กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่38.2 เวลาปลดปล่อย

ชื่อตอน : บทที่38.2 เวลาปลดปล่อย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.9k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2561 19:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่38.2 เวลาปลดปล่อย
แบบอักษร

หลังจากผู้เป็นสามีดึงรั้งภรรยาให้ใช้เวลาในห้องน้ำอยู่นาน ก็ได้เวลาฤกษ์งามยามดีที่จะยอมพาเธอออกมาด้านนอกเสียที เขาปรนนิบัติพัดวีเธอเป็นอย่างดี ตั้งแต่อุ้มออกมา เช็ดเนื้อเช็ดตัว ทาครีมบำรุงผิว และกดจมูกลงสูดดมความหอมที่แก้มนวลส่งท้าย ก่อนจะเดินไปหยิบชุดนอนมาสวมใส่ให้กับเธอ 

“นี่ไปซื้อมาใหม่เหรอคะ หนูนิดไม่เคยมีแบบนี้” ละอองทรายได้เห็นชุดนอนที่ผู้เป็นสามีสวมให้ก็เลิกคิ้วขึ้นมองหน้าเขาอย่างแปลกใจเพราะปกติเขาจะให้ใส่เฉพาะชุดเสื้อยืดกับกางเกงขายาวมิดชิด แต่นี่เป็นชุดนอนผ้าซาตินมันวาวสีชมพูอ่อน สายคล้องเป็นสายเดี่ยวลูกไม้แสนหวาน ความยาวสั้นแค่โคนขาอ่อน แน่นอนว่าเนื้อผ้านุ่มนิ่มใส่สบาย ทว่าเธออาจจะไม่สบายเพราะคนข้างๆกำลังมองกันอย่างจ้องจะกลืนกิน 

“พี่ฝากจันทร์เจ้าซื้อมาให้น่ะ ยังมีอีกหลายตัวเลยนะ แหวกหน้าเว้าหลังกว่านี้ก็มีอีกเยอะ”  

“คนบ้า! หนูนิดอายนะคะ”  

“ความจริงพี่ก็อยากไปซื้อเองนะ แต่มัวแต่ยุ่งๆเรื่องงานแต่ง เลยวานจันทร์เจ้าซื้อมาให้”  

“ก็นั่นแหละค่ะ ที่หนูนิดอาย” ละอองทรายบอกด้วยท่าทีเขินอาย นี่ไม่รู้ว่าจันทร์เจ้าจะเก็บเอามาล้อหรือเปล่าก็ไม่รู้ 

“อายทำไมครับ ไม่ต้องอายหรอก ใส่แค่แป๊ปเดียวเดี๋ยวก็ถอด” ยิ่งพูดก็ยิ่งแล้วใหญ่ จากที่หญิงสาวอายจัดอยู่แล้วก็ยิ่งเพิ่มพูน ยิ่งเห็นสายตาโอ้โลมที่มองมาก็ยิ่งประหม่าและสั่นไหว จึงเดินก้มหน้างุดไปที่เตียง แล้วรีบดึงผ้าห่มมาคลุมกายที่อยู่ในชุดวาบหวิวไม่คุนชินนี้ไว้ 

“อายแต่รีบเดินมาขึ้นเตียงแบบนี้ มันยังไงกันน๊า” คนเจ้าเล่ห์ร้ายมิวายแกล้งเย้าให้เธออายไม่เลิกรา พลางเดินตามมาแล้วดึงผ้าห่มของเธอออก ก่อนจะใช้อ้อมแขนของตนโอบคลุมเธอเอาไว้แทน 

“เลิกคิดทะลึ่งเลยค่ะ หนูนิดจะนอนแล้ว” ละอองทรายว่า พลางดันตัวเขาให้ออกห่าง แต่ก็ไม่เป็นผล เพราะคนตัวโตยังคงไม่ยอมกระดิกตัวไปไหน 

“คืนเข้าหอใครเขานอนเร็วกัน”  

“ก็หนูนิดง่วงแล้วค่ะ”  

“งั้นมาทำอะไรแก้ง่วงกันดีกว่า” คนหื่นยังแสดงเจตนารมณ์ชัดเจน มือหนาไม่ว่างเว้น เลื่อนจากเอวขึ้นมาเฟ้นฟ้อนที่อกอวบอิ่มของภรรยาอย่างชอบใจ 

“อื้อ พี่ราฟ ได้ไปตั้งเยอะแล้วยังไม่พออีกเหรอคะ” ละอองทรายพยายามจับมือเขาให้อยู่นิ่ง นับตั้งแต่ส่งตัวเข้าหอมา เขาก็ไม่รามือในเรื่องอย่างว่าเลยจริงๆ 

“สำหรับหนูนิดแล้ว เท่าไรพี่ก็ไม่เคยพอ”  

“แต่หนูนิดเหนื่อยแล้วค่ะ หนูสองคนก็เหนื่อยแล้วใช่มั้ยลูก ทำไมคุณพ่อถึงเอาแต่ใจจังเนอะ” ละอองทรายเอ่ยเสียงอ่อน พลางยกมือลูบท้องแผ่วเบา  

“พี่ขอโทษนะครับ เหนื่อยก็นอนพักนะ พี่ไม่ทำอะไรแล้วนะคนดี” ราฟาเอลหน้าหงอยลงทันควัน รู้สึกผิดที่เอาแต่คิดถึงความต้องการของตัวเองอยู่ฝ่ายเดียว 

“จริงนะคะ”  

“จริงครับ พี่สัญญา” ราฟาเอลพยักหน้ารับคำ กดจูบที่หน้าผากมนด้วยความรักใคร่ ก่อนจะค่อยๆประคองตัวหญิงสาวให้เอนนอนลง แล้วดึงผ้าห่มมาคลุมกายให้เธอตามเดิม จากนั้นจึงขยับลุกลงจากเตียงเพื่อเดินไปปิดไฟดวงใหญ่ภายในห้อง จนเหลือเพียงแสงสว่างนวลจากโคมไฟเล็กที่หัวเตียง 

ทว่าพอหันหลังเดินกลับมา แข้งขาก็แทบหมดเรี่ยวแรง เมื่อเห็นคนตัวเล็กนอนตะแคงยกแขนขึ้นยันศีรษะของตนไว้ ผ้าห่มที่เขาคลุมกายให้เธอเมื่อครู่ถูกร่นไปกองอยู่ที่ปลายขา ร่างอรชรอยู่ในท่วงท่าบาดใจ สะโพกผายบิดขึ้นให้เห็นส่วนโค้งส่วนเว้า ซ้ำเธอยังแกล้งเย้าด้วยการยกมืออีกข้างขึ้นเสยผม และขบเม้มริมฝีปากด้วยท่าทีเย้ายวนเหลือร้าย 

“หนูนิด…” ชายหนุ่มเดินเข้าไปทิ้งกายนั่งลงบนเตียง ส่งความปรารถนาอยู่เต็มใบหน้าหล่อเหลา 

“พี่ราฟสัญญาแล้วนะคะ” ละอองทรายยกยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่นานๆจะมีอารมณ์นี้แสดงออกมาให้เขาเห็นสักครั้ง 

“ร้ายกาจนะเรา” คนที่กำลังจะตบะแตก จำต้องเอนกายนอนลง แล้วดึงเธอเข้ามากอดไว้อย่างนึกมันเขี้ยว ซึ่งเจ้าตัวก็ได้แต่หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจที่มีโอกาสได้แกล้งชายหนุ่มบ้าง 

“ฝันดีนะคะ” คนแกล้งนึกสนุกจึงเงยหน้าขึ้นไปหอมแก้มสากเคราของชายหนุ่ม ไล่มายังปลายคาง เรื่อยมายังซอกคอของเขา ก่อนจะนอนซบลงที่อกกว้างตามเดิม ซ้ำยังแสร้งยกมือไล้ที่กล้ามท้องลอนสวยด้วยท่าทางราวผู้หญิงมากจริต 

“หนูนิด…” ราฟาเอลปรามเสียงเปร่งพร่า นี่เธอท้าทายความอดทนของเขาจนมากเกินไปแล้ว 

“ขา…” เธอรับคำเสียงหวาน 

“บางทีพี่ก็เป็นคนไม่รักษาสัญญานะ” เขาเอ่ยต่อด้วยเสียงเจ้าเล่ห์ ทำเอาคนที่แกล้งด้วยนึกสนุกถึงกับรีบหุบยิ้มลงทันที 

“ง่วงจังเลยค่ะ เหนื่อยด้วย” คนที่ยังเสียงใสอยู่เมื่อครู่เอ่ยเสียงอ่อนลงพลางนอนนิ่งๆเพราะกลัวเขาจะตบะแตกขึ้นมาจริงๆ 

“ฝันดีนะครับคุณภรรยา” ราฟาเอลระบายยิ้ม ก่อนจะกดจูบที่ศีรษะเล็กอย่างเอ็นดูเธอสุดหัวใจ 

“ขอบคุณสำหรับงานแต่งที่น่ารักที่สุดนี้นะคะ หนูนิดดีใจที่ลูกๆอยู่ในวันสำคัญของเราด้วย” ละอองทรายเอ่ยพลางกระชับกอดเขาแน่นขึ้น 

“พี่รักหนูนิดมากนะ” คำบอกรักนั้นอ่อนหวานเสียจนเธอแทบละลาย ซ้ำปลายนิ้วโป้งที่ลูบไล้บนพวงแก้มของเธอนั้นช่างเป็นสัมผัสละมุนละไมชวนใจบาง 

“หนูนิดก็รักพี่ราฟมากเหมือนกันค่ะ” ปิดท้ายถ้อยคำอ่อนหวาน ด้วยการขยับหยัดกายขึ้นไปกดจูบที่ริมฝีปากหยักของชายหนุ่มอย่างนุ่มนวล ส่งยิ้มแสนหวานให้เขา ก่อนจะทิ้งกายนอนลงเคียงกันด้วยความสุขและอิ่มเอมเต็มเปี่ยมหัวใจ 

วันต่อมา

หญิงสาวที่ตื่นมาก่อนตั้งแต่ตะวันยังไม่โผล่ขึ้นมาจากขอบฟ้า เพราะลูกน้อยในท้องพาให้เธอหิวแต่เช้า จึงตื่นมาล้างหน้าล้างตาและลงไปหานมและขนมปังปิ้งทานรองท้อง ก่อนจะกลับขึ้นมาบนห้อง เห็นชายหนุ่มยังคงนอนด้วยท่าทีหลับสบาย จึงเดินออกมายืนรับลมยามเช้าและเฝ้ารอดูพระอาทิตย์ขึ้นที่ริมระเบียงห้องนอน 

สองมือน้อยยกขึ้นลูบท้องตนเองอย่างแผ่วเบา เฝ้าคิดถึงเรื่องราวที่ผ่านมามากมายในชีวิตของตน ชีวิตที่ติดบ่วงอันแสนเจ็บช้ำ ชีวิตขาดๆเกินๆ ชีวิตที่ไม่รู้ว่าจะเดินไปต่อทางไหนหากไม่เจอเขาคนนี้ คนที่เธอใช้บ่วงปรารถนาผูกเขาเอาไว้ จนกระทั่งมาถึงวันนี้ ทุกอย่างได้กลายเป็นบ่วงรัก รักที่ก่อให้เกิดชีวิตน้อยๆอีกสองชีวิตที่กำลังเติบโตอยู่ในตัวของเธอ 

“คิดอะไรอยู่ครับ” แล้วคนที่กำลังซาบซึ้งอยู่ในห้วงความคิดแสนละมุนกรุ่นรักก็ต้องชะงักงัน ลมหายใจติดขัดเมื่อรับรู้สัมผัสจากอ้อมกอดอุ่นของชายหนุ่ม ซ้ำร้ายเขายังกดจูบที่ต้นคอไล่ลงมายังไหล่บางด้วยสัมผัสวาบหวาม จนผิวเนียนที่ต้องลมเย็นยามเช้ากลับกลายเป็นร้อนเร่าขึ้นมาในทันที 

“อื้อ พี่ราฟ…ไหนว่าจะไม่ทำอะไรแล้วไงคะ” คนตัวเล็กเอ่ยทวงสัญญาที่เขาลั่นวาจาไว้เมื่อคืน 

“นั่นมันสัญญาเมื่อวานนี่หน่า ตอนนี้เป็นวันใหม่ สัญญานั้นถือว่าสิ้นสุดลงแล้วนะ” ราฟาเอลเอ่ยขณะที่จมูกโด่งก็ยังซุกไซ้ที่ซอกคอหอมของเธอไม่หยุด 

“คนหื่น” ละอองทรายว่าเมื่อเขาจับตัวเธอให้หันหน้ามาหากัน 

“แล้วนี่ลุกมาทำไมแต่เช้าหื้ม” เขาถาม ก่อนที่จะหอมซับที่พวงแก้มนุ่ม 

“หนูนิดหิวค่ะ เลยลงไปหาอะไรทานรองท้อง”  

“แล้วอิ่มหรือยังคนดี”  

“อิ่ม…อิ่มแล้วค่ะ” ละอองทรายเริ่มตอบด้วยเสียงขาดหายไม่มั่นคงเท่าไรนัก เพราะเขาเริ่มมาเวียนวนพรมจูบที่เนินอกอวบของเธอ 

“ถ้าอย่างนั้น…พี่ขอกินบ้างนะ เพราะตอนนี้พี่หิวมากเลย” เขาเงยหน้ามาส่งสายตาหยาดเยิ้มไปให้ หลังจากที่พลั้งรับปากสัญญากับเธอไป ก็ได้แต่นอนกอดเธอเฉยๆทั้งคืน และตอนนี้ถึงเวลาปลดปล่อยอีกครั้งแล้ว...


******************************************

อีกสองตอนจบแล้วน๊า^^ เรื่องนี้ไม่มีตอนพิเศษนะคะ เพราะเขียนยาวกว่าเรื่องอื่นๆมากแล้ว หวานๆฟินๆส่งท้ายนี้ก็ถือว่าเป็นตอนพิเศษแล้วกันเนอะ^^ ยังไงอย่าลืมตามเรื่อง บ่วงรักวิวาห์ลวงของพี่หมอกับจันทร์เจ้าต่อไปด้วยนะคะ 😊😊❤❤



แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น