facebook-icon Twitter-icon

ความคิดเห็น (comment) จากผู้อ่านคือกำลังใจที่ดีที่สุดของนักเขียน อย่าลืมคอมเมนต์เพื่อเป็นกำลังใจนักเขียนมีแรงใจในการสร้างสรรค์ผลงานต่อไปนะ :)

ตอนที่ 104 : คนนอนตื่นสาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 104 : คนนอนตื่นสาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.1k

ความคิดเห็น : 43

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2561 17:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 104 : คนนอนตื่นสาย
แบบอักษร

ตอนที่ 104 : คนนอนตื่นสาย


“ไป๋”

“...”

“ไป๋”

“...”

“ไป๋”

“อืออออ”

เสียงของเขาตอบรับอย่างขอไปทีทั้งที่ยังคงหลับตาอยู่และไม่สนใจเสียงเรียกร้องที่แสนคุ้นเคยที่ดังมาจากไม่ไกลนั่น ไม่ต้องลืมตาดูก็รู้ว่าเสียงของอีกฝ่ายเป็นใคร ไอ้อิฐ อดีตเดือนวิศวะสุดฮอตที่ตอนนี้กลายสภาพมาเป็นผู้บริหารหนุ่มผู้ครองตำแหน่งหนุ่มโสดในฝันไปเสียแล้ว เหตุการณ์วุ่นวายคลี่คลายผ่านไปด้วยดี งานฌาปนกิจศพพ่อของอิฐผ่านไปอย่างเรียบร้อย ความรู้สึกของอิฐก็ดีขึ้นตามลำดับ และทุกอย่างก็ดูจะเข้ารูปเข้ารอยกลับคืนสู่ชีวิตแบบปรกติสุขของพวกเขาทั้งคู่อีกครั้ง

“ตื่นได้แล้วครับที่รัก” เสียงนุ่มนั้นดังขึ้นตรงห่างจากตัวเขาไปไม่ไกลนัก

“ไม่เอาอิฐ กูจะนอน” เสียงของไป๋บ่นไปเบาๆ ทั้งที่ยังหลับตาอยู่อย่างนั้น

“ไป๋อย่านอนตื่นสายสิครับ” อีกฝ่ายกระซิบอย่างยั่วเย้า

“ทำไม กูตื่นสายแล้วจะทำไม วันนี้วันเสาร์” เขาบ่น

“...” เสียงของอิทธิกรเงียบหายไป

“อิฐ อย่าเล่นติ่งหู มันจั๊กจี้”

ไป๋ปรามเสียงเข้ม เพราะไม่กี่อึดใจก็รู้ว่าเหตุผลที่เสียงของอิฐเงียบหายไปไม่ใช่มันยอมแพ้ แต่มันเปลี่ยนมาโจมตีติ่งหูของเขาแทน ปากของอีกฝ่ายงับเข้ามาและใช้ปลายลิ้นมาแตะเบาๆ จนหัวใจของคนที่นอนหลับตาอยู่ในเวลานี้ถึงกับเต้นไม่ค่อยจะถูกจังหวะเท่าไหร่นัก

“ก็เวลาไป๋ตื่นสายแล้วไป๋น่ารักนี่นา” ริมฝีปากของไอ้คิงคองยักษ์คลายออก และพูดกระซิบมาเบาๆ ตรงข้างหูเขา

“ลามปาม”

ไป๋ด่าเบาๆ ในขณะที่เอาหัวมุดหายเข้าไปในผ้าห่มอย่างต้องการจะหนีคนตรงหน้าและกลับเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการนอนหลับอีกครั้ง


“มุดหนีแบบนี้ ไป๋อยากเล่นผีผ้าห่มเหรอครับ”

นอกจากอีกฝ่ายจะไปวางมือจากการตามก่อกวนเขาในยามเช้าของวันหยุดแล้ว มันยังตามเข้ามาแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว ปัณฑูรยอมแพ้ลืมตาขึ้นในที่สุดก็เจอกับอีกฝ่ายที่ขดตัวอยู่ในผ้าห่มผืนใหญ่กับเขาด้วย แสงที่ส่องเข้ามาจากนอกห้องในเวลานี้ทะลุผ้าห่มเข้ามาบางส่วนจนเห็นเค้าหน้าของคนตรงหน้าได้อย่างเลือนลาง ไอ้อิฐกำลังอมยิ้มและทำหน้ารอคอยคำตอบของเขาอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งไม่ว่าจะดูจากมุมไหนก็ตีความได้ว่ามันคือการจงใจแกล้งกวนประสาทเขาชัดๆ

“ต้องการอะไร” เสียงของไป๋ถามออกไปอย่างยื่นข้อเสนอ

“คนตื่นสายต้องโดนลงโทษ”

อีกฝ่ายแกล้งพูดเสียงเข้ม ไป๋มองดูรอยอมยิ้มของอีกฝ่ายตรงหน้าได้ไม่นานก็ยอมแพ้หลับตาไปด้วยความง่วง ปล่อยให้อีกฝ่ายแกล้งเขาอย่างขี้เกียจจะต่อกร

“ลงโทษอะไรอีก” เขาถามอย่างจะนอนต่อเต็มแก่

“คนตื่นสายต้องโดนกอด”

อิทธิกรพูดออกมาเหมือนคิดอยู่ไว้ล่วงหน้าแล้ว ไป๋ฟังก็พยักหน้าหงึกหงักอย่างขี้เกียจต่อความยาวสาวความยืด นอกจากจะค่อยๆ กระเถิบตัวไปอย่างช้าๆ ไม่กี่อึดใจ ใบหน้าของเขาก็ไปซุกเข้ากับแผงอกของคนตรงหน้า ปัณฑูรซบหน้าลงกับแหล่งพักพิงตรงหน้านั้นอย่างพอใจ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปคว้าร่างกายโตของคนตรงหน้าไว้เหมือนเด็กตัวเล็กๆ ที่กอดก่ายหาหมอนข้าง เขากระชับอ้อมกอดทีหนึ่งอย่างจะตามใจให้อีกฝ่ายสมใจอยาก ก่อนจะเข้าสู่นิทรารมณ์เสียที

“...แบบไม่ใส่อะไรเลย”

อิฐพูดต่อจนจบ หลังจากรอให้เขาจัดท่าทางเตรียมตัวนอนต่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไป๋ถึงกับหรี่ตาขึ้นน้อยๆ เพื่อมองคนตรงหน้า แต่ก็เจอกับสายตาเป็นประกายที่จ้องมองมาอยู่ก่อนแล้ว

“ลามก” เข้าร้องด่าเบาๆ พร้อมกับส่ายหัวไปมาอย่างไม่สนใจคนตรงหน้า

“อิฐแค่อยากกอดแฟนตัวเองแบบเนื้อสัมผัสเนื้อ อิฐลามกตรงไหน เสื้อผ้าพวกนี้มันเกะกะนี่นา แค่ผ้าห่มผืนเดียวก็พอแล้ว”

ชายหนุ่มผู้มีสติสัมปชัญญะครบถ้วนบ่นอุบราวกับตัวเองเป็นเด็กตัวเล็กร้องโวยวาย ทั้งที่ความจริงตัวก็โตจนแทบจะคับเตียงนอนกว้างนี่อยู่แล้ว

“จะนอน” เสียงของไป๋ดังขึ้นอย่างตัดรำคาญ

“ไป๋ก็นอนไปสิครับ อิฐไม่ได้บอกให้ไป๋ถอดเองสักหน่อย เดี๋ยวอิฐช่วยก็ได้ เรื่องแค่นี้เอง”

ขนาดนอนหลับตาอยู่ยังจินตนาการได้ชัดว่าอีกฝ่ายจะดี๊ด๊าขนาดไหนในเวลานี้ แต่ด้วยความง่วงและขี้เกียจก็เอาชนะได้ทุกอย่าง ไป๋ขี้เกียจแม้กระทั่งจะลืมตาดูคนตรงหน้าให้ชัดๆ

“จะทำอะไรก็ทำ แล้วก็เลิกยุ่งกับกูสักที” เขาตอบออกไปแบบไม่สนใจ

“งั้นทานเลยนะครับบบ” เสียงอีกฝ่ายพูดออกมาอย่างถูกใจราวกับเด็กได้ของเล่น

“ไอ้อิฐ” เสียงง่วงๆ ของเขาร้องปรามออกมาเบาๆ

“พูดเล่นน่า ไม่ทำอะไรไป๋หรอก อิฐพูดคำไหนคำนั้นจะตาย”

อิทธิกรพูดอย่างกลั้วหัวเราะก่อนที่เสียงพูดจะค่อยเบาหายไป อิฐเอื้อมมือมาดึงแขนของเขาที่กอดตนอยู่ออก พร้อมกับค่อยๆ ปลดกระดุมชุดนอนของเขาทีละเม็ดอย่างช้าๆ ไป๋ปล่อยให้อีกฝ่ายทำอะไรไปตามใจชอบอย่างขี้เกียจต่อล้อต่อเถียง แฟนหนุ่มของเขาค่อยๆ บรรจงไล่ปลายนิ้วไปตามรอยแยกของเสื้อที่ถูกถอดกระดุมไปอย่างจงใจ ราวกับปลายนิ้วนั้นจะมีมนต์วิเศษที่เร่งอุณหภูมิของพื้นผิวที่ลากสัมผัสได้ ไป๋รู้สึกเหมือนหน้าอกและหน้าท้องของเขาจะร้อนขึ้นจากการลิ้มรสผ่านปลายองคุลีของคนตรงหน้า

อิฐเลื่อนมือมาจับมือของเขาไว้อย่างนุ่มนวล ก่อนจะใช้นิ้วชี้ไล่เล่นไปตามฝ่ามือของเขาอย่างขี้เล่น มันหมุนแหวนเซรามิกสีขาวที่ตัวมันเองเป็นคนมอบให้ไปมา แล้วจะดึงมือของเขามาจุมพิตตรงแหวนวงนั้นอย่างเสน่หา


“อือออออออออออ”

ปัณฑูรเผลอร้องรับในลำคอออกไปด้วยความง่วงของเช้าในวันหยุด อิฐปลดปลายเสื้อนอนทั้งสองข้างออกจากร่างกายครึ่งบนของเขาจนสำเร็จ เมื่อเลื่อนตัวเข้าไปหาอ้อมกอดของคนตรงหน้าก็พบว่าตัวอิทธิกรเองก็ปราศจากเสื้อผ้าในท่อนบนเช่นกัน เขาสัมผัสได้กับแผ่นอกหน้านูนได้รูปของอีกฝ่าย หน้าท้องที่แบนราบและปูดนูนขึ้นเป็นก้อนอย่างคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อิฐดึงมือของเขาไปโอบตนเองไว้อย่างถือวิสาสะ เมื่อท่อนแขนของเขาสัมผัสกับแผ่นหลังของอีกฝ่าย ไป๋ก็ลูบมือไปมาตามสัญชาตญาณแบบไม่ได้สนใจจะหาเหตุผลนัก ในขณะที่อีกฝ่ายก็เอามาทำความรู้จักร่างกายของเขาไปทั่วราวกับเด็กจอมเกเรที่เจอของเล่นชิ้นใหม่ มือของอิฐลูบไปตามหน้าอก หน้าท้อง เอว ไปจนจรดแผ่นหลังของเขาอย่างช้าๆ ไป๋ไม่ได้ร้องอุทธรณ์อะไรนอกจากซบใบหน้าลงกับไหล่คนตรงหน้า และปล่อยให้อีกฝ่ายทำความรู้จักกับเรือนร่างของตนอีกครั้งไปอย่างตามใจปรารถนา

“...”

“อะไรอีกอิฐ”

เสียงของเขาถามขึ้นเมื่อรู้สึกได้ว่ามือซุกซนของอีกฝ่ายลูบไปมาแถวสะโพกเขาหลายครั้ง ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือไปดึงกางเกงนอนยางยืดลงแบบช้าๆ พร้อมกับที่มือนั้นก็ลูบไล้กับผิวเนื้อต่ำกว่าสะโพกของเขาไปด้วย ไป๋ร้องถามขึ้นเบาๆ ในขณะที่ใบหน้าของตนก็ยังคงซุกอยู่ในอ้อมกอดของอีกฝ่าย พวกเขาต่างเปลือยท่อนบนกันอยู่ภายใต้ผ้าห่มกว้างในเวลาสายของวันเสาร์ที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีเหตุผลเร่งรีบอะไร

“ก็กางเกงของไป๋มันเกะกะอะ” อิทธิกรพูดออกมาแบบเด็กๆ

“ก็อย่าไปยุ่งกับมันสิ แค่นี้มันก็ไม่เกะกะแล้ว” ไป๋ตอบไปแบบไม่สนใจ

“ก็มันเกะกะอิฐอะ อิฐจะเอาออก” อีกฝ่ายต่อรองอย่างรู้ว่าเขาไม่อยู่ในอารมณ์จะยุ่งวุ่นวายอะไรด้วยนัก

“อิฐ” เสียงเขาร้องปรามอย่างไม่จริงจัง

“เราตกลงกันแล้วนี่ว่าบทลงโทษคือไม่ใส่อะไร” อีกฝ่ายเถียงแบบงอแง

“ห้ามมากกว่านั้นนะ” ไป๋พูดเบาๆ ทั้งที่ยังหลับตา

“รับปากเลย”

ชายหนุ่มพูดพร้อมค่อยๆ ใช้มือหนาเลื่อนขอบกางเกงของเขาลง ในขณะที่มือก็ลูบไปตามผิวเนื้อของเขาอย่างถือสนุก มือของอิฐค่อยๆ เลื่อนไปตามสะโพก ท่อนขา ไล้ไปตามปลีน่อง ก่อนจะค่อยๆ ดึงปราการชิ้นสุดท้ายของเขาออกไปทางปลายเท้า กลายเป็นว่าทั้งร่างกายของเขาตอนนี้ปราศจากสิ่งปกคลุมใดๆ เลย นอกไปเสียจากผ้าห่มผืนโตเท่านั้น ไป๋ได้ยินเสียงกุกกักเล็กน้อยจากอีกฝ่ายเพียงไม่นาน ก่อนจะค้นพบว่าร่างกายของอิฐตอนนี้ก็ปราศจากไปด้วยเสื้อผ้าเช่นกัน อ้อมกอดของเขาจึงเป็นผิวเนื้อสัมผัสกับผิวเนื้ออย่างที่อิทธิกรให้นิยามว่านี่คือบทลงโทษของคนตื่นสาย ศีรษะของไป๋ยังซุกอยู่ตรงแถวแผ่นอกของอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยจะสนใจสถานการณ์โดยรอบ อ้อมกอดแน่นนั้นถ่ายทอดความอบอุ่นมาให้เขาอย่างมากมาย ไป๋ยังคงหลับตาพริ้มให้กับเช้าวันเสาร์ที่เขาก็ยังให้ข้อสรุปว่าเป็นช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมสำหรับการนอนตื่นสายอยู่ดี


“อย่าซน”

เสียงของปัณฑูรเอ่ยขึ้นต่ำๆ เมื่อมือซุกซนของอีกฝ่ายลูบไล้ไปทั่วร่างกายเขาอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน บางบริเวณที่ปลายนิ้วของอิฐลากผ่านมันก็ไวกับการรับรู้รสสัมผัสมากเกินไปจนเขาต้องร้องปราม

“ลูบเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเสียหน่อย” อิฐแกล้งโวยวายเสียงสนุก

“พอแล้ว คนจะนอน” เขาบ่น

“นอนสิ อิฐไม่ได้ห้ามไป๋นอนเสียหน่อย”

ไป๋ลืมตามาดูอีกฝ่ายนิดหน่อย ภาพที่เขาเห็นคือดวงตากลมโตประกอบกับขนตาที่เรียงสวยของอีกฝ่ายกำลังมองมาที่เขาอย่างตั้งใจ อิฐกำลังอมยิ้มและแกล้งทำท่าเหมือนเด็กไม่รู้เดียงสา ในขณะที่มือทั้งสองของเจ้าของดวงหน้านั่นกลับแสดงอาการเจนจัดออกมาอย่างน่าหมั่นไส้

“ต้องการอะไร” เขาถามอย่างรู้นิสัยอีกฝ่ายดี

“อะไรดีน้า” เสียงอีกฝ่ายตอบแกล้งๆ

“บอกมาเร็ว จะนอน” ไป๋ถามแบบเร่งรัด

“อิฐอยากได้...” อีกฝ่ายแกล้งทอดเสียง

“อะไร” เขาเร่ง

“จูบของไป๋ครับ”

อิฐก้มลงกระซิบเขาที่ข้างหู ไป๋ที่อยากกลับเข้าสู่นิทราสวัสดิ์เต็มทีลืมตาขึ้น พร้อมใช้มือข้างหนึ่งที่เคยเกาะเกี่ยวอีกฝ่ายอยู่อ้อมไปจับท้ายทอยของแฟนหนุ่มให้กดลง ปัณฑูรเผยอใบหน้าขึ้นรับกับใบหน้าของอีกฝ่ายที่ต่ำลง พร้อมใช้ปากของตนพุ่งเข้าไปบดขยี้ริมฝีปากของคนตรงหน้า เขาแทรกซึมสัมผัสเข้าไปทำความรู้จักคนตรงหน้าอย่างสุดแสนจะคุ้นเคย อิฐตอบรับรสสัมผัสนั้นอย่างยินดีเป็นอย่างยิ่ง พวกเขาถ่ายเทความรู้สึกและความอบอุ่นซึ่งกันยาวนานหลายชั่วอึดใจจะคณานับ

นาน

นานจนแทบจะรู้จักหมดทุกอณูเนื้อ

นานจนอิทธิกรพอใจและถอนริมฝีปากไปเอง

อิฐลูบศีรษะของคนตรงหน้าอย่างพอใจ ก่อนจะดึงร่างกายของอีกฝ่ายมาอยู่ในอ้อมกอด และปล่อยให้ไป๋ได้ล่วงเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งอย่างไม่ฝืนรั้งดึงดันอะไรอีก




“ทำไมชอบกวนกูตอนจะนอนนักนะ” เขาบ่นพึมพำ

“ไป๋อาจจะไม่รู้ตัว แต่ไป๋ตอนง่วงนอนนี่แหละ ไร้พิษสงที่สุดแล้ว”

อิทธิกรตอบมาอย่างอารมณ์ดี ในจังหวะที่เขามุดเข้าไปที่แผ่นอกและใช้ร่างกายกว้างของคนตรงหน้าต่างหมอน ปัณฑูรปล่อยให้ร่างกายเปลือยเปล่าและความรู้สึกที่กำลังเริงระบำอยู่ใต้ผ้าห่มหนานั้นล่องลอยไปไกลแสนไกล เขาส่ายหัวไปมาอย่างงัวเงีย ก่อนจะกลับเข้าสู่ความฝันอีกครั้งอย่างเป็นสุข






นายพินต้า

ฝากติดตามเฟส ทวีต และผู้เขียนในแอพนี้ด้วยนะ ค้นหานายพินต้า ninepinta โลดเด้อ

ช่วงนี้ชีวิตมึนๆ เมาๆ มรสุมๆ หน่อย ยังไงฝากตามทวีตไว้ก็ดีนะ เผื่อวันไหนไม่ได้ลงจะได้บอกล่วงหน้าก่อน เผื่อต้องมารอนักเขียนก็แอบเกรงใจ แหะๆ ว่าแต่ต้องเมนต์ให้ด้วยนะ อิอิ รออ่านคอมเมนต์อยู่น้า เมนต์เยอะจะขยันแต่งนะ อิอิ

ความคิดเห็น