มจึงเอ่ยต่อ               

จีมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างพินิจ                

“ตามหาใครกันถ้าข้าช่วยได้ข้าจะช่วยเป็นการตอบแทนที่เจ้าช่วยข้าเอาไว้”                 

“ได้แน่  เพราะว่าเจ้าเป็นคนเผ่าปักษาดังนั้นเจ้าต้องช่วยตามหาคนให้ได้แน่  นั้นแหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ”  ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้น                

“ขอโทษนะข้าเองก็เพิ่งจะรู้ว่าเป็นคนของเผ่าปักษาเหมือนกัน  เพราะว่าข้าเติบโตมาจากเผ่ามังกรตั้งแต่เกิด”  จีเอ่ยอย่างเสียใจ                 

ชายหนุ่มหน้าเศร้าไปนิดหนึ่งจนจีมองรูปหน้าที่เศร้าสร้อยนั้นอย่างคุ้นเคย  ชายหนุ่มผิวขาวซีดเหมือนคนไม่เคยออกแดด  ใบหน้าขาวผมยาวสลวยสวยยิ่งกว่าหญิงสาวบางคนร่วมทั้งจีด้วย  ดูบอบบางร่างสูงโปร่งจนไม่น่าจะมีแรงที่จะทำอะไรได้                

“แต่ข้าคิดว่าข่าวนี้น่าจะช่วยอะไรเจ้าได้บาง” จีเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน  ชายหนุ่มจึงแหงนมองด้วยดวงตาที่มีความหวังขึ้น                 

“ข่าวอะไรเหรอ”  ชายหนุ่มถามออกมาอย่างกระตือรือร้น                

“ข่าวที่ว่าเผ่าปักษานั้นได้สูญหายไปแล้วชนเผ่าถูกพวกอสูรโจมตีจนไม่มีใครเหลือแล้ว” จีบอกออกมาตามที่ตนเองฟังมาอีกที่ ชายหนุ่มมองคำบอกเล่าจากปากของจีอย่างไม่เชื่อ                

“แล้วทำไหมเจ้าถึงยังรอดชีวิตอยู่ล่ะ” ชายหนุ่มย้อนถาม                

“ก็ข้าบอกแล้วไงว่าข้าเกิดอุบัติเหตุพลัดหลงกับครอบครัวเลยต้องมาอยู่ในความดูแลของเผ่ามังกรตั้งแต่เด็ก” จีมองอย่างปวดหัวเมื่อนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ                  

ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างมุ่งมั่น               

“แต่ข้ามั่นใจว่าขนาดเจ้ายังรอดได้ก็ต้องมีบ้างแหละที่รอดอยู่และรอคอยการกับมายิ่งใหญ่ของเผ่าปักษาอีกครั้ง”   

“เจ้าหวังมากไปหรือเปล่า”  จีมองความมุ่นมั่นนั้นก่อนจะเอ่ยขึ้น ชายหนุ่มส่ายหน้า                

“หวังดีกว่าไม่หวังนะ  อย่างน้อยก็ทำให้เรามีแสงสว่างคอยนำทางเราตลอดเวลาไง”                  

จีมองก่อนจะเบือนหน้าหนี  จีไม่อยากที่จะหวังอะไรอีกแล้วเพราะสิ่งที่คิดที่อยากจะไขว่คว้ามันได้สูญหายไปหมดแล้วไม่มีทางที่จะกลับมาอีกแล้ว  ชายหนุ่มมองจี              

“เจ้ามีเรื่องทุกข์ใจใช้ไหม ข้าช่วยเจ้าได้นะ” ชายหนุ่มบอกพร้อมเสนอตัวช่วยเหลือ                 

“ไม่มี  มีอย่างเดียวคือข้าเป็นนักโทษหลบหนีของเผ่ามังกร” จีบอกออกไปเสียงเรียบ                 

“ข้าช่วยอะไรเจ้าได้ไหม”  ชายหนุ่มถามซ้ำ                  

“เจ้าไม่กลัวว่าจะเดือดร้อนหรือไง” จีหัวเราะกับคำพูดของชายหนุ่ม                

“ไม่กลัวหรอกเพราะว่าสวรรค์อาจจะส่งข้ามาช่วยเจ้าก็ได้  เพราะไม่งั้นข้าจะไปเจอเจ้าได้ยังไงกันล่ะ”  ชายหนุ่มยิ้มก่อนจะยื่นมือออกไปข้างหน้า “เกือบลืมแนะนำตัวแล้วมั้ยล่ะ  ข้าคีย์นะ”  จีมองอย่างชั่งใจแต่มือที่ยื่นมายังคงไม่หดกลับไปจึงยื่นออกมาจับ                

“ข้าจี”  คีย์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะพูดต่อไป                

“นี้จี  เจ้ารู้ไหมว่าข้ามีความสุขที่สุดที่ได้หนีออกจากบ้านมา ท่องไปในโลกกว้าง  และเจ้ารู้ไหมข้างบนนี้อาหารแปลกๆมากมายเลยนะ  คิดดูซิรากของพืชยังกินได้และอร่อยด้วยข้าชอบมากเลย  และวันนี้ข้าก็ทำให้เจ้ากินด้วยนะ”            

จีมองชายหนุ่มพูดแปลกทำยังกับว่าไม่เคยอยู่บนพื้นโลก  ไม่เคยกินหัวเผือกหัวมันอย่างนั้น                

“อันที่เจ้าทำมาให้ข้านะ  มันเรียกว่ามัน”  ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะชี้ไปที่ถ้วยซุบที่มีผักอยู่  จีจึงบอกไปชายหนุ่มท่องจำและเอ่ยถาม                

“ข้าเอามาทำอย่างนี้ถูกไหม”                 

“ไม่มีอะไรผิดหรอกถ้าเจ้าทำและกินมันได้”  จีพยักหน้า ชายหนุ่มหัวเราะ                 

“เจ้านี้สงสัยจะไม่เคยเข้าครัวแน่เลย”  ชายหนุ่มเอียงคอหันมาถาม                

“เจ้าทำอย่างกับว่าเจ้าเป็นพ่อครัวอย่างนั้นแหละขนาดผักง่ายๆเจ้ายังไม่รู้เลย”  จีย้อนขึ้นมาอย่างโมโห แต่ชายหนุ่มพยักหน้า                

“แต่ข้าชอบเข้าครัวและทำอาหารใหม่ๆ เสมอนะ  อันไหนที่ข้าไม่รู้ข้าก็ถาม  มันผิดตรงไหน” ชายหนุ่มเอ่ยโต้ออกมา                

“ไม่ผิดหรอก” จีบอกไป                

จนกระทั้งคีย์ลุกขึ้นและถุงแพรหล่นออกมาทำให้หินสีในถุงกลิ้งออกมาของนอก จีมองมันอย่างตกใจ  แต่คีย์กับรีบเก็บมันปัดอย่างทะนุถนอมและนำใส่ถุงแพร  แต่พอเงยหน้าขึ้นกับเห็นสายตาของจีที่มองหินสี                 

“ทำไมสวยมากเลยใช่ไหม” คีย์ถามก่อนจะยื่นให้จีดู พร้อมกับยิ้มกว้าง                 

“เจ้าได้มายังไงกัน”  จีถาม ชายหนุ่มมองถุงแพรก่อนเอ่ยขึ้น                

“คนที่ข้ารู้จักกันตอนเด็กให้มานางเป็นคนเผ่าปักษา”  ชายหนุ่มมองถุงแพรก่อนเอ่ยขึ้น                 

“เจ้าเองเหรอเนี้ย”  จีมองก่อนจะพึมพำเบาๆ แต่คีย์ไม่ได้ยินจึงเอ่ยขึ้น                

“เจ้าว่าอะไรเหรอ”                  

จีมองหน้าคีย์ก่อนส่ายหน้า                

“ไม่มีอะไรหรอก  ข้าว่ามันสวยจริงๆด้วย”                

ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะเดินออกไป  จีมองตามร่างนั้นก่อนจะเอ่ยขึ้น                

“ข้าขอโทษนะคีย์  แต่ว่าเราเป็นแบบนี้จะดีกว่านะ”                

จีรู้แล้วว่าทำไมคีย์ถึงพูดอะไรแปลกๆกว่าคนอื่นเพราะว่าคีย์เป็นพวกชนเผ่ามหาสมุทรที่อยู่ใต้ทะเล  ถ้าจะขึ้นมาได้ก็ต้องมีมุกติดตัวมาด้วยเพื่อที่จะเอาไว้หายใจบนบก  จีจำได้ว่าตอนนั้นคีย์ยังเป็นเด็กชายผอมบางขี้โรคที่ร้องไห้เพราะหลงทางอยู่เลย  และจีนี้แหละที่เข้าไปช่วยและกลายเป็นเพื่อนกันในที่สุด  และวันที่คีย์จะกลับใต้มหาสมุทรจีก็ได้ให้ถุงแพรที่มีหินสีเอาไว้กับคีย์  สัญญาว่าจะกลับมาเล่นด้วยกันอีก  และตั้งแต่วันนั้นก็ไม่ได้เจออีกเลย  แต่ตอนนี้จีไม่อยากที่จะให้คีย์เข้ามายุ่งหรือเกี่ยวข้องกับตนเองอีกเพราะจีกลัวๆว่าวันหนึ่งคีย์อาจจะต้องตายเหมือนอย่างคนอื่นๆที่จากจีไปที่ละคน                

ลีเดินเข้ามาภายในถ้ำที่มีแสงสว่างเป็นเพียงกองไฟเท่านั้น  องค์ชายน้อยนอนหนุนตักของโอมาอยู่  โอมาลุกจะขยับตัวแต่ลียกมือห้ามเอาไว้ปล่อยให้องค์ชายน้อยนอนอยู่อย่างนั้น                 

“มีข่าวบ้างไหม” โอมากระซิบถามลี                 

“จีหนีไปได้”  ลีพยักหน้า โอมาถอนหายใจออกมา                 

“โล่งอกไปที”                   

“แต่เจ้าฟังดีๆนะ ว่าจีหนีไปได้แต่ว่าพ่อกับแม่ของนางก็ต้องตายเพราะผู้พิทักษ์” ลีมองโอมาก่อนจะเอ่ยขึ้น โอมาตกใจ                

“ท่านลุงท่านป้าตายแล้วเหรอ” โอมาถามเสียงแผ่วเบา  ลีพยักหน้า  โอมายกมือทาบอก                

“แล้วจีจะเป็นอย่างไร  จะอยู่ได้อย่างไรกัน” โอมาพึมพำออกมา  ลีส่ายหน้า                 

“แต่ว่าเราจะอยู่เฉยๆไม่ได้หรอก เราต้องตามหาจีให้เจอและอีกอย่างหนึ่งก็คือเราต้องตามหาอัญมณีที่เหลือเพื่อนำมาเก็บเอาไว้ในที่ปลอดภัย  ไม่งั้นองค์ชายน้อยจะโดนมุ่งเป้าหมายไปด้วย” ลีบอกออกมา โอมาพยักหน้า                

“แล้วตอนนี้เผ่ามังกรก็กำลังจะแย่เพราะมีข่าวว่าพวกอสูรยกกำลังมาล้อมเอาไว้ทุกด้าน  ดูถ้าเผ่ามังกรคงจะเจองานหนักแน่เพราะนอกจากสูญเสียอัญมณีไปแล้วยังจะโดนโจมตีอีกด้วย”  โอมามองก่อนจะเอ่ยขึ้น                 

“มันเกิดอะไรกันขึ้นแน่   ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”  โอมาถามลีอย่างไม่เข้าใจ  ลีมองก่อนจะไม่เอ่ยอะไรและนั่งลงเขี่ยไฟให้ลุกต่อไป


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น