ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาเฟียไร้รัก 14 100%

ชื่อตอน : มาเฟียไร้รัก 14 100%

คำค้น : มาเฟียไร้รัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.7k

ความคิดเห็น : 40

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ธ.ค. 2561 22:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาเฟียไร้รัก 14 100%
แบบอักษร

มาเฟียไร้รัก 14


ในห้องนอนหรูท่ามกลางความมืดมิด และร่างบางของชายหนุ่มที่นอนสลบอยู่บนเตียง ไม่ได้เรียกความสงสารให้เสี่ยวหานที่ได้ระบายอารมณ์จนอีกฝ่ายสลบเลยสักนิด กลิ่นบุหรี่เคล้าคลุ้งไปทั่วห้อง ยิ่งทำให้บรรยากาศดูอึมครึม ไม่น่าเข้าใกล้เลยสักนิด ตอนนี้เสี่ยวหานต้องเก็บตัวเงียบหลังจากที่โดนวีรภาพและเจ้าหรานที่พวกมันสองคนร่วมลงมือกันตลบหลังตนเองจนเกือบปางตาย แต่ถ้าตายง่ายๆก็ไม่ใช่เสี่ยวหานแล้ว ไฟแค้นในใจมันสุมอกรอวันชำระแค้นในช่วงเวลาที่เหมาะสม ระหว่างนี้ตนเองก็ได้ส่งลูกน้องมือดีคอยติดตามไอ้วีรภาพเพื่อจะติดตามวิระของเค้าต่ออีกที ทำให้เสี่ยวหานได้รับรู้ว่าตอนนี้วิระท้องลูกของไอ้วีรภาพได้ท้องโตขึ้นทุกวัน การระบายอารมณ์ความโกรธแค้นเลยต้องไปลงกับเด็กที่ลูกน้องจัดมา แต่มันไม่ใช่คนที่เสี่ยวหานต้องการ เสี่ยวหานไม่ได้อยากสัมผัสร่างกายโสโครกของเด็กพวกนี้ เพราะคนที่เสี่ยวหานต้องการระบายอารมณ์ด้วยคือวิระ เมียของไอ้วีรภาพที่จะกล้ายมาเป็นของเค้าเร็วๆนี้ หึ!


“นายครับ นี่คือความเคลื่อนไหวของวีรภาพและคุณวิระครับ” ลูกน้องคนสนิทของเสี่ยวหานยื่นรูปถ่ายที่วิระถูกไอ้วีรภาพประคองเอวเดินออกจากโรงพยาบาลอย่างทะนุถนอม ยิ่งทำให้เสี่ยวหานแค้นใจ


“อีกกี่เดือนไอ้เด็กนี่มันถึงจะลืมตาออกมาดูโลก”


“อีกสามเดือนครับ สายของเรารายงานว่าตอนนี้คุณวิระตั้งครรภ์ได้หกเดือนแล้ว”


“หึ! ดี! ในเวลาสามเดือนทำตัวให้เงียบที่สุด วันที่วิระคลอดเราจะบุกโรงพยาบาลพร้อมของขวัญชิ้นงามและไอ้มารหัวขนจะหายจากโลกนี้ไป และธุรกิจตระกูลหยางทุกอย่างจะมอดไหม้เป็นจุล” เสี่ยวหานบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่รูปถ่ายในมือก็ถูกกำจนยับไม่เหลือสภาพเดิม แผนร้ายที่ตนเองวางไว้แน่นอนว่ามันรอเวลาเอาคืนในช่วงที่เหมาะสม คนอย่างเสี่ยวหาน ฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ วิระต้องเป็นของเค้า และไอ้วีรภาพกับลูกของมันก็ต้องตาย หึ!




ในขณะที่เสี่ยวหานเก็บตัวคิดแผนร้าย วีรภาพเองก็ไม่เคยปล่อยเวลาให้สูญเปล่า ทั้งทำงานในส่วนที่ถูกส่งมาให้รับผิดชอบ ตามสืบเรื่องของเสี่ยวหานและดูแลวิระในยามที่ว่าง


วิระที่ท้องโตขึ้นทุกวันและนอนเก่งขึ้นทุกวัน ในหนึ่งวันวิระมักจะนอนไปแล้วเกือบห้าถึงหกชั่วโมง จะมีแค่ช่วงเย็นๆที่วิระพยายามเดินเล่นในสวนเพื่อออกกำลังกาย เพราะวีรภาพได้สั่งให้ลูกน้องลูกประตูสนามยิงปืนให้แน่นหนาเพื่อป้องกันวิระเข้าไปตอนวีรภาพไม่อยู่


“แม่ครับ วิระล่ะ” วีรภาพที่กลับบ้านในช่วงบ่ายถามหาวิระทันทีที่เข้าบ้านมาเห็นมารดาของตนเองกำลังจะเดินเข้าครัว


“เห็นนั่งดูหนังในห้องนั่งเล่นนะ เรากลับมาเหนื่อยๆก็ไปอาบน้ำอาบท่าก่อน เดี๋ยววิระก็บ่นหรอก” ลู่หลินบอกเพราะบางวันเห็นวิระก็มักจะบ่นว่าวีรภาพตัวเหม็นเหงื่อไม่ให้เข้าใกล้เธอเลยต้องบอกวีรภาพก่อนจะเข้าไปหาวิรี่ไม่รู้วันนี้อยู่ในอารมณ์ไหน เพราะอารมณ์วิระในบางวันก็อารมณ์ดีส่งยิ้มหวานให้ไม่เคยขาดหรือบางวันก็มีอารมณ์เหวี่ยงๆ แต่ยังดีที่มีแค่อาการพวกนี้ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไร ที่ดีที่สุกคือวิระเลิกแพ้ท้องแพ้อาหารอะไรแล้ว ทำให้วิระทานข้าวได้เยอะจนตอนนี้เนื้อตัวอวบอิ่มเต็มไม้เต็มมือไปหมด จนวีรภาพอยากจะจับกดลงเตียง ไม่ก็ไม่กล้ากลัววิระโกรธ


พอวีรภาพขึ้นไปอาบน้ำเสร็จก็เดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นก็เห็นวิระนั่งกอดหมอนบนโซฟา พร้อมสายตาที่จับจ้องดูโทรทัศน์อย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ที่โต๊ะก็มีขนม ผลไม้และน้ำส้มคั้นวางไว้และดูเหมือนจะพร่องไปเยอะเหมือนกัน


“ทำไมชอบดูหนังแบบนี้” วีรภาพถามขึ้นหลังจากหันไปมองในจอโทรทัศน์ว่าวิระดูหนังเรื่องอะไร พอเห็นว่าเป็นหนังเกี่ยวกับสงคราม ยิงเลือดสาดวีรภาพก็ถอนหายใจเบาๆ วิระชอบดูหนังแนวนี้ ทั้งๆที่ปกติไม่ดูเลยสักนิด แถมยังเคยพูดกับวีรภาพอีกว่า ชีวิตเห็นเลือดเห็นปืนมาเยอะแล้ว ต้องดูอะไรที่ผ่อนคลายสมองแทน


“ก็อยากดู ทำไม มีปัญหาเหรอ?”


“เปล่า ดูต่อสิ”


“วุ่นวายจังเลย ไปนั่งไกลๆไป เกะกะ” วิระบอกก่อนจะหันกลับไปดูหนังต่อโดยไม่สนใจวีรภาพที่มานั่งใกล้ๆ เพราะหนังกำลังสนุกด้วย วีรภาพนี่น่ารำคาญจริงๆชอบเรียกความสนใจตลอดเลย!


วีรภาพที่ไม่ได้ขยับตัวไปไหนหลังจากที่วิระบอกว่าตนเองวุ่นวาย แต่วีรภาพกลับนอนลงบนตักของวิระพร้อมหันหน้าเข้าหาหน้าท้องที่ตอนนี้ใหญ่ขึ้นมาก วีรภาพพรมจูบลงไปเบาๆ เพื่อทักทายลูกที่อยู่ในนั้น


“สวัสดีตัวแสบ วันนี้ดื้อมั้ย” วีรภาพถามลูกขึ้นเบาๆ ก่อนลูกในท้องจะถีบท้องของวิระตอบกลับเหมือนรู้ว่าพ่อกำลังคุยด้วย จนวิระที่กำลังนั่งดูหนังอยู่รู้สึกเจ็บๆที่ท้อง เพราะลูกถีบท้อง จนต้องระบายอารมณ์เจ็บโดยการบิดหูของวีรภาพที่บังอาจมากวนลูกให้ลูกมากวนวิระอีกที


“เจ็บนะวิระ”


“ก็ทำให้เจ็บ มากวนลูกทำไม รู้มั้ยเวลาลูกถีบท้องมันเจ็บนะ”


“ขอโทษครับว่าที่คุณแม่”


“จะนอนก็นอนเฉยๆไปเลย” วิระบอกก่อนจะดูหนังต่อ วีรภาพเองก็ยอมนอนตักวิระเงียบๆ ไม่พูดกับลูกในท้องอีก เดี๋ยววิระหงุดหงิดแล้ววีรภาพจะเจ็บตัวเปล่าๆ ไม่รู้ทำไมท้องโตอีกไม่กี่เดือนก็ใกล้คลอดแล้ววิระโหดขึ้นตลอดเลย


วิระที่พอดูหนังจบก็รู้สึกง่วงนอน เลยสะกิดวีรภาพให้ลุกขึ้น เพราะวิระจะขึ้นไปนอนพักบนห้อง วีรภาพเองก็ไม่อยากให้วิระเดินตอนที่ยังดูมีอาการงัวเงียเลยตัดสินใจอุ้มวิระขึ้นห้องเอง พอเข้ามาในห้องก็วางลงบนเตียงเบาๆ พร้อมห่มผ้าและปรับแอร์ให้ หมอบอกว่าคนท้องมักจะนอนเก่งกว่าคนปกติอยู่แล้ว แถมวิระเองก็เหมือนจะชอบนอนมากๆด้วย วีรภาพเองก็เลยสั่งซื้อเตียงใหม่ที่นิ่มกว่าเดิมมาเพื่อให้วิระได้นอนสบายๆ ตอนนี้ในบ้านเองก็เริ่มเตรียมห้องเด็กอ่อนไว้แล้ว แม้วิระจะบอกว่าไม่ต้องก็เถอะ แต่เพราะเป็นหลานคนแรกที่จะลืมตาดูโลก พ่อกับแม่เลยเห่อไม่น้อย แล้วตอนนี้วีรภาพได้ยินว่าเมียไอ้อี้เฟิงก็ท้องห่างจากวิระไม่กี่เดือนเอง คงเกิดมาไล่เลี่ยกัน แต่ยังไงวีรภาพก็รู้สึกชนะอี้เฟิงมันเพราะตนเองทำให้วิระท้องได้ก่อน หึ!


“พ่อเรียกผมมาทำไม มีอะไรงั้นเหรอ” หลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จแล้ว วีรภาพก็เข้ามาในห้องทำงานของบิดาที่เรียกพบ พอวีรภาพเห็นวิระเข้านอนแล้วก็เลยเดินออกมาจากห้องเงียบๆ เพราะการที่บิดาเรียกพบในเวลาแบบนี้ มันมักจะเป็นเรื่องที่ใหญ่พอสมควร


 “เรื่องงานน่ะ ฉันจะแกขึ้นเป็นประธานแทนอี้เฟิงมัน อี้เฟิงจะทำที่สาขาประเทศไทยแทนแก”


“ไว้หลังวิระคลอดได้มั้ย ตอนนี้ไอ้เสี่ยวหานมันเก็บตัวเงียบ ผมต้องจัดการมันให้ได้ก่อน”


“ก็ได้ ถ้าแกว่าแบบนั้น ฉันเองก็จะไม่เข้าไปยุ่ง แต่แกก็ควรรีบๆจัดการมันได้แล้ว จัดการให้เด็ดขาด ก่อนมันจะสร้างปัญหามากกว่านี้”


“ครับผมจะรีบจัดการมันให้เร็วที่สุด”


“แล้วช่วงนี้ก็ศึกษาเอกสารให้ดีๆ ดูเอกสารตั้งแต่ที่แกไม่อยู่ที่นี่เลย ส่วนวิระคลอดแล้วฉันจะจัดงานแต่งให้ เข้ามาเป็นสะใภ้ใหญ่ไม่แต่งไม่ได้”


“ขอบคุณมากครับ แล้วก็ขอโทษที่ก่อปัญหาให้ตลอด”


“ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นบทเรียนชีวิต ยังไงฉันก็รักแกเหมือนลูก แกเป็นลูกฉันอย่าน้อยใจอีก สมบัติฉันก็ไว้ให้พวกแกทั้งสองคน เป็นพี่น้องกันก็รักกันไว้ เลิกโกรธกันได้แล้ว” เพราะซิ่นหลิงเองก็ยังรับรู้ว่าลูกชายของตนเองทั้งคู่ยังมีอารมณ์โกรธเคืองกันอยู่ แม้ว่าเรื่องจะผ่านไปนานแค่ไหน แต่ซิ่นหลิงเองก็อยากให้ลูกชายกลับมาคืนดีกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน ตีกันนานๆไม่ดี


“ขอบคุณมากครับพ่อ ส่วนเรื่องอี้เฟิงผมยังไม่รับว่าจะคืนดีกันเมื่อไร”


“อืม ดีกันแล้ว แม่แกจะได้โล่งใจถ้าหากแกคืนดีกันได้” ซิ่นหลิงบอกก่อนจะเปลี่ยนเป็นคุยเรื่องงานกับวีรภาพจนเวลาผ่านไปสองสามชั่วโมงถึงกลับเข้ามานอน ก็เห็นวิระลุกขึ้นมานั่งหน้างออยู่บนเตียง


“เป็นอะไรวิระ”


“เหน็บกินเท้า เจ็บ…”


“เอาขามาวางบนตักสิเดี๋ยวนวดให้” วีรภาพบอกหลังจากนั่งลงบนเตียง วิระเองก็ยื่นเท้ามาวางบนตักของวีรภาพเพื่อให้วีรภาพนวดให้ ความเจ็บก็ค่อยๆคลายลงเรื่อยๆจากการนวด


เป็นแบบนี้ทุกๆคืนที่วิระมักจะเป็นตะคริวบ้าง เป็นเหน็บบ้าง แต่วีรภาพก็ตื่นขึ้นมานวดให้ทุกคืน นวดให้จนกว่าวิระจะหายและหลับลงไปอีกครั้ง ดั่งเช่นตอนนี้ ที่วิระหายเจ็บแล้วก็ล้มตัวลงนอนเหมือนเดิม พร้อมกับวีรภาพที่เดินไปล้างมือในห้องน้ำก่อนจะกลับมานอนกอดวิระบนเตียงและหลับสนิทตามวิระไป…..

........................................50%.........................................


ร่างกายของวิระที่ดูค่อนข้างจะอุ้ยอ้ายขึ้นกำลังทำโยคะในน้ำตามครูฝึกที่แม่หามาให้ เนื่องจากวิระมีเวลาว่างจนนั่งเบื่อ แม่ที่เห็นแบบนั้นเลยไปหาครูฝึกโยคะสำหรับคนตั้งครรภ์มาสอนวิระ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะวิระไม่ได้นั่งๆนอนๆอย่างเดียวจนหงุดหงิด


“ไม่ออกไปเล่นกอล์ฟกับพ่อเหรอตาวีร์”


“ไม่ครับ วันนี้ว่าจะพาวิระออกไปเดินเล่นดูของใช้สักหน่อย เห็นบ่นว่าไม่ได้ออกจากบ้านมาจะสองอาทิตย์แล้ว”


“อืม เอาคนตามไปด้วยเยอะๆนะ วิระเองก็ใกล้คลอดขึ้นทุกวัน ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ระวังตัวไว้จะดีกว่า”


“ครับแม่”


“เดี๋ยวแม่ต้องออกไปนวด แล้วก็นัดทานข้าวเย็นกับพ่อไว้ เราก็พาน้องทานข้าวจากน้องบ้านมาเลยนะตาวีร์”


“ครับ เดินทางดีๆนะครับ”


พอคุณแม่ออกไป วีรภาพก็นั่งดูเอกสารระหว่างที่รอวิระทำโยคะจนจบคอร์สสำหรับวันนี้ ซึ่งพอจบคอร์สแล้ววิระก็อาบน้ำชำระร่างกายอีกครั้งก่อนจะแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอก


“จะออกไปเลยเหรอ ไม่พักก่อนรึไง” วีรภาพถามขึ้นเมื่อเข้ามาในห้องนอนและเห็นวิระแต่งตัวเตรียมพร้อมออกไปข้างนอกรออยู่แล้ว


“ไม่ อยากออกไปแล้ว” เพราะวิระเองก็ไม่ได้ออกไปข้างนอกตั้งสองอาทิตย์ อยู่แต่ในบ้าน ซึ่งมันน่าเบื่อเอามากๆ วิระอยากออกไปข้างนอก ไปที่ไหนก็ได้ ขอแค่ได้ออกไปก็พอ


“โอเค แต่สวมเสื้อทับอีกชั้นนะ อากาศเริ่มเย็นแล้ว เดี๋ยวไม่สบาย” เพราะวิระสวมเสื้อแขนยาวเพียงตัวเดียว วีรภาพเลยต้องหยิบเสื้อโค้ดมาสวมให้ทับอีกชั้น เพราะอากาศช่วงนี้เปลี่ยนแปลงบ่อย ถ้าเข้าช่วงเย็นๆแล้วจะมีอากาศหนาว ต่างจากช่วงกลางวันที่อากาศเย็นสบาย


“มันร้อน”


“เดี๋ยวอากาศก็เย็น ทนหน่อย” พอวีรภาพบอกแบบนั้นวิระก็แอบทำหน้างอใส่ด้วยความไม่ชอบใจเล็กน้อย หลังๆวีรภาพเหมือนคนแก่ ชอบย้ำคิดย้ำทำ แถมยังจู้จี้มากขึ้นด้วย


“เรียบร้อยแล้ว ไปกันเถอะ วันนี้จะตามใจหนึ่งวันว่าอยากไปที่ไหน”


“ไปตลาดกลางคืนได้มั้ยล่ะ”


“ยกเว้นที่คนเยอะๆ”


“หึ๊ย! นั่นไม่เรียกว่าตามใจแล้ว ไปห้างก็ได้ คนน้อยกว่าตลาด คงไปได้ใช่มั้ย”


“ได้ งั้นจะพาไปห้างใหญ่แล้วกัน ไปดูเสื้อผ้าเด็กแรกเกิดไว้ด้วย ดีมั้ย”


“อืม แบบนั้นก็ได้”


หลังๆวีรภาพเริ่มจะรู้แล้วว่าต้องทำอย่างไรให้วิระยอมอ่อนลงง่ายๆตามที่วีรภาพพูด ถ้าวีรภาพพูดเกี่ยวกับลูก วิระจะยอมทำตามแต่โดยดี อาจจะเพราะวิระรู้สึกว่าตนเองดูแลลูกในท้องตลอดเวลา ความผูกพัน ความรัก ความเป็นห่วงเลยมีมาก แต่วีรภาพก็เข้าใจว่าทำไมวิระถึงรักลูกมากขนาดนี้ เพราะวีรภาพเองก็รักลูกในท้องไม่ต่างกัน….





“ทำไมมีแต่สีหวานๆ” วีรภาพพูดออกมาเบาๆ เมื่อเข้ามาในโซนของใช้เด็กอ่อนที่มีแต่สีหวานๆ ตั้งแต่ตรวจดูเพศเด็กครั้งแรกแล้วเจ้าตัวน้อยในท้องไม่ยอมให้ดู วิระก็ไม่ตรวจอีกเลยรอลุ้นทีเดียว ทำให้ต้องซื้อของใช้ไปหลากหลายมาก เพราะไม่รู้ว่าเป็นเพศชายหรือเพศหญิงกันแน่


“เด็กใส่สีอะไรก็ได้ ทุกคนซื้อไปแต่ชุดตอนโตเยอะ ไม่ค่อยซื้อชุดเด็กอ่อนกันเลย เราต้องซื้อไปเตรียมไว้”


“ถ้าเกิดลูกเป็นผู้ชายจะให้ลูกใส่สีชมพูเหรอ”


“เอ๊ะ! บอกว่าเด็กใส่สีไหนก็ได้ไง จู้จี้จัง” วิระหันมาค้อนสายตาใส่วีรภาพที่พูดแต่เรื่องสีชุด ลูกเป็นผู้ชายแล้วจะสวมเสื้อสีชมพูไม่ได้เหรอ ลูกยังเล็กอยู่แยกสีไม่ออกหรอกว่าสีไหนเป็นสีไหน


“ถามเฉยๆอย่าหงุดหงิดสิ”


“งั้นก็อย่าถามอีก”


“โอเค ไม่ถามอีก” วีรภาพยอมยกธงขาวให้ว่าที่คุณแม่ที่เริ่มทำท่าทางจะเหวี่ยง ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ขัดใจวิระไม่ได้ ไม่งั้นวีรภาพคงโดนไล่ออกไปนอนนอกห้องเป็นแน่


“เหอะ!” วิระมองค้อนอีกครั้งเป็นการส่งท้ายก่อนจะหันหน้ากลับดูของต่อ ซึ่งพอเดินดูของไปสักพักวิระก็รู้สึกเมื่อยเท้า วีรภาพเลยพาเข้าไปนั่งในร้านอาหารเพื่อที่จะได้ทานเมื่อเย็นไปเลย และก็เป็นอีกมื้อที่วิระทานข้าวได้เยอะ วีรภาพเลยยอมให้ทานข้าวหวานเป็นอย่างสุดท้ายของมื้อเย็นในวันนี้อีกอย่าง วิระเลยเลือกที่จะทานไอศกรีม พอทานเสร็จก็รู้สึกอารมณ์ดี วีรภาพเลยเดินประคองวิระที่ยังอิ่มอยู่ไปที่ลานจอดรถเพื่อจะกลับบ้าน แต่ก็เหมือนมีสิ่งผิดปกติ เมื่อจู่ๆก็มีเสียงปืนดังขึ้น ทำให้วีรภาพรวบตัววิระมาในอ้อมกอดและหลบลงเพื่อความปลอดภัย ซึ่งวิระก็ดูไม่มีท่าทีหวาดกลัว นอกจากแอบเอาปืนจากตัววีรภาพขึ้นมาถือตั้งท่ารอถ้าหากมีคนจู่โจม


“เกิดอะไรขึ้นเฟย” วีรภาพถามเฟยที่รีบเดินเข้ามาหาหลังจากที่เสียงปืนเงียบลง และเหมือนเฟยจะให้พวกลูกน้องของตนเองจะจัดการเรียบร้อยแล้ว


“ขอโทษด้วยครับนายที่ปล่อยให้พวกมันหลุดรอดเข้ามาได้”


“พวกมันเป็นใคร”


“เป็นลูกน้องของไอ้เสี่ยวหานครับ พวกผมจับมันได้เพราะมันแอบสะกดรอยตามเรามาสักระยะแล้ว พอมันรู้ตัวว่าเราไหวตัวทัน พวกมันก็คิดจะต่อสู้ ทางเราเลยจัดการเก็บมันครับนาย”


“อืม ไอ้เสี่ยวหานมันคงกัดไม่ปล่อยอยู่แล้ว ยังไงก็จับตาดูมันให้ดี อย่าให้เกิดเรื่องแบบวันนี้ขึ้นอีก”


“ครับนาย”


หลังจากที่เรื่องวุ่นวายจบลง วีรภาพก็พาวิระเดินทางกลับบ้าน ตลอดทางวิระก็นั่งเงียบไม่พูดไม่จาเหมือนกำลังใช้ความคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้


“คิดอะไรวิระ”


“คิดเรื่องกำจัดเสี่ยวหาน นายควรกำจัดคนที่ควรกำจัด อย่าปล่อยไว้แหย่เล่น”


“ฉันไม่ปล่อยมันไว้แหย่เล่นนานหรอก นายอย่าคิดมากเลย”


“จะไม่ให้คิดมากได้ยังไง ยังไงเรื่องแบบนี้ก็ต้องวางแผนให้รัดกุม อย่าปล่อยให้ความทะนงตนเองบดบังความเป็นจริง เราเหนือกว่าก็จริง แต่อะไรที่เรามองข้ามมันอาจจะทำให้เราพ่ายแพ้โดยไม่ทันระวังก็ได้”


“ไม่หรอกน่า นายเลิกคิดมากได้แล้ว เดี๋ยวก็พาลูกเครียดหรอกวิระ”


“อืม”


วีรภาพคงต้องเชื่อคำวิระ เพราะวิระเป็นคนที่รอบคอบมาก ยังไงวีรภาพคงต้องวางแผนเพิ่ม กันความผิดพลาดอย่างที่วิระได้พูดไว้……



......................................100%......................................................

เชื่อเมียแล้วจะดีค่ะพี่วีร์~~~~


ความคิดเห็น