ชะโดตัวโต
facebook-icon

เชิญพบกับภาคต่อของ 'พี่คิณ - ณิริณ' 'พี่ภาคย์ - ไออุ่น' ในเรื่อง 'HATE ME: บงการรัก' เรื่องราวของภัทธิรา ลูกสาวคนเดียวของพี่คิณ - ณิริณ และเป็นน้องสาวฝาแฝดของพี่ภาคย์กับการที่จะต้องจำใจแต่งงานกับ 'คิริน' เพื่อแลกกับชีวิตของภิชญ์น้องชายของเธอ ***โหวต เม้น ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ***

HATE LOVE 20: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น , ปวัน ❤ กันตา ] น้อยใจ 100%

ชื่อตอน : HATE LOVE 20: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น , ปวัน ❤ กันตา ] น้อยใจ 100%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 29 พ.ย. 2561 12:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
HATE LOVE 20: [ภาคย์ ❤ ไออุ่น , ปวัน ❤ กันตา ] น้อยใจ 100%
แบบอักษร


HATE LOVE 20: น้อยใจ

วันเวลายังคงหมุนเวียนเปลี่ยนผัน แม้ว่างบางคนกำลังอยู่ในสภาวะที่หาทางออกของปัญหาอันเล็กน้อยไม่เจอแต่ทว่ากลับมีหลายๆคนที่เหมือนกับว่าจะได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ๆในชีวิต...


กันตาที่เข้ามาเป็นพนักงานของร้าน DDM GEMS ได้มาประมาณเดือนกว่าๆก็มีความรู้สึกว่าวิถีทางการเงินของเธอดีขึ้นไปตามลำดับ จากที่ก่อนหน้าทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหารได้ต่อเดื่อนไม่กี่พันบาทก็ต้องมานั่งคิดว่าแต่ละวันจะใช้เงินอย่างไรให้พอพ้นไปเดือนต่อเดือน แต่ในตอนนี้ไม่ต้องมาคิดมากเหมือนแต่ก่อนแล้วแถมยังเหลือเงินซื้อสิ่งของที่เธออยากได้ในบางครั้งนั้นรู้สึกดีสุดๆ


"กันย์! เอาแฟ้มสรุปยอดเข้าไปส่งให้คุณปวันหน่อยสิ" ลดา...พนักงานขายที่มีอายุงานมากกว่าหลายไปส่งแฟ้มเอกสารสีขาวให้กับเธอ 


"ค่ะ" กันตาไม่เกี่ยงงานจึงรับแฟ้มนั้นมาไว้ที่ตัว แต่ก็อย่างว่าแหละ...เพราะเธอเป็นพาร์ทไทม์ที่เงินเดือนเท่าพนักงานประจำก็เลยถูกมองด้วยสายตาที่ไม่ค่อยดีจากเพื่อนร่วมงานเสียเท่าไหร่ เพียงแค่หันหลังเสียงนินทาก็เริ่มดังขึ้นมาในทันที แต่ที่ทนอยู่ได้ก็เพื่อเงินเท่านั้นแหละ


ก็อกๆ ก็อกๆ


หญิงสาวเคาะประตูเบาๆเพื่อเป็นการส่งสัญญาณให้คนที่อยู่ข้างในได้รู้ว่าเธอกำลังจะเข้าไป ปวันที่กำลังนั่งทำงานและออกแบบเครื่องประดับชิ้นใหม่อยู่เงียบๆได้หันไปมองร่างเล็กที่เดินเข้ามาก็ยิ้มให้ตามปกติอย่างเช่นเคย "นี่พวกเขาใช้กันย์มาส่งงานแทนอีกแล้วหรอ?"


กันตายิ้มพร้อมกับวางแฟ้มเอกสารไว้บนโต๊ะ "อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ กันย์เป็นเด็กใหม่แถมเพิ่งเข้ามา พี่เขาใช้ทำอะไรก็ทำได้หมดแหละค่ะ อีกอย่าง...แค่ส่งสรุปยอดรายวันเป็นใครมาส่งก็ได้"


"ผมรู้ แต่ผมเองก็แจกแจงหน้าที่ให้อย่างชัดเจนแล้วก็น่าจะทำตามที่กำหนดเอาไว้บ้าง ไม่ใช่ว่าไม่ชอบใคร หรือเมีคนมาใหม่ก็จะให้ทำแทนซะหมด"


"คุณปวัน ไม่มีใครเขาคิดแบบนั้นหรอกนะคะ" กันตารีบเอ่ยปรามเขาเอาไว้เพราะเกรงว่าจะมีใครเข้ามาได้ยิน เธอมองเห็นชายตรงหน้ากำลังวาดรูปด้วยความตั้งใจก็นึกอยากเห็น เพราะเครื่องประดับทุกชิ้นในร้านนี้เป็นฝีมือการออกแบบของและมันก็สวย ดูดี มีราคาทุกชิ้น "วาดรูปเก่งจังเลยนะคะ กันย์เองก็อยากมีของที่ออกแบบเองสักชิ้นบ้างแต่ติดที่ว่างานศิลปะไม่ค่อยได้เรื่อง"


"ลองดูไหมล่ะครับ?" ปวันหยิบกระดาษเอสี่พร้อมกับดินสอสองบีส่งให้กับเธอ "ลองเถอะครับ ถ้าไม่เริ่มแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าถ้าได้ทำออกมาแล้วอาจจะสวยกว่าในแบบก็ได้"


กันตาพยักหน้ารับสิ่งของเข้ามาไว้ในมือ เธอก้มหน้าเพราะเริ่มรู้สึกว่าตอนนี้ใบหน้าของตัวเองกำลังร้อนผ่าวๆ แต่ก็เดินเข้าไปนั่งตรงหน้าเขาก่อนจะค่อยๆจับดินสอแล้วร่างภาพในความคิดออกมา ปวันเก็บรายละเอียดของคนตรงหน้าแล้วก็ยิ้มออกมาด้วยความอบอุ่น เขาหยุดทุกการกระทำของตัวเองแล้วยกมือขึ้นเท้าคางอยู่แบบนั้นจนกันตาเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าเธอตกเป็นเป้าสายตา


"กันย์มีอะไรผิดปกติหรือเปล่าคะ?" หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆ เธอกำลังเขินเขาอยู่


ปวันส่ายหัวช้าๆ "ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็แค่อยากมอง..." เพราะเป็นคนที่ตรงไปตรงมาอยู่แล้วในเมื่อรู้สึกอย่างไรก็มักจะบอกไปตรงๆ ตอนนี้ปวันปลงในเรื่องชีวิตคู่ที่พังทลายลงจะคิดว่ามันเป็นเพียงแค่สายลมที่พัดผ่านเข้ามาแล้วสลายไป ถ้านำความรู้สึกที่มีต่ออัญชนาในครั้งก่อนหน้าที่จะหย่าขาดจากกันกับความรู้สึกที่กำลังก่อตัวขึ้นตอนนี้มันช่างแตกต่างกันอย่างมาก ในตอนนั้นก็แค่ความหลงใหลในรูปโฉมและคำหวานของผู้หญิงคนนั้นเลยทำให้เผลอทุ่มเทไปให้ทั้งใจจนพังไม่เป็นท่า


แต่ในตอนนี้... กันตาช่างแตกต่างตรงที่เธอสดใส เป็นตัวของตัวเองโดยไม่ปิดบังใดๆ แล้วจะผิดอะไรถ้าเขาจะสนใจในตัวเธอมากกว่านายจ้างและลูกจ้าง


กันตาเริ่มทำตัวไม่ถูกและเผลอทำสิ่งของหล่นกระจายเต็มพื้น "กันย์ออกไปช่วยพี่ๆเขาเก็บของหน้าร้านก่อนดีกว่าค่ะ วันนี้กันย์ขอกลับเองนะคะจะแวะซื้อของให้แม่ด้วย" ร่างเล็กไม่รอคำทักท้วงของปวันจึงรีบเดินออกไปจากห้องนี้ทันที


ปวันถอนหายใจพร้อมกับยกมือเกาหัวตัวเองเบาๆ "พูดอะไรผิดหรือเปล่านะเรา!!" เขาหัวเราะเสียงเบาในลำคอก่อนจะกลับมาสนใจงานของตัวเองต่อ แน่นอนว่าเขาเป็นคนที่รู้ตัวเองอยู่เสมอว่ารู้สึกอะไรและคิดอะไรอยู่ แต่ตอนนี้ไม่อยากรีบเกินไปเพราะไม่อยากจะให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอย


แบบนี้คงต้องเรียกว่า ช้าๆได้พร้าเล่มงาม...


หลังจากปิดร้านและสรุปยอดขายเสร็จเรียบร้อยแล้ว กันตาเข้าไปเก็บของในห้องพักพนักงานและเปิดล็อกเกอร์ของตัวเองเพื่อหยิบกระเป๋าสะพายออกมาก่อนจะเดินออกจากร้านไป ปกติแล้วปวันจะอาสาไปส่งเธอที่บ้านเนื่องจากว่ากลางคืนแบบนี้จะปล่อยให้ผู้หญิงเดินทางคนเดียวไปได้อย่างไรในเมื่ออันตรายมีอยู่รอบตัว แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมามันทำให้เธอรู้สึกแปลกๆอีกทั้งพวกพนักงานในร้านต่างก็จับจ้องเธออยู่เลยทำให้คิดหนัก


ไม่ใช่ว่าไม่ชอบเขาแต่เพียงแค่รู้สึกอึดอัด....


ในระหว่างที่กำลังรอรถเมล์เที่ยวสุดท้ายของวันนี้อยู่นั้น รถ ASTON MARTIN DBS VOLANTE คันสีดำที่เธอคุ้นเคยได้แล่นมาจอดตรงหน้า ปวันลดกระจกรถลงแล้วส่งยิ้มให้ด้วยความอบอุ่น "กลับบ้านกันเถอะครับ เดี๋ยวผมไปส่ง"


"ไม่เป็นไรค่ะ กันย์กลับรถเมล์ดีกว่าจะแวะซื้อของที่ตลาดด้วย" กันตาปฏิเสธด้วยความเกรงใจ


"ให้ผมไปส่งเถอะ จะแวะซื้อของอะไรผมน่รอได้แต่รถเมล์รอกันย์ซื้อของไม่ได้หรอกนะ" ปวันรู้ว่าเธอกำลังรู้สึกอะไรแต่ในตอนนี้เขาจะปล่อยให้เธอเดินทางกลับคนเดียวไม่ได้เด็ดขาด "ขึ้นรถเถอะครับกันย์ อย่างน้อยๆให้ผมได้เห็นกับตาว่ากันย์ถึงบ้านปลอดภัยก็พอแล้ว"


กันตายิ้มรับน้ำใจของเขาก่อนจะตัดสินใจขึ้นรถไปด้วยในทันที ความรู้สึกที่อยู่ข้างในค่อยๆก่อตัวขึ้นทีละนิดๆมากกว่าเดิม มันไม่ผิดที่ปวันจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่กับใครสักคนแต่สำหรับอีกคนนั้นค่อนข้างเป็นเรื่องลำบาก เพราะเป็นจังหวะรอยต่อในความสัมพันธ์เก่าของเขานั่นเอง


######


หลายวันต่อมา...


บ้านจิรวัฒนานนท์...


อินทุกรตัดสินใจกลับมาอยู่ที่บ้านและไม่ได้ติดต่อกับภาคย์มาเกือบสองอาทิตย์ ช่วงที่ตะวันกำลังจะตกดินเธอที่ได้มานั่งอยู่ที่ริมสระน้ำด้วยแววตาอันหม่นหมอง อัศนัยเห็นลูกสาวไม่ค่อยร่าเริงก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เขาเดินเข้าไปแล้วจับไหล่ของเธอเอาไว้แน่นๆ "ทะเลาะอะไรกับภาคย์หรือเปล่าลูก พ่อเห็นอุ่นไม่ค่อยยิ้มแบบนี้รู้สึกไม่สบายใจเลย อย่าดื้อกับพี่เขานักสิ"


อินทุกรยิ้มตอบ "เปล่าค่ะ ไม่ได้มีอะไรเลย พี่ภาคย์เขางานค่อนข้างเยอะคงไม่มาใส่ใจอะไรกับเรื่องเล็กน้อยหรอกค่ะ"


อัศนัยมองแววตาของลูกสาวก็ถอนหายใจออกมา เขาลูบผมยาวของเธอด้วยความรักใคร่ "อุ่นรู้อะไรไหมว่าลูกเหมือนแม่เขามากตรงไหน" แววตาของอินทุกรเริ่มเปล่งประกายขึ้นมาด้วยความอยากรู้ "แม่ของอุ่นน่ะเวลาที่มีเรื่องกลุ้มใจหรือว่าทุกข์ใจมันจะบอกว่าไม่มีอะไร แต่หลอกพ่อไม่ได้หรอกนะ"


"อุ่นสับสนค่ะคุณพ่อแล้วเหมือนจะรู้สึกว่ากำลังน้อยใจด้วย อุ่นแค่อยากรู้ว่าเขารู้สึกยังไง ถ้าไม่ได้รู้สึกอะไรเลยอุ่นจะได้ไม่ต้องคิดไปไกลกว่านี้" อินทุกรกล่าวด้วยน้ำเสียงอันไร้ความหวัง เธอพยายามที่หยุดความคิดที่จะส่งผลต่อจิตใจแล้วแต่ก็ทำไม่ได้เสียที


อัศนัยโอลกอดลูกสาวเอาไว้พร้อมปลอบโยนให้เธอคลายความเศร้า "บางอย่างอาจจะต้องใช้เวลาเพื่อความมั้นใจ ภาคย์เขาอาจจะรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วคงจะบอกลูกตรงๆ แต่ตอนนี้ลูกพ่อต้องหายเศร้าแล้วกลับมาเป็นลูกสาวคนเดิมของพ่อจะดีกว่า เดี๋ยวพ่อจะเล่าให้ฟังนะว่ากว่าแม่เขาจะยอมบอกรักพ่อได้พ่อต้องรอถึงห้าปีเต็มเลยล่ะ..."


อินทุกรตั้งใจฟังในสิ่งที่ผู้เป็นพ่อกำลังเล่าออกมา อัศนัยดูมีความสุขมากทุกครั้งที่พูดถึงแม่ของเธอ วินิตราตัวจริงที่ไม่รู้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนและเป็นตายร้ายดีอย่างไร แม้ว่าตลอดเวลาที่เขาพยายามหลอกตัวเองและใช้ชีวิตอยู่กับสิรินนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่หาทางตามหาเลย แต่ทุกอย่างมันมืดแปดด้านไปหมดรวมถึงการสืบจากตัวสิรินเองก็ไม่ได้ผลเพราะเธอคนนั้นคงจะวางแผนมาไว้อย่างดิบดี


เวลาแห่งความเงียบสงบของบ้านหลังนี้มีได้ไม่นานนักหรอก สองพ่อลูกเดินควงแขนกลับเข้ามายังตัวบ้านเพื่อทานอาหารเย็น เข้ามาก็ต้องตกใจเมื่อเห็นสภาพป้าจิตรถูกทำร้ายจำใบหน้าบอบช้ำและคนทำก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...เป็นอัญชนากับสิรนที่เข้ามาในบ้านโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตนี่เอง


โอ๊ย !


"ป้าจิตร!" อินทุกรวิ่งเข้าประคองร่างของหญิงสูงวัยเอาไว้ด้วยความเป็นห่วง


"เธอสองคนเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง! ออกไปเดี๋ยวนี้!!!" อัศนัยตะเบงเสียงไล่แขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยความโกรธ เป็นไปไม่ได้ที่สองคนนี้จะเข้ามาได้ในเมื่อเขาเปลี่ยนกุญแจและระบบการล็อกทั้งหมดแล้ว


สิรินแค่นยิ้มออกมา "ฉันกับลูกก็เดินเข้ามาปกตินั่นแหละค่ะคุณอ้น ก็นังป้าจิตรไปซื้อของที่ตลาดกลับมายังไม่ทันปิดประตูก็เลยเข้ามาได้"


"เอมกับแม่ลืมของค่ะเลยจะกลับเข้ามาเอา เจอแล้ว!!" อัญชนาคว้ากึ่งกระชากมือซ้ายของอินทุกรขึ้นมาแล้วพยายามจะถอดแหวนที่สวมบนนิ้วนางของเธอออก "จะดื้อด้านอยู่ทำไม!! ภาคย์เขาไม่เอาแกแล้ว"


ผลัก !!!


อัญชนากระเด็นตามแรงผลักของอดีตน้องสาวจนล้มลงไป สิรินเห็นลูกสาวของเธอถูกทำร้ายเช่นนั้นก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้าเตรียมง้างมือหมายจะเอาคืนแต่อัศนัยก็เข้ามาขวางเอาไว้ได้ทัน ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่คนตรงหน้าด้วยความเกรี้ยวกราดและพร้อมจะฆ่าทิ้งได้ตลอดเวลา "เป็นบ้าไปแล้วหรือยังไงถึงได้ใช้วิธีอุบาทว์แบบนี้ ถ้าแตะต้องลูกสาวฉันฉันอีกทีล่ะก็ฉันไม่ปล่อยเธอกับลุกของเธอเอาไว้แน่!!"


"ปล่อยสิเว้ย !! ทำไม!! นังเด็กนั่นที่มันได้ไปก็เพราะลูกฉันทิ้งไอ้ภาคย์มันต่างหาก ตอนนี้สองคนนั้นกำลังจะกลับมาคบหากันเหมือนเดิมนะรู้เอาไว้ด้วย อ่อ...ไออุ่น ฉันเลี้ยงเธอมาเหมือนกันนะจะอกตัญญูกันแบบนี้หรอหะ?"


อินทุกรรู้สึกเจ็บแปลบที่นิ้วนางข้างซ้ายแต่ก็อดทนได้ เธอจับแขนของอัศนัยเอาไว้เชิงบอกให้เขาใจเย็นๆ "อุ่นไม่เคยคิดอกตัญญู แต่ถ้าจะให้อุ่นถอดแหวนวงนี้คนที่จะบอกได้ก็คือพี่ภาคย์แค่คนเดียว ไม่ใช่ลมปากจากคนอื่น"


อัญชนาพยุงร่างของตัวเองขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูแล้วไม่มีความจริงใจเลยแม้แต่น้อย เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาออกมาแล้วเปิดด้านในออกมาอ่าน "เสียดายนะคะ ถ้าไม่ให้แหวนวงนั้นเนี่ยเอกสารที่เอมทำปลอมบัญชีรายรับรายจ่ายของโรงแรมขึ้นมา อ้อ! ยังมีใบกำกับภาษีปลอมด้วยเนี่ยอาจจะถึงสรรพากรได้นะคะ แนบเนียนซะไม่รู้เลยนะคะเนี่ยว่าถ้าใส่ร้ายคุณพ่อไปแล้วเขาคงไม่ฟังเหตุผลอื่นเพิ่มเติม เลือกเอานะคะ"


"ถ้าเธอคิดว่าเธอฉลาดอยากจะทำอะไรก็เชิญ ออกไปจากบ้านฉัน ไป้!!" อัศนัยโกรธจนถึงที่สุดแต่ว่าสองคนตรงหน้ากลับไม่มีท่าทีสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย


"ตามใจค่ะคุณพ่อ เพราะเงินที่คุณพ่อได้จากการขายโรงแรมสาขาที่ภูเก็ตคงจะต้องหมดไปกับการขึ้นศาล จริงๆตอนที่เอมยังทำงานที่โรงแรมก็ปรับแต่งบัญชีเอาไว้เยอะเหมือนกันนะคะ ลองถ้าส่งไปแล้วแล้วลำบากกันหมดแน่เลยล่ะค่ะ ไปเถอะแม่..."


กึกๆ 


"เดี๋ยวค่ะ !!" อินทุกรร้องทักขึ้นในขณะสองแม่ลูกนั่นกำลังจะออกจากบ้านไป "ถ้าอุ่นยอมให้แหวนวงนี้ไปจะเลิกแล้วต่อกันจริงหรือเปล่าคะ?"


"ไออุ่น!!" อัศนัยร้องห้ามลูกสาวแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล


"ถ้าอุ่นยอมให้แล้วจะยุติทุกอย่างอุ่นก็จะให้ แต่พี่ภาคย์ต้องรับรู้เรื่องนี้ด้วย!" อินทุกรรู้ดีว่านี่อาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก แต่ถ้าอัญชนาไม่ได้ทำแค่ขู่ล่ะก็อัศนัยนั่นแหละที่จะเดือดร้อนที่สุด เธอถึงต้องรีบตัดสินใจเบื้องต้นเอาไว้ก่อน


"เขารู้เรื่องนี้อยู่แล้ว นอกจากฉันจะขอแหวนที่เธอสวมอยู่ขอคอนโดที่เธออยู่ด้วยนะ" อัญชนายังคงมีข้อต่อลองเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ "รีบๆตัดสินใจเข้าใจเข้าล่ะ เธอมีเวลาไม่มาก"


"ได้ค่ะ เดี๋ยวอุ่นเอากุญแจให้" อินทุกรไม่ลังเลที่จะทำตามเพื่อแลกเปลี่ยนกับพวกบัญชีและใบกำกับภาษีปลอมนั่นเอาไว้ก่อน แม้จะไม่อยากถอดแหวนในมือก็ตามแต่เธอก็ต้องจำใจเพราะรู้ว่าอีกไม่นานจะต้องได้มันกลับคืนมาแน่นอน


เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วทั้งอัญชนาและสิรินก็ยอมจากไปแต่โดยดี อัศนัยที่เผลอเข้าใจว่าภาคย์มีส่วนรู้เห็นด้วยก็โกรธมากกว่าเดิมเตรียมที่จะคว้ากุญแจรถเพื่อไปเคลียร์กับเขาในทันที อินทุกรถอนหายใจแล้วเดินเข้ามาขวางเขาเอาไว้ "อย่าไปเชื่อคำของพวกเขาสองคนเลยค่ะ อุ่นรู้ว่าพี่ภาคย์ไม่ทำแบบนั้นแน่ๆ"


อัศนัยมองตาลูกสาวแล้วอารมณ์ก็เริ่มเย็นลงแต่ไม่มากนัก "แต่ยังไงพ่อก็ต้องคุยกับภาคย์ให้รู้เรื่อง!!"


หญิงสาวจับมือของผู้เป็นพ่อเอาไว้แน่น "สองคนนั้นแค่อ้างพี่ภาคย์เฉยๆค่ะ เพราะถ้าพี่ภาคย์เขาจะเอาคืนทุกอย่างจริงๆเขาต้องมาด้วยตัวเอง และอุ่นเชื่อค่ะว่าถ้าพี่ภาคย์รู้เรื่องนี้ยังไงเขาก็ต้องไปเอาแหวนวงนั้นคืนมาได้แน่"


อัศนัยกอดลูกสาวของเขาไว้อีกครั้งพร้อมพยายามข่มอารมณ์โกรธจนรู้สึกดีขึ้น สองพ่อลูกช่วยกันพาป้าจิตรไปทำแผลก่อนที่จะได้ทานมื้อเย็นกัน แม้ว่าจะไม่ค่อยสงบเท่าไหร่แต่วันนี้ก็ผ่านพ้นมันไปได้ถือว่าดีมากๆแล้ว


######


วันต่อมา...


โรงแรม Voruntiana...


ปึง !!!


เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นห้องทำงาน


อัศนัยตัดสินใจมาหามาหาภาคย์เพื่อพูดคุยถึงเรื่องราวที่ติดค้าอยู่ในใจ เขามีหลายๆอย่างที่อยากได้คำตอบจากผู้ชายคนนี้จึงไม่ลังเลเลยสักนิดที่จะมา เมื่อได้พบและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็เล่นทำเอาภาคย์ตัวสั่นด้วยความโกรธขึ้นมาในทันที ชายหนุ่มกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้นตามแขนซึ่งอัศนัยมองแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับภาคิณเพื่อนรักของเขาในวัยหนุ่มเลยแม้แต่น้อย


"ที่อาบอกก็เพราะอาไม่ต้องการเห็นไออุ่นถูกเอาเปรียบทั้งจากภาคย์และคนอื่นๆ พวกนั้นอ้างชื่อภาคย์ทุกอย่างเพื่อบังคับไออุ่นแล้วยังเอาพวกบัญชีและใบกำกับภาษีปลอมมากดดัน ไออุ่นเลยต้องยอมถอดแหลนและเอากุญแจคอนโดให้เพื่อช่วยอา" อัศนัยพูดออกมาด้วยความอัดอั้นอยู่เต็มอก "สิ่งที่อาอยากจะรู้จากปากของภาคย์มากที่สุดก็คือ คิดยังไงกับลูกสาวของอา ถ้าไม่รักก็ปล่อยเถอะ...อายินดีที่จะคืนของหมั้นทั้งหมดให้และจะไม่เป็นภาระให้กับภาคย์อีก ขอแค่ตอบอามาก็พอ"


"....." ภาคย์ก้มหน้าแล้วถอนหายใจยาวๆออกมาราวกับการตัดสินใจได้แล้ว "ผม..."


"....."


"ผม ผมรักไออุ่นครับอา!!" มันไม่มีประโยชน์ที่เขาจะต้องเก็บคำพูดหรือว่าความรู้สึกอีกต่อไป "ผมรู้ว่าหลายๆผมทำไม่ถูกต้องสำหรับไออุ่น ผมผิดเองที่ทำให้อาต้องเป็นกังวลและต้องเจอเรื่องบ้าๆพวกนี้"


"ช่างมันก่อนเถอะ ที่อามาก็เพราะว่าอาอยากจะให้ภาคย์ทำอะไรสักอย่าง ไม่ใช่ปล่อยให้ความรู้สึกมันคาราคาซังอยู่แบบนี้" อัศนัยมองนัยตาของชายหนุ่มตรงหน้าแล้วเอื้อมมือไปแตะไหล่คนตรงหน้าเอาไว้ "อาจะไม่ไว้ใจคนผิดจริงๆใช่ไหม?"


ภาคย์พยักหน้ารับตอบอัศนัยโดยไม่ต้องไตร่ตรองอะไรเพิ่มเติม "สำหรับไออุ่นแล้วผมจะทำทุกอย่างให้ดีขึ้นและดีที่สุด ส่วนสองแม่ลูกนั่นอาไม่ต้องเป็นกังวลอะไรเลยครับ" แววตาวาวโรจน์แข็งกร้าวขึ้นมาทันทีที่พูดคนตัวสร้างปัญหา "ผมจะจัดการสองแม่ลูกนั่นไม่ให้มาวุ่นวายกับไออุ่นได้อีก"


____________________________________ 100 % ______________________________________________


มาแล้วจ้าาา

อีกคู่กำลังงอนกัน ส่วนอีกคู่กำลังเริ่มต้นนะคะ ^__^

คิดเห็นเช่นไร คอมเม้นต์ติชมได้นะคะ ไรท์ยินดีปรับปรุงงานเขียนให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆเพื่อนักอ่านทุกท่าน

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นอันล้นหลามมม ไรท์อ่านทุกคอมเม้นนะแต่ตอบไม่ทันจริงๆ

เจอกันตอนต่อไปนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น