Sameejaejung (สามีแจจุง)

หนังสือและ Boxset ซีรีส์ H.E.A.R.T. เปิดจองแล้วน้า

พ่ายรักครั้งที่ 13 ที่ปรึกษาหัวใจ

ชื่อตอน : พ่ายรักครั้งที่ 13 ที่ปรึกษาหัวใจ

คำค้น : HEART , Trap , หัวใจพ่ายรัก , โซ่วา , Yaoi , Sameejaejung

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 50

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2561 00:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พ่ายรักครั้งที่ 13 ที่ปรึกษาหัวใจ
แบบอักษร



Part 13# Zo ที่ปรึกษาหัวใจ

ผมรู้อยู่แล้ว...

รู้ทั้งเรื่องที่น้องแค้นและตั้งใจจะเอาคืนผม

แต่ทั้งๆ ที่รู้ทำไมผมถึงยอมให้น้องทำ?

เหตุผลก็ง่ายๆ เพราะผมรู้สึกผิดและอยากไถ่โทษเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว แม้ว่าผมจะไม่ได้เป็นคนทำเลยก็ตาม...

ตอนนั้นผมโดนพวกเพื่อนในห้องมันปั่น ตัวตั้งตัวตีก็เป็นแก๊งเกรียนหลังห้องที่ชอบแกล้งคนนู้นคนนี้ไปทั่ว พอหนึ่งในแก๊งนั้นแอบเห็นน้องเอาจดหมายมาไว้ใต้โต๊ะของผมก็เลยแอบอ่าน จากนั้นก็นึกสนุกจึงนัดแนะแผนการที่จะไปแกล้งน้อง เพราะพากันคิดว่าน้องไม่เจียมตัว ไม่เหมาะสมกับผม แถมยังคิดไปเองว่าผมคิดเหมือนกันแล้วก็ต้องปฏิเสธน้องแน่

แต่ผมจะปฏิเสธได้ยังไงในเมื่อผมก็รักน้อง!

อย่างที่ผมเคยบอกว่าผมไม่เคยมองใครด้วยรูปลักษณ์ภายนอก แต่ผมจะมองลึกไปถึงนิสัยที่อยู่ข้างใน เพราะงั้นผมจึงได้ตกหลุมรักเด็กตัวอ้วนกลมที่มักจะยิ้มอย่างสดใส และมองผมด้วยดวงตาเป็นประกาย สายตาที่น้องมองผมมันเป็นความรู้สึกที่บริสุทธิ์และจริงใจ ซึ่งนั่นมันก็ทำให้ผมรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ใกล้ๆ ต่างกับคนอื่นที่ผมมักจะไว้ตัวและเว้นระยะห่าง

ผมคิดว่าผมก็ปฏิบัติต่อน้องอย่างชัดเจนว่าเป็นคนพิเศษ แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครเอะใจหรือนึกสงสัยเลยสักคน ขนาดตัวน้องเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นผมเลยกลับมาคิดทบทวนว่าผมทำอะไรพลาดไปตรงไหน หรือบางทีน้องอาจจะไม่ได้รักผม แต่แค่ปลื้มผมในฐานะรุ่นพี่คนหนึ่งเท่านั้น?

ผมพยายามหาคำตอบอยู่พักใหญ่แต่ก็ยังไม่แน่ใจ จนกระทั่งวันสุดท้ายผมเลยคิดว่ายังไงก็ต้องบอกความรู้สึกให้น้องรู้ให้ได้ แต่ผมก็ช้าไปเพราะน้องดันบอกความรู้สึกมาก่อน ซึ่งขณะที่ผมกำลังจะตอบรับและบอกว่าเราสองคนใจตรงกัน พวกเพื่อนในห้องที่ไม่รู้ว่าแอบตามมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ดันโผล่มา

‘เหยดดดดด ไอ้น้องอ้วนนี่แม่งเป็นเกย์ว่ะมึง’

‘ไม่เจียมสังขารเอาซะเล้ย สิวเต็มหน้าขาก็เบียดยังจะใฝ่สูงชอบเดือนโรงเรียนว่ะ’

‘เออ แม่งโคตรใจกล้าหน้าด้าน ตัวอย่างกับช้างหน้าตาก็ทุเรศแม่งใครมันจะไปเอา’

แล้วก็อีกสารพัดคำดูถูกและเหยียดหยาม ตอนนั้นผมรู้สึกโกรธมากจนอยากซัดหน้าพวกมันเรียงตัว แต่ด้วยความที่ผมเป็นคนที่มักจะเก็บอารมณ์ แล้วก็มีนิสัยชอบยิ้มอยู่เสมอไม่ว่าจะเวลาไหนเลยยังไม่ได้ทำอะไรพวกนั้น แต่ถ้าหากมันเกินขีดจำกัด สิ่งที่ผมเก็บเอาไว้มันก็จะระเบิดออกมาตู้มเดียว

‘พวกมึงยังเป็นคนกันอยู่มั้ย! ทำไมถึงได้หัวเราะทั้งที่น้องเขาวิ่งร้องไห้ไปแบบนั้น!’ แต่ถึงผมจะตวาดดังลั่น พวกเพื่อนในห้องส่วนใหญ่ก็ยังไม่คิดจะรู้สึกผิดหรือว่าสำนึกเลยสักนิด

‘พวกกูก็แค่แกล้งขำๆ มึงจะโกรธจริงจังทำไมวะโซ่’ สีหน้าท่าทางที่ไม่ยี่หระในขณะที่พูด ทำให้ผมรู้สึกโกรธมากจนต้องกำหมัดแน่น

‘ก็ถ้ามึงจะพูดอย่างนั้น เกิดกูแกล้งพวกมึงแบบขำๆ บ้าง พวกมึงก็คงจะไม่ว่าแล้วก็จะไม่โกรธใช่มั้ย’

‘อะไรของมึงวะโซ่ แค่แกล้งไอ้เด็กอ้วนคนเดียวมึงจะอะไรกับพวกกูนักหนา หรือว่ามึงชอบมันถึงได้โกรธแทนมันขนาดนี้’ ไอ้พวกนี้ แทนที่จะสำนึกและรู้สึกผิดแต่กลับเปลี่ยนเรื่องไปเป็นอย่างอื่น

‘ถ้าชอบแล้วพวกมึงจะทำไม’

‘ก็ไม่ทำไม แต่พวกกูไม่คิดว่ามึงจะตาต่ำขนาดนี้’

‘กูว่ามึงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะ การที่คนเราจะต่ำหรือสูงมันไม่ได้วัดกันที่รูปร่างหน้าตา แต่มันวัดกันที่สันดานต่างหาก เพราะงั้นถ้ามึงบอกว่าน้องเขาต่ำ กูว่ามึงก็คงจะจมอยู่ใต้ดินที่น้องเขาเหยียบอยู่มากกว่า’ พูดจบผมก็เดินออกมา ก่อนจะเริ่มออกตัววิ่งตามหาน้องที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ส่วนไอ้พวกเพื่อนก็พากันเงียบไม่มีใครพูดอะไรหรือว่าตามมา อาจเป็นเพราะว่าพึ่งเคยเห็นผมในโหมดนี้ครั้งแรกก็เป็นได้

ผมวิ่งวนตามหาน้องอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงแต่ก็ไม่เจอ ผมเลยคิดว่าน้องคงจะต้องกลับบ้านไปแล้วแน่ๆ ก็เลยต้องตัดใจเพราะผมไม่รู้ว่าบ้านน้องอยู่ที่ไหน จะโทรหาก็ไม่ได้เพราะกฎของโรงเรียนห้ามไม่ให้พกโทรศัพท์และน้องก็ไม่มีด้วย ดังนั้นที่ผมทำได้ตอนนี้ก็มีแค่กลับมาตรงหลังตึกเก่าที่น้องนัดเจอเท่านั้น

ที่นั่นไม่มีพวกเพื่อนในห้องของผมอีกแล้ว มีเพียงแค่โซ่หลากสีและเศษแก้วที่แตกกระจายเต็มพื้นเท่านั้น ของขวัญที่น้องอุตส่าห์ตั้งใจทำให้ แต่ไอ้พวกเพื่อนก็เข้ามาชนจนทำให้มันหลุดมือผมไป

ถึงจะแก้ตัวยังไง แต่ผมก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวผมนี่แหละที่เป็นคนทำมันพังเอง...

‘พี่ขอโทษนะโย’

แล้วผมก็ก้มลงเก็บโซ่และเศษแก้วที่แตกกระจายใส่กล่องที่อยู่ในกระเป๋า ถึงจะลำบากเอาเรื่องเพราะมันมีทั้งดินและหญ้า แต่ผมก็พยายามเก็บมาให้ได้มากที่สุดเท่าที่สายตาจะมองเห็น แม้ว่ามือของผมจะเต็มไปด้วยแผลที่ถูกแก้วบาดจนเลือดอาบก็ตาม

วันนั้นหลังจากกลับบ้านผมก็รีบเอาโซ่และเศษแก้วไปล้าง เพราะมันทั้งเปื้อนดินและเปื้อนเลือดจากมือของผม พอล้างจนสะอาดและเป่าจนแห้งเรียบร้อย ผมก็เอาเศษแก้วมาต่อกันใหม่โดยใช้ทั้งกาวและสก็อตเทปใส ผมใช้เวลาทำทั้งคืนเพราะว่ามือเจ็บและแก้วมันเป็นชิ้นเล็กมาก แต่แล้วในที่สุดตอนที่ฟ้าสว่างความพยายามของผมมันก็ประสบความสำเร็จ

จริงอยู่ว่าขวดโหลมันไม่ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่อย่างน้อยมันก็ยังกลับมาเชื่อมติดกัน ซึ่งผมก็แอบหวังว่าผมกับน้องจะเป็นแบบนั้น เพราะงั้นผมถึงได้พยายามทำให้ของขวัญชิ้นนี้กลับไปอยู่ในสภาพใกล้เคียงแบบเดิมมากที่สุด

ด้วยความที่โล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง แถมยังอดนอนมาทั้งคืนผมเลยเผลอวูบหลับไป ดังนั้นจากที่ตั้งใจจะรีบไปหาน้องตั้งแต่เช้ามันก็เลยผิดพลาด ผมดันนอนหลับยาวจนถึงตอนเที่ยง กว่าจะไปถึงโรงเรียนเวลาก็ปาไปบ่ายโมงกว่าๆ ซึ่งในตอนนั้นเพื่อนในห้องของน้องบอกว่าน้องได้กลับบ้านไปแล้ว

‘โยกลับบ้านแล้ว? ทำไมล่ะ?’

‘ก็มันอายที่ถูกล้อไงพี่ เรื่องที่เมื่อวานมันใจกล้าหน้าด้านไปสารภาพรักกับพี่เขารู้กันทั้งโรงเรียนแล้วนะ แม่งโคตรไม่เจียมบอดี้เลยอะ เนอะพวกมึง ฮ่าๆๆๆ’

แล้วเพื่อนในห้องของน้องก็พากันหัวเราะอย่างสนุกสนาน ทั้งยังเหยียดน้องอีกสารพัดจนผมที่ได้ฟังถึงกับหน้าชา ผมรู้สึกโมโหจนอยากจะอาละวาดใส่ไอ้เด็กพวกนี้มาก แต่การทำอย่างนั้นมันไม่มีประโยชน์ผมเลยต้องอดทนข่มใจเอาไว้

‘สนุกมากมั้ยครับน้องๆ ที่ได้หัวเราะบนคราบน้ำตาของเพื่อน? พี่เชื่อว่าทุกคนก็น่าจะเคยโดนมาสักครั้งในชีวิตเหมือนกัน ตอนนั้นมันไม่ได้รู้สึกสนุกสักนิดเลยใช่มั้ย เพราะงั้นจำความรู้สึกตอนนั้นเอาไว้แล้วอย่าไปล้อใครอีกนะครับ’

แม้ว่าจะโมโหแค่ไหนแต่ผมก็ไม่ได้ขึ้นเสียงใส่ แถมผมยังคงยิ้มให้เด็กพวกนั้นด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นไม่ใช่เป็นการสร้างภาพ แต่ผมคิดว่าการจะสอนใครสักคนถ้าหากไม่ใช้อารมณ์มันน่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า แล้วมันก็เป็นอย่างที่ผมคิด เพราะเด็กพวกนั้นรู้สึกผิดจนหน้าจ๋อยกันหมดเลย

‘ถ้าโยกลับมาก็อย่าลืมไปขอโทษโยกันด้วยนะ’ ผมพูดจบก็เดินออกมา แต่ผมจะไม่รอให้น้องกลับมาแล้วค่อยขอโทษหรอกนะ ผมจะเป็นฝ่ายไปหาเอง เพราะผมอยากรีบขอโทษน้อง ปลอบโยนน้อง แล้วก็บอกความรู้สึกของตัวเอง  

ด้วยเหตุนี้ผมเลยรีบไปที่ฝ่ายทะเบียนแล้วค้นหาที่อยู่ของน้อง การเป็นประธานนักเรียนมันทำให้ผมเข้านอกออกในห้องนี้ได้อย่างสบาย พอได้ที่อยู่ของน้องผมก็รีบจดเอาไว้ จากนั้นก็เอาหลักฐานต่างๆ ที่ผมเคยรวบรวมเอาไว้ตลอด 3 ปี ทั้งจากที่มีคนมาแจ้งและพบเห็นด้วยตัวเองไปส่งที่ฝ่ายปกครอง

ถามว่าหลักฐานพวกนั้นคืออะไร?

ก็เป็นวีรกรรมของพวกเพื่อนโดยเฉพาะแก๊งเกรียนหลังห้อง ซึ่งก็มีทั้งที่เคยโดดเรียนไปมั่วสุมบ้าง ต่อยตีกันภายในโรงเรียนบ้าง หรือดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ในหอพักบ้าง นอกจากนั้นยังมีเรื่องที่บางคนเคยลอกข้อสอบ ปลอมลายเซ็นผู้ปกครอง หรือแกล้งครูอาจารย์ในโรงเรียนแต่ยังจับตัวคนทำไม่ได้อีกด้วย

เรื่องพวกนี้ผมมีหลักฐานครบทุกอย่าง แต่ที่ไม่เคยเอาไปส่งฝ่ายปกครองก็เพราะเห็นแก่เพื่อน ผมจึงกล่าวตักเตือนแล้วก็ทำทัณฑ์บนเอาไว้ แต่ในเมื่อพวกนั้นไม่มีสำนึกของความเป็นคน ผมก็ต้องสั่งสอนให้รู้จักสำนึกซะบ้าง แล้วผมก็เชื่อว่าฝ่ายปกครองจะต้องมีมาตรการลงโทษพวกนั้นอย่างสาสมแน่นอน

พอส่งหลักฐานทั้งหมดเรียบร้อยแล้วผมก็รีบขับรถไปบ้านน้อง หลังจากที่กดออดสักพักก็มีผู้ชายสองคนเดินออกมา ถ้าจำไม่ผิดน้องเคยบอกว่าที่บ้านมีกัน 5 พี่คน ทำงานแล้ว 2 คน ยังเรียนมหา’ลัยอีก 2 คน เพราะงั้นสองคนนี้น่าจะเป็นพี่คนโตกับพี่คนรองสินะ

‘มาหาใคร’ พี่คนโตถามผมอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ ดูจากท่าทางน่าจะกำลังกลุ้มหรือร้อนใจเรื่องอะไรสักอย่าง ซึ่งผมก็มั่นใจว่าต้องเป็นเรื่องของน้องแน่

‘สวัสดีครับ ผมเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนของโย คือผม...’

‘แกเองหรอคือไอ้รุ่นพี่คนนั้น!’ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดจนจบ พี่คนโตของบ้านก็เข้ามากระชากคอเสื้อของผมขึ้นซะก่อน นี่ถ้าหากว่าพี่คนรองไม่เข้ามาห้ามและจับแยก ผมอาจจะถูกซัดจนหน้าแหกไปแล้วก็ได้

‘ใจเย็นๆ สิพี่ภู หัวร้อนอย่างกับวัยรุ่นไปได้ มันก็ไม่แน่ว่าน้องคนนี้จะเป็นรุ่นพี่คนนั้นสักหน่อย’

‘เป็นผมเองนี่แหละครับ’ และทันใดนั้นเอง แรงปะทะจากฝ่ามือพี่คนรองก็กระทบมาที่ใบหน้าของผมอย่างจัง

เพียะ!

ใบหน้าของผมหันไปตามแรงกระทบ ก่อนที่สักพักความแสบร้อนจะก่อตัวขึ้นมา แต่ว่าผมก็เตรียมใจไว้แล้วล่ะว่าจะต้องโดนแบบนี้ ความจริงผมสมควรจะโดนหนักกว่านี้ด้วยซ้ำ

‘กลับไปซะ แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีก บ้านนี้ไม่ต้อนรับคนอย่างนาย’

‘แต่ผมอยากจะขอโทษโย แล้วผมก็อยากจะอธิบายเรื่องทุกอย่างให้โยฟัง โยกำลังเข้าใจผมผิด ความจริงผมก็รักโยเหมือนกันนะครับ’

‘คิดว่าฉันจะเชื่อคำโกหกแบบนั้นรึไง! ถ้ารักโยจริงทำไมแกถึงปกป้องโยไม่ได้! ทำไมแกถึงปล่อยให้โยต้องเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้!’ พี่คนโตตวาดใส่ผมดังลั่น ซึ่งนั่นมันก็ทำให้ผมถึงกับยืนนิ่ง สิ่งที่ได้ยินมันทำให้ผมถึงกับพูดอะไรไม่ออก

ผมปกป้องน้องไม่ได้จริงๆ...

‘ผมขอโทษครับ’

‘เก็บคำขอโทษของแกกลับคืนไป! แล้วก็ไสหัวออกไปให้พ้นจากบ้านหลังนี้ด้วย!’

‘แต่ว่าผมอยากจะขอโทษโยจริงๆ ให้โอกาสผมด้วยเถอะนะครับ’ ผมอ้อนวอนพร้อมกับคุกเข่าลง ทั้งสองคนที่เห็นอย่างนั้นก็ดูจะอึ้งๆ ไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ยอมให้ผมเจอน้องอยู่ดี

‘โอกาสมันไม่ได้มีให้ทุกคนเสมอไปหรอกนะ อีกอย่างตอนนี้โยก็ขังตัวเองอยู่ในห้องไม่พร้อมจะพบใคร ถ้าหากนายรู้สึกผิดและรักโยจริงก็กลับไปซะ แล้ววันหนึ่งถ้าหากฟ้ารับรู้ความรู้สึกของนาย ก็อาจจะทำให้นายได้เจอกับโยอีกครั้งเอง’ พี่คนรองพูดจบก็ดึงมือพี่คนโตเข้าไปในบ้าน ทิ้งให้ผมนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้นโดยไม่สนใจผมอีกเลย

วันหนึ่งถ้าหากฟ้ารับรู้ความรู้สึกของนาย ก็อาจจะทำให้นายได้เจอกับโยอีกครั้งเอง

พอคิดถึงคำพูดนั้นของพี่คนรอง มันก็ทำให้ผมลุกขึ้นแล้วยอมถอยกลับไป แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะเลิกรักหรือยอมตัดใจจากน้อง ผมจะเก็บน้องไว้ในใจ จะไม่มองใคร แล้วก็จะไม่มีวันรักใครอีกเด็ดขาด ผมจะรอ...รอจนกว่าจะได้พบน้องอีกครั้ง แล้วเมื่อถึงตอนนั้นผมจะไม่มีวันยอมถอยหรือปล่อยมือจากน้องอีกเด็ดขาด

นี่เป็นการลงโทษตัวเองที่ปกป้องน้องไม่ได้...

และแล้ว 7 ปีผ่านไป ฟ้าที่เห็นใจก็ดลบันดาลให้ผมได้พบกับน้องอีกครั้ง...


ตอนที่เห็นชื่อน้องอยู่ในใบรายชื่อนศ.ฝึกงาน วินาทีนั้นหัวใจของผมที่ราวกับว่าได้หยุดเต้นตั้งแต่ 7 ปีที่แล้วก็กลับมาเต้นแรงอีกครั้ง ถ้านี่เป็นความฝันผมก็อยากจะหลับอยู่แบบนี้ไม่ขอตื่นขึ้นมาอีกเลย

ผมนับถอยหลังรอวันที่จะได้เจอน้อง ในระหว่างนั้นก็แวะไปแอบดูน้องที่บ้านที่ผมทำมาตลอด 7 ปี ผมซื้อคอนโดอยู่ใกล้ๆ บ้านน้องก็เพราะเหตุนี้ ถึงแม้นานๆ ทีจะได้เจอเพราะเวลาไม่ค่อยตรงกัน จะจอดรถแถวนั้นนานๆ ก็ไม่ได้เดี๋ยวมีคนสงสัย แต่เคยได้ยินกันใช่มั้ยล่ะว่าถึงไม่เห็นหน้าขอแค่ได้เห็นหลังคาบ้านก็ยังดี ประโยคนี้ผมรู้ซึ้งเลยจริงๆ

มีหลายครั้งเหมือนกันที่ผมอยากจะเข้าไปหาน้อง อยากจะเข้าไปกอด อยากจะเข้าไปขอโทษ แต่ผมก็ทำไม่ได้ ไม่สิ...ต้องบอกว่าผมไม่มีหน้าเข้าไปหาน้องมากกว่า ก็ตอนนี้น้องดูท่าทางมีความสุขมาก แถมน้องยังเปลี่ยนแปลงตัวเองจนดูดีซะขนาดนั้น ถึงแม้ผมจะชอบแบบที่มีเนื้อมีหนังมากกว่าก็เถอะ แต่ถ้าเข้าไปทักน้องตอนนี้ ผมก็กลัวน้องจะเข้าใจผมผิด อีกอย่างผมก็อยากให้น้องเป็นคนเจอผมด้วยตัวเองมากกว่า เพราะนั่นแสดงว่าฟ้ารับรู้ความรู้สึกของผม และยอมยกโทษในความผิดที่ผมไม่สามารถปกป้องน้องไว้ได้ให้แล้ว

7 ปีที่ยาวนานราวกับ 7 ทศวรรษ ในวันนั้น...วันที่ผมกำลังจะได้เจอน้องผมแทบนอนไม่หลับ เอาแต่เรียบเรียงเรื่องที่อยากจะพูด แล้วก็ซ้อมเป็นบ้าเป็นหลังอยู่หน้ากระจกไม่รู้กี่ชั่วโมง แต่พอได้พบกับน้องเรื่องที่อยากจะพูดผมก็พูดไม่ออก เพราะสายตาของน้องที่มองผมมันทั้งแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความแค้น ถึงแม้จะแค่แว้บเดียวแต่ผมก็มั่นใจว่าผมไม่ได้มองผิดแน่นอน

เพราะงั้นผมเลยทำเป็นจำน้องไม่ได้ซะ น้องจะได้ไม่ต้องลำบากใจในช่วง 3 เดือนที่ต้องฝึกงานที่นี่ แล้วผมก็คิดว่าน้องคงจะทำเป็นจำผมไม่ได้เหมือนกัน แถมคงจะพยายามอยู่ห่างๆ ไม่เข้าใกล้ผมด้วยมั้ง ซึ่งผมก็เตรียมใจเอาไว้แล้วล่ะ ดีแค่ไหนแล้วที่จะได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ น้องอีกครั้ง ถึงแม้มันจะเป็นช่วงสั้นๆ ผมก็พอใจแล้ว

แต่ก็ดูเหมือนว่าเรื่องราวมันจะไม่ได้เป็นอย่างที่ผมคิด...

จริงอยู่ว่าน้องทำเป็นจำผมไม่ได้ แต่แทนที่จะตีตัวออกห่าง น้องกลับยิ้มหวานและพยายามทำตัวใกล้ชิดกับผม ผมที่รู้สึกงงๆ เลยพยายามพิสูจน์ว่าผมเข้าใจผิดไปรึเปล่า น้องยิ้มให้ผมจากใจมั้ย แต่ก็ปรากฏว่านั่นเป็นแค่การแสดงเท่านั้น

เพราะงั้นผมเลยพยายามคิดหาคำตอบว่าน้องทำแบบนี้ทำไม ก่อนที่จะได้คำตอบว่าน้องคงพยายามแก้แค้นผมโดยการหลอกให้รัก เพราะคงคิดว่าผมเคยทำแบบนั้นกับตัวเองเมื่อ 7 ปีก่อน ซึ่งพอได้ฟังจากพี่เชน มันก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้ไม่มีผิดเลย

ถามว่าพี่เชนเป็นใครและเกี่ยวข้องอะไรกับผม?

พี่เชนเป็นลูกพี่ลูกน้องที่อายุมากกว่าผม 1 ปี เป็นญาติทางฝั่งพ่อ ซึ่งพ่อของพี่เชนก็เป็นตำรวจเหมือนพ่อของผม ส่วนตระกูลทางแม่จะเป็นนักธุรกิจ ต่างจากแม่ของผมที่เป็นแม่บ้านธรรมดา

การที่พวกเรามีชื่อเล่นแบบนี้ คงเป็นอิทธิพลจากตระกูลทางพ่อที่จะเป็นตำรวจซะส่วนใหญ่ ลูกหลานเลยมีแต่ชื่อที่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นโซ่ เชน กัน กัปตัน แทงค์ ไฟท์ ไนฟ์ บอม กองทัพ จอมทัพ อะไรประมาณนี้

ก่อนหน้านี้ผมกับพี่เชนก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่ แค่เจอกันตอนงานรวมญาติ อย่างสงกรานต์หรือปีใหม่ปีละ 2 – 3 ครั้งเท่านั้น แต่วันนั้นจู่ๆ พี่เชนกลับโทรมาหา ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เราสองคนคุยกันแทบจะนับครั้งได้ด้วยซ้ำ

[‘นายรู้จักเด็กที่ชื่อวาโยรึเปล่า รู้สึกว่าตอนม.4 จะเคยเรียนที่โรงเรียนเดียวกันกับนาย’]

‘รู้จักครับ มีอะไรรึเปล่าครับพี่เชน’ ที่ผมมั่นใจว่าพี่เชนต้องหมายถึงน้อง ก็เป็นเพราะชื่อของน้องมันไม่ได้โหลจนพบได้ทั่วไปง่ายๆ ยิ่งตอนม.ปลายเคยเรียนที่โรงเรียนเดียวกันด้วยแบบนี้ วาโยที่พี่เชนถามถึงต้องเป็นน้องไม่ผิดแน่

[‘ถ้างั้นก็แสดงว่าโซ่ที่เด็กนั่นพูดถึงก็เป็นนายจริงๆ ด้วย’]

‘เอ่อ...นี่มันเรื่องอะไรกันครับพี่เชน’

[‘บอกความจริงเรื่อง 7 ปีที่แล้วมา แล้วพี่จะบอกเรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับเด็กนั่นให้นายรู้’]

ถึงจะยังงงๆ และสงสัยว่าพี่เชนไปรู้จักกับน้องได้ยังไง แต่ผมก็ตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้พี่เชนฟัง แม้น้ำเสียงของพี่เชนจะดูไม่ค่อยชอบน้องเท่าไหร่นัก แต่เท่าที่ฟังก็เหมือนจะไม่ได้คิดร้ายอะไร แค่อาจจะไม่พอใจเรื่องอะไรบางอย่างเท่านั้นล่ะมั้ง

[‘สรุปก็คือเด็กนั่นเข้าใจนายผิด?’]

‘ครับ’

[‘ก็แล้วทำไมนายไม่ไปบอกความจริง จะเก็บเงียบเอาไว้ทำไมตั้ง 7 ปี’]

‘ผมว่าบางทีพี่เชนก็น่าจะเคยนะครับ การที่อยากบอกอะไรใครสักคน แต่มันก็มีเหตุผลที่ทำให้เราบอกคนคนนั้นไม่ได้’ คำตอบของผมทำเอาพี่เชนถึงกับเงียบไป ก็ไม่รู้ว่ามันได้ไปแทงใจดำรึเปล่า

[‘พี่ชักจะเริ่มเข้าใจนายแล้วล่ะ สถานการณ์ที่พี่เป็นอยู่ตอนนี้มันก็อาจจะคล้ายๆ กับนาย แต่ต่างตรงที่ไม่ใช่พี่บอกความรู้สึกไม่ได้ พี่แค่ยังไม่อยากบอกมากกว่า ก็ผลไม้น่ะกินตอนสุกงอมมันหอมแล้วก็หวานกว่าใช่มั้ยล่ะ หึหึ’]

เสียงหัวเราะในลำคอที่ได้ยิน มันทำให้ผมรู้สึกเย็นยะเยือกยังไงก็ไม่รู้ แถมเรื่องที่พี่เชนพูดผมก็ไม่ค่อยจะเข้าใจด้วย เพราะงั้นผมถึงได้ไม่ตอบอะไร พี่เชนเลยพูดขึ้นมาอีกครั้ง

[‘แต่ถ้านายบอกความจริงกับเด็กนั่นไปตั้งแต่แรก เรื่องทุกอย่างมันก็คงจะไม่วุ่นวายขนาดนี้ คนของพี่จะได้ไม่หลงเดินผิดไทป์’]

‘หา? คนของพี่? เดินผิดไทป์?’

[‘ก็ถ้านายบอกว่าแอบไปดูเด็กนั่นที่บ้านบ่อยๆ นายก็น่าจะเคยเห็นนะ เจ้าของซีวิคสีขาวที่คอยรับส่งเด็กนั่นตลอด 3 – 4 ปีนี้’]

‘อ๋อ เคยสิครับ’ พูดถึงตรงนี้น้ำเสียงของผมก็หม่นหมองลง คนคนนั้นอาจจะเป็นคนรักของน้องล่ะมั้ง ใจหนึ่งผมก็รู้สึกดีใจนะที่น้องมีความสุข แต่อีกใจหนึ่งผมก็รู้สึกเจ็บ แม้ว่าคนอย่างผมจะไม่มีสิทธิ์รู้สึกแบบนั้นเลยก็ตาม

[‘ถ้านายคิดว่าธามเป็นแฟนเด็กนั่น พี่บอกไว้เลยนะว่าไม่ใช่ ธามเป็นแค่รุ่นพี่ที่ตามจีบเด็กนั่นเฉยๆ คงเป็นเพราะเด็กนั่นยังลืมนายไม่ได้ล่ะมั้งถึงไม่เคยเปิดใจให้ใครเลย’] ผมรู้ว่ามันผิดและไม่สมควร แต่ว่าผมกลับรู้สึกดีใจที่รู้ว่าน้องยังลืมผมไม่ได้ ผมมันเป็นคนที่แย่มากๆ เลยใช่มั้ยล่ะ

‘แล้วทำไมพี่เชนถึงรู้เรื่องนั้นได้ล่ะครับ’

[‘ก็พี่เป็นเพื่อนสนิทธาม แถมยังพ่วงตำแหน่งที่ปรึกษาหัวใจด้วย’] นี่ผมคิดไปเองรึเปล่านะว่า น้ำเสียงของพี่เชนเหมือนมีเลศนัยหรือแผนร้ายซ่อนอยู่ชอบกล

‘ผมว่ามันดูย้อนแย้งกันอยู่นะครับ พี่เชนชอบพี่ธามถูกต้องมั้ย แล้วทำไมถึงยังเป็นที่ปรึกษาหัวใจให้พี่ธามด้วยล่ะ’

คือพี่เชนก็ไม่ได้ดูเป็นคนดีขนาดนั้น ถ้าจะเอาตรงๆ ชัดๆ ก็เป็นคนอันตรายค่อนข้างไปทางร้าย เพราะงั้นผมเลยคิดว่าอย่างพี่เชนไม่น่าจะมีจุดประสงค์ดีสักเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่คิดว่าพี่เชนจะ...

[‘แล้วใครบอกล่ะว่าพี่แนะนำเรื่องที่จะทำให้ธามจีบเด็กนั่นติด ของมันแน่ว่าพี่ก็ต้องแนะนำแบบตรงกันข้าม แบบที่ธามจีบเด็กนั่นน่ะ มันคือวิธีการที่น่าเบื่อสุดๆ เลยล่ะรู้มั้ย’]

เรื่องที่ได้ยินจากพี่เชนมันทำให้ผมถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก นี่มันตัวร้ายในละคร...ไม่สิ บอสที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทุกอย่างชัดๆ

‘แบบนี้พี่ธามก็น่าสงสารมากเลยนะครับพี่เชน’

[‘น่าสงสาร? หึ! นายควรจะยินดีกับธามมากกว่า ก็ธามน่ะไทป์เดียวกันกับเด็กนั่น ถึงได้คบกันก็ไปไม่รอดอยู่ดี’]

‘พี่เชนจะบอกว่าพี่ธามเหมาะจะคบกับพี่?’

[‘แน่นอน เพราะงั้นเรามารีบทำให้เรื่องมันจบดีกว่า’]

แล้วพี่เชนก็บอกเรื่องที่น้องตั้งใจจะเอาคืนผมให้ผมฟัง จากนั้นก็สั่งให้ผมรีบบอกความจริงทุกอย่างกับน้องซะ แต่ผมไม่อยากทำแบบนั้น ผมอยากให้น้องได้เอาคืนผมอย่างที่ตั้งใจ หรือถ้าน้องจะเปลี่ยนใจผมก็อยากให้น้องเปลี่ยนด้วยตัวเอง

นอกจากนี้ผมก็อยากสู้แบบแฟร์ๆ และให้โอกาสพี่ธามด้วย เพราะผมรู้ว่าการอดทนรอคอยมันทรมานมากแค่ไหน 3 – 4 ปีที่พี่ธามทุ่มเททุกอย่างให้น้องมันไม่ใช่เวลาน้อยๆ เลย

[‘พี่ไม่ขัดข้องหรอกนะถ้านายจะเอาแบบนั้น พี่รอธามมาตั้งหลายปี รออีกแค่ 3 เดือนจะเป็นไรไป’] พูดจบพี่เชนก็หัวเราะในลำคอออกมา คงจะมั่นใจเอามากๆ ว่าพี่ธามเดินผิดไทป์

ในตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดแบบนั้นหรอก แต่หลังจากนั้นพอได้ไปเดทกับน้อง แล้วเห็นพี่เชนแอบเนียนเดทกับพี่ธามที่ตามมาสอดแนม ผมก็เริ่มเห็นแล้วล่ะว่าพี่ธามคงจะเดินผิดไทป์เข้าจริงๆ

ส่วนเรื่องความรู้สึกของน้อง ยิ่งได้อยู่ใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งเห็นความรู้สึกของน้องที่มีต่อผมผ่านทางแววตามากเท่านั้น ถึงแม้น้องจะปากแข็ง ผมก็ยังมั่นใจว่าน้องรักผมเหมือนกัน แต่มันอาจจะไม่มากพอเท่ากับความแค้นล่ะมั้ง เพราะวันสุดท้ายน้องก็ยังเลือกที่จะปฏิเสธผม

‘ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ชอบพี่ เพราะงั้นผมคงเป็นแฟนกับพี่ไม่ได้’

ถามว่าเจ็บมั้ย? ถ้าบอกว่าไม่ก็คงจะเป็นการโกหก แต่ว่าผมก็ไม่ได้รู้สึกโกรธน้องเลยนะ กลับกันผมดันรู้สึกโล่งด้วยซ้ำที่ไม่มีอะไรติดค้างกับน้องแล้ว น้องได้แก้แค้นผมอย่างที่ตั้งใจ ส่วนผมก็ได้ไถ่โทษให้กับความผิดที่ปกป้องน้องไม่ได้ เพราะงั้นมันก็สมควรแล้วล่ะที่จะต้องโดนแบบนี้

บางทีนี่อาจเป็นจุดจบของเรื่องราวระหว่างผมกับน้อง...

2BC


​สวัสดีค่า Trap หัวใจพ่ายรัก ตอนที่ 13 ก็จบลงไปแล้วน้า ครึ่งหลังนี้ก็ยังคงเป็นพี่โซ่บรรยายเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีเรื่องของพี่เชนกับพี่ธามเข้ามาเอี่ยวด้วย! ใครที่ชิพคู่ #เชนธาม อยู่คงจะกรี๊ดกันเลยสินะ แต่ว่านะคะ...คนโฉดอย่างพี่เชนนี่จะเชียร์ให้ได้กับคนดีอย่างพี่ธามจริงๆหรออออออออ ​ แต่ก่อนจะลุ้นคู่นั้น มาลุ้นกับคู่โซ่ว่ากันตอนหน้าก่อนดีกว่า คราวนี้จะกลับไปตอนที่น้องวาบรรยายแล้ว เหตุการณ์ก็จะเป็นปัจจุบันต่อจากที่น้องสลัดรักพี่โซ่ที่งานเลี้ยงเลย เรื่องราวจะดำเนินต่อไปยังไง น้องจะหันหลังกลับไปหาพี่โซ่ หรือจะเดินหน้าไปต่อกับพี่ธาม ว่าแต่...เรื่องที่พี่เชนบอกว่าพี่ธามน่ะเดินผิดไทป์ มันจะจริงรึเปล่าน้อ? ​ ก่อนที่เค้าจะขอตัวไปนอน ก็ต้องขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะคะที่ติดตามคู่นี้รวมถึงคู่พี่ๆมาโดยตลอด ถึงตอนหลังๆมานี้เค้าจะอัพค่อนข้างช้าเพราะดวงตามีปัญหา แต่หลายๆคนก็ยังรอและไม่ทิ้งเค้าไปไหน ขอขอบคุณจากใจจริงๆค่ะ ขอกอดทุกคนแน่นๆทีนะคะ ร้ากกกกกกก ​ (4 ธ.ค. 61)

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/48456/584810482-member.jpg

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}