deeppublishing

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 5 [50%]

ชื่อตอน : ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 5 [50%]

คำค้น : “แต่ฉันอยากเป็นไวเบรเตอร์ของนาย นายยอมไหมล่ะ”

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2561 13:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ท่านประธานชวนขึ้นเตียง - ครั้งที่ 5 [50%]
แบบอักษร

ขึ้นเตียงครั้งที่ 5

กงจื่อเปยชุย : เขียน,  เฟินเถา : แปล

**ต้นฉบับนี้ยังไม่ผ่านการพิสูจน์อักษร จึงอาจมีคำผิดปรากฏอยู่บ้าง**



“หากนิสัยของคนคนหนึ่งเป็นเหมือนกันทั้งต่อหน้าคุณและต่อหน้าคนนอก แสดงว่าในใจเขา ฐานะของคุณและคนนอกนั้นไม่แตกต่างกัน มีเพียงคนที่รักคุณ ถึงแสดงด้านลึกที่สุดที่ซุกซ่อนในใจของตนออกมาให้คุณเห็น เพราะเขาอยากให้คุณเห็นด้านที่เป็นความจริง…”

วังไห่กล่าวชัดถ้อยชัดคำ มั่นคงจริงจัง

“คุณเป็นคนแรกและเป็นคนเดียวที่คู่ควรให้ผมปล่อยวางการเสแสร้ง”

การสารภาพอย่างกะทันหันของวังไห่ทำเอาหม่าเจารับมือไม่ทัน หลายปีมานี้ไม่ใช่ไม่มีคนสารภาพรักกับเขามาก่อน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ฟังแล้วทำให้หัวใจเต้นรัวเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นแววตาลึกล้ำมุ่งมั่นของวังไห่ เขากลับไม่รู้ว่าควรมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไร

“ฉันเป็นผู้ชาย” หม่าเจาเอ่ยลิ้นพันกัน

วังไห่แทบหัวเราะพรวด การสารภาพรักครั้งแรกของเขา รออยู่นานครึ่งค่อนวันกลับได้ยินประโยคนี้หรอกหรือ

“ผมรู้”

“ฉันอายุมากกว่านาย” หม่าเจาหดตัว เขาพบว่าแววตาของวังไห่ปล่อยแสงสีเขียวได้อย่างแปลกประหลาด น่าอกสั่นขวัญผวา

“ผมรู้”

วังไห่บดฟันกรอดๆ ต่อไป ลุงคนนี้จะต้องทำให้เขาเดือดดาลดับดิ้นไปก่อนถึงจะยอมรามือหรืออย่างไร

“ไม่ใช่แค่ปีสองปี แต่เป็นสิบสามปี นายพอนึกออกไหมว่าหมายความว่ายังไง ถ้าเมื่อก่อนฉันแก่แดดเร็วขึ้นสักสองสามปี ตอนนี้ลูกชายฉันคงโตพอๆ กับนายแล้ว”

หม่าเจาผู้สันทัดจัดเจนในสนามรักมานานปีจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเขาเองก็นึกสนใจวังไห่ ทว่าความรู้สึกสนใจเพียงเล็กน้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าคุณธรรมและจริยธรรมก็สามารถละเลยไม่นับอันใดได้

“ผมรักคุณ ไม่เกี่ยวกับเพศ อายุหรือฐานะ”

ประโยคเดียวของวังไห่ดับความกังวลทุกอย่างของหม่าเจาจนสิ้น

“ถ้าพ่อแม่ฉันรู้ว่าฉันคบผู้ชาย แถมยังอยู่กับคนอายุน้อยกว่าฉัน พวกท่านคงฟันนายตายแน่”

หม่าเจาเอ่ยอย่างปากร้ายใจดี

“ทำไมถึงต้องฟันผมตาย แต่ไม่ได้ฟันคุณตายล่ะ”

วังไห่ย่นหน้าผากจนเห็นริ้วรอยสามขีด

“ฉันน่ะ พวกท่านอุ้มท้องมาสิบเดือนกว่าจะคลอด ลำบากยากเย็นเลี้ยงจนโต แล้วยังคาดหวังให้ฉันเลี้ยงพวกท่านตอนแก่ จะฟันฉันลงได้ยังไง ส่วนนาย ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกท่านสักกระผีก ฟันนายตายก็แค่เลือดเลอะมีดปังตอ”

หม่าเจาค้อนควักใส่วังไห่ เหมือนกำลังด่าว่า ‘นายโง่หรือไง’

วังไห่คุกเข่าลงบนพื้นอย่างหลงรักหัวปักหัวปำ กุมมือหม่าเจาแล้วเอ่ยว่า

“ถ้าได้อยู่กับคุณ ต่อให้ถูกฟันตาย ผมก็ไม่เสียใจ”

ร่างหม่าเจาสั่นสะท้าน “นายคิดว่าตัวเองเป็นท่านประธานจอมเผด็จการในนิยายรักหรือไง”

“ผมก็ใช่ไง!” วังไห่พยักหน้า

“ไสหัวไปเลย พ่อแม่ฉันยังรอให้ฉันแต่งสะใภ้ให้มีหลานให้พวกท่านอยู่”

หม่าเจาถีบวังไห่ แต่ไม่ได้ถีบแรงจนกระเด็นออกไป

“ลุงก็อายุสี่สิบแล้ว ถ้าอยากแต่งงานมีลูกก็คงแต่งไปนานแล้ว ยังรอถึงตอนนี้เหรอ” วังไห่มองหม่าเจาอย่างไม่เชื่อถือในคำพูดก่อนหน้านี้

ช่างดื้อด้านไม่ฟังอะไรเลยเสียจริง หม่าเจาก้มมองวังไห่ที่คุกเข่าอยู่ข้างเตียงราวสุนัขที่เชื่อฟังตัวหนึ่ง ในดวงตาคู่งามสะท้อนสภาพกระเซอะกระเซิงของวังไห่ หม่าเจาได้แต่ทอดถอนใจ

เฮ้อ! พูดไปแล้วก็เป็นบาปกรรมที่เขาก่อขึ้น

“ยังไงตอนนี้ข้างตัวฉันก็ไม่มีใคร เล่นๆ กับนายก็ได้” หม่าเจากระชากเสื้อเชิ้ตบนตัวออก เม็ดกระดุมหลุดกระเด็นบนพื้น เผยให้เห็นช่วงไหปลาร้าขาวผ่องและยอดอกสีชมพู ดึงมือวังไห่มาลูบคลำหน้าอกแบนราบของตน “นายก็แค่อยากขึ้นเตียงกับฉัน จะเอาก็เร็วหน่อย พรุ่งนี้ฉันยังต้องทำงาน” ฉันเองก็อยากพอดี ประโยคหลังนี้หม่าเจาไม่ได้พูดออกมา

นิ้วมือวังไห่บดบี้ยอดถันที่ลุกตั้ง

“อ๊า! เบาหน่อยสิ” เขาถวายตัวมอบร่างอันน่าลุ่มหลงสมบูรณ์แบบให้แล้ว วังไห่ยังไม่พอใจอะไรอีก

วังไห่มองหม่าเจาด้วยสายตาคลุมเครือ “อย่าถือว่าคำพูดของผมเป็นแค่ลมข้างหู ผมไม่อยากเป็นแค่ไวเบรเตอร์”

“แต่ฉันอยากเป็นไวเบรเตอร์ของนาย นายยอมไหมล่ะ”

หากไม่ใช่ว่าพละกำลังของเขาห่างจากวังไห่ไกลลิบ เขาคงคร่อมวังไห่ไปแล้ว บนโลกนี้ มีผู้คนกี่มากน้อยที่อยากเป็นไวเบรเตอร์แต่ไม่มีโอกาส ถึงกับทำรังเกียจ ตัวอยู่ในความสุขกลับไม่เห็นค่า

“อย่าเบี่ยงประเด็น ตอนนี้ผมจริงจังมาก” วังไห่บีบคางหม่าเจาไว้แน่น “คืนนี้คุณต้องเลือก ถ้าพยักหน้า ผมจะรักคุณ ดีต่อคุณ ดูแลคุณตลอดชีวิต”

“ถ้าฉันส่ายหน้าล่ะ” สีหน้าหมองหม่นของวังไห่ทำให้หม่าเจาออกจะขยาด เอ่ยถามอย่างหวาดหวั่น

“หากคุณไม่ยอมรับผม ผมก็จะไล่ตื๊อคุณอย่างหนักจนกว่าคุณจะตอบตกลง” มือที่บีบคางหม่าเจาไว้ออกแรงเพิ่มอีกนิด

“อย่างเช่น?” คางถูกบีบจนเจ็บแปลบ อยากดิ้นรนเบือนหน้าหนีจากมือวังไห่ แต่ยิ่งดิ้นรน แรงของวังไห่ก็มากขึ้นทุกที

“ผมจะส่งดอกไม้ ส่งอาหารเช้า ส่งอาหารกลางวัน ส่งอาหารเย็นให้คุณทุกวัน ตอนเช้าไปรอที่ใต้ตึกที่พักคุณ ส่งคุณมาทำงาน ตกเย็นรอคุณใต้ตึกบริษัท รับคุณกลับบ้าน…”

วังไห่เห็นรอยนิ้วมือบนคางของหม่าเจา ออกจะปวดหนึบในใจ ทว่าแรงมือไม่ลดลง

“อีกอย่าง…หากคุณคิดว่าผมสารภาพรักแค่ครั้งเดียวไม่จริงใจพอ ผมจะสารภาพรักอย่างลึกซึ้งต่อหน้าคนในบริษัทคุณวันละครั้ง จนกว่าคุณจะพอใจ”

สารภาพรักต่อหน้าคนในบริษัท หากมีใครรู้ว่าเขาอยู่กับวังไห่ ต่อไปเขาจะยืนในบริษัทได้อย่างไร

ยังไม่ต้องเอ่ยถึงว่าวังไห่เป็นผู้ชาย สังคมสมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อน การยอมรับรักร่วมเพศค่อนข้างสูง ผู้ชายสองคนอยู่ด้วยกันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด  หากเป็นคนอื่นหรือคนที่อายุอานามพอๆ กันก็ช่างเถอะ แต่ทำไมถึงไพล่เป็นวังไห่ พนักงานทั้งตึกมีใครบ้างไม่รู้จักวังไห่ มีใครบ้างไม่รู้บ้างว่าเขาแก่กว่าวังไห่

อยู่กับผู้ชายสักคนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อย่างไรเสียเมิ่งฉินเหยียนและหลินโม่ก็บุกเบิกหนทางให้แล้ว แต่อยู่กับผู้ชายที่แทบจะเป็นลูกชายของตนเองได้ ก็ออกจะไร้คุณธรรมไปสักหน่อย โคแก่กินหญ้าอ่อนของแท้!

มีประโยคหนึ่งว่าไว้ได้ดี สตรีดีกลัวบุรุษตามตื๊อ ผู้ชายดีๆ ก็เหมือนกัน เขาไม่กลัวอีกฝ่ายเผด็จการป่าเถื่อนก็กลัวความดื้อด้านไร้ยางอายของอีกฝ่าย เพื่อชื่อเสียงของตระกูลหม่าและของตนเอง หม่าเจาตัดสินใจกล้ำกลืนฝืนทน บัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ภายใต้แรงกดดันของวังไห่ ฝืนพยักหน้าส่งๆ ไป

ชายหนุ่มเลือดร้อนอย่างวังไห่ ก็แค่แสวงหาความสุขสมทางกายเนื้อ เขาเองก็ไม่ใช่เด็กๆ วังไห่อยากเล่นด้วย เขาก็คอยเล่นด้วย อย่างไรเสียเขาก็ไม่ใช่คนถือพรหมจรรย์ อีกอย่าง…ไม่อาจไม่เอ่ยถึงอีกเรื่อง ร่วมรักกับวังไห่ทำให้เขาถึงจุดสุดยอดในระดับที่แตกต่างจากการร่วมรักกับผู้หญิง

ชั่ววินาทีที่เขาพยักหน้านั่นเอง คางก็ถูกเชยขึ้น จุมพิตร้อนแรงประทับลงมาในวินาทีถัดไป

ริมฝีปากบางของหม่าเจาให้สัมผัสที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าเวลาใดที่ใดมักเย็นฉ่ำ สีเข้มขึ้นเมื่อผ่านการจูบ วังไห่ชอบมองกลีบปากสีชมพูอ่อนภายใต้การจุมพิตอย่างรักใคร่ของเขากลายเป็นสีแดงระเรื่อซ่านด้วยโลหิตราวกับทาลิปสติกอย่างไรอย่างนั้น ทำให้อยากลิ้มรสครั้งแล้วครั้งเล่า

จูบของวังไห่ร้อนแรงแฝงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ ปลายลิ้นบางครั้งยั่วเย้าเพดานปากของเขา บางครั้งเกี่ยวกระหวัดพลิกเล่นเรียวลิ้นของเขา มือยิ่งไม่อยู่ว่างสักห้วงนาที สอดล้วงเข้ามาจากชายเสื้อ ลูบไล้เรือนร่างที่แม้ไม่ออกกำลังกายไม่เล่นกล้ามแต่ก็ไม่เจ้าเนื้อของหม่าเจา ผิวหนังที่ไม่มีมัดกล้ามกลับเนียนเรียบอ่อนนุ่มทำหวังไห่ลูบไล้ไม่วางมือ

“อา...อา...”

จุดอ่อนไหวหลายแห่งถูกกระตุ้นไม่หยุด ร่างกายหม่าเจาตอบสนองอย่างรวดเร็ว น้องชายที่กึ่งอ่อนนุ่มเพราะวังไห่เริ่มผงาดผึงอีกครั้ง



HASHTAG TWITTER

#วังไห่หม่าเจา #ท่านประธานชวนขึ้นเตียง

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น