Thichadad3938

ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่สนับสนุนนะคะ หากนิยายมีคำผิด หรือ ข้อผิดพลาดประการใด ต้องขออภัยที่ทำให้เสียอรรถรสในการอ่านค่ะ (Puingfungfing.)

บัวหลงจันทร์ ๒๔

ชื่อตอน : บัวหลงจันทร์ ๒๔

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.1k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2562 16:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บัวหลงจันทร์ ๒๔
แบบอักษร

image


บัวหลงจันทร์ ๒๔


            หลังจากรอมานาน วันนี้พ่อเหมก็ได้ตบแต่งสายหยุดเป็นเมียเสียที องค์จันทร์ แลเจ้าบัวงามเสด็จมาที่บ้านของสายหยุดตั้งแต่ฟ้ายังมิสาง องค์จันทร์ท่านทรงพูดคุยอยู่กับผู้ใหญ่ที่ชานบ้าน ส่วนเจ้าบัวงาม แลเจ้าพเยียนั้นอยู่ในห้องนอนของสายหยุด เจ้าบัวงามลงหัตถ์แต่งกายให้คนสนิทด้วยองค์เอง ส่วนเจ้าพเยียตัวน้อยก็นอนอุตุบนเตียงของสายหยุดโดยมีอิ่มค่อยเฝ้า


“ขอบพระทัยพระชายาหนาพระเจ้าค่ะ เป็นพระมหากรุณาธิคุณยิ่ง”สายหยุดกล่าวกับพระชายาบัวงามที่กำลังสางผมให้ตน


“หึหึหึ มิเป็นไรดอก พี่สายหยุดก็เปรียบเป็นพี่ข้า แค่นี้เล็กน้อยนัก”


“เป็นบุญของสายหยุดพระเจ้าค่ะ”


“คิกๆๆ เอาเถิดๆ มาข้าจักผลัดแป้งให้”เจ้าบัวตรัส แลผลัดแป้งร่ำกลิ่นหอมลงบนใบหน้านวลของสายหยุด แลทาชาดสีแดงลงบนกลีบปากอิ่ม วันนี้คนสนิทของพระชายางามล้ำ ความอิ่มเอมใจฉายออกมาอย่างเห็นได้ชัด ข้าหลวงสาวที่ถูกเรียกมาช่วยงานเกล้ากลุ่มผมหนาของสายหยุดก่อนจักเสียบด้วยปิ่นเล่มงามที่พระชายาประทานให้


“วันนี้คุณสายหยุดงามนักเจ้าค่ะ”ข้าหลวงสาวอดมิได้ที่จะชม เมื่อคนสนิทของพระชายางามผุดผาดผิดหูผิดตาเช่นนี้


“ขอบใจจ้ะ”


“ถวายพระพรพระชายาเพคะ สายหยุดขบวนขันหมากของพ่อเหมมาถึงแล้วเจ้า”มารดาของสายหยุดหมอบคลานเข้ามาในห้องนอนของบุตร หมอบกราบพระชายา บอกกล่าวบุตรของตนว่าขบวนขันหมาก แลเจ้าบ่าวรูปงามมาถึงเรือนแล้ว


“จ้ะ แม่”สายหยุดขานรับ ใจดวงน้อยสั่นรัว ดวงหน้างามแดงระเรื่อ อีกมิกี่ชั่วยามสายหยุดก็จักเป็นเมียพ่อเหมอย่างถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณีแล้ว




.


.


.



ขบวนขันหมาก แลเจ้าบ่าวเช่นพ่อเหมมาหยุดอยู่ที่ชานบันไดบ้านของสายหยุด แน่ล่ะ ว่าต้องมีเด็กน้อยลูกๆ หลานๆ ของสองบ้านถือสร้อยเงินสร้อยทองกั้นไว้มิให้พ่อเหมได้ขึ้นเรือนโดยง่าย พ่อเหมเผยยิ้มเต็มดวงหน้า แจกจ่ายถุงอัฐให้มิมีอิดออด ใคร่อยากได้เมียใจจักขาดแล้ว


"ให้ข้าเข้าไปหาสายหยุดเถิดหนา"เจ้าเหมกล่าวกับญาติสาวของสายหยุด


"หากใคร่อยากเข้าไปหาพี่สายหยุดก็จ่ายถุงอัฐมาก่อนสิจ๊ะ พี่เหม"


"ได้เจ้า"


"กระไรกันจ๊ะ ถุงเดียวเองหรือ เช่นนี้ข้าควรจักให้พี่เข้าไปหาพี่สายหยุดได้โดยง่ายหรือ"


"โธ่...แลพวกเจ้าใคร่อยากได้กี่ถุงกันเล่าจึงจักพอใจให้ข้าไปหาสายหยุดได้"


"สักสามก็ดีกระมังจ๊ะ"


"สามก็สาม"


"คิกๆๆ ขอบน้ำใจจ้ะพี่เหม เชิญพี่เข้าไปหาพี่สายหยุดเถิด"


"จ้ะ"เจ้าบ่าวก้าวขึ้นเรือนจนไปถึงหน้าห้องนอนเจ้าสาว หากแต่ก็ต้องรีบทรุดหมอบกราบทั้งขบวน เมื่อเจ้าหลวงท่านทรงดำเนินมาขวางไว้


"ถวยพระพรฝ่าบาท"


"เอ็งจักเข้าไปหาสายหยุดได้อย่างไรเจ้าเหม...จ่ายค่าผ่านทางมาก่อนเถิด"


"ทรงใคร่อยากได้กระไรหรือพ่ะย่ะค่ะ"พระองค์คงมิใคร่อยากได้ถุงอัฐดอกกระมัง


"อัฐข้าหรือก็มีมากมาย มิอยากได้จากเจ้าอีก...ไอ้ที่ข้าใคร่อยากได้จากเจ้าคงจักเป็นคำสัตย์สาบานกระมัง สายหยุดก็เปรียบเหมือนน้องข้า..."


"ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันให้สัตย์สาบานว่าจักรัก จักบูชาสายหยุด มีสายหยุดเป็นเมียแต่เพียงผู้เดียว จักมิมีวันทำสายหยุดเสียใจ หากหม่อมฉันผิดคำสาบานขอให้หม่อมฉันมีอันเป็นไปด้วยเถิด"เจ้าเหมพนมมือกล่าวคำสัตย์สาบานชัดถ้อยชัดคำหนักแน่น จนสายหยุดที่อยู่ในห้องได้ยิน ดวงตาหวานคลอน้ำอย่างตื้นตันใจ


"หากเจ้ากล้าให้คำสัตย์สาบานเช่นนี้ ก็เข้าไปรับคู่ชีวิตเจ้าเถิด"ทรงหันพระวรกายผลักบานประตูห้องนอนของสายหยุดให้อ้าออกกว้าง รับเมียที่อุ้มลูกเข้ามาในอ้อมกอด ประคองออกมา แลปล่อยให้เจ้าเหมได้เข้าไปหาสายหยุด


"ฝ่าบาท"เจ้าบัวงามตรัสเรียกภัสดาที่ประคองตนออกมา


"หืม มาพี่อุ้มลูกให้หนาเจ้า"รับร่างน้อยของลูกมาอุ้มพาดพระอังสะ เจ้าพเยียวางปรางกลมลงบนพระอังสะของพระบิดา นัยน์ตาคมเฉี่ยวที่ได้จากพระบิดานั้นหลับพริ้มน่าเอ็นดู




.


.


.




พ่อเหมก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนของสายหยุด ดวงตาจับจ้องร่างบอบบางในชุดงามที่นั่งพับเพียบรอตนอยู่ที่หน้าโต๊ะเครื่องสุคนธ์ วันนี้สายหยุดงามผุดผาดต้องตาต้องใจพ่อเหมเป็นยิ่งนัก ร่างสูงใหญ่ทรุดคุกเข่าตรงหน้าคนงาม ฝ่ามือใหญ่สั่นน้อยๆ แตะเข้าที่แก้มนวล ประคองดวงหน้าหวานไว้


"วันนี้สายหยุดของพี่งามนัก ราวกับนางอัปสรก็มิปาน"


"วันนี้พี่เหมก็งามจ้ะ"สายหยุดตอบพลางก้มหน้าหลบสายตาพ่อเหมที่จับจ้องมา


"ออกไปกันเถิด พี่ใคร่อยากได้สายหยุดเป็นเมียจักแย่แล้ว"


"...พี่เหม"อายม้วนต้วน หากแต่ก็ลุกออกจากห้องนอนตนตามแรงจับจูงของเจ้าบ่าวรูปงาม


​.

.

.


"เป็นคู่ผัว ตัวเมียกันแล้วหนักนิด เบาหน่อยก็ให้อภัยกันหนาลูก"

"จ้ะ แม่"

"ขอรับ ท่านป้า"

"ตายแล้วพ่อเหม เพลานี้แล้วยังจักเรียกป้าอีกหรือเจ้า เรียกแม่เถิด"มารดาของสายหยุดกล่าว พ่อเหมหน้าแดงระเรื่อ ยิ้มกว้างเสียจนปากแทบจักถึงหู

"ขอรับท่านแม่"

"..."ฝ่ายเจ้าสาวเมื่อได้ยินชายหนุ่มกล่าวดังนั้นก็หน้าแดงซ่าน มือบางกำผ้าโจงตนแน่น

"พ่อก็มิรู้จักอวยพรกระไรดี เห็นสายหยุดเป็นฝั่งเป็นฝากับพ่อเหมเช่นนี้ก็ตื้นตันใจนัก รักกัน ดูแลกันไปนานๆ ชั่วลูกชั่วหลานหนาลูก"

"ขอบน้ำใจจ้ะพ่อ"สายหยุดกราบลงแทบเท้าบิดา มือหนาลูกหัวลูกอย่างรักใคร่

"ข้าให้สัญญาว่าจักรัก แลดูแลลูกพ่อไปจนกว่าชีวิตจักหาไม่ขอรับ"

"พ่อเชื่อว่าพ่อเหมทำได้"บิดาของสายหยุดกล่าวพลางตบบ่าลูกเขย

"พ่อ แลแม่รู้ว่าเจ้ารักสายหยุดมาก ดูแลน้องให้ดีหนาลูก เอาลูกเขามาเป็นเมียก็ต้องดูแล แลรักใคร่ให้เหมือนที่พ่อแม่เขารัก เขาดูแล"ท่านเขมบิดาพ่อเหมสั่งสอนบุตรชาย

"ขอรับท่านพ่อ"

"พ่อเจ้าก็พูดไปหมดแล้ว แม่ขออวยพรให้เจ้าทั้งสองก็แล้วกันหนา อยู่เย็นเป็นสุข แคล้วโรค แคล้วภัยหนาลูกหนา"

"ขอบใจจ้ะแม่"บ่าวสาวก้มกราบเท้าบิดา แลมารดาของตน

"ข้าเองก็มิรู้อวยพร แลฝากฝังกระไร แค่คำสัตย์สาบานที่เจ้าเหมมันให้ไว้ก็เพียงพอแล้ว"องค์จันทร์ตรัส ในอ้อมพระกรยังคงมีเจ้าน้อยพเยียซุกซบอยู่แนบพระอังสะ

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท"

"ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะองค์จันทร์"

"ข้าขอให้พ่อเหม แลพี่สายหยุดมีความสุขมากๆ หนาจ๊ะ แลก็ขอให้มีลูกมีหลานเต็มบ้านเต็มเมือง จักได้มาเป็นสหายกับเจ้าพเยียของข้า"เจ้าบัวตรัสพลางแย้มพระโอษฐ์

"พระชายา...ขะ ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ"สายหยุดครางในลำคอก่อนจักหมอบกราบนายเหนือหัว

"ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะพระชายาบัวงาม มิต้องกังวลไปหนาพ่ะย่ะค่ะ มิเกินสิ้นปีนี้ เจ้าน้อยพเยียจักมีเพื่อนเล่นแน่นอน"เจ้าเหมกราบทูล

"พี่เหม"สายหยุดยกกำปั้นทุบอกกว้างตุบตับเป็นที่เอ็นดู


.

.

.


เมื่อพิธีศาสน์ตามขนบประเพณีเสร็จสิ้นตามฤกษ์ยามมงคลที่มารดาของบ่าวสาวหามาให้ ต่อไปก็ถึงฤกษ์พิธีร่วมหอที่พระชายาท่านทรงเมตตาหามาให้ โดยฤกษ์ร่วมหอจักมีขึ้นในอีกสามวันถัดจากวันแต่งงานของทั้งคู่ หากแต่เจ้าบัวงามมิยอมปริปากบอกให้พ่อเหมได้รู้ว่าฤกษ์ร่วมหอจักมีขึ้นเมื่อใด แลรับสั่งห้ามผู้ใดที่รู้เวลาฤกษ์ร่วมหอบอกกล่าวพ่อเหมอีกด้วย เมื่อแต่งกันแล้ว ยังมิได้ร่วมหอบ่าวสาวห้ามพบกัน เพื่อมิให้เผลอใจชิงสุกก่อนห่ามก่อนจักถึงฤกษ์ร่วมหอ หากฤกษ์ร่วมหอต้องรอนานเป็นปีพ่อเหมจักมิขาดใจตายก่อนหรือ

วันรุ่งขึ้นหลังจากวันแต่งงาน พอเหม แลสายหยุดก็กลับเข้าวังหลวงถวายการรับใช้เจ้านายตน โดยที่พ่อเหมมิรู้เลยว่าคืนมะรืนนี้แล้วที่จักถึงฤกษ์ร่วมหอ

“หึหึหึ ทนเอาหน่อยก็แล้วกันหนาเจ้าเหม”องค์จันทร์ทรงสรวลขณะใช้ผ้าอ้อมซับน้ำลายที่มุมปากจิ้มลิ้มของลูกน้อย ส่วนเจ้าบัวงามนั้นทรงอยู่กับสายหยุด เตรียมตัวสำหรับการร่วมหอคืนมะรืนนี้

“โธ่ ฝ่าบาท พระชายาทรงมิยอมบอกว่าทรงได้ฤกษ์ร่วมหอเป็นวันไหนเยี่ยงนี้ หม่อมฉันอึดอัดใจนัก หากฤกษ์ร่วมหอเป็นปีหน้าเล่าพ่ะย่ะค่ะ เยี่ยงนี้หม่อมฉันจักมีลูกทันเป็นเพื่อนเล่นกับเจ้าน้อยพเยียได้อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ”

“หึหึหึ ลูกอยากมีเพื่อนหรือไหมเจ้าพเยีย”ทรงตรัสถามลูกน้อยในอ้อมพระกร นัยน์ตาเฉียวคมของเจ้าพเยียจ้องพักตร์บิดา ก่อนที่ปากจิ้มลิ้มจักอ้าหาวออกมาหวอดใหญ่

“ต้องทรงอยากมีเพื่อนสิพ่ะย่ะค่ะ”

“ฮะฮ่าๆๆ เอ็งจักมารู้ใจเด็ก ๑ เดือนได้อย่างไร”ทรงสรวล ก่อนจักรีบลูบหลังปลอบลูกที่สะดุ้งจนเบะปาก ใบหน้าเล็กเตรียมแผดเสียงร้อง

“แอ๊ะ..”

“อะ...โอ๋ ลูกจ๋า พ่อขอโทษหนาเจ้า มิร้องหนาเด็กดี”พระนาสิกแตะแผ่วเบาที่ปรางนุ่มหอมกลิ่นน้ำนม เจ้าพเยียน้อยยกกำปั้นขึ้นอม

“ฮึก แอ๊”ร้องประท้วง เมื่อบิดาจับมือน้อยออกจากปากจิ้มลิ้ม พลางใช้ผ้าอ้อมซับคราบน้ำลายที่ชุ่มกำปั้นเล็ก

“หม่อมฉันก็ใคร่อยากอุ้มลูก ปลอบลูกเช่นกันหนาพ่ะย่ะค่ะ”พ่อเหมบ่นอุบเมื่อเห็นองค์จันทร์ทรงหยอกล้อเจ้าน้อยพเยีย

“หึหึหึ เจ้าบัวห้ามมิให้ข้าบอกเจ้าว่าฤกษ์ร่วมหอของเจ้า แลสายหยุดเป็นเมื่อใด หากแต่ข้าจักบอกให้ก็แล้วกันหนา เจ้าจักได้มิอกแตกตายไปเสียก่อน”

“...”

“มินานอย่างที่เจ้าคิดดอกเจ้าเหม บัวงามของข้ามิใจร้ายกับเจ้าดอก”

“ขอให้ทรงเมตตาหม่อมฉันมากๆ เถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“หึ มิเกินสิ้นปีดอก เจ้าก็จักมีลูกมาเป็นเพื่อนเล่นลูกข้าแน่”

“เป็นพระมหากรุณาพ่ะย่ะค่ะ”


.

.

.


ทางด้านเจ้าบัวงามที่ยึดตัวสายหยุดไว้ก็กำลังนั่งกำกับข้าหลวงสาวทั้งหลายที่รุมล้อมขัดสีฉวีวันให้คนสนิทของพระชายา เจ้าบัวงามนั่งพับเพียบอิงหมอนขิดบนตั่งไม้สักทองตัวใหญ่ หัตถ์เรียวสะบัดพัดจีนเบาๆ เป็นจังหวะดูสง่า

“ลงขมิ้นอีกหน่อยหนาอิ่ม ผิวพี่สายหยุดจักได้ผ่องๆ”

“เพคะ พระชายา”


.

​.

.


เพลาผ่านไปจนถึงวันร่วมหอขององครักษ์หนุ่ม แลคนสนิทของพระชายา เรือนท้ายวังหลวงของพ่อเหมถูกตระเตรียมสำหรับพิธีร่วมหอที่จักเกิดขึ้น โดยที่เจ้าของเรือนอย่างพ่อเหมมิได้ล่วงรู้ด้วย เหล่าข้าหลวงต่างช่วยกันปัดกวาดเช็ดถู เปลี่ยนที่นอนหมอนมุ้งใหม่ บนหมอนมีมาลัยมะลิพวงโตนอนนิ่งส่งกลิ่นหอม หน้าต่างทุกบานถูกประดับด้วยอุบะเครื่องแขวนทรงพู่กลิ่น ๕ ชั้น เปลี่ยนห้องนอนองครักษ์ทหารหาญ ให้กลายเป็นลานพิธีร่วมหอที่สมบูรณ์

 “ออกแรงหน่อยสิวะ! เช่นนี้จักไปสู้ศัตรู ได้เยี่ยงไร!”พ่อเหมตะคอกทหารที่กำลังฝึกวิชาดาบอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน มิได้เจอเมียมาสามวันแล้วจักไปใคร่อารมณ์ดีได้อยู่ใย แผ่นอกกว้างเปลือยอาบไปด้วยเหงื่อไคล

“ขอประทานอภัยขอรับท่านเหม”

“เริ่มใหม่!”

“ขอรับ”


.

​.

.


“ท่านเหมขอรับ ท่านเหม”

“เออ...มีกระไรวะ”

“ฝ่าบาททรงเรียกหาท่านเหมขอรับ”

“ฝ่าบาทหรือ ทรงมีกระไรเยี่ยงนั้นหรือ เอ็งรู้หรือไม่”

“มิทราบขอรับ ทรงรับสั่งเพียงแต่ให้มาตามท่านเหมไปเข้าเฝ้าขอรับ”

“...”

.

​.

.


“ฝ่าบาท ทรงเรียกหาหม่อมฉัน มีกระไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“ไปอาบน้ำ อาบท่า แลแต่งตัวให้งามเตรียมเข้าพิธีร่วมหอไปไอ้เหม”

“...”

“ยัง...ยังมิไปอีก เอ็งจะเข้าหอกับสายหยุดหรือไม่วะ”

“ข เข้าพ่ะย่ะค่ะ เข้า หม หม่อมฉันจักไปอาบน้ำอาบท่าประเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”หมอบกราบนายเหนือหัว แลวิ่งออกจากตำหนักทรงงาน ลืมเสียสิ้นความสำรวม

“หึหึหึ”องคืจันทร์ทอดพระเนตรตามหลังองครักษ์คนสนิท แลสรวลเบาๆ


.

​.

.


                เมื่อวิ่งออกจากตำหนักทรงงาน พ่อเหมก็ถูกทหารในปกครองลากไปยังลำธารท้ายวังหลวง ทหารหนุ่มสี่นายช่วยกันขัดถูขี้ไคลให้ลูกพี่อย่างขมักเขม้น

“ไอ้ด้วง เบาๆ หน่อยสิวะ หนังกูจักหลุดติดใยบวบออกมาแล้วหนาโว้ย”พ่อเหมโวยวายหน้าดำ หน้าแดง

“โธ่ พี่เหม จักได้สะอาดหมดจดเยี่ยงไรเล่า นี้คืนเข้าหอเชียวหนาพี่”ไอ้ด้วงว่าพลางโปะขมิ้นบดผสมดินสอพองลงบนแขนกำยำของลูกพี่

“นั่นซีพี่เหม หากมิขัดถูให้สะอาด ประเดี๋ยวสายหยุดจักรังเกียจ แลพาลมิให้จับต้องเอาหนา”ไอ้ปานทหารหนุ่มว่ากระเซ้า แลหัวร่อคิกคักกับเพื่อนอีกสามคน

“ประเดี๋ยวเถิดมึง”รังเกียจกระไร มิให้จับต้องกระไร สายหยุดเป็นเมียกูมาตั้งนมนานแล้วต่างหาก ก่นด่าอยู่ในใจ

“เอ้า ไอ้เขียว มึงล้างผมให้พี่เหมหน่อยซีว”

“เออๆ”ว่าแล้วก็ยกถังน้ำขึ้นเทราดหัวลูกพี่จนน้ำหมดถัง

“ไอ้พวกเวร”พ่อเหมสบถพลางลูบน้ำออกจากหน้า

“คิกๆ”นี่พวกมึงมาช่วยขัดสีกู หรือ มาเอาคืนกูกันแน่


.

​.

.


“แล้วแล้วพี่เหม”

“งามราวกับรุกขเทวดาเชียวพี่เหม”

“ขอบใจโว้ย”

“คิกๆ”

“พี่เหม นี่เป็นของขวัญที่พวกข้าตั้งใจเอามาให้พี่ในวันร่วมหอเชียว”

“กระไรวะ”

“นี่จ้ะ”ไอ้เขียวว่าพลางเอาไหเหล้าออกมาจากด้านหลัง

“รับรองเพียงแค่สามอึก พี่คึกเป็นม้าศึกแน่นอน”

“ไอ้พวกเวร”ตั้งท่าจักไล่เตะ

“เหวอ ประเดี๋ยวพี่เหม พวกข้าตั้งใจเอามาให้จริงๆ หนา”

“...เห็นแก่น้ำใจพวกมึงดอกนะ หากแต่พวกมึงจงรู้ไว้เลยว่ากูมีน้ำยาพอ มิต้องพึงของพวกนี้ดอกโว้ย”กล่าวพลางคว้าไหเหล้ามากระดกเสียครึ่งไห

“ล่อเสียครึ่งไหเลยหนาพี่เหม”

“อะแฮ่ม เหล้ามันรสดีดอกโว้ย พวกมึงนี่”

“จ้าๆ”


.

​.

.


                พ่อเหมกลับมายังเรือนของตนที่ใช้เป็นลานพิธีร่วมหอของตน แลสายหยุด องค์จันทร์ แลพระชายาทรงประทับอยู่บนแคร่หน้าเรือน

“ถวายพระพรฝ่าบาท แลพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”

“สายหยุดรอเจ้าอยู่ในห้องนอนแล้ว”องค์จันทร์ตรัสจบ พ่อเหมก็เหลือบมองหน้าต่างห้องนอนตนที่ถูกประดับด้วยอุบะเครื่องแขวนดอกไม้สดทันที

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เอาล่ะๆ ใจเอ็งคงไปรอกายอยู่ในห้องแล้วเป็นแน่ ข้า แลเจ้าบัวมาส่งแค่นี้แล”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท แลพระชายาพ่ะย่ะค่ะ”

“...”

“...”ทั้งสองพระองค์มิตรัส เพียงแต่แย้มสรวลให้ก่อนจักเสด็จกลับตำหนักหลวง เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จกลับแล้ว พ่อเหมก็รีบวิ่งขึ้นเรือนทันที

แอ๊ด

สองมือผลักบานประตูไม้ออก กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ที่ประดับประดา แลกลิ่นกำยานที่ถูกจุดลอยเข้าจมูกโด่งให้สูดดม

“...สายหยุด”ภาพตรงหน้าแทบจักทำให้พ่อเหมลงไปนอนแดดิ้น สายยหุดคนงามนั่งพับเพียบรออยู่กลางฝูกนอนที่ถูกเปลี่ยนใหม่อบบุหงารำไปจนหอมคลุ้ง

                สายหยุดคนงามนุ่งผ้าแถบผืนบางเฉียบสีกลีบบัว แทบมิปกปิดเม็ดบัวงามที่ชูชันดันเนื้อผ้า ไหนจักผ้าโจงผืนนิ่มที่บางมิแพ้กันอีก พ่อเหมลมแทบจับ ยกมือทาบอกตัวลูบไปมา

“พี่เหม”

“จ๋า”ปิดประตูลงกลอน แลสาวเท้าเข้าไปหาเมียคนงาม พ่อเหมนั่งลงข้างร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่น

“สายหยุดฝากตัวด้วยหนาจ๊ะ”สายหยุดว่าพลางวางมาลัยพวงโตลงบนตักแกร่ง แลหมอบกราบฝากเนื้อ ฝากตัวกับผัว

“พี่รับฝาก พี่รับฝากเจ้า สัญญาจักดูแลอย่างดี ยุงมิให้ไต่ ไรมิให้ตอม”ประคองต้นแขนนุ่มมือ ช้อนคางมนให้เงยหงาย พิศดวงหน้างามอย่างหลงใหล ก่อนจักแตะริมฝีปากลงบนกลีบปากนิ่ม บดเบียดตะกรุมตะกราม ฝ่ามือร้อนดันร่างบางให้นอนลงบนฟูกหอมกลิ่นบุหงารำไป ใบหน้าคมคร้ามซุกไซร้ซอกคอขาว ปัดป่ายมือไปทั่วร่างงาม

“อ๊ะ พี่เหม”

“สายหยุดจ๋า คนดีของพี่เหม”








เราทำโพลสำรวจเรื่องรวมเล่มในเพจ ถ้าใครสนใจร่วมแสดงความคิดเห็นได้นะคะ แต่ยังไม่รับปากน้าว่าจะทำ ขอบคุณที่ติมตามผลงานค่ะ 



ความคิดเห็น