Hecatia3120
Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : พบกัน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2562 01:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พบกัน
แบบอักษร

เวลาต่อมา

จวนเจ้ากรมคลัง

"เยว่เออร์ของแม่ตื่นแล้วรึ" เสียงสตรีวัยกลางคนเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าบุตรสาวของนางลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากหลับไปหนึ่งวันเต็มๆ หากท่านหมอไม่บอกว่าบุตรสาวของนางแค่ร่างกายอ่อนเพลียนางคงกระวนกระวายใจมากยิ่งกว่านี้ด้วยความเป็นห่วง

 

"เยว่เออร์ตื่นแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านแม่ไม่ต้องกังวลแล้วนะเจ้าคะ^^"นางรีบเอ่ยตอบผู้เป็นแม่ไป จากขอบตาที่เริ่มคล้ำของ​มารดานางก็รู้ได้ทันทีว่ามารดาของนางคงไม่ได้พักผ่อนเพราะเฝ้านางทั้งคืนเป็นแน่

 

"ยังจะมายิ้มอีก ฮึก แม่ห่วงเจ้าแทบแย่" นางต่อว่าบุตรสาวอย่างไม่จริงจังนัก

 

เยว่จือเป็นเด็กที่ยิ้มง่ายเสมอ หากไม่มีสิ่งใดกระทบกระเทือนจิตใจจริงๆนางก็ไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นเลยแม้แต่บิดามารดาเพราะนางกลัวว่าทุกคนจะทุกข์ไปกับนางด้วย ดูเอาเถิดว่าบุตรสาวคนนี้แสนดีเพียงใด

 

"แล้วนั่นเจ้าไปเอาหยกชิ้นนั้นมาจากที่ใดดูจากคุณภาพหยกแล้วต้องมีราคาเป็นแน่"

 

"อ๋อคือว่า.....!!! ท่านแม่คนที่มาส่งลูกชื่ออะไรหรือเจ้าคะ" นางเพิ่งนึกขึ้นได้เดี๋ยวนี้เองว่านางไม่ได้ถามชื่อเสียงเรียงนามพี่ชายคนนั้นไว้เลยทั้งที่อยู่ด้วยกันทั้งคืน แล้วนางก็ยังไม่ได้ขอบคุณอีกฝ่ายที่ได้ช่วยชีวิตนางเอาไว้ด้วย

 

"เอ่อ...แม่ก็ไม่รู้ เขาเป็นคนให้เจ้ามารึ!"    เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแปลกใจ ใช่ว่านางไม่รู้แต่นางพูดไม่ได้ ทางการเพิ่งมีหนังสือลงมาให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ

 

"แล้วเช่นนี้เยว่เออร์จะไปตามหาได้ที่ไหนเล่าเจ้าคะ เยว่เออร์อยากขอบคุณพี่ชายคนนั้นสักครา"

 

"เรื่องนั้นท่านพ่อของลูกได้ขอบคุณแทนลูกแล้วไม่ต้องห่วงนะเยว่เออร์"

 

"ฮูหยินเจ้าคะ นายท่านให้ข้าน้อยมาตามฮูหยินกับคุณหนูไปที่หน้าจวนเจ้าค่ะ" ลี่เซียงสาวใช้ประจำตัวของเยว่จือเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้มจนคนมองอดแปลกใจไม่ได้ มีเรื่องอะไรน่ายินดีรึ

 

หน้าจวน

"โอ้โห!!!! ท่านพ่อไปเอาลูกสุนัขพวกนี้มาจากที่ใดหรือเจ้าคะน่ารักมากเลยเจ้าค่ะ" เยว่จือเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น ลูกสุนัขเจ็ดตัวถูกนำมาส่งถึงหน้าจวน คงไม่ต้องบอกก็รู้ว่าฝีมือของใคร

 

"เยว่เออร์ของพ่ออยากได้ลูกสุนัขเหตุใดจึงไม่ยอมบอกพ่อ คราหลังมีสิ่งใดต้องบอกพ่อก่อนเข้าใจรึไม่"

 

"เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ขออภัยที่ทำให้ท่านพ่อเป็นห่วงนะเจ้าคะ^^"

"เยว่เออร์ของแม่จะตั้งชื่อลูกสุนัขพวกนี้ว่าอะไรรึ พวกมันยังไม่มีชื่อแม่เรียกไม่ถูก" นางเอ่ยถามเจ้าของสุนัขอย่างบุตรสาว นางเชื่อว่าคนเราเมื่อได้ตั้งชื่อให้สิ่งใดย่อมเกิดความรู้สึกรักและผูกพันธ์การให้นางได้ตั้งชื่อด้วยตนเองนั้นจึงดีที่สุด

 

"ลูกอยากตั้งชื่อพวกมันเป็นเลขหนึ่งถึงเจ็ดเจ้าค่ะ><" คำตอบของนางเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้อย่างดี ดีเสียจริงสุนัขเจ็ดตัวก็เรียกตามตัวเลยไปเสียเลย เยว่จือทำการเรียงชื่อสุนัขแต่ละตัวของนาง

 

ตัวใหญ่ที่สุดก็ให้ชื่อเจ้าหนึ่ง รองลงมาก็เจ้าสอง ไล่ไปถึงเจ็ดที่ตัวเล็กที่สุด สุนัขพวกนี้ดูแล้วคงได้รับการฝึกขั้นต้นมาบ้างแล้ว คงจะเลี้ยงง่ายอยู่พอควรคงไม่เกินความสามารถของเด็กอย่างนางนัก

 

9ปีต่อมา

 

อีกไม่กี่วันจะเป็นวันเกิดของเยว่จือ นางกำลังจะอายุ13ขวบปีในไม่กี่วันข้างหน้านี้แล้ว! จากที่ควรจะดีใจเหมือนเช่นทุกปีกลับกลายเป็นเศร้าใจ เด็กผู้หญิงหากเป็นลูกขุนนางชั้นผู้ใหญ่จะต้องเข้าคัดเลือกเป็นนางในเพื่อเป็นสนมต่อไป

 

ส่วนลูกขุนนางชั้นล่างก็ต้องถูกคัดเลือกไปเป็นนางกำนัลในวังหลวง เยว่จืออยู่ในกลุ่มแรกนางเพิ่งจะอายุเท่านี้กลับต้องมาจากพ่อและแม่ไปมันไม่ยุติธรรมสำหรับนางเลย

 

"เยว่เออร์ลูกอย่าคิดมากไปเลย ต่อให้วันนี้ไม่จากกันสักวันเมื่อเจ้าเติบโตพร้อมออกเรือนไปเราแม่ลูกก็ต้องจากกันอยู่ดีนะลูก" ฮูหยินอ้ายเยว่เอ่ยปลอบบุตรสาวที่นั่งใจลอยด้วยแววตาเศร้าเช่นนี้มานับเดือนแล้ว

 

"ฮึก เยว่เออร์ไม่ไปได้รึไม่เจ้าคะ" แค่ถูกปลอบประโลมจากมารดาน้ำตาก็ไหลร่วงออกมาอย่างง่ายดาย แค่คิดว่าต้องจากที่นี่จากคนที่รักไปก็ทำเอาใจหาย เหมือนอากาศรอบๆมันน้อยลงเรื่อยๆหายใจไม่ออกแต่ก็ยังไม่ตาย

 

"มันเป็นหน้าที่ของสตรีทุกคนในแคว้นนะลูก เจ้าอย่าเพิ่งกังวลไป บางทีเจ้าอาจจะถูกคัดออกก็เป็นได้นะลูกแม่" ยังนับว่าเป็นเรื่องดีที่พ่อและแม่ของนางไม่ได้มักใหญ่ใฝ่สูงเช่นครอบครัวอื่น แต่ถึงอย่างนั้นมันเป็นเรื่องเสี่ยงอยู่ดีที่จะไม่ถูกคัดออก

 

"ท่านแม่ เยว่เออร์รู้มาว่าหากถูกคัดออกจะต้องเป็นนางกำนัลรับใช้อยู่ในวัง กว่าจะได้ออกจากวังก็ต้องรออายุครบ25ขวบปี หรือแย่กว่านั้นหากเจ้านายของเราถูกใจคงต้องอยู่ไปอีกเป็นสิบปี....ฮึก เยว่เออร์กลัว" ไม่ว่าจะทางใดก็เลวร้ายสำหรับนางทั้งสิ้น

 

ฮูหยินอ้ายเยว่ได้แต่เอ่ยปลอบลูกสาวไปเรื่อยๆ หวังว่านางจะทำใจได้โดยไว เพราะนี่ก็เหลือเวลาอีกไม่นานแล้ว

 

หลายวันต่อมา

 

"เยว่เออร์วันนี้เราต้องไปซื้อของเพื่อเตรียมให้เจ้าเข้าวัง เจ้าไปเตรียมตัวให้พร้อมแม่จะไปรอที่รถม้าหน้าจวน"

 

"เจ้าค่ะ"ร่างเล็กเอ่ยตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรสุดท้ายนางก็คงต้องเข้าวังอยู่ดี สุดท้ายคงทำได้แค่ทำตัวดีๆจะได้ถูกปล่อยออกมาเร็วๆ

 

เยว่จือและมารดาเดินเข้าออกอยู่หลายร้านเพื่อหาซื้อข้าวของเครื่องใช้ หลังจากได้ของครบและกำลังเตรียมจะกลับจวนเยว่จือก็เห็นร้านที่ขายของกระจุกกระจิก นางเห็นกระดิ่งอันกำลังดีจึงคิดถึงบรรดาสุนัขที่เลี้ยงไว้ขึ้นมา

 

"ท่านแม่เยว่เออร์ขอตัวสักเดี๋ยวนะเจ้าคะ ทางนู้นมีกระดิ่งน่ารักๆอยู่อยากจะซื้อไปฝากเจ้าเจ็ดตัวนั้นเจ้าค่ะ" อ้ายเยว่เมื่อเห็นบุตรสาวร่าเริงขึ้นมาเล็กน้อยก็ดีใจนางจึงอนุญาติไป

 

"ท่านป้าข้าเอากระดิ่งเจ็ดอันนี้เจ้าค่ะ^^"

 

"แม่หนูคงอยากซื้อไปใส่ให้สัตว์เลี้ยงใช่รึไม่" แม่ค้าเอ่ยถามอย่างเป็นมิตร

 

"ถูกแล้วเจ้าค่ะ ท่านป้ารู้ได้อย่างไรเจ้าคะ"

 

"ป้าเองก็เลี้ยงเอาไว้เหมือนแม่หนูนี่แหละ แต่แม่หนูคงจะเลี้ยงหลายตัว^^"

 

"สุนัขเจ็ดตัวเจ้าค่ะ โตกันหมดแล้ว ข้าอยากให้มันมีกระดิ่งนี่ติดตัว คนจะได้รู้ว่าพวกมันมีเจ้าของ"เอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม ใช่หากนางไม่อยู่แล้วพวกมันเกิดหนีมาเที่ยวเล่นอย่างน้อยคนก็จะได้รู้ว่าพวกมันมีเจ้าของ

 

"อ้อ สุนัขรึถึงว่าล่ะกระดิ่งอันใหญ่เชียว ส่วนของป้านี่จ่ะ มันหลงมาที่เรือนป้าเลยเลี้ยงเอาไว้^^" เอ่ยพลางยกกรงกระต่ายเล็กๆขึ้นมาวาง เยว่จือถึงกับตกใจจนหน้าซีดกรีดร้องออกมาเสียงดัง   เพราะนับตั้งแต่วันนั้นนางก็กลายเป็นคนกลัวประต่ายไป โดยเฉพาะกระต่ายที่ขนสีขาวเช่นนี้

 

"กรี๊ดดดด ฮึก ฮือออออออ" ทุกคนที่สัญจรอยู่บริเวณนั้นถึงกับตกใจที่จู่ๆเด็กหญิงคนนั้นก็ร้องไห้ออกมาราวกลับหวาดกลัวนักหนา เสียงร้องของนางลอยไปกระทบโสตประสาทคนผู้นึงเข้าอย่างจัง

 

อีกด้านหนึ่ง

 

"มีอะไรรึ"เสียงทุ้มเอ่ยถามผู้ติดตามที่อยู่ในชุดชาวบ้านธรรมดา

 

"ดูเหมือนจะเป็นบุตรสาวเจ้ากรมคลังซือขอรับ" ร่างสูงหยุดชะงักทันที เจ้ากรมคลังงั้นรึ

 

"เอ่อดูเหมือนนางจะกลัวกระต่ายที่ชาวบ้านนำมาให้ดูขอรับ เราไปกันต่อเถิดขอรับ" ฟังจบร่างสูงก็เดินตรงเข้าไปหาคนตัวเล็กทันที เหมือนนางจะกลัวจนทำอะไรไม่ถูกก้าวขาไม่ออก ไม่หนีแต่กลับจ้องมองกระต่ายน้อยในกรงนั้น

 

ฟลึ่บ!!!!

 

" องค์....นายท่าน!!!!" เขาใช้มือข้างนึงปิดตานางเอาไว้ก่อนจะใช้อีกมือดึงรั้งนางออกมาจากตรงนั้น เหลือไว้เพียงความมึนงงของชาวบ้านที่มองมา

 

"กลายเป็นภาพติดตาจริงๆสินะ" ร่างสูงถอนหายใจออกมา เขาคิดไว้ไม่ผิดว่าร่างเล็กจะต้องเป็นเช่นนี้ ตอนนั้นนางยังเด็กอยู่มากคงจะกลัว

 

"ฮึก ทะ ท่านเป็นใครเจ้าคะ" เอ่ยถามตะกุกตะกักทันทีที่ตั้งสติได้

 

"ข้าเป็น....เจ้าของนกที่เจ้าห้อยอยู่" เอ่ยจบก็ชักมือกลับแล้วหายออกไปจากตรงนั้นทันที ลึกๆก็แอบดีใจที่นางเก็บของที่เขาให้ไว้ติดตัว นางยังไม่ลืมเขา...

 

"เจ้าของนกตัวนี้รึ?"เยว่จือทำท่านึกคิด นกตัวนี้นางได้มาตอนเด็กๆ นางห้อยติดตัวเสมอเพื่อระลึกถึงเด็กชายที่เคยช่วยนางเอาไว้จาก......!!!! คนที่ช่วยนางตอนถูกลักพาตัวเมื่อเก้าปีก่อน!!!!

 

กว่าจะรู้ตัวก็ไม่พบใครแล้ว นางไม่ทันได้ขอบคุณเขาอีกแล้ว หน้าตาก็ไม่ได้เห็น เห้ออเขาจะรีบไปไหนกัน ทำตัวแปลกพิลึกจู่ๆก็มาจู่ๆก็ไป

 

"องค์ชายพ่ะยะค่ะ..."

 

"ไปกันเถิด"เอ่ยตัดบทแล้วเดินต่อไป แอบออกมาเที่ยวเล่นครั้งนี้ไม่คิดเลยว่าจะได้พบเจอกันอีก เด็กที่มีกลิ่นหอมคนนั้น...ตอนนี้นางเติบโตขนาดนี้แล้วรึทั้งยังงดงามมากอีกด้วย  เขาคิดในใจเผลอยิ้มออกมาทำเอาองค์รักษ์ชะงักไปเป็นแถว นี่องค์ชายกำลังยิ้มรึ!!!ยิ้มที่ผู้ติดตามมาหลายปีอย่างพวกเขาไม่เคยได้เห็น!

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น