Hecatia3120
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : คัดเลือก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.8k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2562 01:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
คัดเลือก
แบบอักษร

"เยว่เออร์!!!! เยว่เออร์เจ้าอยู่ตรงนี้เองแม่ตามหาเสียทั่ว!" ฮูหยินอ้ายเยว่ที่ตามหาลูกสาวอยู่นานรีบกอดลูกเอาไว้ นางไปที่หน้าร้านแม่ค้าก็บอกว่าบุตรสาวของนางเห็นกระต่ายแล้วเกิดตกใจกรีดร้องออกมาก่อนจะมีชายผู้หนึ่งพาออกไป

 

"ท่านแม่เยว่เออร์ไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ^^"

 

"แล้วคนที่ช่วยเจ้า...." นางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเพราะที่นี่ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากบุตรสาวของนางที่ยืนอยู่

 

"หายไปอีกแล้วเจ้าค่ะคนที่ให้สิ่งนี้กับเยว่เออร์" พูดพร้อมกับมองนกตัวน้อยที่ทำจากหยกคุณภาพดีในมือ ฮูหยินอ้ายเยว่ถึงกับตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ นี่เป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายยิ่งนัก! องค์ชายที่ได้ชื่อว่าเย็นชาและน่ากลัวผู้นั้น....

 

จวนเจ้ากรมคลัง

"ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ คืนนี้ขอเยว่เออร์นอนด้วยได้รึไม่เจ้าคะ" นางเอ่ยถามในขณะที่ยืนค้างอยู่หน้าประตู เดี๋ยวรุ่งเช้าก็ต้องเข้าวังแล้ว นางอยากอยู่กับท่านพ่อท่านแม่ให้นานที่สุดเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวยก่อน

 

"มาสิ พ่อกับแม่ก็อยากนอนกอดเจ้าเหมือนกัน"เจ้ากรมคลังเอ่ยกับบุตรสาวด้วยความรัก เขารักและถนอมลูกมาอย่างดี พอคิดว่าจะต้องปล่อยให้ลูกสาวเข้าวังไปก็อดใจหายไม่ได้

 

สามคนพ่อแม่ลูกนอนกอดกันกลมโดยมีเยว่จืออยู่ตรงกลาง อย่างน้อยคืนนี้นางก็ได้ซึมซับความรักความอบอุ่นเอาไว้เต็มอก หวังว่ามันคงมากพอที่จะทำให้นางมีแรงที่จะต่อสู้กับสิ่งที่ต้องเจอในวันข้างหน้า

 

เช้าวันใหม่

 

"เดินทางปลอดภัยนะลูก"อ้ายเยว่ลูบผมศีรษะของบุตรสาวแล้วโอบกอดนางเอาไว้ก่อนที่เจ้ากรมคลังจะเข้ามาลูบศีรษะลูกสาวของเขาเช่นกัน

 

"แล้วพ่อจะไปเยี่ยมนะเยว่เออร์" นางพยักหน้าตอบทั้งที่ยังกอดมารดาอยู่

 

เมื่อร่ำลากันเสร็จรถม้าของนางก็ออกเดินทาง นางมีสีหน้ากังวลขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด นางพยายามฝืนยิ้มเพื่อให้ทุกคนสบายใจแต่เมื่ออยู่คนเดียวก็ไม่จำเป็นต้องฝืนอีกต่อไป

 

กึก!!!

 

"ว้ายยย" รถม้าหยุดชะงักทำให้ร่างบางเกือบจะพุ่งไปข้างหน้า

 

"ข้านอกเกิดอะไรขึ้น"

 

"ขออภัยขอรับมีรถม้ามาตัดหน้าขอรับ"

 

"ขออภัยแทนคนบังคับรถม้าของข้าด้วย มีใครเป็นอะไรรึไม่ บาดเจ็บบ้างรึเปล่าเจ้าคะ" ร่างบางที่อยู่บนรถม้าที่เป็นฝ่ายตัดหน้ารีบลงจากรถม้าเพื่อมาขอโทษด้วยความจริงใจ

"ข้าไม่เป็นอะไร ว่าแต่เจ้าคงกำลังจะเข้าวังเช่นเดียวกับข้าใช่รึไม่?" เยว่จือเอ่ยถามหลังจากมองสำรวจคนตรงหน้า พวกนางคงมีอายุเท่ากัน ดูจากชุดที่ใส่ก็คงจะกำลังไปคัดตัวเช่นเดียวกัน

"ถูกต้องแล้ว ข้าชื่อหม่าจิงซิน แล้วเจ้าเล่า"

"ข้าชื่อซือเยว่จือ ถ้าเจ้าไม่รังเกียจมานั่งรถม้ากับข้าได้รึไม่ "

 

"ได้มีเพื่อนก่อนเข้าวังก็ดีเหมือนกัน"จิงซินเอ่ยตอบกลับมาทั้งสองจึงนั่งรถม้าคันเดียวกันเข้าวัง ระหว่างทางก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อย พวกนางมีนิสัยคล้ายๆกันและที่สำคัญมีความคิดที่อยากกลับจวนให้เร็วที่สุดเช่นเดียวกัน

 

เวลาต่อมา

 

วังหลวง

 

"พวกเจ้าจัดการนำของไปเก็บตามห้องให้เรียบร้อย อีก2เค่อมารวมกันที่นี่ตามเดิม"หวังกงกงขันทีชั้นผู้ใหญ่เอ่ยขึ้น เขาทำงานใกล้ชิดฮ้องเต้มาตลอดจนถึงบัดนี้ ครั้งนี้เขามีหน้าที่ช่วยคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมที่จะมาเป็นสนมให้ฮ้องเต้

 

"ซือเยว่จืออยู่ก่อน" ในตอนที่ทุกคนกำลังแยกย้ายไปนางกลับเป็นคนเดียวที่ถูกเรียกตัวเอาไว้!

 

"กงกงมีอะไรหรือเจ้าคะ" ถามออกไปด้วยความสงสัย นางเพิ่งมาถึงไม่นานก็ทำผิดแล้วรึถึงได้ถูกเรียกไว้เช่นนี้

 

"ขอให้เจ้าทำทุกอย่างให้ดีที่สุด หากมีสิ่งใดให้ปรึกษาข้าได้ เข้าใจรึไม่"คำพูดจากขันทีเฒ่าทำเอาคนฟังมึนงงไปชั่วขณะ นี่ท่านพ่อของนางมีเส้นมีสายถึงเพียงนี้เชียวรึ?

 

"ขอบคุณกงกงเจ้าค่ะ^^"

 

"ถ้าไม่อยากถูกคัดไปเป็นสนมข้าแนะนำว่าอย่ายิ้มเช่นนี้อีก อย่าทำตัวเป็นจุดเด่น เจ้าเข้าใจรึไม่"

 

"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ" แค่ยิ้มก็ทำให้ถูกคัดไปเป็นสนมได้ด้วยรึ? นางได้แต่คิดแต่ไม่กล้าถามออกไป อย่าทำตัวเด่นรึการที่นางเป็นคนเดียวที่ถูกเรียกไว้ที่นี่ไม่เด่นตรงไหนกัน

 

ห้องพัก

 

"เยว่จือท่านหวังกงกงเรียกเจ้าไปถูกดุรึเปล่า" นางเอ่ยถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วง

 

"ไม่มีอะไรหรอก กงกงแนะนำมาว่าหากไม่อยากเป็นสนมก็อย่าทำตัวเป็นจุดเด่น อย่ายิ้มบ่อยๆน่ะ ท่านพ่อคงบอกกับหวังกงกงเรื่องที่ข้าไม่อยากเป็นสนมกระมัง"นางพูดปนขบขันมีอย่างที่ไหนห้ามไม่ให้คนยิ้ม

 

"ห้ามยิ้มรึ แปลกพิลึกฮ่าๆๆ"

 

"อย่าหัวเราะเสียงดังสิเดี๋ยวนางกำนัลผู้ใหญ่ก็มาดุเอาหรอก"

 

"ข้าขอโทษ ก็มันแปลกจริงๆนี่นา"

 

ลานหน้าวังหลวงชั้นใน

 

"เอาล่ะ ต่อไปนี้พวกเจ้าจะถูกทดสอบความถนัดความสามารถในทุกๆด้าน ขอให้พวกเจ้าทุกคนทำให้เต็มที่ และที่สำคัญขอให้พึงระลึกไว้เสมอว่าทุกคำพูดทุกการกระทำของพวกเจ้าจะมีคนคอยจับตาดูอยู่เสมอ ดังนั้นจงรักษากิริยาให้ดี"

 

"เจ้าค่ะกงกง!"

 

"วันนี้เราจะเริ่มทดสอบความสามารถด้านดนตรี พวกเจ้าสามารถเลือกเครื่องดนตรีที่ถนัดได้คนละชิ้น เอาล่ะพวกเจ้าเลือกได้เลย"

 

ในครั้งนี้เยว่จือเลือกที่จะบรรเลงพิณและได้บรรเลงเป็นคนรองสุดท้าย ในขณะที่ จิงซินเลือกที่จะใช้ขลุ่ยในการบรรเลงและได้เข้าทดสอบเป็นคนสุดท้าย การทดสอบเริ่มขึ้นทันทีหลังจากทุกคนเลือกเครื่องดนตรีเสร็จ

การทดสอบดำเนินต่อไป บางคนก็บรรเลงได้อย่างไพเราะในขณะที่บางคนกลับเล่นเครื่องดนตรีไม่ได้เลย ความจริงการจะถูกคัดออกนั้นง่ายนิดเดียว แต่หากตกตั้งแต่รอบแรกๆมิเท่ากับคุณหนูจากจวนนั้นหยิบจับอะไรไม่เป็นและไม่เพียบพร้อมหรอกรึ

 

"ซือเยว่จือเริ่มได้"

 

"เจ้าค่ะ" เยว่จือเริ่มบรรเลงตามเพลงที่ตนเองถนัดทันที นางมีท่านแม่ที่เคยผ่านด่านจนเกือบได้เป็นสนม เรียกได้ว่าหากไม่เพราะท่านแม่กับท่านพ่อรักกันท่านแม่ของนางคงได้เป็นสนมไปแล้ว ท่านแม่ของนางมีฝีมือด้านการบรรเลงพิณที่หาตัวจับยาก กลวิธีต่างๆนางสืบทอดมาจนหมด!

 

ทุกคนต่างหลงใหลเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีของนาง คุณหนูจากจวนอื่นอึ้งกันไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้แสดงกิริยาโอ้อวดหรือทะนงตนออกมา

 

ด้านบนกำแพงวัง

 

"นี่หวังกงกงไม่ได้บอกนางหรอกรึว่าอย่าทำตัวเด่น" ร่างสูงถอนหายใจออกมายาวเหยียดก่อนจะหยิบใบไผ่ที่อยู่ใกล้มือเด็ดออกมาแล้วออกแรงจากปลายนิ้วส่งเจ้าใบไผ่น้อยๆลอยไปตกบนเครื่องดนตรีจนเสียงที่ดีดออกมาเพี้ยนไป

 

"ซือเยว่จือผ่าน!" ผู้ตัดสินต่างเสียดายไปตามๆกัน เจ้าใบไผ่นั่นมาตกอะไรตอนนี้กันนะ พวกเขากำลังเพลิดเพลินกับเสียงดนตรีอันวิจิตรไพเราะอยู่เชียว

 

"คนสุดท้าย หม่าจิงซินเริ่มได้"

 

จิงซินเริ่มเป่าขลุ่ยของนางด้วยท่วงทำนองอ่อนหวานละมุนละไมพาให้คนฟังผ่อนคลาย เสียงขลุ่ยของนางกลับลอยไปกระทบโสตประสาทของใครบางคนเข้า หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงขลุ่ยอีกเลานึงบรรเลงขึ้นมา แต่เสียงนั้นดุดันทรงพลังแฝงความเกรี้ยวกราด

 

จิงซินบรรเลงเพลงต่อไปโดยใช้ความอ่อนหวานนี้ค่อยๆเพิ่มมากขึ้น นุ่มนวลกว่าเดิม เหมือนกับเป็นการปลอบประโลมเสียงจากขลุ่ยปริศนาให้คลายความโมโหโกรธานั้นลง นางไม่ยอมให้ใครที่ไหนมาทำนางขายหน้าโดยการถูกคัดออกเด็ดขาด

 

"หึ!" เจ้าของขลุ่ยถึงกับยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ นานมาแล้วที่ไม่มีใครกล้าสู้กับเสียงขลุ่ยของเขา แม้เสียงที่เขาได้ยินจะไม่ได้มีกลวิธีที่สลับซับซ้อนแต่ก็ต้องยอมรับจริงๆว่ามันทำให้เขาสบายใจอย่างประหลาด

 

"ไปสืบมาให้ข้าว่าใครคือเจ้าของเสียงนั่น"

 

"พ่ะยะค่ะ!"

 

"หม่าจิงซินผ่าน!" เพื่อนรักทั้งสองคนส่งสายตาให้กันอย่างรู้ใจ อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ทำให้บิดามารดาต้องเสียหน้าแล้ว

 

"เอาล่ะ การทดสอบของวันนี้จะจบเพียงเท่านี้ พรุ่งนี้จะเป็นการทดสอบการชงชา พวกเจ้าไปเตรียมตัวให้พร้อม"

 

"เจ้าค่ะ"

 

เวลาต่อมา

 

"วันนี้เจ้าเก่งมากเลยเยว่จือ ข้าเสียดายจริงๆที่ไม่ได้ฟังต่อจนจบ"

 

"เจ้าเองก็ใช่ย่อย ว่าแต่ใครกันนะที่กล้าเป่าขลุ่ยขึ้นมาตอนที่กำลังคัดเลือกเช่นนี้" ดูเหมือนคนเก่าแก่ในวังเท่านั้นที่รู้แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดเลยสักคน สงสัยคงเป็นคนที่มีอำนาจมากพอตัวแน่ๆ

 

"ใครก็ช่างเถิด อย่างไรเสียตอนนี้พวกเราก็ทดสอบผ่านแล้ว พรุ่งนี้ยังมีการทดสอบรออยู่เรารีบเข้านอนกันเถิด"จิงซินยิ้มให้เพื่อนร่วมห้องของนางก่อนจะล้มตัวลงนอนอย่างสบายใจ

 

"ราตรีสวัสดิ์นะ"เยว่จือยิ้มตอบก่อนจะเข้านอนบ้าง ใช่พรุ่งนี้ยังมีการทดสอบอีกต้องรีบพักผ่อนจะได้มีแรง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น