Belladonna

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

10 น้ำวิสุทธิ์

ชื่อตอน : 10 น้ำวิสุทธิ์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2561 06:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10 น้ำวิสุทธิ์
แบบอักษร

ยังดีที่การทะเลาะเบาะแว้งของพวกมันยังไม่ถึงเลือดตกยางออก 


อีหมีควายทำแค่จิกกัดฮึ่มแฮ่เห่าหอน อีหนูหยางด่าภาษาเหรี้ยตอบ ถ้ารำคาญหนักๆถึงจะวางยา

เหมือนจะดี แต่สัญชาตญาณของฉันบอกว่าพวกมันมีพิรุธ

"พวกแกน่ะเป็นอะไรกัน?" ฉันลองถามทะลุกลางปล้องตอนที่พวกมันกำลังฮึ่มแฮ่ใส่กัน

หยางหยางหันมาสบตาฉันตรงๆด้วยสายตาว่างเปล่า อีหมีควายหันมาสบตาฉันเหมือนกัน ทำหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ ฉันจ้องพวกมันสองตัว ลูกตาอีหมีควายค่อยๆไหลหลบไปข้างๆ ส่วนอีหยางหยางอาศัยจังหวะที่ฉันหันไปสนใจทางอื่นเลื้อยหนีหายไปตอนไหนไม่รู้

ทีเรื่องแบบนี้สามัคคีกันดีนักนะมรึง!



ละวางเรื่องของไอ้ตัวภาระสองตัวนี้ก่อน ฉันยังมีงานเลี้ยงปากเลี้ยงท้องให้เร่งทำ เส้นตายคือการเปิดร้านใหม่ในฤดูใบไม้ผลิ ตอนนี้ฉันมีกิจการเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวที่พวกนายชีคอยช่วยดูแล (แน่นอนว่าสูตรของน้ำซุปเป็นความลับ) กิจการเสริมคือสวนผักที่ผลิตแทบไม่พอกับความต้องการของลูกค้าที่ร้านก๋วยเตี๋ยว  ถึงมีพวกลูกฝูงของอีหมีควายคอยช่วยรดน้ำดูแล แต่ผักต้องปลูกผ่านมือฉันถึงจะโตเร็ว ส่วนต้นกัญชาแมว (ไอ้ต้นที่หนูหยางคาบมาน่ะแหล่ะ) นั่นฉันทดลองปลูกรวมกับต้นวิเศษที่ถ้ำเดิม

ปรากฏว่ามันปลูกขึ้น เพียงสามวันเก็บเกี่ยวได้ ฉันเลยจัดการแบ่งสรรปันส่วนตามที่สัญญากับหนีหนี่ จากนั้นสงครามระหว่างฝูงจึงอุบัติรัวๆ ระเบิดกัญชากลายเป็นอาวุธและกุญแจในการเลืื่อนอันดับในฝูงให้สูงขึ้น 

อีหมีควายน่ะถึงจะเป็นลูกชายจ่าฝูง แต่แม่มันไม่โปรดเท่าลูกที่เกิดจากพ่อตัวอื่น

ใช่ ... หนีหนี่มีฮาเร็มตัวผู้ ส่วนมากเป็นแมวด้วยกัน และนางลูกดก อีหมีควายมีน้องชื่อโอวหยางหยางสอง โอวหยางหยางซา โอวหยางหยางสี่ ....

"ธรรมเนียมเผ่าข้าคนเป็นแม่เป็นคนตั้งชื่อ แม่ข้าขี้เกียจตั้งน่ะ" โอวหยางหยางหนึ่งอย่างมันยักไหล่ บอกฉันที่ยังอึ้ง

ก็ยังดีที่ให้แม่ตั้ง ลูกฉันจะได้ไม่ต้องรันตามหมายเลข .... หรือเปล่าวะ?  ภพก่อนคนเรียกฉันเป็นเจ๊สี่ ฉันใช้ชื่อในภพนี้คือ สี่อิง แซ่หวง งั้นลูกก็ ห้า หก ...

เอาเหอะ ไว้ค่อยคิด ยังเหลือเวลาอีกหลายเดือน



ปัญหาอีกอย่างคือสภาพร่างกายของฉัน 

หนีหนี่ทำตามสัญญา นางส่งลูกน้องมาประลองกับฉันเพื่อฝึกฝีมือ เริ่มจากลูกฝูงระดับต่ำที่ฉันสู้โดยไม่ตึงมือมาก ไล่ระดับฝีมือขึ้นไป ... 

การฝึกร่างกายทำให้ฉันรู้ว่าฉันอ่อนแอลงเรื่อยๆ ช่วงเช้าฉันจะเวียนหัว บ้านหมุน คลื่นไส้ อาเจียน อยากกินของเปรี้ยว ช่วงเย็นหลังเสร็จงานฉันเพลียแทบล้มทั้งยืน

อาการรุนแรงขึ้นจนฉันหน้าทิ่มลงบนชามข้าวตอนอาหารเย็นของวันหนึ่ง

"แพ้ท้องน่ะ ตอนนี้ยังเรียนเวทมนต์ไม่ได้ อีกเดือนสองเดือนก็ต้องงดฝึกร่างกายเหมือนกัน" หนีหนี่ที่มาเยี่ยมฉันสรุปอาการ ปรายตามองลูกชายที่ไม่มีอาการห่านอะไรเลย

ฉันทำหน้าเซ็ง อีหมีกระดิกหาง ฉันมองหน้ามัน ทำหน้าหงิกใส่

อีหมีควายกระมิดกระเมี้ยนบอกว่าเซ็กส์กับพ่อเด็กอาจช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องได้ 

"..............." ฉันมองหน้ามัน พยายามหาร่องรอยความตอแหล อีหมีควายกระดิกหางยิ้มใสซื่อตอบมา แต่มือเริ่มปลดกางเกง

ฉันมองตามมือ ...  ง่าาาา 

"................" "................"

ก็ได้วะ กรูไม่ได้อุ้มท้องคลอดนี่หว่า

ตั้งแต่คืนนั้นหนูหยางต้องไปหาที่นอนข้างนอกบ้านแทบทุกคืน 

และ ฉันแพ้ท้องน้อยลง ... นิดหน่อย อารมณ์ดีขึ้น ... นิดหน่อย 

แลกกับการต้องมากำจัดน้ำนองเต็มตลิ่งจากร่างในตอนเช้า และอาการนอนไม่พอ


..................................................


ตอนนี้เข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ฉันมาอยู่ในฝูงแมวจะครบเดือน อีหมีควายที่ช่วงแรกขนร่วงเป็นกระจุกจนเห็นหนังแดงแจ๋ ร่างสี่ขากลายเป็นหมาขี้เรื้อน ร่างสองขาของมันกลายเป็นลุงหัวเถิก ล้านทั้งผมและขน ถึงตอนนี้ขนมันขึ้นบางๆแล้วล่ะนะ

แต่ยังดูอุบาทว์จนฉันไม่กล้าพามันไปช่วยงานที่ร้านก๋วยเตี๋ยว

ตอนแรกฉันคิดว่าจะช่วยเจรจากับหยางหยางให้รักษามัน ...

"ฮูหยินนนนน เกาพุงข้าหน่อยยย โอ่ะ! เมื่อยจาง ท้องเริ่มใหญ่แล้วง่ะ นวดหน่อย นวดหน่อยยย" มันล้มตัวนอนแผ่หงายเปิดพุง  (ที่ยังมีซิกส์แพคน่าเลี- เอ่อ ยังแบนราบ และมีขนแหว่งเป็นหย่อมๆคลุม) มันกลิ้งไปกลิ้งมา ตาจิกมองหยางหยางที่อยู่ที่คอฉัน

แบบนี้ควรช่วยมั้ย? เจอนิสัยดัดจริตดีดดิ้นเรียกร้องความสนใจแบบกึ่งหมากึ่งแมวจนน่ารำคาญของมันแล้วฉันหุบปากให้มันเก็บตัวเฝ้ากระท่อมกับสวนผักดีกว่า

ฉันถอนใจ  เอานิ้วเท้าเขี่ยๆท้องมัน มันตะครุบเท้าฉันจะดึงให้นอนต่อ

"จะทำงาน! ไม่ต้องมาพันแข้งพันขาน่า อยู่เฝ้าบ้านนี่แหล่ะ"

ปิดหูไม่รับรู้เสียงงอแง เดินออกจากบ้านไปคุมพวกลูกฝูงอีหมีควายเก็บเกี่ยวดูแลผัก จนสายถึงปล่อยหยางหยางไปเดินเล่น หอบผักไปร้านก๋วยเตี๋ยว ทักทายพวกนายชีเด็กเสิร์ฟประจำร้าน เปิดร้าน เริ่มกิจวัตรการหาเงินเลี้ยงปากท้อง 



จนกระทั่งช่วงบ่ายใกล้ปิดร้าน อยู่ๆเสียงอึกทึกเฮฮาปาจิงโกะของลูกค้าในร้านก็เงียบสงัด

ฉันเงยหน้าจากหม้อก๋วยเตี๋ยว เจอสาวสองนางเดินเข้ามาในร้าน

สาวงามในชุดผู้ชาย ....

นางหนึ่งร่างบาง ตัวสูงพอๆกับฉัน ออร่าความงามสาดแสงแทบทะลุหมวกคลุมหน้า อีกนางสูงกว่าฉัน ไหล่กว้างกว่า ... ฉันเพ่งมองอีกรอบ 

คิ้วเรียว หน้าตาดูหยิ่งยะโส น่าหมั่นไส้แม้ไม่ทำอะไร  .... นี่มัน 'เคะราชินี' ชัดๆ

สาวงามร่างเล็กเดินตรงมาหาฉัน เลิกผ้าคลุมหน้า นัยน์ตาที่มีลูกตาสีน้ำตาลใสเหมือนลูกแก้วสุกสกาวโค้งลงเป็นรูปจันทร์เสี้ยว ยิ้มงามล่มเมืองปรากฏขึ้นมาจากปากแดงจิ้มลิ้ม

"เล็กแห้ง ใหญ่น้ำ สด เปื่อย ชิ้น ตับ น้ำตก เอาหมี่น้ำด้วย ทุกอย่างเอามาอย่างละสอง เพิ่มงอก เพิ่มผัก เพิ่มน้ำ พิเศษทุกอย่าง แล้วก็ ...." บลา บลา บลา สาวงามเปล่งเสียงใสราวกระดิ่งทอง สั่งรัวๆรวดเดียวแล้วเดินสวยๆขึ้นไปรอชั้นเหลาเต๊ง

ฉันถือชามก๋วยเตี๋ยวค้าง ...

มีเสียงกระแอมเบาๆจากเคะราชินี ฉันได้สติ พยักหน้ารับคำ เคะปรายตามองฉัน ส่งข้อความผ่านสายตาประมาณว่าราชินีมองมดปลวกจิกให้รีบทำงานบริการราชินีบัดเดี๋ยวนี้ ก่อนเดินสวยๆ ตามสาวงามไป

ฉันส่งสายตามองหัวหน้านายชี ถามประมาณว่าอีนี่มันใครวะ? หลวงลุงหน้าซีดจนเขียว กลืนน้ำลายดังเอื๊อก ทำปากพะงาบๆ

'นั่นน่ะ ขันทีกับว่าที่ฮองเฮา'

เคร๊งง!!

ฉันทำกระบวยน้ำซุปหลุดมือ 

วูบ วูบ วูบ ชิ้ง! ชิ๊ง!! 

มีเสียงสายลมพัดผ่านตัวฉัน พร้อมความเย็นของโลหะสองสายแนบที่คอซ้ายขวา

"............................." 

มีเสียงกระแอมจากชั้นสองเบาๆ คอฉันเป็นอิสระ 

ฉันหันไปมองรอบๆ

ทั้งร้านร้างผู้คน เหลือหลวงลุงนอนหมอบก้นโด่ง แกล้งตายอยู่กับพื้นข้างเตา


..........................

..........................


ผ่านไปสองชั่วโมง ชามกองเป็นภูเขา เส้น เนื้อ ผัก กระทั่งน้ำซุปยังหมดเกลี้ยง ว่าที่ฮองเฮาจึงยอมเช็ดปาก หลังจากทรงยัด .... ฉันหมายถึงเสวยอาหารของร้านฉันจนหมด

ฉันพยายามเบนสายตาจากพุงของนาง ก้มหัวลงต่ำตามประสาเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่ดี

"อร่อยมาก เราพอใจ ..." เสียงหวานใสเอ่ยชม ฉันปั้นยิ้ม "... แล้วเราจะมากินอีก ไม่สิ เจ้าน่าจะไปทำอาหารที่บ้านเรานะ" ยิ้มฉันเริ่มแหยนิดๆ

มีเสียงหัวเราะเบาๆ เสียงจิบชา แล้วก็เงียบ ฉันก้มหน้ารอ หัวคิดว่าควรเสี่ยงตายเรียกเงินชดเชยที่ลูกน้องของนางทำลูกค้าอื่นชักดาบดีไหม ....

มือนุ่มนิ่มจับมือฉันไปกุม ถุงบางอย่างหนักมากถูกวางลงมา

ตาหวานซึี้งหยีโค้ง "เราชื่อมู่หรงโม่ลี่ เจ้าชื่ออะไรหรือ? ร้านเปิดใหม่ใช่ไหม? นานหรือยัง? ..." บลา บลา บลา 

มือนิ่มยังคงกุมมือฉันไว้ไม่ปล่อย ฉันยิ้มแห้ง ถามคำตอบคำกับนาง หัวยังก้มลงต่ำ

มีเสียงกระแอมเบาๆ รับรู้ถึงสายตาของเคะจิกชะนีมดปลวก 

"โอ้ ... นี่ก็จะค่ำแล้ว เจ้าคงเหนื่อยแย่แล้วสินะ งั้นรีบไปพักผ่อนเถอะนะ"  นางตบเบาๆที่มือฉัน แล้วยอมปล่อยในที่สุด

นางลุกยืน ฉันก้มลงคำนับ ก้มหัวถอยห่างหลบให้นาง

"อุ้ย! อ้ายยยยยย!!!"

ร่างนุ่มนิ่มล้มมาทางฉัน มือสองข้างของนางฉกวูบ มาวางแหมะที่เต้าฉัน

"ตายจริง! บังเอิญเรานั่งนาน เข่าเลยอ่อนน่ะ เจ็บมั้ยจ้ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ"

ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ

"ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ"

ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ 

ฮ่ะ .... 

เหรี้ย !!!! เอามือออกจากนมกรูซะทีสิว้อยยยยย!!!!

"แล้วเราจะกลับมาใหม่นะจ้ะ" ว่าที่ฮองเฮาทิ้งท้ายก่อนเดินออกจากร้าน ทิ้งฉันที่ยังขนลุกพรึ่บท่ามกลางดงดอกลิลลี่ในมโน


.....................................................


จากปากคำหลวงลุงที่ใจดีพอจะฟื้นจากความตายมาช่วยฉันปิดร้าน สาวงามนางนั้น ชื่อ มู่หรงโมลี่ คู่หมั้นของรัชทายาท เกิดในตระกูลเก่าทรงอำนาจที่เล่าขานกันว่าทายาทหญิงได้เป็นฮองเฮาทุกรุ่น ส่วนเคะราชินีนายนั้นเป็นขันทีที่ดูแลว่าที่พระชายาตั้งแต่เด็ก ชื่อ หนานกงกงกง 

ฉันกรอกตา ปัญหาชีวิตจากแม่เหมือนอีหมีควายสินะ

โบกมือบ๋ายบายหลวงลุง หิ้วถุงที่ได้จากวันนี้กลับบ้าน เดินไปรับหนูหยางจากป่า เปิดประตูบ้าน

อีหมาในร่างสี่ขายืนขนลุกฟูชูชันอยู่หน้าประตู 

"อะไร!! อย่าหาเรื่องหยางหยางน่า" ฉันทำเสียงดุ

 มันมองที่ถุงในมือฉัน หูหรี่

"ไอ้เนี่ยน่ะ? ได้จากลูกค้าไง" ฉันนั่งลง เล่าเรื่องวันนี้ให้ฟัง (แน่นอนว่าตัดเนื้อหาบางอย่างออก) 

ในถุงนั่นไม่ใช่เงิน แต่เป็นก้อนตำลึงทองสองก้อน และมีอีกถุงอยู่ในนั้นบรรจุปิ่นทองประดับดอกมะลิดอกเล็กๆ ทำจากอัญมณีสีขาว

อ่า ... ถ้าคิดเป็นค่าก๋วยเตี๋ยวกับค่าถูกจับนม แบบนี้ก็คุ้มล่ะนะ

แขนใหญ่รกขนโอบรอบตัวฉัน ดึงฉันไปนั่งตัก มืออีกข้างพยายามคีบหยางหยางออกจากคอ ฉันหยิกหัวนมอีหมีควายปรามมัน อีกมือประเมิณน้ำหนักก้อนทอง คิดว่าน่าจะพอไปซื้อที่เปิดร้านใหม่ ใหญ่กว่าเดิม

"ฮูหยิน ข้าอยากกราบไหว้ฟ้าดินกับเจ้า"

"ไว้ก่อนน่า ..."

"ฮูหยิน ข้าอยากกราบไว้ฟ้าดินกับเจ้า" เสียงเริ่มแข็งขึ้น

ฉันมองหน้ามัน มันทำหน้างอใส่ฉัน 

"เพื่อ?" 

"ก็ฮูหยินเป็นฮูหยินของข้าแล้วอ่ะ"

ฉันกรอกตา ดันหน้ามันออกห่าง

"ไว้ก่อน เงินจะเลี้ยงลูกยังไม่มี ไหนจะต้องสร้างร้านใหม่ ใกล้เข้าฤดูใบไม้ผลิแล้ว --"

"ก็แค่กราบไหว้ฟ้าดินเองอ้ะ!!"

"เอาไว้ก่อน!!!!!"

ฉันเหนื่อย ฉันเพลีย ฉันไม่ไหวแล้ว

มันเงียบ เม้มปาก กลายร่างเป็นสี่ขา กระโดดออกจากบ้านผ่านทางหน้าต่าง


อีหมีควายหายไปตลอดคืน เช้าวันรุ่งขึ้นก็ยังไม่กลับมา


...................................................


ฉันนั่งมองอาหารเช้าเย็นชืด ตัดสินใจว่าจะไม่รอแล้ว ยังมีงานอีกมากรอฉันอยู่


อีผัวงี่เง่า!! เฮงซวย! ผู้ชายเฮงซวย!! 

จั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆ โครม โครม!!  ตูมมมมม!!! จั๊กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   การพรวนดินดูแลสวนผักทำให้อารมณ์ฉันเย็นลง 

จนกระทั่งงานในสวนผักเสร็จ มองไปรอบตัว ฉันยังคงไม่เห็นเงาของอีหมีควาย เห็นแต่ลูกน้องมันขนฟู จิกเล็บกับไม้ใหญ่ หดหัวซ่อนตัวตามสุมทุมพ่มไม้

ตัวผู้งี่เง่า!! ผัวเฮงซวย! ผู้ชายเฮงซวย!!

ฉันหอบตะกร้าผักขึ้นบ่า หันไปหาหนูหยางจะเรียก -- 

อีเหรี้ยหนูหยางในร่างลดรูป เกาะกับต้นไม้ ใช้หางตวัดเอากิ่งไม้บังตัว 

ฉันสบสายตาหวาดระแวงของมัน ... มันหลบตา 

ลิ้นสองแฉกค่อยๆแล่บออกมา ทำท่าเหมือนจะตวัดจับแมลงตรงหน้า

"...................." "........................"

มรึงเป็นเหรี้ยไม่ใช่กิ้งก่า อย่าแอ๊บเนียนข้ามสปีชี่ส์ อิเหรี้ย!


ช่างแมร่ง!! ไม่อยากตามมาก็เรื่องของมรึง!!


ฉันทิ้งอีเหรี้ยไว้ที่สวนผัก คว้าเสียมคู่มือ เดินหอบผักไปทางถ้ำ ไปดูแลพืชวิเศษ

แต่วันนี้ไม่เหมือนทุกวัน .... มีกลิ่นแปลกปลอมของอะไรบางอย่าง เหมือนกลิ่นจากโลกเก่า เป็นกลิ่นที่ฉันคุ้นเคย ฉันสูดลมหายใจเข้าปอด มีกลิ่นแปลกปลอมแทรกซ้อนปลอมปนมาด้วย 

กลิ่นโชยมาจากถ้ำ ...

ฉันหรี่ตา ลองแบ่งก้อนเนื้อสดที่เตรียมไว้สำหรับร้านก๋วยเตี๋ยวโยนเข้าไปในถ้ำ มีหนวดยักษ์ขมวดจับก้อนเนื้อกลางอากาศ ดึงหายเข้าไปในถ้ำ

ลักษณะหนวดแบบนี้ ... ฉันว่าฉันเคยเห็นจากการ์ตูน H นะ 

ถอยห่างอย่างระแวงออกมาตั้งหลักคิดว่าของรางวัลที่อยู่ในถ้ำจะคุ้มมั้ย?

มีก้อนปลาร้าต่อนเล็กๆ หล่นจากฟ้า โปรยปรายเรียงรายเป็นทางไปสู่ปากถ้ำ

".................................." มองบนสู่สวรรค์ เอาจริงดิท่าน


........................

.........................


เกือบตาย ... แต่ฉันไม่ถูกหนวดข่มขืนล่ะนะ


ฉันหอบแฮ่ก ทรุดลงคลานออกจากซากร่างของสัตว์อะไรสักอย่างที่มีหนวดใหญ่ยักษ์ ลากเสียมเข้าไปสำรวจถ้ำ

ของรางวัลของเควสต์นี้ก็คือ ไหเก่าๆที่มีกลิ่นปลาร้าโชยออกมา

น้ำลายหลั่งปรี๊ด กระเพาะบีบตัวลั่นโครกคราก ฉันคิดถึงความแซ่บนัวของโลกเก่า ปลาร้าจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างของโลกแห่งอาหารในโลกใหม่ เพศเมียของโลกนี้จะขาดมันไม่ได้ ฉันคิดถึงเมนูทำเงิ --


ฟ่ออออ!!!


งูตัวใหญ่บึ้มโผล่พรวดออกมาจากไหนไม่รู้ ทันทีที่มือฉันแตะไห โชคดีที่ฉันพุ่งไปคว้าไหหลบทันก่อนที่หางงูจะกวาดมาถึง

พลิกตัวกลิ้งไหไปซ่อนหลังหินใหญ่ หลบหัวงูใช้เสียมทิ่มสวนแทงเข้าส่วนลำตัว ไม่เข้า เกล็ดของมันหนาไป ลองอีกทีที่ส่วนท้อง งูแว้งกลับมางับ ฉันกระโดดหลบ 

วืด

อาการหน้ามืดจากการเปลี่ยนท่าเร็วเกินไปแทรกเข้ามา ฉันกระพริบตาอีกครั้งเห็นปากอุดมเขี้ยวพุ่งเข้ามาจะถึงตัว

 โฮกกกก!!!

ร่างสี่ขาของอีหมีควายพุ่งเข้ามากระแทกหัวงู ซื้อเวลาเสี้ยววินาทีให้ฉันกลิ้งหลบทัน เสียงกระแทกตึงตังดังสนั่นตามมา ฉันลุกขึ้นมาอีกครั้ง กัดฟันกับอาการหน้ามืดจาากการแพ้ท้อง ฉันต้องช่ว--

ร่างสี่ขาอ่อนปวกเปียกกำลังหายลับเข้าใปในปากงู

!!!!!!

ฉันพุ่งเข้าไป มือทะลวงเข้าไปในปากงูจับส่วนที่น่าจะเป็นขา ปากงูงับฉับ กำปั้นอีกข้างระดมต่อยหัวงู

... ปล่อยโว้ย คายออกมา คายออกมา อย่าเอามันไป อย่าเอาไป คายออกมา มันยังไม่ตาย ปล่อยออกมา คายสิ คายออกมา ปล่อยโอวหยาง ปล่อย มันตายไม่ได้ ไม่ยอม ไม่ยอม อย่าไป ... 

ฉันพร่ำเหมือนอีบ้า มือในปากงูยังกำขาของสามีแน่น แผลจากเขี้ยวงูเริ่มลึกเห็นกระดูก กำปั้นยังระดมต่อยไปไม่หยุด

ในที่สุด ณ ชั่วขณะหนึ่ง หัวงูหยุดเคลื่อนไหว ฉันชะงัก

น้ำอะไรบางอย่างไหลพรวดออกจากปากงู กระแทกตัวฉันไหลไปฟาดพื้น ก่อนถูกกระแทกซ้ำด้วยสิ่งที่คิดว่าเป็นหาง


ฉันหมดสติ 


..................................................


ฉันกลับมาอีกครั้ง ในห้วงสติรางเลือน มีใบหน้าของใครบางคนก้มลงมอง ใบหน้ารางเลือนแต่เห็นรอยยิ้มหวานเย้ายวน กับดวงตาที่ฉันไม่เห็นสี เพียงรู้สึกว่ามันช่างวาววามสุกสกาว 

มีความอบอุ่น ฉันกำลังถูกเช็ดตัว? 

มีกลิ่นยา กลิ่นอาหาร กับกลิ่นบางอย่างที่ทำให้ฉันร้อนวูบ ขนลุกซู่ กลิ่นที่ทำให้ฉันต้องหักห้ามใจ อดทนของฉันใกล้หมด 

มืออุ่นสองข้างวางแหมะมาที่เต้า ... บีบ

ฉันลุกพรวด ความอดทนขาดผึง


"โฮก!!!"


.....................................................


ฉันลืมตาตื่นอีกครั้งในห้องนอนที่บ้าน

มือยังเป็นแผลแต่ไม่หนักหนาแล้ว ตัวเหม็นกลิ่นสมุนไพรปนน้ำลายเหรี้ย หัวไม่เอียง เช็คสติ ท่องสูตรคูณ ลองฮัมเพลงหนูมาลีมีลูกแมวเหมียว ... โอเค ทุกอย่างปรกติ สมองปรกติ

ที่ไม่ปรกติคือฉันปวดหน่วงที่หว่างขา เมื่อยขาหนีบ นมระบม 

ชิหัย ...

มีเสียงเปิดประตูห้อง อีหมีควายโผล่มา ฉันรวบผ้าห่มมากอดปิดตัว มันถลาเข้ามาทั้งน้ำตา

"ฮูหยิน!! ตื่นแล้วเหรอ ฮึก!! ตะ ตื่นแล้วจิงเหงออ ฮึก! ฮึก!" มันกอดฉันแน่น ร้องกระจองอแง

ฉันแอบสูดกลิ่นตัวมัน วันนั้นไม่ใช่กลิ่นนี้นี่หว่า

ชิหัยแล้ว ....

ฉันเกร็งตัว งกๆเงิ่นๆกอดตอบ ตบหลังตบไหล่ปลอบอีหมี โอ๋มันอย่างเงอะเงิ่น จนมันตั้งสติได้ มันบอกฉันว่าหลังจากที่มันฟื้นจากการสลบ ฉันหายไปราวอาทิตย์ จนกระทั่งหยางหยางเดินนำพาพวกลูกน้องไปเจอฉันนอนอยู่ใกล้ถ้ำในสภาพแผลเต็มตัว และฉันสลบไปห้าวัน

ฉันพึมพำเสียงแห้งว่าฉันจำอะไรไม่ได้เลย

อีหมีควายเช็ดน้ำตา ใช้สายตาลูกหมามองฉันตาแป๋ว

"กะ เกือบไปแล้ว เกือบเสียฮูหยินไปแล้วอ่ะ ทีหลังไม่เอานะ ยะ อย่าทำแบบนี้อีก แง๊!! " มันกอดฉันแน่น ฟูมฟายต่อ

ฉันน่าจะรำคาญ แต่ความรู้สึกผิดกับความรู้สึกบางอย่างในอกบังคับให้ฉันพูดออกมา

"ที่เคยขอให้กราบไหว้ฟ้าดินน่ะ ...."


ทันทีที่แผลของฉันกับมันหาย เราจะแต่งงานกัน


...............................................


แต่สามวันต่อมา เคะราชินีมาเยือนถึงร้านก๋วยเตี๋ยวของฉัน มองจิกด้วยสายตาเย็นชา ยื่นบัตรเชิญให้ฉันไปทำอาหารให้ท่านหญิงมู่หรง

คิดว่าฉันเลือกไม่ไปได้ไหม?

ฉันนั่งตัวลีบก้มหน้ารอท่านหญิง มีเคะราชินีนั่งเชิดอยู่ข้างๆ รอไม่นานก็มีออร่าสาวงามเปล่งประกายวิ้งนำหน้า ตามมาด้วยเสียงส่ายของผ้าไหม 

ลมพัดผ่านหน้าต่าง ฉันชะงัก จมูกบานพะเยิบ 

ฉันหมอบคำนับ ท่านหญิงนั่งลง นางส่งเสียงบอกให้ฉันทำตัวตามสบาย ได้ยินเสียงรินชา ถ้วยชาถูกยื่นให้ฉันท่ามกลางความเงียบ

ได้ยินเสียงคนรับใช้ออกจากห้อง

ความเงียบยังดำเนินต่อไป มือฉันเริ่มสั่นจนต้องดื่มชาระงับอาการ

"สี่อิง ...." ฉันเงยหน้ามอง ท่านหญิงหลบตา กางพัดออกมาปิดปาก


"เมื่อหลายราตรีก่อนเจ้าถ่ายทอดน้ำวิสุทธิ์เข้าในตัวเรา"


น้ำชาทะลักออกจากจมูกของฉัน



______________________________________































เผื่อใครไม่เก็ต​

ความคิดเห็น