ชวนฝันพาละเมอ

ขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนไรด์ตัวเล็กๆคนนี้ เป็นกำลังใจให้ไรด์ได้ด้วย การเม้น 1 เม้น เท่ากับ 1 กำลังใจของไรด์ ขอบคุณที่ติดตามอ่านทุกเรื่องที่ไรท์แต่งขึ้นนะคะ เลิฟๆรีดเดอร์ทุกคน

บทที่ 4 (Unfriend) อันเฟรนด์

ชื่อตอน : บทที่ 4 (Unfriend) อันเฟรนด์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ย. 2561 09:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 (Unfriend) อันเฟรนด์
แบบอักษร


(เช้าวันต่อมา)

(07.00 น)

เสียงนาฬิกาปลุกที่ข้างหัวเตียงดังขึ้นบ่งบอกเวลาว่าตอนนี้ผมตรงรีบอาบน้ำไปมหาลัยได้แล้วแต่ทำไมกูขยับตัวไม่ได้ว่าเหมือนมีอะไรมาทับตัวกูยังไงไม่รู้ ผมค่อยๆลืมตาหันไปมองเห็นว่าหน้าผมไปสบอกของใครก็ไม่รู้ผมเลยผละหน้าออกจากตัวทันทีเพื่อดูชัดๆว่าเป็นคนหรือเป็นผี ‘เชี้ยแล้วขุนมานอนตายที่ห้องได้ยังไงว่ะ’

“ไอ้ขุน! ไอ้ขุนเว้ย” แมร่งนอนตายสนิทหลับลึกด้วยนะมึง

“อย่ากวนคนจะนอน” เสียงที่มันตอบรับกับมานี่ห้องกูหรือห้องมึงกันแน่

“แล้วทำไมไม่ไปนอนห้องมึงเสือกมานอนห้องกูทำห่าอะไร” ผมทำอะไรไม่นอนจะทำใจแล้วมองดูนาฬิกาก็รีบเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าชุดนักศึกษาเข้าไปยังในห้องน้ำเพราะถ้าขืนปลุกมันต่อไปมีหวังกูไปเรียนสายแน่ๆ

(10 นาที ผ่านไป)

ผมที่แต่งตัวเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำก็ไม่เห็นคนร่างสูงที่นอนอยู่ที่เตียงแล้วนี้มันเป็นผีกูก็เชื่อนะหายตัวได้อย่างไว แล้วผมก็จัดการเอาเอกสารและงานใส่กระเป๋าแล้วเดินออกจากห้องตัวเอง ผมเห็นคนร่างสูงนั่งกอดอกที่ห้องรับแขกมองมาที่ผม (มันยังไม่ลืมเรื่องเมื่อวานก่อนที่ผิดนัดแน่เลย)

“อะไร? จ้องกูแบบนี้ิกูเป็นปลากัดคงท้องไปนานแล้ว”

“ก็ดีที่มึงท้องกูจะได้ไม่ต้องหาเมียให้เปลืองแรง”

“อย่ามาประชดกู” ผมพูดใส่มัน

“กูไม่ได้ประชดกูพูดจริง” มันทำหน้ากวนประสาทอีก

“เรื่องเมื่อวานกูขอโทษที่ผิดนัดมึง”

“กูไม่ยกโทษให้”

“แล้วมึงจะเอายังไง!”

“ตอนไปกูจะมารับมาส่งมึงเองมึงตอนรอกูกลับบ้านพร้อมกันทุกวัน”

“อะไรว่ะ! มึงอย่ามัดมือชกกันดิ”

“ก็มึงทำให้กูโกรธก่อนทำไมอ่ะ!” กูจะเถียงมึงต่อไปก็ไม่ได้อะไรห่าเหวอะไรขึ้นมากูนี่สิจะสายเอาแล้วจะโดดเช็ดขาด

“เออๆก็ได้กูจะไปมอแล้ววันนี้มีเรียนตอนเช้า” ผมพูดจบก็เดินตรงไปที่ประตูใส่รองเท้าผ้าใบและมีคนร่างสูงเดินตามหลังมา

.

.

จนกระทั่งถึงรถคันหรูของไอ้ขุนมัน

“ขุนกูว่ากูไปเองก็ได้มึงไม่ต้องมารับมาส่งกูเหรอมันวุ่นวายมึงเปล่าๆ” ผมพูดกับคนร่างสูง

“ไม่ได้วุ่นวายกูมากหรอกแค่นี้สบายมาก” มันสบตากับผมแล้วก็หันมายิ้มสักพักมาก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้ๆจนตอนนี้หน้าของเราสองคนใกล้กันไม่กี่เซน

“จะทำอะไร” ผมถามออกไปทุกครั้งมันไม่เคยเขาใกล้ผมขนาดนี้ทำไมครั้งนี้มันเหมือนจู่โจมผมเหมือนเสือจะกินเหยื่อยังไงยังงั้น

“แค่จะใส่ที่คาดเบลท์ให้” มันตอบผมแล้วยกยิ้มที่มุมปากแบบจากเล่ห์ ทำไมวันนี้มันยิ้มง่ายจังว่ะทีเมื่อวานพังห้องแทบเป็นแทบตาย

.

.

( 20 นาทีต่อมา )

มันก็ขับรถมาถึงคณะทุกสายตาของทุกคนมองรถมันเป็นทางเดี๋ยวกันใครจะไม่จำรถของมันได้เด่นทั้งสีขนาดนั้นทะเบียนอีกเป็นใครจะจำรถมันไม่ได้ก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว

“มึงจอดให้กูลงตรงนี้แหละเดี๋ยวกูเดินลงไปเอง” ผมพูดกับมัน

“เป็นอะไร?” มันยื่นมือมาจับมือผม

“ไม่อะไรหรอกกูกลัวคนอื่นเข้าใจผิด” มันขมวดคิ้วในทันที

“คนอื่น?”มันพูดคำนี้ขึ้น

“แฟนคลับสาวๆมึงเยอะจะตายไอ้ขุนมึงมารับมาส่งกูบ่อยๆกลัวว่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด”

“ก็ให้มันเข้าใจผิดไปสิ” คนร่างสูงปลดสายเบลท์ขอตัวเองแล้วเดินอ้อมมายังฝ่ายที่ผมนั่งอยู่แล้วเปิดประตูออก

“มึงไม่แคร์สายตาคนอื่น แต่กูแคร์สายตาคนอื่นนะมึง” ผมปลดเบลท์แล้วพูดขึ้น

“ไอ้วิน!” น้ำเสียงไม่พอใจเกินขึ้นแล้ว

“มึงแคร์คนอื่นมากกว่าแคร์กูเหรอว่ะ”

“ไม่ใช่แบบนั้นนะไอ้ขุน”

“ถ้าไม่ใช่มึงก็ไม่ต้องแคร์!! เพราะคนที่มึงจะแคร์ได้และสนใจคือ กู ‘ขุนเขาคนเดียวเท่านั้น’ เข้าใจไหม” มันพูดอะไรออกมารู้ตัวบ้างไหมว่ะ แบบนี้ก็ทำให้คนฟังแบบผมหวั่นไหวได้เหมือนกันประโยคแบบนี้เป็นเพื่อนกันไม่พูดแบบนี้หรอก

“......” ผมได้แต่จมอยู่กับความคิดตัวเอง

“ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ...เลิกเรียนมาหากูที่สนามฟุตบอลด้วยห้ามเบี้ยว ถ้ารอบนี้ไม่มากูจัดการมึงแน่!” มันดึงตัวผมออกจากรถ และขยี้หัวผม แล้วที่กูไปไม่เป็นหนักกว่าเดิมคือ ‘แมร่งโน้มหน้ามาจูบหัวผมนี่แหละ’ ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นทั้งกริ๊ดและหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปนับสิบเครื่อง

ผมรีบวิ่งเข้าตัวอาคารเรียนด้วยความรวดเร็วใจของผมก็เต้นแรงมากกับการกระทำของเพื่อนสนิทตัวเองเมื่อสักครู่ หนึ่งปีที่ผ่านมาก็ต่างคนต่างอยู่ทำไมอยู่ดีๆมันมาทำแบบนี้ทำไมว่ะ จนผมถึงห้องเรียนที่จะเรียนพอดี

“วินทางนี้” ไอ้โน่โบกมือเรียกผมให้มานั่งทางนี้พร้อมพวกโฉดที่นั่งเรียงรายกันทุกคน

“วันนี้ทำไมหน้าแดงว่ะเกิดไรขึ้น?” ไอ้เอซสังเกตเห็นหน้าผมคนแรกเลย

“มีใครมาส่งมึงใช่ไหมวันนี้!” นั้นไงคำถามแบบนี้มันมาอีกแล้ว

“อะไรไม่มี!!!!!”

“ไม่ตรงปิดบังพวกกูผัวมึงมาส่ง!!”

“มึงรู้ได้ไง...อย่าบอกนะว่ามีคนเอาไปลงในเพจคิ้วท์บอยแล้ว” ความไวของคนพวกนั้นทำผมกลัวจริงๆ

“ก็ใช่นะสิ! ไอ้ขุนจูบหัวมึงที่หน้าคณะขนาดนั้นใครไม่เห็นหรือไม่ถ่ายก็ให้มันรู้ไป” ความฉิบหายมันเกิดขึ้นเมื่อผมดึงโทรศัพท์ของไอ้เปามาดูรูปและคอมเม้นนับสองพัน คอมเม้นแต่ละอันมีทั้งคนถาม ทั้งตั้งเป็นคนจิ้น ทั้งอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด

“กูจะเอาหน้าไปไว้ไหนเนี้ย” ผมเอามือกุมขมับตัวเอาขึ้นมา

“ครั้งนี้มันลุกมึงเต็มที่มึงก็ควรรู้ได้แล้วนะว่ามันไม่ได้ชอบมึงเหมือนเพื่อนสนิท” เป็นไอ้โน่ที่พูดขึ้นพร้อมตบบ่า

“กูว่ามีลางสังหรณ์ว่าครั้งนี้มันเอาจริงว่ะ” ไอ้เอซพูดสมทบไอ้โน่อีกที

“เตรียมตัวได้เป็นไทน์เมียของไอ้ขุนได้เลยเพื่อนรัก...แบบมันกูว่าคงหื่นน่าดู” ไอ้เชี้ยพวกนี้กูให้ปลอบใจกูให้สบายใจขึ้นไม่ได้ทำให้กูรู้สึกแย่ลงไอ้เพื่อนฟาย

“ไอ้พวกเวร!!!!!!!!!!”

“โปรดติดตามตอนต่อไป”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}